ก๊อก ก๊อก ก๊อก
อยู่ดีๆ ก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้นจนไป๋ชิงสะดุ้งตื่นจากภวังค์
“คุณหนูตื่นแล้วใช่หรือไม่เ้าคะ บ่าวเอาน้ำมาให้ล้างหน้าเ้าค่ะ”
เมื่อได้ยินดังนั้นไป๋ชิงจึงอนุญาตให้บ่าวรับใช้เข้ามา พลางเดินไปนั่งรอที่เตียง เมื่อเด็กสาวอายุราว 15 ปีเดินเข้ามา หน้าตาจิ้มลิ้มยิ้มแย้มเอ่ยปากคุยกับนายของตนไปพลางปรนนิบัติไปพลาง ไป๋ชิงจึงแอบลอบถามเื่ราวต่างๆ
พอได้ความมาว่าร่างนี้มีชื่อเดียวกับตนส่วนเมื่อวานมีงานเลี้ยงต้อนรับแขกของท่านพ่อที่เดินทางมาจากต่างแดน และมีสหายที่ทำงานในราชสำนักฯก็มาร่วมครึกครื้นมากมายรวมทั้งบุตรธิดาของแต่ละบ้านก็ติดตามมาด้วย ไป๋ชิงเองก็ไปร่วมงานในฐานะธิดาของเสนาบดีฝ่ายขวา อีกทั้งรูปโฉมงดงามมากความสามารถ จึงเป็ที่หมายปองของบ้านที่มีบุตรชายที่ใกล้ถึงวัยแต่งงาน อาจจะมีบางคนหมั่นไส้ทำให้ไป๋ขิงตายก็เป็ได้ ไป๋ชิงคิดในใจ
จนอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จเรียบร้อยอยู่ดีๆ ก็เกิดอาการปวดหัวขึ้นมาอย่างรุนแรงจนต้องกุมขมับและนั่งลงตรงโต๊ะเครื่องแป้งอีกครั้งจนบ่าวรับใช้ใ ก่อนที่ความทรงจำต่างๆ ในหัวจะวิ่งเข้ามามากมายเป็ความทรงจำก่อนเสียชีวิตของไป๋ชิงคนเก่าั้แ่เกิดรวมทั้งความรู้ความสามารถทั้งหมดของไป๋ชิงคนเก่าล้วนถ่ายทอดเข้าสู่สมองของไป๋ชิงคนใหม่เหมือนการถ่ายโอนข้อมูลจากคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งสู่อีกเครื่องหนึ่งอย่างไม่มีผิดเพี้ยนรวมทั้งความรู้ความสามารเก่าของไป๋ชิงในโลกเก่าอีกทั้งความรู้การแพทย์สมัยใหม่และแพทย์แผนจีนโบราณที่เคยสืบทอดมาจากบิดาก่อนท่านเสียชีวิตและความรู้เกี่ยวกับการทดลองวิจัยต่างๆ ล้วนแม่นยำขึ้นเพราะได้พรจากท่านผู้เฒ่าที่ช่วยให้มีข้อมูลความรู้ในโลกเก่าทุกอย่างติดมาด้วยยิ่งทำให้ความรู้เก่าๆ ยิ่งเติมเต็มและชำนาญยิ่งขึ้น จนเผลอยิ้มออกมาอย่างดีใจที่ชีวิตนี้ไป๋ชิงทั้งเก่งกาจ งดงามและสามารถทำประโยชน์ให้ทั้งตนเองและผู้อื่นได้อีกมากแน่นอน
เมื่ออาการปวดหัวดีขึ้นแล้วไป๋ชิงจึงลุกขึ้นเดินออกไปนอกประตูและกล่าวกับบ่าวที่เพิ่งจำชื่อได้ว่า
