" อาอู๋ ผู้หลานว่าเราเลิกกันดีหรือไม่ " หยางอี้เหอมองเงินก้อนสุดท้ายที่อู๋ซ๋าจ่ายเพิ่งวางลงไปอย่างเสียดาย แต่อู๋ซ๋าจ่ายคล้ายไม่ได้ยิน เขายังคงเพ่งสมาธิไปที่ตรงหน้าอย่างแน่วแน่
" 13 "
" เทพเ้าไฉ่ซิงเอี้ยประทานเลขนำโชค 13 "
" อาอู๋ ตอนนี้เขายังไม่หมุน หากเราดึงคืนมาตอนนี้ยังทัน " หยางอี้เหอยังคงเกลี่ยกล่อมเขา แต่ดูจะไร้ผล
" ขอให้ออก13 ออก 13 ด้วยเถิดเ้าพระคุ๊ณ "
หยางอี้เหอ " ........ "
" ขอ 13 ตัวเดียว ออก 13 เท่านั้น หากไม่ออกจบสิ้นแล้ว " อู๋ซ๋าจ่ายภาวนาในใจ
" 13 "
" 13 "
" 13 "
"กงล้อฟ้า 37 ช่อง รอบที่ 13 ออก 31 " เสียงสตรีคนเดิมร้องขึ้น
โครมมม
" ว้ายยย !! คุณพระ! ลูกค้าเป็ลม "
" ใคร! ใครก็ได้มาดูลูกค้าหน่อยเร็ว "
" อาอู๋ท่านเป็เช่นไรอาอู๋ " หยางอี้เหอเขย่าตัวอู๋ซ๋าจ่ายที่เป็ลมพับไปแล้ว
" เ้าหนู อาของเ้าคงใเลข 31 ไปหน่อย เฮ้ย! พวกเรา ! พยุงปีกลูกค้าออกไปส่งข้างนอก "เสียงชายตาบอดข้างหนึ่งที่เป็คนของหมู่ตึกหมื่นมงคลร้องขึ้น
.............................
ที่ร้านอาหารข้างตลาดที่ติดกับหมู่ตึกหมื่นมงคล
ชายหนวดหลอมแหล่มท่าทางเ้าเล่ห์กับเด็กชายเค้าหน้าใสซื่อ ที่เพิ่งตกลงเป็อาหลานกันเมื่อเช้านี้ นั่งค้ำคางมองหมั่นโถว 2 ก้อนที่อยู่ตรงหน้า
เงินที่สองอาหลานใช้ซื้อหมั่นโถวกิน ก็มาจากแม่นางเฉาเฟินที่อู๋ซ๋าจ่ายมักสมนาคุณให้นางเป็ประจำ มอบให้เพราะเห็นอู๋ซ๋าจ่ายเล่นจนสิ้นเนื้อประดาตัว เป็ลมล้มพับลงไป
" ข้าขอโทษเ้าจริงๆ เ้าโกรธอาหรือไม่ " อู๋ซ๋าจ่ายพูดเขามองหมั่นโถวถึงกับกินไม่ลง สุดท้ายเขาจึงห่อเก็บไว้
" อาอู๋แล้วนี้เราจะทำเช่นไรต่อไป ? "หยางอี้เหอถามขึ้น
" ข้ามีวิชาติดตัว มีรึเราสองอาหลานจะอดตายได้ " อู๋ซ๋าจ่ายตาเป็ประกายขึ้นมา
ผ่านไปสักพักบนท้องถนนที่ผู้คนสัญจรไปมา ปรากฏร่างที่ผอมสูงของเทพพยากรณ์อู๋ซ๋าจ่าย เขาเดินหน้าเชิดมือขวาไขว้หลังมือซ้ายงอข้อนับนิ้วคล้ายเขาพินิจอันใด ด้านหลังเขาสะพายป้ายสีขาวโอ่ประโคมตนเอง
ส่วนหยางอี้เหอที่ทำตัวคล้ายกุมารเดินตามเทพเซียน ส่งเสียงเจื้อยแจ้วท่องประโยคที่เขาเพิ่งจำได้เมื่อครู่ว่า
