ตอนที่ 44 ผมจัดการเอง
ตอนที่ 44 ผมจัดการเอง ในฐานะที่เป็นผู้นำของทีมละคร ถ้าหลินชงล้มลง งั้นละครเรื่องนี้ก็คงไม่มีทางถ่ายทำจริง ๆ ได้แล้ว อีกทั้งปัญหาตอนนี้ที่หลินชงประสบอยู่ทั้งหมดก็คือไม่รู้ว่าควรจะไปหาเงินลงทุนมาจากที่ไหน แต่ว่าสำหรับหวังซินแล้ว สิ่งเหล่านี้ล้วนไม่ใช่ปัญหา แม้ว่าจะไม่มีคนมาลงทุน แต่ก็ยังมีวิธีการอื่นที่จะสามารถหาเงินมาได้ ไม่ใช่มีแค่การหาเงินลงทุนในด้านนี้เท่านั้น “ผู้กำกับหลินครับ《Home With Kids》นี่คือละครน้ำดีเลยนะครับ ถ้าถ่ายทำออกมาได้จะต้องโด่งดังแน่นอน ตอนนี้ไม่ต้องพูดถึงการไปหาผู้ลงทุนก่อน ก็ยังมีวิธีการอื่นที่สามารถจัดการเรื่องพวกนี้ได้นะครับ” “วิธีการอื่นงั้นเหรอ? ยังมีวิธีอื่นอะไรอีก?” หลินชงใช่ว่าจะไม่เคยคิดวิธีอื่น แต่ว่านอกจากการหาฝั่งผู้ลงทุนให้มาลงทุนต่อแล้ว ก็ยังไม่มีวิธีอะไรที่จะสามารถทำให้ทีมละครที่ล้มไปแล้วกลับมาดำเนินต่อได้ แต่ว่าพอผ่านเรื่องราวของการถอนทุนในด้านนี้มาแล้ว ต้องการหาฝั่งลงทุนกลับมาอีกครั้ง ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย “ฮ่าฮ่า สุดท้ายแล้วก็ยังเป็นปัญหาเรื่องเงินทุนอยู่ดี ผมเคยพูดไปแล้ว นี่อาจจะเป็นละครขั้นเลิศเรื่องหนึ่งที่จะมาล้มล้างประวัติศาสตร์แห่งวงการละโทรทัศน์ ยังจะกลัวไม่มีเงินอีกเหรอ?” หวังซินได้มองดูหลินชงที่ยังเป็นกังวลเรื่องเงินทุน พร้อมหัวเราะออกมา แล้วอธิบายไปอีกหนึ่งรอบ เมื่อหลินชงได้ยินคำพูดของหวังซิน ก็กลอกตาบนใส่ทันที ถ้าเรื่องเงินสามารถแก้ไขได้ง่ายขนาดนั้นจริง เธอยังจะกังวลอะไรอีก? สายตาที่ชำเลืองมองไปยังหวังซิน ก็รู้สึกว่ายังต้องอธิบายให้หวังซินฟังอีกหน่อย “ตอนนี้เธอยังไม่เข้าใจสถานการณ์ ฝั่งผู้ลงทุนเป็นคนถอนทุนออก ซึ่งฝั่งที่ถอนทุนก็คือผู้ลงทุนเพียงหนึ่งเดียวของพวกเรา ตอนนี้พวกเขาก็ถอนทุนไปแล้ว บริษัทภาพยนตร์และโทรทัศน์อื่น ๆ ก็ไม่มีใครยอมที่จะเอาเงินมาลงทุนให้อีก แม้ว่าบทละครโทรทัศน์จะดีแค่ไหน จะเจ๋งแค่ไหน ก็ทำเงินไม่ได้!” เมื่อเห็นหวังซินยังต้องการพูดต่ออีก หลินชงจึงพูดว่า: “ละครโทรทัศน์เรื่องนี้คล้ายกับเรื่อง《I Love My Family》ในสมัยก่อน ละครก็ใช้ได้ กระแสการตอบรับก็ไม่เลว แต่ว่า《I Love