“ไปทานข้าวกันเถอะพี่เซียงเซียง”
เมื่อเดินไปถึงห้องโถงใหญ่ของบ้านหลักซึ่งในมื้อเช้าและเย็นทั้งครอบครัวจะมาร่วมทานข้าวและสนทนากันเสมอหากไม่ติดธุระอันใด ไป๋ชิงที่เจอหน้าท่านพ่อท่านแม่ที่หน้าเหมือนพ่อแม่ของตนในโลกเก่านั่งรอที่โต๊ะอาหารก็แทบน้ำตาซึมออกมาทั้งคิดว่าช่างโชคดีเสียจริงที่ได้มาเกิดใหม่ในร่างนี้ได้พบเจอพ่อแม่เช่นนี้ิีอีก หากแต่รีบเก็บอาการไว้พลางเดินไปนั่งลงข้างท่านพ่อพร้อมกอดแขนออดอ้อนผู้ซึ่งเคยอยู่แต่ในความทรงจำเมื่อนานมาแล้ว
“ออดอ้อนเช่นนี้้าสิ่งใดหรือลูกสาวพ่อ หืมมม”
ไป๋ชิงไม่ตอบอันใดเพียงยิ้มและคลอเคลียอยู่แบบนั้นจนสำรับอาหารยกมาเต็มโต๊ะจึงปล่อยมือ และรับประทานอาหารกับท่านพ่อท่านแม่อย่างมีความสุข จนเมื่อทานเสร็จท่านแม่จึงเอ่ยขึ้นว่า
“เมื่อวานเหตุใดเ้าถึงออกจากงานเลี้ยงไวเช่นนั้นเพื่อนๆ แม่และเพื่อนท่านพ่อเ้าล้วนถามหาเพื่อจะทาบทามสู่ขอเ้าให้บุตรชายทั้งนั้น”
ไป๋ชิงเหลือบมองมารดาพลางทำหน้าครุ่นคิดทั้งเอ่ยว่า
“เมื่อวานนี้ลูกรู้สึกเพลียๆ หลังจากรับน้ำผลไม้มาดื่มจากคุณหนูลูกสาวเ้ากรมพิธีการเ้าค่ะ จึงกลับไปทานยาแก้สารพัดพิษที่ลูกลองหัดปรุงเอง (ไป๋ชิงคนนี้ชอบศึกษาวิชาแพทย์และเรียนปรุงยาจากเทพโอสถซึ่งจะถือว่าเป็ศิษย์อาจารย์กันเลยทีเดียวก็ได้ทำให้ไม่แปลกที่จะมียาแก้พิษสารพัด) เพราะคิดว่าอาจจะแพ้สิ่งใดที่อยู่ในน้ำผลไม้เ้าค่ะพอทานเสร็จก็หลับไปเลยจนเช้าเ้าค่ะ ตื่นมาก็ปวดเมื่อยตัวแปลกๆ”
ท่านพ่อและท่านแม่ต่างหันไปมองหน้ากันและทำหน้าหนักใจ
“ต่อไปอย่ารับของจากผู้อื่นมาทานมาดื่มง่ายๆ นะลูก บางคนก็ไม่ใช่จะหวังดีกับเราเสมอไป”
ท่านแม่กล่าวขึ้นพลางลูบหัวไป๋ชิงเบาๆ ท่านพ่อจึงเอ่ยว่า
“เมื่อวานรคอบครัวท่านแม่ทัพและลูกชายต่างมาครบเ้าพลาดโอกาสพบเจอท่านพี่ฮั่วอี่ของเ้าเลย จำได้หรือไม่สมัยเ้า 5 ขวบพี่ฮั่วอี่ 10 ขวบ พากันไปเล่นซ่อนหาในป่าจนพลัดหลงไปด้วยกัน 2 วัน 1 คืนกว่าจะพบ ตอนที่ออกไปเที่ยวล่าสัตว์กัน”
ไป๋ชิงพยักหน้า
“ตอนนี้พี่ฮั่วอี่เป็อย่างไรบ้างเ้าคะ”
ท่านแม่ยิ้มพลางตอบว่า