“ เทพพยากรณ์อู๋ซ๋าจ่าย ท่องไปทั่วหล้า หยั่งฟ้า พินิจธุลีดิน เป่าปัดทุกข์โรค เรียกมหาโชคลาภทรัพย์ ”
พอหยางอี้เหอท่องจบรอบหนึ่ง อู๋ซ๋าจ่ายก็จะทำท่าทางนับนิ้วและพยักหน้าขึ้นลงตามเป็จังหวะวนเช่นนี้ นับเป็กลยุทธ์ทางการตลาดที่แยบยลน่าเชื่อถือที่สองอาหลานช่วยกันคิดค้นขึ้น ทั้งสองตะเวนหาลูกค้าจนทั่วเมือง
ผ่านไปพักใหญ่ไม่ทราบกลยุทธ์ทางการตลาดไม่ดี หรือมีสิ่งใดผิดพลาด หลังหนึ่งกุมารหนึ่งเทพเซียนเดินเหินจนเหงื่อหยดลงรองเท้ายังไม่มีผู้ใดพลัดหลงเข้ามา
ทันใดนั่นเองอู๋ซ๋าจ่ายเหลือบเห็นที่ไกลออกไปเป็คุณนายหวังร้านขายสมุนไพรในตลาด ที่เคยเป็ลูกค้าเก่าของเขา
ครั้งก่อนนางเคยกำนัลเงินให้เขา ชมว่าห้อยหินมงคลแล้วแคล้วคลาด วันนี้เห็นอู๋ซ๋าจ่ายกลับตรงลิ่วเข้ามาหาเขา
" คุณนายหวังหินมงคลแคล้วคลาด หินเป่าปัดทุกข์โรค หินเรียกมหาโชคลาภทรัพย์ มิทราบวันนี้รับไปบูชาอีกกี่ชิ้นดี " อู๋ซ๋าจ่ายยิ้มแฉ่งร้องทักนางแต่ไกล
แต่เมื่ออู๋ซ๋าจ่ายสังเกตสีหน้าคุณนายหวังที่เข้ามาใกล้ เขารู้สึกว่าสถานการณ์คล้ายไม่ใคร่ถูกต้องนัก
" เ้าซินแสปลอม หมอดูกำมะลอ ยังมีหน้ามาหลอกขายหินอับโชคนี้อีก "คุณนายหวังร้องออกมา เสียงของนางดังจนคนที่เดินผ่านไปมาเหลียวมองดู
เมื่อนางเดินเข้ามาใกล้ อู๋ซ๋าจ่ายเพิ่งเห็นชัดว่านางขอบตาเขียวคล้ำ ที่แขนยังมีผ้าพันแผล นิ้วมือถึงกับดามไม้ไว้
"โอ้ย! โอ้ย! โอ้ย ! "
ศีรษะของอู๋ซ๋าจ่ายเจ็บแปลบจากหินมงคลของนางที่ขว้างออกมาก่อน ตามด้วยมือที่เหลืออยู่ข้างเดียวของนางกระหน่ำทุบลงบนศีรษะของเขาอย่างไม่ยั้ง ตุ้บ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ
" เดี๋ยวคุณนาย เดี๋ยว เดี๋ยว โอ้ย! โอ้ย! โอ้ย! "
" ค่อยพูดค่อยจา โอ้ย! โอ้ย! โอ้ย! โอ้ย! โอ้ย! โอ้ย !โอ้ย! โอ้ย! โอ้ย! โอ้ย! โอ้ย! โอ้ย! คุณนายพอแล้ว "
อู๋ซ๋าจ่ายร้องจนครบสิบแปดโอ้ย คุณนายหวังจึงยอมเลิกรา ฟุดฟัดกลับไป
" เด็กน้อยของดีมันก็ต้องมีเสื่อมลงบ้าง " อู๋ซ๋าจ่ายพูดขึ้นกับหยางอี้เหอ
หยางอี้เหอเห็นเขาถูกผู้อื่นทุบตี แต่กลับไม่ตอบโต้นับว่าอาอู๋ของเขายังมีคุณธรรมอยู่บ้าง
" แล้วเราจะทำอย่างไรกันดี ? "
หยางอี้เหอพูด มองคุณนายหวังที่หัวเสียเดินจากไป