My Family》ที่ออกอากาศไปก่อนหน้า ก็ยังถูกคนประเมินให้เป็นละครโทรทัศน์ที่แย่ที่สุด โดยพูดไปในทางที่ดีและแย่ แต่ว่าพูดไปในทางที่แย่จะมีเยอะกว่าทางที่ดี ซึ่งนี่ก็เกรงว่าจะเป็นจุดที่ผู้ลงทุนใช้ในการพิจารณา และเป็นสาเหตุที่แท้จริงของการถอนเงินทุนออก ” หวังซินเคยดูเรื่อง《I Love My Family》สำหรับการประเมินละครโทรทัศน์เรื่องนี้ เขากลับไม่ได้สนใจ เมื่อได้ยินหลินชงพูดขนาดนี้แล้ว หวังซินก็นึกขึ้นได้แล้วว่า《I Love My Family》นี้เดิมทีก็เป็นละครเรื่องหนึ่งที่ไม่เลวเลย แต่ไม่รู้ว่าคนเรื่องเยอะคนไหนที่ทำให้การประเมินแย่ที่สุด และมีบางกลุ่มที่ไม่ชอบนักแสดงและรูปแบบของละครซิทคอมแนว《I Love My Family》นี้ ซึ่งกลับกันก็คือทำให้《I Love My Family》ที่ได้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในวงการธุรกิจ ซึ่งตอนนี้หลินชงก็รู้สาเหตุบางอย่างไม่มากไม่น้อย จึงมองหวังซินแล้วพูดว่า: “ฝั่งผู้ลงทุนก็กลัวว่าละครซิทคอมที่ถ่ายในสตูดิโอจะเกิดสถานการณ์แบบเหมือนที่ฉันพูดไปเมื่อครู่นี้ ดังนั้นจึงยอมที่จะถอนเงินทุนออกโดยไม่เอากำไร และไม่ยินยอมที่จะลงทุนอีก ซึ่งรองผู้กำกับเฉินจะต้องได้รับผลประโยชน์เยอะมากในเรื่องนี้” เมื่อพูดถึงรองผู้กำกับเฉิน สีหน้าของหลินชงจึงเปลี่ยนเป็นโมโหขึ้นมา ทั้งหมดนี้ถ้าพูดว่าไม่มีคนแอบวางแผนอยู่เบื้องหลังล่ะก็ เธอก็ไม่เชื่อเลยสักนิดเดียว อย่างน้อยการไปโดยไม่บอกลาของรองผู้กำกับเฉิน ก็จะต้องมีส่วนเกี่ยวข้องอย่างมากกับฝั่งผู้ลงทุนที่ขอถอนเงินทุนออกแน่นอน ซึ่งหวังซินเองก็ไม่มีความคิดเห็นใดกับเรื่องนี้ ที่ไม่เต็มใจที่จะหาผลกำไร แล้วเรายังจะไปขอให้คนอื่นมาแสวงหากำไรด้วยกันอีกงั้นเหรอ? ภาพอนาคตข้างหน้าของละครโทรทัศน์《Home with Kids》เรื่องนี้ยิ่งใหญ่ขนาดไหน ก็ไม่มีใครเข้าใจได้ดีไปกว่าหวังซิน หวังซินมองไปที่หลินชง แล้วพูดอย่างจริงจังว่า: “ตอนนี้ทีมละครที่จริงแล้วยังขาดเงินอีกเท่าไหร่ถึงจะสามารถถ่ายทำและผลิตส่วนที่เหลือให้เสร็จสมบูรณ์ได้ครับ?” ก็แค่ทำความเข้าใจในสถานการณ์อย่างชัดเจน หวังซินจะต้องคิดวิธีการได้อย่างแน่นอน เมื่อหลินชงได้ยินคำพูดของหวังซิน จึงมองเด็กหนุ่มคนนี้ที่คล้ายว่าจะไม่เลิกล้มความคิดนี้ไปง่าย