หลังจากที่ได้รับอนุญาตจากเฉินหยาง พวกเขาก็มุ่งหน้าไปยังวัดเสวียนคงซื่อ ทันทีโดยมีเย่ซวนนั่งบังคับรถม้าและมีเฉินฮ่าวหมินนั่งบอกเส้นทางอยู่ข้างๆ เฉินฮ่าวหมินจำเส้นทางนั้นได้ดีเพราะเขาเคยมาหลายครั้งแล้ว วัดเสวียนคงซื่อ ตั้งอยู่บนเขาไท่มูซาน
ตลอดเส้นทาง เย่ซวนแทบจะไม่เจอรถม้าคันอื่นเลยทำให้เขาเริ่มรู้สึกแปลกๆ
"ไหนเจ้าบอกว่าวันเสวียนคงซื่อโด่งดังมากอย่างไรเล่า ทำไมตลอดเส้นทางพวกเราไม่เจอรถม้าคันอื่นเลย" เย่ซวนหันไปถามเฉินฮ่าวหมิน
"ข้าเองก็รู้สึกแปลกใจเหมือนกัน" เฉินฮ่าวหมินมองไปรอบๆ มันเงียบกว่าที่เป็นจริงๆ
"เจ้าเข้าไปนั่งด้านในเถอะ" เย่ซวนพูด
"เกิดอะไรขึ้นหรอพี่เย่ซวน ?" เฉินฮ่าวหมินสงสัย
"ข้าเพียงรู้สึกแปลกๆ" เย่ซวนไม่ได้บอกว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่เพราะกลัวว่าเฉินฮ่าวหมินจะกลัว
รถม้าค่อยๆ วิ่งไปอย่างสม่ำเสมอ ไม่เร็วและไม่ช้า ระหว่างทางเย่ซวนก็ยังไม่เจอรถม้าคันอื่นเลย ถึงแม้จะผ่านมาได้สักพักแล้ว ทำให้เย่ซวนมั่นใจ ว่าต้องเกิดเรื่องอะไรขึ้นแน่ๆ
"พวกท่านนั่งดีๆ นะ" เย่ซวนพูดขึ้นเสียงดังกว่าปกติ ทำให้คนภายในรถม้าทั้ง 3 ตกใจ เพราะอยู่ดีๆ รถม้าก็ค่อยๆ เพิ่มความเร็วขึ้น
"เกิดอะไรขึ้นกันพี่เย่ซวน" เฉินฮ่าวหมินตะโกนถามจากด้านใน
"มีคนกำลังสะกดเลยตามพวกเรา"
"อะไรนะ ! ท่านมั่นใจหรือ" เสียงของเฉินอวี้ฉีดังออกมา
"ข้ามั่นใจ" เย่ซวนพูด
"พวกท่านนั่งดีๆ เถอะพวกมันกำลังใกล้เข้ามาแล้ว" สิ้นเสียงพูดของเย่ซวน พวกเขาก็ได้ยินเสียงของม้าที่กำลังวิ่งตามมา
"แย่แล้ว !" เย่ซวน หยุดรถม้ากะทันหัน ทำให้คนด้านในรถม้า แทบจะพุ่งออกมาจากน้องรถม้า
"พวกเราไปต่อไม่ได้แล้ว เส้นทางด้านหน้าถูกปิดเอาไว้ด้วยต้นไม้ใหญ่" เย่ซวนพูดขึ้น ทำให้เฉินอวี้ฉี ยื่นหน้าออกมาดู
"พวกเราจะทำอย่างไรกันดี" เมื่อเห็นว่าด้านหน้าไม่สามารถไปต่อได้แล้ว
"เอางี้เจ้าพาท่านแม่กับน้องของข้าหลบไปก่อน เดี๋ยวข้าจะเบี่ยงเบนความสนใจของพวกมันเอง" เฉินอวี้ฉีพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
"ไม่ทันแล้วล่ะ" สิ้นเสียงของเย่ซวน กลุ่มนักฆ่าชุดดำก็ปรากฏขึ้นจากทุกทิศทาง
"จับตัวพวกมันไว้" พวกเขาไม่พูดพร่ำ ทำเพลง เมื่อมาถึงชายชุดดำคนหนึ่งก็ตะโกนออกมาทันที ทำให้นักฆ่าชุดดำกลุ่มหนึ่งพุ่งตัวมาทางรถม้าของพวกเย่ซวน