“หล่อเหลาสง่างามมาก ทั้งเป็รองแม่ทัพน้อย ตอนนี้อายุย่าง 18 ปีถึงวัยแต่งภรรยาแล้ว เ้าว่าอย่างไรหากมีการหมั้นหมายกันระหว่างเรา 2 ครอบครัว อีกไม่กี่เดือนเ้าก็จะอายุ 13 ปีเต็มแล้วหมั้นหมายไว้สัก 2 ปี พออายุครบ 15 พี่ฮั่วอี่ก็อายุ 20 ปีพอดีได้แต่งงานกัน ดีหรือไม่”
ไป๋ชิ่งทำหน้าครุ่นคิดและหันมองหน้าของบิดามารดา
“จริงๆ แล้วลูกเองก็ไม่ได้อยากขัดท่านพ่อท่านแม่เพียงแต่ลูกและพี่ฮั่วอี่แทบไม่ได้เจอหน้ากันหรือไปมาหาสู่กันหลายปีแล้ว อยู่ดีๆ หมั้นหมายกันก็ไม่รู้ว่าเพราะรักหรือไม่ หากท่านพ่อท่านแม่อยากให้หมั้นหมายก็ให้พี่ฮั่วอี่ตามเกี้ยวลูกจนกว่าลูกจะพึงใจในตัวท่านพี่ได้หรือไม่ หากท่านพี่มีใจต่อข้าย่อมต้องเต็มใจใส่ใจข้าและจะได้เป็การรู้จักนิสัยใจคอของกันและกันก่อนหมั้นหมายดีหรือไม่เ้าคะ หากท่านพี่ไม่คิดจะเกี้ยวพาราสีข้าเลยเพียงหมั้นไปตามหน้าที่บุตรสืบสกุลและอยู่กับข้าแบบไร้รักข้าคงไม่มีความสุข”
พูดจบก็ทำตาปริบๆ ใส่ท่านพ่อท่านแม่จนทั้งสองต้องอมยิ้มและแอบถอนหายใจเบาๆ
“ทำไมจะไม่ได้ล่ะ เมื่อวานท่านพี่ฮั่วอี่ของเ้ายังถามหาเ้ากับพ่อและแม่อยู่เลย พ่อแม่ของรองแม่ทัพน้อยเป็ฝ่ายเอ่ยถามเื่หมั้นหมายกับท่านพ่อเ้านานแล้วจนเมื่อวานเป็โอกาสเหมาะจะให้เ้าได้กลับมาเจอกันเท่านั้น แม่กับพ่อบอกท่านแม่ทัพท่านพ่อของฮั่วอี่ไปแล้วว่าหากพวกเ้าพึงใจกันแม่กับพ่อเองก็ไม่ขัดข้อง”
ไป๋ชิงยิ้มหวานและพยักหน้า
“เช่นนั้นลูกขอไปหาซื้อขุดใหม่เครื่องประดับใหม่งามๆ ได้หรือไม่เ้าคะเผื่อท่านพี่มาอีกลูกจะได้งามๆ”
ท่านพ่อและท่านแม่ยิ้มขบขันกับท่าทีของบุตรสาวจากเมื่อก่อนที่เป็คนนิ่งๆ เงียบๆ ไฉนตอนนี้ทั้งสดใสทั้งช่างฉอเลาะเอาใจยิ่งนัก
“ท่านแม่ทัพและบุตรชายมาขอเข้าพบขอรับ”
พ่อบ้านเดินเข้ามาพร้อมแจ้งแก่เหล่าเ้านายที่นั่งพูดคุยสนทนาจิบชากันที่โต๊ะ
“ไปเชิญมาเถอะพ่อบ้าน”
ท่านพ่อของไป๋ชิงอมยิ้มแกล้งกระแอมไอแล้วหันมองหน้าลูกสาว
“เช่นนี้ลูกสาวพ่อก็คงงดงามพอแล้วละมั้งลูกชายท่านแม่ทัพตื่นเช้ารับอาหารเสร็จก็รีบมาหาไวเช่นนี้ไม่ต้องไปหาอันใดมาเสริมความงามแล้วมั้งลูกสาวพ่อ ฮ่าๆๆๆๆๆ”