ๆ ยังอยากจะไปหาเงินทุนอะไรนั่นอีก จึงพูดว่า: “ไม่เยอะ ก็แค่ประมาณสองล้านหยวนเอง” หวังซินพูดไม่ออก ซึ่งสองล้านหยวน ในปี 1993 นี้ก็ถือว่าเป็นจำนวนที่มหาศาล ละครซิทคอมในสตูดิโอเรื่องหนึ่ง ค่าใช้จ่ายในการถ่ายทำและการผลิตสามารถสูงได้ถึงสองล้านหยวน ราคาในสายงานนี้ก็นับว่าสูงมาก “งั้นตอนนี้ทีมละครของเรามีเงินอยู่เท่าไหร่ครับ?” “ก็ไม่น้อยนะ ยังมีอีกสองหมื่นกว่าหยวน ก็ขาดแค่เลขศูนย์อีกสองตัวก็ครบแล้ว” หลินชงได้ใช้สายตาข่มหวังซิน แล้วก็ไม่สนใจเขาอีกต่อไป เมื่อได้ยินคำตอบของหลินชง หวังซินก็ถือว่าเข้าใจแล้ว ซึ่งหลินชงในเวลานี้ก็เกรงว่าจะหมดหนทางแล้วจริง ๆ เงินที่ทีมละครขาดอยู่ จริง ๆ แล้วเป็นจำนวนที่เยอะมาก ช่องโหว่ของเงินสองล้านกว่าหยวน ไม่ใช่สิ่งที่จะแก้ได้ง่ายขนาดนั้น มิน่าหลินชงถึงได้มาอดหลับอดนอนอยู่ที่นี่ แล้วก็ยังสูบบุหรี่ทำร้ายตัวเองอีก “เรื่องนี้จะต้องมีวิธีแก้ไข” เวลาได้ผ่านไปพอสมควร หวังซินได้บ่นพึมพำกับตัวเองแล้วพูดคำนี้ออกมา เมื่อหลินชงได้ยินคำพูดของหวังซินแล้ว จึงจ้องไปที่หวังซิน แล้วพูดว่า: “วิธีน่ะมีอยู่แล้ว ฝั่งผู้ลงทุนจะต้องมาลงทุนใหม่อีกครั้ง ซึ่งปัญหาทั้งหมดก็จะสามารถแก้ได้” “ในเมื่อฝั่งผู้ลงทุนถอนเงินทุนออก แล้วไม่ยอมที่จะลงทุนอีก” หวังซินพยักหน้า ดูเหมือนว่าจะต้องคิดวิธีอื่นเสียแล้ว แต่ช่วงนี้ในมือของพ่อก็ไม่ใช่ว่ามีเงินสำรองอยู่สองล้านกว่าหยวนรึไง ถึงยังไงบ้านพักสวัสดิการก็ยังไม่ได้เริ่มก่อสร้าง ไม่แน่ว่าจะสามารถเอาเงินส่วนนั้นของพ่อมาลงทุนในละครโทรทัศน์ได้ ถึงเวลานั้นถ้าละครโทรทัศน์ได้กำไรแล้ว ก็ค่อยเอาเงินให้พ่อไปสร้างบ้านพักใหม่อีกครั้ง ก็นับว่าไม่เลวเหมือนกัน อีกทั้งแม้ว่าจะไม่ได้ไปหาพ่อทางนั้น ก็มีอีกหลายวิธีที่สามารถหาเงินได้ ในยุคนี้การโฆษณายังไม่มีให้เห็นในละครโทรทัศน์ ซึ่งตัวเองก็สามารถที่จะคว้าจุดนี้ไว้ โดยใช้วิธีการคั่นโฆษณาไปในละคร ในการหาผู้สนับสนุน ไม่เพียงแต่ไม่ต้องให้เงินผู้สนับสนุน ก็เกรงว่าผู้สนับสนุนอาจจะใช้อุปกรณ์ประกอบฉากบางอย่างชั่วคราว นี่ก็สามารถแก้ไขปัญหาบางอย่างได้ หลินชงไม่รู้ว่าหวังซินไปเอาความมั่นใจจากที่ไหนมา