เมื่อเห็นแบบนั้น เฉินอวี้ฉีไม่รอช้า นางก็พุ่งตัวออกจากรถม้าเพื่อเข้าปะทะกับกลุ่มนักฆ่าชุดดำทันที นางเองก็เป็นศิษย์เอกของสำนักกระบี่หยก ทำให้ฝีมือกระบี่ของนางไม่ธรรมดา สามารถต่อสู้กับชายชุดดำได้ถึง 3 คน
ท่วงท่าการออกกระบี่ของนางสมกับเป็นศิษย์ระดับแนวหน้าของสำนักกระบี่หยก แต่พวกชายชุดดำทั้ง 3 ฝีมือก็ไม่ใช่ย่อย สามารถต่อสู้กับนางได้อย่างสูสี เย่ซวนยื่นมองด้วยความตื่นเต้น ด้านข้างมี เย่ลี่อี๋ กับ เฉินฮ่าวหมิน มองเฉินอวี้ฉี ด้วยความเป็นห่วง
เมื่อเห็นว่าลูกน้องของตนใช้เวลาจัดการ เฉินอวี้ฉีนานเกินไปเขาเลยสั่งให้ลูกน้องอีก 2 คนเข้าไปช่วยจัดการ
"พวกเจ้าไม่ต้องกลัวว่าน่าจะได้รับบาดเจ็บ แค่นางไม่ตายก็พอแล้ว" ชายผู้เป็นหัวหน้าตะโกนสั่ง เมื่อได้ยินแบบนั้น ชายชุดดำทั้งห้าก็ลงมือสุดกำลัง ทำให้การต่อสู้ยิ่งดุเดือดมากขึ้น ตามแขนของเฉินอวี้ฉีเริ่มที่จะมีร่องรอยของบาดแผลปรากฏขึ้น ทำให้เย่ลี่อี๋ กับ เฉินฮ่าวหมินตะโกนเรียกชื่อนางด้วยความเป็นห่วง ยิ่งนานไปรอยแผลก็เริ่มเยอะขึ้น ถึงแม้มันจะไม่ได้ร้ายแรงแต่จำนวนเลือดที่ไหลออกมาก็เพียงพอทำให้ใบหน้าของนางซีดลงได้
เมื่อเห็นความรวดเร็วและความแข็งแกร่งของนางลดลง ชายที่เป็นหัวหน้าก็ตะโกนกระตุ้นลูกน้องของตนเองทันที ด้วยข้อเสนอที่เป็นสุราและนารี ทำให้เลือดในร่างกายของชายชุดดำทั้งห้าสูบฉีดขึ้นทันที พวกเขาเริ่มที่จะออกกระบวนที่รุนแรงมากยิ่งขึ้น ตอนนี้พวกเขาไม่คิดที่จะถนอมบุปผาตรงหน้าแล้ว พวกเขาไม่สนว่าจะทำให้นางได้รับบาดเจ็บมากขนาดไหน ขอแค่ยังมีชีวิตอยู่ก็พอ
แตกต่างกับเฉินอวี้ฉี ที่ตอนนี้เรี่ยวแรงของนางแทบจะไม่เหลือแล้ว นางตัวคนเดียวสู้กับกลุ่มนักฆ่าถึง 5 คนก็ถือว่าเก่งมากแล้ว การต่อสู้ยิ่งทวีความรุนแรงและดุดันมากขึ้น จากรอยแผลเล็กๆ เริ่มที่จะขยายใหญ่ขึ้น การออกกระบี่ของเฉินอวี้ฉีเชื่องช้าลงอย่างเห็นได้ชัด
"สมกับเป็นศิษย์เอกของสำนักกระบี่หยก เจ้ายืนต่อสู้ได้นานขนาดนี้ข้านับถือเจ้าจริงๆ" ชายผู้เป็นหัวหน้าของกลุ่มนักฆ่าชุดดำพูดขึ้น "เจ้ายอมไปกับพวกเราซะเถอะ จะได้ไม่ต้องเจ็บตัวไปมากกว่านี้"
"เหอะ ! ไม่มีทาง" เฉินอวี้ฉีมองเขาด้วยสีหน้าโกรธแค้น ก่อนที่นางจะใช้ออกด้วยกระบวนท่าสังหาร นั้นก็คือกระบี่สะบั้นภูผา กระบวนท่านี้มันต้องใช้แรงทั้งหมดที่มีรวบรวมไปที่ข้อมือและทำการฟันลงมากอย่างรวดเร็ว หลังจากสิ้นสุดของกระบวนท่ากระบี่สะบั้นภูผา รอยแผลขนาดใหญ่ก็ปรากฏขึ้นบนตัวของนักฆ่าชุดดำคนหนึ่ง เลือดสีแดงพุ่งกระฉูดออกมา โชคดีที่เฉินอวี้ฉีหลบได้ทัน สุดท้ายนักฆ่าคนนั้นก็ล้มลงสิ้นชีวิตไปทันที
