การประมูล
เวลาที่ผู้คนในห้องการประมูลแห่งนี้รอคอยก็มาถึงแล้วพวกเขาเตรียมเงิน ตั๋วเงิน หรือพร้อมจะขายสมบัติเพิ่มแน่นอนเพื่อที่จะได้มันไป
“เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาเช่นนั้นเริ่มกันเลยเจ้าค่ะ น้ำผึ้งมรกตเริ่มประมูลที่ สองหมื่นตำลึงหรือยี่สิบตำลึงทองเจ้าค่ะ”แม่นางหลิงหลิงประกาศออกไป ผู้คนก็เริ่มพูดคุยปรึกษากันแล้วว่าจะยอมจ่ายได้สูงสุดเท่าไหร่เพื่อจะไม่ได้ขาดทุนจนเกินไป
“เริ่มการประมูลได้เจ้าค่ะ”เสียงแม่นางหลิงหลิงจบลง เสียงผู้เข้าร่วมประมูลก็ส่งเสียงเอ่ยเสนอราคาแข่งกันออกมาทันที
“สองหมื่นห้าร้อยตำลึง” “สองหมื่นหนึ่งพันตำลึง” “สองหมื่นห้าพันตำลึง” “สามหมื่นตำลึง” ราคาเริ่มจะถีบสูงขึ้นเรื่อยๆแล้ว จนเจ้าของเจ้าน้ำผึ้งมรกตที่นั่งชมอยู่ในห้องตกใจตาโตกันทุกคนที่มันใช่สิ่งที่พวกเขานำมาประมูลจริงๆ นะหรือ ทำไมมันถึงได้มีราคาขนาดนี้
“นี่ราคามัน” เสียงในห้องของเจ้าของสิ่งที่คนกำลังแก่งแย่งกันพากันอึ้งไปกันหมดแล้วด้วยราคาที่เยอะขนาดนี้ เพียงพวกเขาขายมันครั้งเดียวก็เยอะกว่าเงินที่หามาได้ทั้งชีวิตแล้วนะ
“ทำไมราคาถึงได้สูงขนาดนี้กัน”นางลี่จูเอ่ยปากพูดออกมาหลังได้ยินเสียงผู้คนข้างนอกกำลังส่งเสียงร้องเสนอราคากันอยู่นางไม่เคยนึกถึงจำนวนเงินขนาดนี้มาก่อนเลยในชีวิต
“กำลังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แล้วเจ้าค่ะ”ลี่ถิงก็เอ่ยออกมาอีกคน นางไม่คิดว่าเพียงน้ำผึ้งครึ่งขวดเล็กๆ นั่น จะล้ำค่าถึงขนาดนี้
“ข้าต้องกลับไปทำบ้านให้ผึ้งพวกนั้นใหม่แล้วขอรับท่านพ่อเราจะใช้อะไรสร้างบ้านให้พวกมันดีขอรับ ต้องสร้างหลังใหญ่ขึ้นไหม”เยว่สือที่ได้ยินถึงราคาแล้วเขาอยากจะรีบวิ่งกลับจวนไปสร้างบ้านหลังงามให้พวกมันอยู่แทนบ้านไม้หลังเดิมแล้วดูเหมือนที่เขาสร้างไปจะไม่สมกับฐานะของพวกมันเลย
“พ่อก็ว่าเช่นนั้นกลับไปเราต้องรีบจัดการเสียแล้ว” จิ้นสิงเห็นด้วยกับความคิดของเยว่สือเขาจะปล่อยให้พวกมันอยู่บ้านไม้แบบสร้างง่ายๆ เช่นนั้นได้เช่นไร
“คงไม่ต้องก็ได้เจ้าค่ะท่านพ่อพวกมันยังไงก็ต้องสร้างรังเองอยู่แล้ว”ชิงเถาเอ่ยออกมาเมื่อบิดาจะรีบหาที่อยู่ใหม่ไปถวายพวกผึ้งนั้นแล้ว
