“เด็กสาวคนนี้ปนเปื้อนแล้วหรือยัง”
“ปนเปื้อนแล้วเพียงแต่ว่า..”
“เกิดอะไรขึ้น”
“ดูนี่แล้วจะรู้เอง”
เสียงพูดคุยของใครหลายคนดังก้องภายในห้องเล็กๆของบ้านที่พวกเขาทะลวงเข้ามา ปรากฎว่าการเข้ามาของพวกเขากลับพบเื่น่าเหลือเชื่อเข้าให้ เมื่อร่างหญิงสาวอายุ 20 ปีสามารถปรับตัวเข้ากับพลังของฟอสเอนเนอร์จี้ได้ จากการตรวจสอบร่างกายของเธอแปลกประหลาดมากเพราะมันกำลังพัฒนาระดับการซิงโครไนซ์จากระดับ E ไปเป็ระดับ D และมีแนวโน้มพุ่งสูงมากกว่านี้ พวกเขาจึงมองหน้ากันจากนั้นก็ติดต่อกลับไปยังฐานเพื่อขอคำสั่ง
“ปล่อยฉันนะ”
หญิงสาวที่คิดว่าเธอถูกช่วยเหลือร้องออกมาด้วยความโกรธหลังจากกลุ่มคนที่เข้ามาในบ้าน ไม่ใช่คนของกองทัพที่เธอรู้จัก เสื้อผ้า เครื่องแบบ ชุดเกราะที่สวมใส่นั้นล้วนต่างจากที่เธอเคยเห็น การที่พวกมันบุกเข้ามาในบ้านแล้วตรวจสอบร่างของเธออย่างละเอียดผ่านเครื่องมือต่างๆ ทั้งตรวจม่านตา ตรวจเื และตรวจการซิงโครไนซ์
เธอจึงรู้ว่าพวกมันเป็พวกอันตราย จึงไม่ได้ขอร้องให้พวกมันช่วยน้องชายของเธอที่ติดอยู่ใต้ซากของบ้านที่ถล่มลงมา ภายในใจของเธอได้แต่หวังว่าน้องของเธอจะทนได้จนกว่าคนของกองทัพจะมาถึงที่นี่ หากเธอขอร้องพวกมันก็กลัวว่าการรอดของน้องชาย อาจจะถูกนำมาใช้เป็ตัวประกันไม่ให้เธอหนี หรืออาจจะเป็เธอเองที่ถูกจับเป็ตัวประกันจนน้องชายไม่สามารถหนีได้ เธอจึงคิดที่จะเงียบทำเหมือนกับว่าภายในบ้านมีเพียงแค่เธอเท่านั้น เพื่อให้น้องของเธอรอดจากเหตุการณ์นี้ไป
“สะ..เสียงนี้มัน”
เปลือกตาหนักอึ้งทำให้ชายที่ขยับตัวไม่ได้พยายามลืมตาตื่น หลังจากได้ยินเสียงของพี่สาวที่ไม่เคยลืมเลือนไปได้เลยสักครั้งเดียว ต่อให้เขาจะอายุ 40 ปีแล้วก็ตามเสียงนี้ยังคงดังในหัวของเขาตลอดเวลาเมื่อคิดถึงมัน แม้เธอจะเป็พี่สาวต่างพ่อและต่างแม่ก็ตาม พวกเขากลับอยู่ด้วยกันมาั้แ่เด็ก พ่อของเขามีลูกติดเป็เขาส่วนแม่ใหม่ของเขามีลูกติดเป็พี่สาว ทำให้พวกเขาได้มาเป็พี่น้องต่างพ่อแม่
ด้วยเสียงที่กำลังดังก้องภายในห้อง แอชเชอร์จึงพยายามลืมตาตื่นขึ้นมาดูความจริงว่าเขาทำไมถึงได้ยินเสียงพี่สาว แม้ร่างกายจะรู้สึกหนักอึ้งก็ตามทีเขาก็พยายามลืมตาตื่น แต่แล้วเขากลับลืมตาตื่นขึ้นมาช้าไปเมื่อพี่สาวถูกดึงออกไปจากบ้าน สิ่งที่เขาทำได้นั้นมีเพียงมองจ้องพี่สาวจากมุมมองใต้เตียงที่ตัวเองหลบซ่อนตัว เธอได้หันมองเขาแล้วส่ายหน้าให้เขาหยุดร้องและห้ามส่งเสียงใดๆออกมา มันเป็ภาพที่ทรมานใจเขาเป็อย่างมาก
อย่างไรก็ตามเขากลับไม่คิดทำตามที่สาว ถึงจะไม่รู้ว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นได้อย่างไรก็ตาม เขารู้เพียงแค่ว่าจะต้องช่วยพี่สาวให้ได้จึงร้องะโออกไปสุดเสียงแต่แล้ว เสียงที่เขาอยากจะส่งออกไปกลับเงียบ มีเพียงแค่เืกระอักออกมาเท่านั้น เขาจึงใตื่นเมื่อมีเศษไม้แทงทะลวงคอของเขาจนทำให้ส่งเสียงออกมาไม่ได้
“บ้าเอ๊ย บ้าบ้าบ้าบ้าบ้า~!!!”