ตอนนี้ทีมละครมีบางคนก็รู้เรื่องผู้ลงทุนที่ถอนเงินทุนออกแล้ว ซึ่งตอนนี้กำลังโวยวายอยู่ โดยเด็กหนุ่มคนนี้ก็คาดไม่ถึงว่ายังจะสามารถยิ้มออกมาได้ “พ่อหนุ่มน้อย อย่ามาเบี่ยงเบนความสนใจฉันที่อยู่ที่นี่เลย ละครของวันนี้น่ะ ถ่ายต่อไม่ได้แล้ว นายกลับไปเรียนก่อน รอเมื่อไหร่ที่เริ่มถ่ายทำได้ ฉันจะแจ้งให้นายรู้ก็แล้วกัน” หลินชงมองใบหน้าของหวังซินที่ยิ้มไม่หยุด และประโยคคำพูดหนึ่งก็ดึงเอาหวังซินกลับเข้ามาสู่ความเป็นจริง กำลังคิดถึงเรื่องที่ดึงผู้สนับสนุนอยู่เลย ทำไมหลินชงถึงให้ตัวเองกลับไปแบบกะทันหันกันล่ะ? “อย่าพึ่งพูดเรื่องให้ผมไปเลยครับ ผู้กำกับหลิน ละครโทรทัศน์เรื่องนี้ ตอนนี้คุณวางแผนว่าจะทำยังไงครับ?” “ยังจะสามารถทำอะไรได้อีก?ผู้ลงทุนก็ถอนเงินทุนออกไปหมดแล้ว เมื่อไหร่ที่สามารถหาเงินลงทุนได้ เมื่อนั้นค่อยเริ่มถ่ายทำละกัน” หลินชงผายมือออกทั้งสองข้าง ด้วยสีหน้าที่จนใจเป็นอย่างมาก เงินทุนไม่ถึงเป้า ละครโทรทัศน์ก็ไม่มีวิธีที่จะถ่ายทำได้ นี่จึงเป็นปัญหาจริง ๆ ปัญหาหนึ่ง “เรื่องนี้ผมสามารถคิดวิธีแก้ไขได้จริง ๆ ครับ” หวังซินตอบหลินชงอย่างเด็ดขาดอีกครั้ง ก่อนหน้านี้ก็พูดไปรอบหนึ่งแล้ว ซึ่งหลินชงไม่เชื่อ ตอนนี้หวังซินก็ทำได้แค่พูดขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อหลินชงได้ยินคำตอบของหวังซิน ก็ไม่ได้เอามาใส่ใจ ก็แค่เด็กคนหนึ่งเท่านั้น จะไปมีวิธีอะไรที่จะหาเงินทุนใหม่มาได้? สองล้านหยวน ไม่ใช่เงินจำนวนน้อย ๆ แม้ว่าจะเป็นหวังเป่าหลงพ่อของหวังซิน ก็ไม่สามารถที่จะใช้เงินทุนสองล้านหยวนได้ตามอำเภอใจ นี่ถือเป็นเงินก้อนใหญ่ มันไม่สามารถหามาไว้ในมือได้ง่ายขนาดนั้น “อย่าปลอบฉันอยู่ที่นี่เลย ถ้านายมีเวลามากขนาดนี้ สู้เอาเวลาไปตั้งใจเรียนจะดีกว่า” เมื่อหลินชงพูด ก็ใกล้จะออกจากห้องพักผ่อนนี้แล้ว เดิมทีห้องพักที่มีควันอบอวลอยู่ เนื่องจากหวังซินเปิดหน้าต่างออก กลุ่มควันจึงเลือนหายไป ที่เขี่ยบุหรี่ที่มีก้นบุหรี่วางอยู่ พิสูจน์ได้ว่าห้องพักผ่อนเคยประสบกับความหายนะมาแล้ว ซึ่งสีหน้าที่ดูอ่อนล้าและจนปัญญาของหลินชง หวังซินก็ได้มองเห็นแล้ว เขาสามารถนึกได้ว่าในเวลานี้ความกดดันทั้งหมดที่หลินชงเผชิญอยู่มีมากแค่ไหน