บทที่ 38 คำเตือนมากมายมีน้ำหนัก
ฉินเหยียนจินพูดไม่ออก “แล้วเร็ว ๆ นี้เธอยังติดต่อคุณอยู่ไหมคะ?”
[ชายผู้มักเป็นรอง] ส่ายหน้า หลังจากคิดอยู่พักหนึ่งเขาก็ค้นพบข้อแก้ตัวที่สมเหตุสมผล “อาจจะเป็นเพราะมีเรื่องวุ่นวายเกิดขึ้นกับครอบครัวผมอยู่ช่วงนี้ เธอเลยไม่อยากรบกวนมากกว่าครับ”
ฉินเหยียนจินและผู้ชมต่างพูดไม่ออก
[ในที่สุดก็เข้าใจแล้วว่าทำไมในนิยายโรแมนติกถึงได้มีตัวละครโง่ ๆ อยู่มากมาย ก็คือโลกเป็นอย่างนี้จริง ๆ สินะ]
[น้องชาย คิดว่าเธอไม่อยากมารบกวนจริงเหรอ? แล้วถ้าอย่างนั้นทำไมถึงได้ไม่เกรงใจตอนที่มาหาแล้วร้องไห้เรื่องแฟนให้ฟังล่ะ อย่าหลอกตัวเองแบบนั้นเลย คนเราต้องเรียนรู้ที่จะมูฟออนนะ]
[ว่าแต่อาจารย์ วันนี้เราไม่ได้คุยเรื่องคนมีโชคลาภกันหรอกเหรอ เหมือนจะนอกเรื่องกันอีกแล้ว]
[โอ๊ะ ถ้าไม่เตือนขึ้นมานี่ลืมไปแล้วจริง ๆ นะเนี่ยทำไมคราวนี้มันคล้ายกับไลฟ์ที่คนตกทุกข์คุยกันไปแล้วล่ะ?]
[ชายผู้มักเป็นรอง] ก็ไม่เข้าใจเล็กน้อย สองคนแรกดูมีเรื่องดราม่าน้อยกว่านี้ และคุยเรื่องได้ลาภได้เงินทอง แล้วเขาจะมีโชคแบบนั้นหรือเปล่า
แม้เจ้าตัวจะไม่พูดอะไร แต่ในใจก็เต็มไปด้วยความสงสัยชัดเจน
ฉินเหยียนจินยิ้ม
“ฉันเห็นอนาคตของคุณนะคะ แม่คุณจะได้รับเงินชดเชย และได้เป็นรองผอ.ของโรงพยาบาลด้วย บ้านคุณมีวัตถุโบราณมูลค่าห้าสิบล้าน เป็นผลงานชิ้นสำคัญในสมัยราชวงศ์ซ่งที่ตกทอดมาจากวังหลวง”
“แต่ที่ฉันถามเกี่ยวกับชื่อของคุณขึ้นมาเพราะเห็นว่าผู้หญิงคนนั้นไม่ได้มีชะตาความรักกับคุณ คุณเป็นเพียงปลาตัวหนึ่งในบ่อของเธอที่มีปลาเป็นฝูงด้วยซ้ำ”
“หลังจากที่ฉันบอกคุณเรื่องของเก่าที่บ้าน คุณจะเอาไปเล่าให้เธอฟังต่อ หลังจากนั้นเธอจะมาที่บ้านคุณ แกล้งเมาหลับแล้วแอบขโมยของนั้นไป ของที่เธอเอาไปไม่ได้มีค่าอะไรมากมายเท่ากับการที่เธอกลัวว่าจะถูกจับได้จึงเปิดแก๊สในบ้านคุณทิ้งเอาไว้”
“เรื่องที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นฉันคงไม่จำเป็นต้องเล่านะคะ”
ชาวเน็ตไม่ต่างจากฉลามได้กลิ่นเลือด รีบเข้ามารุมทึ้งอย่างเมามัน
[ให้ตาย นี่มันนี่มันเผือกร้อนผลใหญ่ น้องชาย คุณอย่าลืมนะว่าเรื่องในบ้านอย่าเอาไปบอกคนอื่นจะดีกว่า]
[คุณผู้โชคดี ผู้หญิงแบบนี้เลวมาก เธอฆ่าคนเพื่อปกปิดความผิดเชียวนะ]