แอชเชอร์ร้องะโก้องภายในใจหลังจากเห็นพี่สาวถูกลากออกไปจากบ้านต่อหน้าต่อตาโดยที่เขาไม่สามารถช่วยอะไรได้เลยสักนิด ครั้งนี้เขามีโอกาสช่วยแล้วแท้ๆ พี่สาวของเขากลับถูกลากออกไปเพราะร่างกายของเขาทั้งหมดที่ซ่อนอยู่ใต้เตียงถูกซากของบ้านถล่มลงมาทับตัวจนไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ รอบข้างเขาเต็มไปด้วยเื แม้แต่แรงจะขยับนิ้วก็ยังไม่มี คอของเขายังถูกเศษไม้ทิ่มทะลวงจนพูดไม่ได้
ซึ่งเขาไม่เข้าใจว่าทำไมตัวเองถึงเห็นเหตุการณ์นี้ กระทั่งความเ็ปที่่ขาวิ่งมาถึงกลางหลังไล่ขึ้นมาถึงหลังคอทำให้เขาได้สติเต็มที่ จนรู้ตัวว่าทุกๆอย่างรอบตัวตอนนี้เป็ของจริง ร่างของเขาที่าเ็ก็ร่างจริงแต่ไม่ใช่ร่างของเขาที่เต็มไปด้วยแผลเป็และิัหยาบกระด้าง ผิวของเขาทั้งนุ่มและขาว ยังไม่ถึงขั้นเทียบเท่าชายอายุ 40 ปี
“ย้อนกลับมาในอดีตเหรอ แล้วทำไมไม่ย้อนกลับไปให้มากกว่านี้กัน”
แอชเชอร์รู้สึกดีใจที่เขาสามารถย้อนกลับมาในอดีตได้อีกครั้ง มันเป็เหมือนกับการอวยพรจากพระเ้าให้เขากลับมาแก้ไขหลายสิ่งหลายอย่าง แต่เขาก็โกรธเช่นกัน โกรธที่มันไม่ย้อนไปให้ไกลกว่านี้ หากย้อนไกลกว่านี้อีกสัก 2 ชั่วโมงเขาจะพาพี่สาวหนีออกไปจากสถานที่แห่งนี้
มันกลับย้อนมาใน่ที่เขตของเขาถูกบุกโจมตีจากมอนสเตอร์ ในชีวิตก่อนเขารู้ภายหลังว่าการบุกโจมตีของมอนสเตอร์เป็เพราะมีคนบางกลุ่มชักนำพวกมันมา แต่ก็ไม่มีใครสามารถสืบหาได้ว่าพวกมันเป็ใคร จนเขาอายุ 40 ปีก็ไม่มีข่าวคราวของพวกมันเลยเช่นกัน
ทว่าการกลับมาครั้งนี้ของเขาต่างออกไป เขาไม่ได้ฟื้นที่โรงพยาบาลแล้วรอฟังข่าวของพี่สาว ครั้งนี้เขาโผล่มาในตอนที่พี่สาวถูกพาตัวไป แอชเชอร์ได้เห็นสัญลักษณ์บนชุดเกราะที่จะนำพาเขาตามหาตัวพวกมัน ด้วยสัญลักษณ์ขนนกสีแดงเืบนชุดเกราะนั้น เขาจะใช้สิ่งนี้ตามหาพี่สาวในชีวิตใหม่ที่ได้กลับมา
ติ๊ง~!
