สดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 4 บทที่ 116 ดาบทีเผลอ

            ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก เหมือนกับกำลังทดสอบเส้นประสาทของทุกคน

            ใครจะไปคาดคิดว่าจู่ๆ จะเกิดเหตุการณ์ลอบสังหารองค์ราชาหนุ่มอเล็กซานเดอร์ในขณะพิธีราชาภิเษกบนแท่นหินบูชาทุกคนยังไม่ทันจะหายตกใจจากเหตุการณ์นั้น ก็เกิดเรื่องที่น่าตกใจยิ่งกว่าขึ้นมา

            นั่นก็คือ การลอบสังหารองค์หญิงนาตาชา

            โลกนี้มันเกิดบ้าอะไรขึ้นกันนะ? ทำไมถึงมีคนกล้าลงมือสังหารองค์หญิงผู้สูงศักดิ์แห่งราชอาณาจักรเซนิททั้งยังเป็นการบุกโจมตีหกทิศทางที่ไร้ซึ่งความปราณีด้วย

            ประกายคมดาบที่หล่นลงมาจากฟากฟ้า แฝงด้วยพลังที่มหาศาลเพียงเห็นประกายแสงสีเงินเลือนรางขึ้นมาครู่หนึ่ง ราวกับว่าหนึ่งคนหนึ่งดาบจู่ๆ ก็ฉีกกระชากอากาศออกมา หัวและเท้าลอยอยู่กลางอากาศขณะที่ร่วงลงมาเพื่อสังหารตัวดาบห่อหุ้มด้วยเปลวไฟสีเงิน ปลายดาบเสียดสีกับอากาศจนสามารถมองเห็นประกายไฟเผยให้เห็นถึงพลังที่น่าเกรงขาม เพื่อปกป้ององค์หญิง นักรบสามดาวซูซานที่อยู่ข้างกายก็กระโจนขึ้นไปปะทะตรงๆร่างเปราะบางขององค์หญิงถูกพลังที่น่ากลัวตรึงไว้ทำให้ไม่สามารถขยับได้แม้แต่นิ้วเดียวผมยาวนุ่มสลวยเหมือนสาหร่ายปลิวไปตามแรงลมของดาบที่เคลื่อนเข้ามา...

            นักฆ่าที่หล่นลงมาจากฟ้า มีความแข็งแกร่งอย่างน้อยก็ห้าดาว

            และประกายคมมีดที่ปรากฏขึ้นตรงฝั่งซ้ายขวาเผยให้เห็นถึงตำแหน่งของนักฆ่าอีกสองคน มีดทั้งสองเล่มนี้มีสีเหลืองและใบมีดมีรูปร่างโค้งแบบแปลกๆ อีกทั้งตัวมีดก็เต็มไปด้วยคำจารึกไม่คุ้นตา บนคำจารึกมีเปลวไฟสีเขียวอมน้ำเงินกะพริบวาบ มีดตวัดกลางอากาศเป็นเส้นตรง ทำให้กระแสในอากาศเกิดวุ่นวายขึ้น มีดฟันไปที่เอวขององค์หญิงอย่างไร้ความปราณีแม้ว่าปลายมีดยังไม่ทันสัมผัสชุดสีฟ้าครามของนางแต่องค์หญิงก็ราวกับเป็นตุ๊กตาที่ถูกลมของมีดฟันออกเป็นสองส่วน

            นักฆ่าทั้งสองคนที่ถือมีดโค้งสีเหลืองมีหน้าตา ส่วนสูง ทรงผม และเสื้อผ้าที่แทบจะเหมือนกันทุกอย่างแม้แต่ท่าทาง ความเยือกเย็น ความตั้งใจสังหารและมีดก็ยังเหมือนกันอีกด้วย...นักฆ่าทั้งสองคนเป็นนักรบคลื่นพลังธาตุไม้และมีความแข็งแกร่งอย่างน้อยก็สี่ดาวขึ้นไป

