ท่ามกลางปรากฏการณ์ที่ทำให้ทุกสิ่งในห้วงมิติอันไร้ขอบเขตหยุดนิ่ง ราวกับถูกแช่แข็งไว้ใน่เวลาแห่งความเงียบงัน
เสียงอันยิ่งใหญ่ที่แฝงไปด้วยอำนาจอันไร้ประมาณได้ดังกึกก้องขึ้น ดังกังวานดุจฟ้าร้องในห้วงจักรวาล
【หนึ่งในเจ็ดพระเ้าโบราณ ผู้ที่บัลลังก์แห่งหายนะและการพิพากษา อันเป็หนึ่งในสัญลักษณ์แห่งผู้สร้างโลก】
ดังกังวานดุจฟ้าร้องในห้วงจักรวาล ไม่ต้องอาศัยเครื่องมือใดในการขยายก้อง ทว่ากลับดังกระแทกจิตสำนึกของผู้ฟัง ราวกับกำปั้นทุบลงตรงกลางหัวใจด้วยความดุดันอันแฝงไว้ด้วยอำนาจเหนือการดำรงอยู่ของทุกสิ่ง
【การูด้า ไออาคอส!】
วินาทีนั้นเอง ร่างกายของโอดินถึงกับกระตุกสะท้าน ใบหน้าของชายหนุ่มแสดงออกถึงความตื่นตะลึงอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
ราวกับในทันทีที่ได้ยินนามนั้น สายฟ้าพลังเวททั้งเจ็ดพันสายก็ฟาดลงมากลางสำนึกของเขาอย่างพร้อมเพรียง
ห้วงคิดและตรรกะของเขาทั้งหมดได้ถูกบดขยี้และหลอมรวมใหม่ในพริบตาเดียว ความเข้าใจต่อโครงสร้างของโลก เวทมนตร์ วิถีแห่งยุทธ์ แม้กระทั่งพลังของเฟิงซิ่วหรือเทพเ้าทั้งปวง ทั้งหมดกลับกลายเป็เพียงเสี้ยวฝุ่นผงเทียบกับตัวตนที่เพิ่งประกาศตนเองออกมาเมื่อครู่นี้
โอดินที่ได้ยินคำกล่าวเช่นนั้นรู้ในทันทีว่าตนเองกำลังยืนอยู่ต่อหน้าสิ่งมีชีวิตที่มิใช่ผู้วิวัฒน์ มิใช่จอมเวทย์ มิใช่ราชันย์ หรือเทพเ้าในตำนานที่ผู้คนสรรเสริญ ทว่าคือหนึ่งใน “เจ็ดพระเ้าโบราณ” ตัวตนในตำนานที่แท้จริง
ตัวตนที่ต่อให้เป็เทพเ้าเองยังไม่กล้าเอ่ยนามถึงโดยตรง
ตัวตนที่เคยถูกเล่าขานว่าเป็ “ผู้ที่สรรสร้างโครงสร้างพื้นฐานของโลกและดินแดนทรินิตี้เซเว่นทั้งปวง”
และในตอนนี้ชายหนุ่มที่เพิ่งเผชิญความตายมาได้ไม่นาน ก็กำลังยืนอยู่ต่อหน้าหนึ่งในเจ็ดพระเ้าโบราณแห่งหายนะและการพิพากษา
“ฮะ.. ฮ่าฮ่าฮ่า..”
ขณะเดียวกันเสียงหัวเราะก็หลุดออกมาจากลำคอของโอดินอย่างควบคุมไม่ได้
มันไม่ใช่เสียงเยาะเย้ย ไม่ใช่ความบ้าคลั่ง แต่เป็การแสดงออกถึงสภาวะที่จิตใจของเขาไม่สามารถรับมือกับความพลิกผันที่เกิดขึ้นได้ ความเชื่อทั้งหมดที่เขายึดถือมากลับถูกบิดเบือนในชั่วขณะเดียว
“นี่มันพลิกหลักความคิดของข้าไปหมดเลยนะเนี่ย..”
ตัวเขาเงยหน้าขึ้นมองยังบัลลังก์ศักดิ์สิทธิ์ที่ส่องประกายอยู่เบื้องบนของขั้นบันไดมรกตอันทอดยาวไปสู่ห้วงอากาศ
ความรู้สึกที่พุ่งพล่านภายในอกนั้นมิอาจนิยามได้ด้วยถ้อยคำใด
ั์ตาสีเงินที่เคยเต็มไปด้วยจิตสังหารพลันกลับกลายเป็ประกายร้อนแรงที่สะท้อนออกมาจากความกระหายใคร่รู้ในความจริง
“ท่านไม่ใช่เทพเ้า.. แต่เป็ตัวตนที่เหนือยิ่งกว่านั้นเองสินะ?”