[ไม่น่าแปลกใจที่มูฟออนไม่ได้ ก็อีกฝ่ายตั้งใจให้เป็นแบบนั้นเพื่อผลประโยชน์นี่นา ให้ตาย เป็นอีกครั้งที่ฉันกลัวการแต่งงาน]
[นี่ไงจุดจบของเจ้าหมาที่รอเธอเสมอ สุดท้ายก็ไม่เหลืออะไรเลย พังไปถึงครอบครัวเชียวนะ]
ใบหน้าของ [ชายผู้มักเป็นรอง] ซีดลง ดวงตาของเขาเบิกกว้างด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
“อาจารย์ครับแต่เธอเป็นคนอ่อนโยนมากจริง ๆ นะครับ อาจารย์ไม่ได้ดูผิดไปใช่ไหมครับ”
เมื่อเห็นเขาพยายามโต้แย้งชาวเน็ตก็ไม่พอใจทันที
[นี่! พ่อชายรอง ใช้หัวคิดให้ดี ยังมีโอกาสรักษาหน้าบรรพบุรุษเอาไว้นะ อาจารย์ดูแม่นขนาดนี้เอาไรมาไม่จริง]
[ใช่แล้ว ตัดใจจากเธอตอนนี้ก็แค่เสียใจ แต่ผู้หญิงคนนั้นพรากชีวิตนายได้นะ เพียงแค่ลงมือทีเดียวทุกอย่างก็จบ แสดงว่านายไม่ได้อยู่ในสายตาผู้หญิงคนนั้นเลยสักนิด]
[หนุ่มน้อย ต้องเปลี่ยนมุมมองใหม่แล้ว ถ้าไม่สนเรื่องตัวเองก็คิดถึงแม่ด้วยสิ อย่าให้ผู้หญิงคนนั้นมาทำลายครอบครัวได้นะ]
[คำเตือนมากมายมีน้ำหนักมาก อย่ามัวสับสนอีก]
หัวใจของ [ชายผู้มักเป็นรอง] เต้นรัว เมื่อคิดถึงจุดจบของเขากับแม่ ดวงตาของเด็กหนุ่มก็ดูเข้มแข็งขึ้นมาแล้วตอบอย่างหนักแน่น “อาจารย์ ผมจะตัดใจจากเธอ ไม่ให้เธอเข้ามาใกล้อีก ผมรู้ว่าสิ่งสำคัญของผมคืออะไร”
เมื่อเขาตัดสินใจแบบนั้น รัศมีของความตายที่แผ่ปนกับรัศมีอันศักดิ์สิทธิ์ก็จางหายไป สุดท้ายเหลือเพียงความศักดิ์สิทธิ์เท่านั้น
ระหว่างนั้นเองปราณวิญญาณก็ส่งมาถึงเธอ ผู้ชมเห็นว่าห้องไลฟ์จู่ ๆ ก็เหมือนจะปกคลุมไปด้วยหมอก และภาพที่พวกเขาเห็นก็ค่อย ๆ พร่าเลือน
[เกิดอะไรขึ้นเนี่ย? มือถือฉันพังเหรอ? ทำไมภาพมันเบลอ ๆ]
[ของฉันก็เป็นเหมือนกัน เช็กมือถือดูแล้วก็ปกติ แต่เห็นอาจารย์ไม่ชัดเลย]
[ฝั่งอาจารย์น่าจะมีปัญหาอะไรหรือเปล่า แต่สักพักคงหายมั้ง]
ระหว่างที่ซึมซับปราณวิญญาณ ฉินเหยียนจินก็พูดกับ [ชายผู้มักเป็นรอง] ว่า “ของเก่าที่ฉันบอกว่าอยู่ในครอบครัวคุณก็คือที่เก็บผักดองค่ะ”
ผู้ชมอุทานออกมาทันที [เป็นของโบราณที่ฟังดูน่ากินแปลก ๆ]
[ชายผู้มักเป็นรอง] หันกล้องมือถือไปทางไหใบเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่แล้วกะพริบตาปริบ ๆ อย่างไม่อยากจะเชื่อ
“อาจารย์ แม่ผมซื้อของชิ้นนี้มา 20 หยวนตอนไปตลาดขายของเก่า ตอนนั้นแม่แค่คิดว่ามันดูเหมาะเอามาใส่ผักดอง บ้านเราใช้มันมา 3 ปีแล้วครับ นี่มันของโบราณจริงเหรอ?”