อู๋ซาจ่ายมองดูหน้าเขา เขามองหน้าอาอู๋ สุดท้ายอู๋ซ๋าจ่ายก็กล่าวขึ้นมา
" เด็กน้อยสงสัยเราคงต้องย้ายไปอยู่ที่อื่นเสียแล้ว ที่นี้คล้ายทำมาหากินฝืดเคืองขึ้นทุกที"
พลันมีผู้เรียกชื่อเด็กน้อยหยางอี้เหอขึ้นมา
" เถียนอี้เหอ เ้าอยู่ที่นี้เอง "
เสียงชราที่คุ้นหูอยู่บ้างดังจากฝั่งตรงข้ามถนน
หยางอี้เหอมองไปเห็นเป็ผู้เฒ่าไป๋เซียงหัวหน้าผู้ดูแลโรงครัวของมหาอาศมหยั่งฟ้า
" ข้าผ่านมาได้ยินว่าเถ้าแก่เผิงถูกโจรทำร้ายเสียชีวิต จึงไปดูที่ร้านกลับไม่เจอเ้าไม่คิดว่าจะมาเจอเ้าที่นี้ " เฒ่าไป๋เซียงมองดูเขาน้ำเสียงแฝงด้วยความห่วงใย
" ขอบพระคุณผู้าุโไป๋ ผู้น้อยไร้ญาติไม่มีผู้ใดอาอู๋ผู้นี้เมตตาจึงรับผู้น้อยไว้เป็หลาน " หยางอี้เหอตอบ
เฒ่าไป๋เซียงแม้นานๆทีจะลงมาจับจ่ายซื้อของในตัวเมือง แต่เขายังพอเคยเห็นหมอดูกำมะลออู๋ซ่าไป๋ผู้นี้อยู่บ้าง ที่เร่ดูหมอขายของมงคล หากเด็กเถียนอี้เหออยู่กับหมอดูกำมะลอผู้นี้อนาคตจะเป็เช่นไร
เฒ่าไป๋เซียงมองดูหยางอี้เหออยู่สักครู่ จึงเอ่ยขึ้นว่า
" เถียนอี้เหอหากเ้าไม่มีที่ไป โรงครัวของข้ายังขาดลูกมือ ถ้าเ้ายังสนใจข้าก็ยินดีรับเ้าไปอยู่ด้วย "
หยางอี้เหอได้ฟังเขาพูดรู้สึกเฒ่าไป๋เซียงผู้นี้ปรารถนาดีต่อเขายิ่งนักจึงตอบไปว่า
" ผู้าุโไป๋ผู้น้อยย่อมยินดี เพียงแต่ผู้น้อยได้ออกติดตามอาอู๋แล้ว หาก.."
" เด็กน้อยเ้าไปเถิด เ้าอยู่กับข้าก็เช่นที่เ้าเห็น " อู๋ซ๋าจ่ายรีบบอกออกไป
เพราะหยางอี้เหออยู่กับเขายังไม่แน่อนาคตเป็เช่นไร แต่หากอยู่ที่มหาอาศรมหยั่งฟ้าหากจับพลัดจับพลู ประสบพบโชคมีวาสนาขึ้นมาเขาพลอยอาจได้ประโคมโหมตนขึ้นมา
อู๋ซ๋าจ่ายแม้อาศัยวิชาหมอดูแมวสามขาพอประทังชีวิต แต่เขายังพอรู้หลักนรลักษณ์อยู่บ้าง หยางอี้เหอแม้ยังเด็กแต่หน้าผากกว้าง ยามเขาเดินศีรษะเชิดคอตั้งหลังตรงไหล่ทั้งสองกว้างต่อไปภายภาคหน้าหยางอี้เหอย่อมต้องมีอนาคตที่ดีอย่างแน่นอน
เมื่อทั้งสามเดินไปถึงบริเวณนอกเมือง อู๋ซ๋าจ่ายที่มุ่งจะไปยังมณฑลใหญ่ภาคกลางจึงขอแยกทางกันตรงนั้น
อู๋ซ๋าจ่ายและหยางอี้เหอต่างโอบกอดร่ำลากัน อู๋ซ๋าจ่ายไม่มีอันใดยังอุตส่าห์ให้หินมงคลแคล้วคลาดเป็ที่ระลึกแก่หลานหยางอี้เหอของเขา