            สำหรับหญิงสาวที่อ่อนแอไร้ซึ่งหนทางการต่อสู้ แค่วางแผนส่งยอดฝีมือสามคนมาลอบสังหารนางอย่างระมัดระวังนางก็คงสิ้นใจไปในอึดใจเดียวแล้ว แต่นอกจากดาบที่อยู่กลางอากาศแล้วยังมีมีดคู่ที่ขนาบข้าง ด้านหลังก็มีกรงเล็บเหล็กสีขาวคู่หนึ่งทั้งหมดต่างแฝงไปด้วยพลังที่ไม่ได้ด้อยไปกว่ากันเลย

            กรงเล็บที่ทำมาจากเหล็กสีขาวคู่นั้นครอบคลุมไปทั่วทั้งฝ่ามือและแขนบางส่วนของนักฆ่าพร้อมทั้งความรุนแรงที่หนาแน่นในขณะที่จะเสียบเข้าที่ร่างเหมือนกับสัตว์อสูรทำให้คนที่มองรู้สึกถึงความหวาดกลัวไม่มีที่สิ้นสุดปลายกรงเล็บฉีกอากาศหรือแม้แต่พื้นที่ได้อย่างง่ายดาย กรงเล็บที่ดุร้ายจู่โจมเข้าไปที่ด้านหลังขององค์หญิงตรงส่วนหัวใจไม่ต้องสงสัยเลยว่า หากโดนการโจมตีนี้โดยตรงร่างผอมบางขององค์หญิงคนนี้ต้องกลายเป็นเศษเนื้อและเศษกระดูกกองหนึ่งแน่!

            นอกจากนี้ ยังมีการจู่โจมอีกอย่าง

            นั่นก็คือลูกศรขนนกสีขาวทั้งสามดอกตรงหัวลูกศรเป็นสีทองที่แฝงไปด้วยกลิ่นอายอันตรายอย่างเงียบเชียบและยังมีกระบี่ทหารม้าที่มีปลายดาบแหลมคมอยู่ในมือของเงาร่างสีส้มที่โผล่ออกมาจากพื้นดินกะทันหัน...

            บน ล่าง ซ้าย ขวา หน้า หลัง

            อาวุธห้าประเภทที่แหลมคม

            นักฆ่าทั้งหก

            ทุกอย่างนี้ รวมตัวกันเป็นกรงขังแห่งความตายขึ้นมา

            ความแข็งแกร่งของนักฆ่าทุกคนต่างทำให้ผู้คนหวาดกลัว ประกายคมดาบปลายคมมีด ฝูงลูกศร และกรงเล็บแหลมคม ทุกอย่างต่างเล็งมาที่องค์หญิงมันทำให้นางเหมือนมดที่ถูกก้อนหินยักษ์กดทับ อย่าว่าแต่ขยับเลยแม้แต่จะหายใจก็ไม่อาจทำได้ อากาศในรัศมีหนึ่งเมตรรอบตัวนางราวกับถูกแช่แข็งไว้ แม้แต่เศษฝุ่นละอองลอยอยู่ในอากาศก็ยังหยุดเคลื่อนไหว

            และที่น่ากลัวที่สุดคือ ข้างกายขององค์หญิงในตอนนี้แม้แต่ผู้คุ้มกันก็ยังไม่อาจจะเป็นโล่เนื้อที่มีความแข็งแกร่งระดับต่ำสุดได้เลย

            นักรบหญิงซูซานถูกคลื่นดาบที่ตกมาจากฟ้าบีบนางจนแทบเอาตัวไม่รอด สาวน้อยชุดม่วงที่ดูเหมือนจะมีพลังแข็งแกร่งลึกล้ำก็อยู่ห่างจากแท่นหินบูชานับร้อยเมตรเพราะไล่ตามสังหารบาร์เซิลด้วยความโกรธหัวหน้าอัศวินโรมัน ปัฟลูย์เชนโคที่มักจะมีใบหน้าเปื้อนยิ้มอยู่เสมอนำกองกำลังอัศวินนับสองร้อยกว่าคนมายืนคุ้มกันอยู่ที่ใต้แท่นหินบูชา...