“ได้ยังไงกันลูกเราต้องดูแลพวกมันให้ดี” นางลี่จูเอ่ยขัดออกมา ชิงเถาเลยได้แต่ปล่อยๆ ไปยังไงพวกมันก็สร้างรายได้ให้พวกเขาอย่างมากมายจะสร้างบ้านดีๆ ให้อยู่ก็ไม่ผิดอะไรนักหรอกนะ
“เจ็ดสิบตำลึงทอง” ระหว่างที่ในห้องของชิงเถากำลังพูดคุยกันอยู่ด้านนอกก็กำลังยื้อแย่งกันอย่างดุเดือดทีเดียว ตอนนี้จากยี่สิบตำลึงทองเป็นเจ็ดสิบตำลึงทองถือว่าเป็นราคาที่สูงมากสามารถเพิ่มขึ้นเป็นสองสามเท่าตัวแล้ว
“เจ็ดสิบสองตำลึงทอง” “เจ็ดสิบห้าตำลึงทอง”เสียงผู้คนยังเอ่ยเสนอราคาออกมาไม่ขาดสายถึงผู้ต่อสู้จะลดไปเกินครึ่งเนื่องจากราคานี้ที่เริ่มจะสู้ไม่ไหมกัน
“เจ็ดสิบเจ็ดตำลึงทอง”เสียงผู้ที่ต้องการน้ำผึ้งมรกตยังเอ่ยออกมากันอยู่ถึงจะมีช่วงหยุดคิดเพื่อตัดสินใจไปบ้างแต่ก็ยังไม่นานไปจนแม่นางหลิงหลิงต้องนับถอยหลัง แต่จริงๆแม่นางหลิงหลิงนางก็ปล่อยเวลาออกไปให้ได้ตัดสินใจนานขึ้นด้วยนั่นแหละ
“แปดสิบห้าตำลึงทอง”เสียงบุรุษผู้หนึ่งเอ่ยขึ้น เขาเอ่ยออกมาจนผู้อื่นต้องหยุดคิดไปหลายลมหายใจเพราะนี่เขาเล่นเพิ่มไปทีเดียวหลายตำลึงทองเช่นนี้ใครเขาจะกล้าเอ่ยต่อทันทีกันล่ะต้องมีหยุดคิดกันบ้างสิ
“เก้าสิบตำลึงทอง” เสียงบุรุษอีกคนเอ่ยออกมาหลังจากที่เสียงเริ่มจะเงียบหายไปดูเหมือนผู้คนจะเริ่มสูไม่ไหวกันเสียแล้วยังไงวันนี้เขาจะต้องได้น้ำผึ้งมรกตไปเพราะยังมีคนเจ็บนอนรอให้เขานำไปใช้รักษาอยู่เขาจะต้องรีบได้มันมาและกลับไปยังที่ที่คนผู้นั้นรอเขาอยู่ให้เร็วที่สุด
“มีนายท่านผู้ใดจะเสนอราคาเพิ่มเติมไหมเจ้าคะ”แม่นางหลิงหลิงเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นว่าเสียงเสนอราคาได้เงียบลงไปสักพักแล้ว
“ข้าเช่นนั้นข้าจะนับ”นางกำลังจะเอ่ยนับถอยหลังแล้ว แต่มีเสียงหนึ่งเอ่ยออกมาเสียก่อน
“เก้าสิบห้าตำลึงทองเจ้าค่ะ”เสียงสตรีอายุน้อยดังออกมาจากห้องพิเศษห้องหนึ่ง เรียกสายตาผู้คนในการประมูลได้ดีตั้งแต่เริ่มประมูลมาห้องๆนี่พวกเขายังไม่ได้ยินเสียงประมูลออกมาสักคราแต่มาบัดนี้กลับเอ่ยเสนอราคาที่สูงลิ่วเช่นนี้ได้พวกเขาจะรอเสนอในตอนสุดท้ายเลยรึ ราคาพุ่งถึงขนาดนี้ก็ยังไม่หวั่นสงสัยคงมิใช่บุคคลธรรมดาเสียแล้ว