หลังร่ำลากันอีกสองสามรอบ อู๋ซ๋าจ่ายก็แยกเดินทางออกไป เขาแม้กำมะลอไปบ้างแต่กลับมีไหวพริบปฏิภาณท่องไปทั่วหล้าจนเป็เื่ปกติ ไม่มีอันใดให้เขาต้องหวั่นใจ
หลังเขาแยกเดินทางไปมณฑลใหญ่ภาคกลาง หยางอี้เหอและเฒ่าไป๋เซียงจึงเริ่มเดินทางมุ่งขึ้นสู่เทือกเขาบรรพตที่ตั้งของมหาอาศรมหยั่งฟ้า
เมื่อคนทั้งสองเดินจนถึงเส้นทางที่มุ่งสู่มหาอาศรมหยั่งฟ้า ขณะหยางอี้เหอบอกแก่เฒ่าไป๋เซียงว่าเขาเปลี่ยนชื่อแซ่เป็หยางอี้เหอแล้ว สายตาหยางอี้เหอมองไปข้างหน้าเห็นสองคนที่อยู่ด้านหน้ารูปร่างคล้ายคุ้นตาเขาอยู่บ้าง
เมื่อเขาพิศเพ่งมองกลับเป็สองอาหลานที่เคยแวะมากินอาหารที่ร้านของเถ้าแก่เผิงที่เสียชีวิตไป
ชายร่างสูงยังอยู่ในชุดเกราะสีขาวปิดไหล่ผ้าคลุมสีม่วงเดินเคียงคู่กับเด็กหญิงที่ชื่อิจื่อ ทิศทางที่มุ่งไปคล้าย้าไปยังมหาอาศรมหยั่งฟ้าเช่นกันกับเขา
ิจื่อเมื่อได้ยินเสียงคนพูดคุยกันทางด้านหลัง นางจึงหันมาเหลียวดู เมื่อนางเห็นเป็หยางอี้เหอ ตาโตๆของนางก็ทอประกายขึ้นมา จ้องมองหน้าเด็กน้อยหยางอี้เหอ แล้วร้องถามไปว่า
"เด็กน้อยหน้าแดง เ้าจะไปที่ใด ? "
หยางอี้เหอไม่รู้อายที่เห็นนางจ้องมองหน้า หรืออายที่ถูกนางเรียกว่าเด็กน้อยหน้าแดง แก้มบนใบหน้าเขากลับระเรื่อแดงขึ้นมาจริงๆ
" หลานจื่อ อย่าได้เที่ยวไปทักผู้อื่นเช่นนี้ " ชายที่เรียกว่าอาเฉินก้มกล่าวกับิจื่อ พลางหันมาทางเขาและเฒ่าไป๋เซียง
ชายที่เรียกว่าอาเฉินคารวะเฒ่าไป๋เซียง และกล่าวว่า
"ขออภัยแทนหลานจื่อของข้าด้วย เด็กน้อยยังอายุเยาว์ หวังว่าพวกท่านคงไม่ถือสา"
" หลานของท่านแม้เยาว์วัย แต่กลับดูเฉลียวฉลาด ท่านมีหลานเช่นนี้ นับเป็ที่ชื่นชม "
เมื่อคนทั้งสี่สอบถามกัน จึงรู้ว่าต่างมุ่งขึ้นสู่ยอดเขาบรรพตค้ำฟ้าที่ตั้งของมหาอาศรมหยั่งฟ้าเช่นกัน
เดินผ่านเส้นทางที่ต้นสนขึ้นหนาแน่นสองข้างทาง ขณะเฒ่าไป๋เซียงจะเอ่ยสอบถามนามของชายร่างสูงที่เรียกอาเฉิน พลันเส้นทางเบื้องหน้ากลับมีเสียงคล้ายผู้คนต่อสู้กัน
เห็นเป็ประกายบินว่อนของกระบี่ที่สะท้อนเป็ระลอกคลื่นสีเงินเกิดขึ้น กลับเป็กระบวนท่าในเคล็ดวิชาหกสิบสองกระบี่แปรรูปผันของมหาอาศรมหยั่งฟ้า
.........................................