ละครโทรทัศน์เรื่องนี้หลินชงก็แบกความหวังไว้เยอะมาก นึกไม่ถึงว่าการถ่ายทำไปแล้วห้าสิบตอน จะมาล้มเลิกกลางคันแบบนี้ แล้วละครเรื่องนี้ก็ต้องมาสลายพังลงในมือของตัวเองแบบนี้ “ผู้กำกับหลินครับ เรื่องนี้ส่งให้ผมเป็นคนจัดการ ผมจะช่วยคุณแก้ไขปัญหาที่ยากพวกนี้เอง คุณคิดว่ายังไงครับ?” หวังซินรู้ว่าหลินชงไม่เชื่อคำพูดของตัวเองสักเท่าไหร่ จึงถือโอกาสดึงเอาเรื่องนี้มาจัดการเอง “ฮ่าฮ่า นายงั้นเหรอ?พ่อหนุ่มน้อย ฉันรู้ว่าพ่อนายเป็นรองผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์ แต่ว่ารองผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์ประจำเมืองคนหนึ่งจะเอ่ยปากว่าต้องการเอาเงินสองล้านหยวนออกมา ก็เป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว ยังไงเบื้องบนของพ่อเธอก็ยังมีผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์อยู่ เป็นไปไม่ได้หรอกที่สถานีโทรทัศน์จะให้เงินลงทุนสองล้านหยวนกับการถ่ายทำละครโทรทัศน์เรื่องหนึ่งที่ไม่รู้สามารถคาดเดาได้ว่าอนาคตจะไปในทิศทางไหนได้หรอกนะ” ซึ่งหลินชงได้คิดว่าหวังซินจะไปหาหวังเป่าหลงเพื่อดึงมาลงทุน จึงรีบบอกหวังซินเกี่ยวกับประโยชน์และโทษที่อยู่ในนั้น “สิ่งคุณนี้ไม่ต้องกังวลแล้ว ถึงยังไงผมก็สามารถคิดวิธีการแก้ไขได้” หวังซินมั่นใจเป็นอย่างมาก ก็แค่อายุที่ค่อนข้างน้อย คำพูดที่พูดออกมา จึงไม่ง่ายเลยที่จะทำให้คนเชื่อถือได้ หลินชงได้ขมวดคิ้ว แล้วพิจารณาดูสักครู่ จึงพูดว่า: “เธอมีวิธีจริง ๆ งั้นเหรอ?สองล้านหยวนไม่ใช่เงินจำนวนน้อย ๆ เลยนะ” “ผมไม่มีความจำเป็นจะต้องโกหกคุณนี่ครับ ผมโกหกคุณแล้วจะไปมีประโยชน์อะไรล่ะ” หวังซินกลอกตาบน “ขอแค่คุณเอาเรื่องนี้ส่งมาให้ผมรับผิดชอบครับ ผมรับรองว่าจะช่วยคุณแก้ไขปัญหา คุณคิดว่ายังไงครับ?” สีหน้าท่าทางของหวังซินจริงจังมาก จึงทำให้หลินชงเห็นแล้วคาดเดาไม่ได้เล็กน้อย ถ้าเอาทั้งหมดส่งให้หวังซินรับผิดชอบจริง ๆ ถึงตอนนั้นหวังซินที่คิดหาวิธีไม่ได้ ละครโทรทัศน์ก็เกรงว่าจะต้องพังลงในมือของตัวเอง กลับสู้ที่จะใช้โอกาสช่วงเวลานี้ หาผู้ลงทุนต่อไป ไม่แน่ว่าก็ยังจะมีวิธีแก้เรื่องนี้อยู่ “เอาเถอะ เรื่องนี้ให้ฉันเป็นคนจัดการเองแล้วกัน” หลินชงส่ายหน้า