เมื่อเห็นแบบนั้น นักฆ่าอีก 4 คนที่เหลือก็มองทางเฉินอวี้ฉีด้วยความโกรธ
"เจ้ากล้าฆ่าลูกน้องของข้า !" หัวหน้าของกลุ่มนักฆ่าชุดดำตะโกนออกมาด้วยความโกรธ
"เหอะ ! ทำไมข้าถึงจะไม่กล้าฆ่า และ ข้าจะฆ่าเจ้าด้วย" เฉินอวี้ฉีพูด พร้อมกลับยิ้มอย่างดูถูกไปที่พวกนักฆ่าที่เหลือ
"ปากดี ! เจ้าต้องชดใช้ จัดการนางสารเลวนี่ซะ" เขาตะโกนสั่งลูกน้องที่เหลืออีก 4 คน
เมื่อทั้ง 4 ได้รับคำสั่งก็พุ่งเข้าไปจัดการเฉินอวี้ฉีด้วยความโกรธแค้น พวกเขาไม่สนใจแล้วว่าเฉินอวี้ฉีจะเป็นหรือตาย
เย่ซวนที่ยืนมองอยู่ด้านหลัง สังเกตเห็นร่างกายของเฉินอวี้ฉีเริ่มที่จะเอนไปมาเล็กน้อย ไม่สามารถยืนได้มันคงเหมือนแต่ก่อน เขายืนมองเฉินอวี้ฉีที่พุ่งเข้าไปหานักฆ่าอีก 4 คนที่เหลืออย่างไม่ลังเล แต่ครั้งนี้ดูเหมือนว่านางจะเสียเปรียบแล้ว นางถูกกดดันอย่างหนักตอนนี้ทำได้เพียงแต่ป้องกันเท่านั้น สุดท้ายนางก็ถูกกระบี่ของนักฆ่าคนหนึ่งแทงไปที่แขน ทำให้กระบี่ที่นางถืออยู่หลุดออกจากมือ พร้อมกับนักฆ่าอีกหนึ่งคนพุ่งเข้ามากระแทกฝ่ามือไปที่ท้องของนาง ทำให้เฉินอวี้ฉีกระเด็นถอยหลังออกมา
"อวี้เอ๋อร์ !!" เย่ลี่อี๋ตะโกนออกมา
"ท่านพี่ !!" เฉินฮ่าวหมินเองก็เช่นกัน เขามองไปทางพวกนักฆ่าด้วยความโกรธแค้น
"ฮ่าๆ เจ้ายังจะปากดีอยู่อีกรึเปล่า" หัวหน้านักฆ่าหัวเราะออกมา
"พวกเจ้ารีบจับนางมัดเอาไว้ซะพวกเราจะได้รีบไปจากที่นี่" เขาตะโกนสั่งนักฆ่า 4 คนที่ยืนล้อมเฉินอวี้ฉีอยู่
"ส่วนเจ้าไปจับคนของตระกูลเฉินที่เหลือมา ส่วนเจ้าคนขับรถม้านั้นฆ่ามันทิ้งซะ" หัวหน้าของกลุ่มนักฆ่าพูดกับลูกน้องที่ยืนอยู่ข้างๆ เมื่อได้รับคำสั่งนักฆ่า 2 คนก็พุ่งไปทางเย่ซวน กับ เย่ลี่อี๋ และ เฉินฮ่าวหมินทันที
"ท่านแม่ ฮ่าวหมิน ระวัง !" เฉินอวี้ฉีตะโกนออกมา เมื่อเห็นนักฆ่ากำลังพุ่งตัวไปทางมารดาและน้องชายของตน นางพยายามที่จะยันตัวให้ยืนขึ้น แต่ก็ไม่ไหว ใบหน้าของนางซีดลงอย่างเห็นได้ชัด
"ฮ่าๆ เจ้าห่วงตัวเองก่อนดีกว่า" นักฆ่าที่ยืนอยู่ด้านหน้าเฉินอวี้ฉีหัวเราะออกมา เมื่อเห็นว่านางพยายามที่จะลุกขึ้นเพื่อไปช่วยครอบครับของตน