[ยินดีต้อนรับเข้าสู่ระบบ 1 - 1]
เสียงแจ้งเตือนดังขึ้นภายในหัวพร้อมกับปรากฎหน้าต่างสีฟ้าสร้างความงุนงงให้กับแอชเชอร์ไม่น้อย เขาไม่รู้เลยว่าสิ่งนี้เป็อะไร รอบตัวของเขามั่นใจว่าไม่ได้สวมใส่อุปกรณ์ใดๆเลย ไม่น่าจะมีหน้าต่างแสดงออกมากลางอากาศแบบนี้ ทันใดนั้นเองเขาก็ได้ยินเสียงแจ้งเตือนดังขึ้นถี่รัว บอกความสามารถที่ระบบมอบให้กับเขา
[ระบบ 1 - 1 ตรวจพบเ้าของ แอชเชอร์ แอสลาส กรุณายืนยันใน 10 วินาที]
“ยืนยัน” แอชเชอร์พูดภายในใจ แม้จะไม่รู้ว่าสิ่งนี้เป็อะไร หากมันเป็โอกาสที่มอบให้เขาจะคว้ามันมาทั้งหมด ตอนนี้เขาทำอะไรไม่ได้นอกจากนอนอยู่นิ่งๆใต้ซากบ้านถล่มทับ หากการยอมรับทำให้เขาออกไปได้เขาจะยอมรับมัน
[ ยืนยันตัวตน แอชเชอร์ แอสลาส อายุ 15 ปี สถานะาเ็หนัก ระบบแนะนำให้ท่านตามหาฟอสเอนเนอร์จี้เพื่อรักษาาแก่อนจะเสียชีวิต]
“ระบบเหรอ ใช่สิ่งที่เหมือนเกมหรือเปล่า มีหนทางไหนไหมที่จะทดแทนฟอสเอนเนอร์จี้ ตอนนี้ฉันไม่มีมัน”
[ระบบตรวจพบมอนสเตอร์ในระยะ 50 เมตร ท่าน้าเข้าสู่ฟังก์ชันหลักของระบบ 1 - 1 หรือไม่]
“ใช่ เข้าเลย เข้าตอนนี้เลย”
[ยืนยันตัวตน แอชเชอร์ แอสลาส เปิดใช้งานระบบ 1 - 1 ด้วยพลังของมอนสเตอร์ 1 ดาวที่อยู่ในระยะ 50 เมตร]
ความรู้สึกแข็งแกร่งเต็มไปด้วยแรงกายมหาศาลพุ่งเข้ามาในร่างของแอชเชอร์ เขาไม่รู้ว่าตอนนี้ระบบมันทำอะไรกับร่างกาย เขารู้เพียงแค่ว่าตัวเองมีพลังมหาศาล แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาตรวจสอบ เขาจำเป็ต้องออกจากสถานที่แห่งนี้ อย่างน้อยๆเขาอยากเห็นหลักฐานอีกหลายๆอย่างที่กลุ่มคนที่พาพี่สาวของเขาไป ได้ทิ้งเอาไว้
แขนที่ถูกทับนำไปจับก้อนอิฐขนาดใหญ่แล้วผลักมันออกจากร่างได้อย่างง่ายดาย คานไม้ หลังคา เศษซากของบ้านทุกๆอย่างที่ทับร่างกายล้วนถูกดันออกจนร่างกลับมาเป็อิสระอีกครั้งหนึ่ง
แอชเชอร์ที่ออกมาจากการถูกทับเขาก็รีบเดินออกจากบ้านมองหาพี่สาว แต่สิ่งที่เขาเห็นกลับมีเพียงแค่ความว่างเปล่าของหมู่บ้านที่เต็มไปด้วยเปลวเพลิงสีแดงลุกไหม้ ไร้ซึ่งผู้คน กลุ่มคนที่ลักพาพี่สาวของเขาล้วนหายไปอย่างไร้ร่องรอย ไม่มีรอยล้อรถ ไม่มีรอยเท้า เหมือนกับพวกมันหายตัวไปด้วยพลังบางอย่าง