“เข้าใจแล้วว่าทำไมความตายของข้าถึงไม่อาจเกิดขึ้นได้โดยสมบูรณ์.. ทำไมข้าถึงยังคงมีชีวิตอยู่ในรูปแบบจิติญญาแห่งการคงอยู่!”
“เพราะท่านคือหนึ่งในผู้ที่สรรสร้างทรินิตี้เซเว่นขึ้นมาด้วยมือของตนเอง…!”
คำพูดของโอดินนั้นแฝงไว้ด้วยความทึ่ง ความศรัทธา ความตกตะลึง และความเคารพบูชาในขณะเดียวกัน
ดวงจิตของเขาถูกทิ่มแทงด้วยแรงกระเพื่อมแห่งความจริงที่ตนไม่เคยแม้แต่จะกล้าฝันถึง ความอ่อนแอเมื่อเผชิญหน้ากับเฟิงซิ่วกลับกลายเป็เพียงภาพสะท้อนจางๆ เทียบกับความลี้ลับและยิ่งใหญ่ของสิ่งที่ยืนอยู่เบื้องหน้าเขาในขณะนี้
【ฮ่าฮ่าฮ่า ดูเหมือนเ้าจะไม่หวาดกลัว แต่กลับตื่นเต้นแทนเนี่ยนะ?】
การูด้ากล่าวออกมาพร้อมรอยยิ้มที่ััได้จากทิศทางทั้งสี่ เต็มไปด้วยความพึงพอใจ ราวกับว่าภาพที่ตนเองวาดฝันไว้มิได้ผิดพลาดแม้แต่น้อย เขาไม่จำเป็ต้องอ่านใจของโอดินด้วยพลังใดๆ
เพราะเพียงแค่มองผ่านจิตใจของชายหนุ่มก็สามารถรับรู้ได้ถึงความกระหายใคร่รู้ และแรงขับเคลื่อนที่ซ่อนอยู่เื้ัท่าทีที่ดุดัน
【ทว่าก็นี่แหละ มันถึงจะเป็เ้า โอดินที่ข้าเฝ้ามองอยู่ตลอดเวลา!】
ทว่าประโยคถัดมาก็เปล่งออกมาอย่างชัดเจน รุนแรง แรงกล้า และทรงอานุภาพถึงขีดสุด
【คิดว่ายังไงละ ถ้าข้าจะให้เ้ามาเป็ผู้สืบทอดแห่งหายนะและการพิพากษา?】
วินาทีนั้นเสียงประกาศนี้ไม่ต่างอะไรจากสายฟ้าฟาดลงมากลางสมองของโอดิน
“อะ.. อะไรนะ?!”
ตัวของเขาทำได้เพียงยืนนิ่ง ราวกับถูกรากเวทผนึกแน่นไว้กับพื้นที่เบื้องใต้
ทั่วร่างกายชาเย็น หัวใจหยุดเต้นชั่วขณะ ลมหายใจติดขัด ประสาทรับรู้ทุกอย่างกลายเป็เหมือนเสียงสะท้อนที่ก้องเข้ามาซ้ำๆในหัว
“ผู้สืบทอด.. ของหนึ่งในพระเ้าโบราณทั้งเจ็ด.. พลังอำนาจของการูด้า ไออาคอส..”
ปากของเขาขยับอย่างช้าๆ คล้ายกับไม่อาจประมวลผลถ้อยคำที่ตนได้ยินได้อย่างสมบูรณ์
ความหมายของคำเ่าั้หนักแน่นเกินกว่าที่จิติญญาหนึ่งจะรับได้ในคราวเดียวกัน
ความสับสน ความหวาดกลัว ความยินดี ความสงสัย ทุกสิ่งสาดกระเซ็นเข้ามาในหัวใจของเขาในเวลาเดียวกัน
“ทะ.. ท่านจะให้ข้าเป็ผู้สืบทอดพลังของหนึ่งในพระเ้าโบราณทั้งเจ็ด.. พลังอำนาจของท่านยังงั้นเรอะ?!”
ชายหนุ่มพูดออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเต็มไปด้วยความลังเล
ทั้งเพราะไม่แน่ใจว่าได้ยินถูกต้องหรือไม่ และเพราะไม่รู้ว่าตนมีค่าควรพอจะรับสิ่งนั้นหรือเปล่า
แต่ลึกลงไปในจิตใจ ท่ามกลางความกลัวที่ท่วมท้น มีประกายหนึ่งที่ส่องสว่าง ประกายแห่งความหวัง และความทะเยอทะยานที่เขาไม่เคยรู้ตัวว่ามี จนกระทั่งได้ยินคำกล่าวนั้น จากพระเ้าโบราณที่เคยคิดว่าไม่มีตัวตนอยู่ด้วยซ้ำ