พวกนักฆ่าพุ่งเข้ามาจัดการกับเย่ซวนก่อน พวกเขาชักกระบี่ออกมาและทางไปที่หน้าออกของเย่ซวนอย่างไม่ลังเล และ ไม่มีทีท่าสงสารเลยแม้แต่น้อย เฉินฮ่าวหมินหลับตาลงทันทีเมื่อเห็นว่ากระบี่กำลังจะแทงเข้าถูกร่างกายของเย่ซวน
แต่ขณะที่กระบี่กำลังเข้าปะทะกับร่างกายของเย่ซวน มันก็ถูกหยุดเอาไว้เสียก่อน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้นักฆ่าคนนั้นเบิกตาโพลงด้วยความตกใจ เพราะสิ่งที่หยุดกระบี่เอาไว้ คือนิ้วมือของเย่ซวนนั้นเอง มันถูกคีบเอาไว้ด้วยสองนิ้วของเย่ซวนอย่างง่ายดาย เขาพยายามที่จะดึงกระบี่ออกจากนิ้วของเย่ซวนสุดแรงแต่ก็ไม่สำเร็จ
"เจ้า !" นักฆ่าคนนั้นตะโกนเรียกเย่ซวนอย่างตกใจ หลังจากที่เขาตะโกนออกมาด้วยความตกใจ เฉินฮ่าวหมินก็ค่อยๆ ลืมตาขึ้น หลังจากที่เห็นภาพตรงหน้าดวงตาของเขาก็เบิกโพลงด้วยความเหลือเชื่อปากน้อยๆ อ้าออก ทำให้ท่าทางของเขาดูตลกเป็นอย่างมาก เย่ลี่อี๋ ก็ไม่ต่างกันต่างเอามือปิดปากของตนด้วยความตกใจ ในตอนแรกนางคิดว่าเย่ซวนคงจะถูกกระบี่แทงอย่างแน่นอน แต่เมื่อนางเห็นว่าเย่ซวนสามารถใช้นิ้วคีบกระบี่เอาไว้อย่างง่ายแบบนี้ ทำให้นางอดที่จะตกใจและอ้าปากค้างไม่ได้โชคยังดีที่นางมีสติพอเอามือปิดปากของตนเองได้ทัน
เสียงตะโกนของนักฆ่าทำให้คนๆ มองมาทางเย่ซวนด้วยความสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น นักฆ่าคนนั้นพยายามดึกกระบี่ออกจากนิ้วของเย่ซวน แต่ก็ไม่สำเร็จเขาจึงปล่อยมือจากกระบี่แล้วกระโดดถอยหลังออกมาอย่างรวดเร็ว ทำให้ภาพของเย่ซวนที่ยืนใช้นิ้วคีบกระบี่ปรากฏสู่สายตาของนักฆ่าคนอื่น
เย่ซวนจับกระบี่เอาไว้และพุ่งเข้าไปฟันนักฆ่าคนนั้นอย่างรวดเร็ว ร่างกายของนักฆ่าค่อยๆ แยกออกจากกัน ภาพเหตุการณ์ตรงหน้าทำให้คนที่เห็นแทบจะไม่อยากเชื่อสายตาของตนเอง
"อุ๊บ!...แหวะ" เฉินฮ่าวหมินอ๊วกออกมา เมื่อเห็นร่างของนักฆ่าแยกออกจากกัน เย่ลี่อี๋ก็ไม่ต่างกันโชคยังดีที่นางยังสามารถทนได้ นางยื่นมือไปลูบหลังของบุตรชายเบาๆ นางมองไปทางศพของนักฆ่าด้วยใบหน้าที่ขาวซีด ก่อนจะเลื่อนสายตาไปมองเย่ซวน แรงกดดันที่เย่ซวนปล่อยออกมาหลังจากการฆ่าคน ทำให้นางอดที่จะขนลุกไม่ได้ถึงแม้นางจะไม่ได้เป็นผู้ฝึกยุทธก็ตาม
"เจ้าเป็นใครกัน !" หัวหน้านักฆ่า ตะโกนถามขึ้นเมื่อเขาตั้งสติได้