“เถาเอ๋อร์ลูก เจ้าจะเอ่ยประมูลทำไมกัน”นางลี่จูถามออกมาเมื่อบุตรสาวของนางส่งเสียงร่วมประมูลออกไป ถ้าเกิดนางได้จะทำยังไงเงินก็ไม่ได้เผลอๆ ยังต้องจ่ายค่าฝากประมูลไปอีก
“เพื่อเพิ่มราคาให้เราไงเจ้าคะยังไงชายผู้นั้นจะต้องเสนอต่อแน่ ดูเขาอยากจะได้ไปอย่างมาก เพียงเขาเสนอราคารอบนี้ก็คงจะได้ไปแล้วเขาคงไม่พลาดปล่อยมันไปหรอกเจ้าค่ะ” ชิงเถาเอ่ยการกระทำของนางออกมานางเคยอ่านนิยายแล้วพวกตัวเอกเวลาเอาของเข้าร่วมประมูลก็ชอบทำเช่นนี้กันนางก็อยากจะทำดูบ้าง
“แล้วถ้าไม่ได้”นางลี่จูกำลังจะเอ่ยบ่นกำการกระทำของบุตรสาวออกมาก็มีเสียงข้างนอกขัดขึ้นเสียก่อน
“หนึ่งร้อยตำลึงทอง”เสียงบุรุษผู้ที่ชิงเถาเสนอราคาแข่งด้วยเปล่งเสียงออกมาทันที ยังไงเงินเพียงเท่านี้ก็มิได้สำคัญสำหรับเขาเท่ากับชีวิตคนอยู่แล้วยังไงเขาก็ต้องได้มันไปเท่านั้น
“เฮ” เมื่อเสียงบุรุษผู้นั้นเอ่ยออกมาด้านในห้องของพวกชิงเถาก็ส่งเสียงร้องอย่างดีใจทันที ด้วยจำนวนเงินขนาดนี้เพียงชิงเถาเอ่ยปากครั้งเดียวก็ได้เพิ่มมาแล้วสิบตำลึงทองเชียวนะนี่ต้องทำบุญด้วยอะไรกัน
“ที่พี่รองทำสำเร็จแล้วขอรับ”หมิงลู่พูดออกมาอย่างยิ้มๆ เขาเข้าใจกับสิ่งที่พี่สาวทำแล้วพี่สาวฉลาดเป็นอย่างมากเลยเพียงเอ่ยพูดคำเดียวก็ได้เงินเพิ่มตั้งเยอะ
“ใช่แล้วล่ะ ต่อไปนะพวกเราจะได้นอนบนกองขนมเชียว ฮ่าๆๆ” ชิงเถาพูดออกมาอย่างอารมณ์ดีวันนี้มันวันดีจริงๆ นางจะทำอาหารอะไรฉลองดีนะ
“เถาเอ๋อร์เจ้าอย่าพูดเช่นนั้นสิเดี๋ยวน้องก็คิดเป็นจริงเป็นจังไป” นางลี่จูเอ็ดบุตรสาวออกมานางชอบพูดแบบนี้แหละแล้วต่อไปสองแฝดก็อยากได้แบบนั้นจริงๆ
“เจ้าค่ะ ก็มันดีใจไปหน่อย แฮร่ๆ”ชิงเถาเงียบฟังมารดาหน้าจ๋อยเพียงครู่ก็กลับมาทำหน้ายิ้มเช่นเดิมแล้วนางช่างบอกยากบอกเย็นจริงๆ
“ปิดการประมูลน้ำผึ้งมรกตที่หนึ่งร้องตำลึงทองเจ้าค่ะแสดงความยินดีกับนายท่านด้วยที่ได้สิ่งล้ำค่านี้ไป”แม่นางหลิงหลิงเอ่ยสรุปออกมาเมื่อรอเวลาแล้วก็ไม่มีใครจะประมูลต่อจึงจบเพียงเท่านี้ส่วนน้ำผึ้งก็เป็นของบุรุษผู้นั้นไปเขาดูเหมือนมาเองด้วยซ้ำมิใช่เป็นตัวแทนจากที่ต่างๆ เหมือนคนอื่น