สองล้านหยวนตามความเป็นจริงแล้วถือว่าเยอะมาก หวังซินจะสามารถคิดหาวิธีอะไรได้กันล่ะ “คุณไม่เชื่อผมใช่ไหม?” หวังซินมองหลินชงอย่างจริงจังแล้วถามออกไป “ไม่ใช่ว่าฉันไม่เชื่อนาย แต่แค่เงินจำนวนสองล้านหยวนในความเป็นจริงแล้วถือว่าเยอะมาก” หลินชงยังคงไม่เชื่อว่าหวังซินจะสามารถหาเงินจากที่ไหนได้ถึงสองล้านหยวน จึงรีบส่ายหัวทันที “เอาอย่างนี้ละกัน พวกเรามาพนันกัน ถ้าผมสามารถหาเงินสองล้านมาแก้ปัญหาเรื่องการถ่ายทำละคร คุณจะว่ายังไง?” แล้วหวังซินก็หมดหนทางในที่สุด มีแค่การใช้วิธีพูดหลอกล่อพวกนี้มากระตุ้นหลินชงแล้ว “ถ้านายสามารถหาเงินสองล้านได้จริง ฉันอาจจะพิจารณาเอาลิขสิทธิ์ขายให้เธอเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้ก็จะรับนายเป็นลูกศิษย์ของฉัน” หลินชงได้ยิ้มตอบกลับหวังซิน ลิขสิทธิ์เจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ ในมือตัวเองที่ถือแค่สามสิบเปอร์เซ็นต์ แต่หวังซินเขาจะสามารถทำได้ไหม? อีกทั้งหลินชงที่ยังจะรับตัวเองเป็นลูกศิษย์ นี่ก็ไม่เลวเลย หวังซินนึกไม่ถึงว่าหลินชงจะให้ราคานี้ ซึ่งในใจก็รู้สึกดีใจเป็นอย่างมาก นี่แทบจะเป็นลิขสิทธิ์เจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ที่ตัวเองได้มาแบบฟรี ๆ มีเหตุผลอะไรที่จะไม่ยอมรับกันล่ะ! อีกทั้งสิ่งที่หลินชงก็รู้ในด้านการแสดงที่เยอะมาก แน่นอนว่าจะสามารถช่วยเหลือตัวเองได้ การมีอาจารย์ก็เป็นตัวเลือกหนึ่งก็ไม่เลวเลย “ฮ่าฮ่า ผู้กำกับหลินครับ งั้นก็เอาตามนี้เลยแล้วกัน สองล้านหยวนถึงแม้จะเยอะ แต่ก็ใช่ว่าจะหามาไม่ได้” หลินชงมองสีหน้าที่เต็มไปด้วยความมั่นใจของหวังซิน ที่ไม่รู้ว่าหวังซินไปเอาความมั่นใจมาจากไหน สองล้านหยวน ก็ไม่ใช่เงินจำนวนน้อย ๆ เลย เด็กหนุ่มคนนี้จะไปเอาสองล้านหยวนมาจากที่ไหนกันล่ะ? “เธอสามารถเอาเงินสองล้านหยวนมาปิดช่องโหว่ได้ค่อยว่ากันเถอะ” หลินชงส่ายหัว ที่ความกดดันเพิ่มเป็นเท่าตัว ในเวลานี้หวังซินก็รู้ว่าทำไมหลินชงถึงไม่เชื่อตัวเอง สิ่งสำคัญก็ยังเป็นเพราะว่าตัวเองอายุน้อยเกินไป สองล้านเมื่อเทียบกันแล้วก็ยังเป็นจำนวนมากอยู่พอสมควร เด็กนักเรียนอายุสิบแปดปีคนหนึ่ง จะไปหาเงินมาจากที่ไหนกัน?...