เย่ซวนไม่ได้สนใจเขาค่อยๆ เดินไปทางเฉินอวี้ฉีด้วยความเร็วที่สม่ำเสมอ แรงกดดันของเย่ซวนทำให้นักฆ่าทั้ง 4 ที่ยืนล้อมรอบเฉินอวี้ฉีอยู่ ขยับถอยหลังโดยไม่รู้ตัว เมื่อเดินมาถึง เย่ซวนก็ช่วยพยุงเฉินอวี้ฉีลุกขึ้นก่อนจะเดินไปส่งนางที่รถม้า เขาไม่ได้ชายตามองกลุ่มของนักฆ่าที่ยืนอยู่เลย ทำให้หัวหน้านักฆ่าหน้าเขียวคล้ำขึ้นด้วยความโมโห เมื่อเห็นว่าเย่ซวนไม่ได้สนใจคำพูดของตน
"เจ้าพักอยู่ที่นี่เถอะ ที่เหลือข้าจัดการเอง" เขาส่งเฉินอวี้ฉีให้ กับ เย่ลี่อี๋ดูแลต่อ ก่อนที่จะหันไปมองนักฆ่าที่เหลืออยู่
"ข้าเป็นใครต้องบอกเจ้าด้วยหรือ ?" เย่ซวนเอียงคอเล็กน้อย ก่อนที่จะค่อยๆ เดินไปยังนักฆ่า 4 คนที่เหลืออยู่
"พวกเจ้าจัดการเจ้านั้นซะ !" ชายผู้เป็นนักฆ่าตะโกนสั่งลูกน้อง 4 คนที่ยืนอยู่ด้านหน้า ก่อนที่จะหันไปสั่งลูกน้องที่อยู่ด้านหลังของตน
"พวกเจ้าเองก็ไปด้วย"
เมื่อได้รับคำสั่งพวกเขาก็สลัดความกดดันทิ้งและพุ่งเข้าต่อสู้กับเย่ซวนทันที แต่อนิจจังพวกเขายังไม่ได้ทันทำอะไร แค่เย่ซวนออกกระบี่ด้วยกระบวนท่าง่ายๆ ก็ทำให้แขนของพวกเขาหนึ่งคนขาดออกจากร่างกายแล้ว
"อ๊ากกกกกก" นักฆ่าที่ถูกเย่ซวนตัดแขน ลงไปนอนกุมแขนของตนเองด้วยความเจ็บปวด เย่ซวนไม่รอช้าก็ตัดขาของเขาอีกข้าง ทำให้นักฆ่าคนนั้นร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดจนแทบจะขาดใจ ทั้งแขนและขาของตนถูกตัดออกกระเด็นไปคนละทิศละทาง ส่วนนักฆ่าที่เหลืออยู่ยืนมองด้วยความขนลุก แต่ใช่ว่าพวกเขาจะไม่เคยเจอกับเหตุการณ์แบบนี้ เมื่อตั้งสติได้พวกเขาก็พุ่งเข้าต่อสู้กับเย่ซวนต่อ แต่ผลลัพธ์ก็ยังเป็นแบบเดิม แต่ที่น่ากลัวกว่านั้นคือบางคนก็ถูกเย่ซวนฟันจนหัวขาดออกจากตัว
ถ้าหากเปิดผ้าคลุมของเย่ซวนออก ตอนนี้พวกเขาคงจะเห็นดวงตาของเย่ซวนเริ่มที่จะแดงฉานขึ้นทีละน้อย มันเป็นดวงตาที่ดูน่ากลัว และ กระหายเลือดเป็นอย่างมาก เย่ซวนพุ่งเข้าต่อสู้กับกลุ่มนักฆ่าด้วยความสนุก มุมปากของเขายกยิ้มขึ้นด้วยความสนุกสนาน นักฆ่าค่อยๆ ทยอยถูกจัดการไปทีละคนๆ กลิ่นคาวของเลือดสดๆ ทำให้เฉินอวี้ฉี เย่ลี่อี๋ และ เฉินฮ่าวหมินแทบจะทนไม่ไหว เฉินฮ่าวหมินที่ตอนนี้ซุกหน้ากอดมารดาด้วยความกลัว ตอนนี้เด็กน้อยมองเย่ซวนต่างออกไปจากแต่ก่อนแล้ว
...
ขอบคุณสำหรับการติดตามครับ
ต้องขอบคุณเพื่อนๆ พี่ๆ ที่ติดตามด้วยนะครับ ถึงแม้ว่าผมจะลงไม่เป็นเวลาแต่ก็ยังติดตามอ่านกันอยู่ ต้องขอโทษด้วยจริงๆ ครับ แต่ก็จะพยายามแต่งตอนต่อไปออกมาให้ได้ไวทีสุดนะครับ