[แจ้งเตือน ร่างกายของโฮสต์เสียเืจำนวนมาก โฮสต์จะหมดสติในอีก 10 นาที กรุณาตามหาฟอสเอนเนอร์จี้เพื่อรักษาาแ]
“ระบบ ฉันสามารถหามันได้จากที่ไหน”
[ระบบตรวจพบมอนสเตอร์ 1 ดาวในระยะ 43 เมตรทางทิศเหนือ กรุณาฆ่ามันเพื่อนำฟอนเอนเนอร์จี้มารักษาตัว]
“มีวิธีช่วยในการฆ่าไหม ฉันไม่มีชุดเกราะ”
[ตรวจพบพลังชีวิตมอนสเตอร์ 1 ดาวคงเหลือ 2 % จากการวิเคราะห์ โฮสต์มีโอกาสในการฆ่าสำเร็จที่ 98 % จากพลังของระบบที่เปิดใช้งานในตอนนี้]
แอชเชอร์มองตัวเลขที่ปรากฎขึ้นมาจากการวิเคราะห์ของระบบ 1 - 1 เขาจึงเดินมุ่งหน้าไปทางทิศเหนือด้วยร่างกายอันาเ็ ความสาหัสที่มากกว่าจุดอื่นๆคงจะเป็คอของเขา กระทั่งเขามองเห็นร่างมอนสเตอร์รูปร่างเหมือนกับกวางมีเขา 4 คู่ เท้าของมันมีเปลวไฟลุกไหม้ออกมา ตอนนี้จากสภาพของมันที่เขาเห็นน่าจะอยู่ได้อีกไม่นาน จากาแที่เกิดขึ้นมันน่าจะถูกมนุษย์โจมตีด้วยชุดเกราะ แอชเชอร์จึงก้มตัวลงไปหยิบท่อนไม้จากนั้นก็เดินเข้าหามัน ที่กำลังมองเขาด้วยลูกตาที่กรอกไปมาด้วยความกลัว
“ตาย”
มือทั้งสองข้างนำปลายแหลมของท่อนไม้วางเอาไว้บริเวณคอของกวางเท้าไฟในจุดที่มีาแ จากนั้นแอชเชอร์ก็ออกแรงด้วยการใช้น้ำหนักตัวกดทับลงไปยังไม้จนมันพุ่งทะลวงคอของกวางเท้าไฟจนมันตาย หากเป็ปกติ ร่างกายมนุษย์ไม่มีแรงมากพอจะฆ่ามอนสเตอร์ได้ ต่อให้มันจะใกล้ตายก็ตาม เนื้อของมันยังคงเหนียวยากที่มนุษย์จะฆ่าได้ ร่างกายของแอชเชอร์กลับแปลกไป ด้วยพลังที่เพิ่มขึ้นทำให้เขาฆ่ามันได้งายดายไม่ต่างจากตอนที่เขาสวมชุดเกราะนาโนสูทเลยสักนิด
“ระบบ ฉันจะใช้พลังฟอสเอนเนอร์จี้นี้ได้อย่างไร”
[ใช้มือัับริเวณที่ใกล้กับแหล่งกำเนิดพลังของมอนสเตอร์ จากนั้นระบบจะช่วยท่านในการดูดซับอัตโนมัติ]
แอชเชอร์ลองทำตามระบบด้วยการวางมือไปยังกลางหน้าผากของมอนสเตอร์ ปรากฎว่ามีพลังงานไหลออกมาจากกลางหัวของมันผ่านมือของเขาเข้าสู่ร่างกายกระจายไปทั่วตัวพร้อมกับมีเสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้นมา
[ระบบตรวจพบฟอสเอนเนอร์จี้ 30 หน่วย ท่าน้าเปลี่ยนพลังงานมารักษาร่างกายของท่านหรือไม่]
“รักษาเลย”
[ยืนยันจากระบบ ท่าน้ารักษาร่างกายด้วยพลังฟอสเอนเนอร์จี้ 30 หน่วย]
[ ระบบกำลังเริ่มต้นการรักษา โปรดรอสักครู่]
…