“ผมถามคนในห้องนี้ได้ไหมว่ามีใครอยากซื้อมันไปไหม ผมคิดว่ามันดูจะอันตรายถ้ามีของแบบนี้อยู่ในบ้าน”
ตอนนี้มีคนดูไลฟ์อยู่จำนวนมาก และทุกคนก็รู้หมดแล้วว่าไหใบนี้เป็นของแพง จะเกิดอะไรขึ้นถ้ามีคนดูที่เป็นโจรบุกมาถึงบ้าน
ทันทีที่เขาถามจบ [ไข่มุกสดใส] ก็ส่งแผนที่สมบัติเข้ามาอีกครั้ง และตอบอย่างรวย ๆ [ฉันรับซื้อค่ะ]
เธอปล่อยให้ทั้งสองไปคุยเรื่องการซื้อขายกันเอง ฉินเหยียนจินประกาศเรื่องที่ไลฟ์ในอาทิตย์หน้าขึ้นมาทันที “ครั้งหน้าจะเป็นเรื่องชีวิตแต่งงานที่ยากลำบากนะคะ ฉันจะกลับมาไลฟ์อีกอาทิตย์หน้าเลย เจอกันใหม่ค่ะทุกคน”
หลังจากที่เธอปิดไลฟ์ลง โทรศัพท์ของฉินเหยียนจินก็ดังขึ้น เป็นข้อความข้อความนั้นคือที่อยู่ของโลลิต้าผู้น่ารักและชายผู้มักเป็นรอง
ฉินเหยียนจินคิดอยู่พักหนึ่งและตัดสินใจจะลงจากเขาในวันพรุ่งนี้เพื่อจัดการเรื่องยันต์
แต่การฝึกก็ยังเป็นเรื่องสำคัญสำหรับเธอเช่นกัน เมื่อบรรลุระดับวิชาขั้นพื้นฐานทั้งหมดแล้ว เธอจะสามารถสร้างอาณาเขตเคลื่อนย้ายมวลสารได้ และการส่งของอย่างเร่งด่วนก็จะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป
ฉินเหยียนจินรีบกลับมาที่ห้องฝึกเพื่อโคจรพลังที่ได้จากปราณวิญญาณที่เพิ่งมาถึง
ครั้งนี้ไม่ได้มาอย่างหนาแน่นนัก แต่ก็เพียงพอที่จะใช้ได้
เมื่อเธอลืมตาขึ้นมาอีกครั้งฟ้าก็เริ่มมืดลงแล้ว
ทุกอย่างเป็นไปตามที่คาดไว้ ถูเฟยพาต้ายากับเอ้อร์ต้านมารับปราณวิญญาณอีกครั้ง และหลังจากรับปราณวิญญาณไปมากประมาณหนึ่ง เด็กน้อยทั้งสองก็ยิ่งดูเติบโตมากขึ้นอีก
อย่างแรกคือขนบนตัวพวกมันหนาขึ้นเรื่อย ๆ และบางตำแหน่งก็มีขนงอกเพิ่มมาใหม่
อย่างที่สองก็คือขนาดตัวดูใหญ่ขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แม้จะดูไม่น่าเชื่อแต่ก็เป็นอย่างนั้นจริง ๆ
แต่ถูเฟยเกิดการเปลี่ยนแปลงมากกว่า
ฉินเหยียนจินรู้มาตลอดว่าถูเฟยค่อนข้างมีความคิดความอ่านที่ดี และยิ่งสังเกตมันมาตลอดหลายวันก็รู้สึกว่ามันดูเหมือนกับโมจิผู้เฒ่าทรงศีล
ที่พาลูก ๆ มาฝึกพลังปราณ
นกเหล่านี้ราวกับรู้ว่าปราณวิญญาณจะทำให้ร่างกายของพวกมันดีขึ้น พวกมันไม่เพียงแค่แข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น แต่ยังคล่องแคล่วและว่องไวมากขึ้นอีกด้วย
ดังนั้นพวกมันจึงพยายามสร้างรังที่เหนือสระบัว เพราะต้องการรับปราณวิญญาณเต็มที่
บริเวณนั้นมีปราณวิญญาณจำนวนมากล่องลอยอยู่
ฉินเหยียนจินลูบหลังถูเฟยแล้วเอ่ยขึ้น “สมเป็นแกจริง ๆ”
“กรู๊ววว กรู้วว~”
ถูเฟยทำราวกับว่าเข้าใจคำพูดของเธอ จึงเอาหัวมาถูมือเธอไปมาอย่างแรง ดวงตาสีดำแซมทองมองมาอย่างน่ารักและสะท้อนภาพฉินเหยียนจินอยู่ในนั้น
ลูกนกทั้งสองก็รีบแข่งกันตรงมาทางนี้ เหมือนเด็กน้อยที่แย่งชิงความเอ็นดูจากผู้ใหญ่ เป็นภาพที่มีชีวิตชีวามาก
ฉินเหยียนจินยกยิ้มขึ้นมา
“เห็นแก่ความเก่งของแก ฉันจะให้ของขวัญหลังจากปรุงยาในวันพรุ่งนี้”
การควบคุมสัตว์ก็ยังเป็นหนึ่งในแขนงวิชาของศาสตร์ลับแห่งสวรรค์ด้วย หากสัตว์ที่เลี้ยงเป็นสัตว์วิญญาณจะต้องมีวิชาสูงอยู่บ้าง แต่นกพวกนี้เป็นสัตว์ธรรมดาจึงไม่มีปัญหาอะไร
วันต่อมา ฉินเหยียนจินเสร็จจากการฝึกในตอนเช้าแล้วก็เริ่มเตรียมสมุนไพรสำหรับทำยาวิเศษที่สวนหลังสำนัก
บนต้นไม้ต้นหนึ่ง มีลูกนกสองตัวยืนอยู่ท่าทางวางท่าบนยอดไม้ตรวจสอบอาณาเขตของตน
พวกมันท่าทางดูแข็งขันดีมาก
ฉินเหยียนจินยิ้มอย่างพอใจแล้วเก็บสมุนไพรต่อไป
ในตอนนั้นเอง จู่ ๆ ก็มีคนไม่ทราบที่มากระโจนขึ้นเหนือสำนักพร้อมกับเอ่ยถามขึ้น
“ที่นี่มีนักพรตอยู่บ้างไหม?”