            พวกเขาต่างพากันอุทานอย่างตื่นตกใจ

            ทุกคนต่างพากันตื่นตระหนก แต่ก็ไม่มีใครพุ่งเข้าไปช่วยนางได้ทันบางคนหลับตาลงด้วยความกลัวราวกับว่ากลัวที่จะได้เห็นร่างขององค์หญิงคนนี้ถูกฉีกกระชากทั่วทั้งแท่นหินจะต้องมีเลือดสาดกระเซ็น...

            เวลานี้มีเพียงซุนเฟยที่มีระยะห่างไม่ไกลจากองค์หญิง

            ตอนนี้เขาอยู่ใน ‘โหมดนักรบอเมซอน’ ด้วยพลังของนักรบอเมซอนเลเวล 16 นั้น มีความแข็งแกร่งเทียบเท่ากับนักรบสามดาวระดับกลางเท่านั้นด้วยระดับแค่นี้มันคงไม่มีประโยชน์อะไร เห็นตัวอย่างได้จากนักดาบสาวซูซานปัจจุบันนี้ ความแข็งแกร่งที่สูงที่สุดของซุนเฟยคือ ‘โหมดคนเถื่อน’ และต่อให้คนเถื่อนเลเวล 21 เรียกใช้ไอเทมครบชุดและ ‘ขวานคู่ม่วงเขียว’ ออกมา ก็มีความแข็งแกร่งอยู่ในขั้นสี่ดาวระดับกลาง

            แต่ตอนนี้ แม้แต่เวลาจะเปลี่ยนโหมดก็ยังไม่มี และที่สำคัญคือซุนเฟยรู้สึกถึงความแข็งแกร่งที่น่าหวาดกลัวของนักฆ่าทั้งห้าคนอย่างชัดเจน โดยเฉพาะคนที่ตกลงมาจากฟ้าแม้ว่ามันจะเป็นการโจมตีที่เรียบง่ายแต่ก็แฝงไปด้วยความอันตรายซุนเฟยไม่สงสัยเลยว่าหากแลกที่กันได้แล้วตัวเองไปอยู่แทนที่องค์หญิงในสภาพโหมดคนเถื่อนที่จัดเต็มด้วยไอเทมก็คงไม่สามารถต้านอีกฝ่ายได้แน่ๆ

            ในเวลากระชั้นชิดแบบนี้

            ปฏิกิริยาตอบสนองตามสัญชาตญาณเร็วกว่าการประมวลผลข้อมูลในหัว

            ภายใต้การกระตุ้นของประสบการณ์สัญชาตญาณการต่อสู้นักรบอเมซอนซุนเฟยยืดมือออกไปตามจิตใต้สำนึก แสงสว่างสีทองเปล่งประกายระยิบระยับก่อนที่จะปรากฏธนูสีทองออกมาในมือเขา ใช้มือดึงสายธนูเบาๆ กระแสไฟฟ้าของลูกศรเวทมนตร์ทั้งหกกะพริบขึ้นมาตรงคันธนูจากนั้นก็ปล่อยสาย...

            การเคลื่อนไหวครั้งเดียวแต่สามารถจัดการได้แบบรวดเดียวจบ ความเร็วของมันเหมือนกับเป็นภาพลวงตา

            ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว!

            ลูกธนูแหลมคมทั้งหกดอกทะยานออกไป

            ตัวลูกศรสีดำ แฝงไปด้วยกระแสไฟฟ้าสีเงินและเสียงหวีดร้องแหลมลอยข้ามท้องฟ้า

            เสียงปล่อยสายธนูดังขึ้นครั้งหนึ่ง สามารถปล่อยลูกศรได้หกดอก

            และทิศทางของลูกศรทั้งหกดอกนี้ก็ไม่เหมือนกันอีกด้วย

            ดอกแรกพุ่งไปที่ดวงตาของนักดาบที่มีพลังสูงที่สุดและกำลังดิ่งลงมาจากอากาศคนนั้น

            ดอกที่สองและสาม ไปทางช่องว่างข้างทั้งซ้ายขวาขององค์หญิงหากนักมีดทั้งสองคนที่กำลังถือมีดโค้งสีเหลืองเคลื่อนไหวมาทางด้านหน้าอีกเล็กน้อยเขาจะถูกลูกศรที่มีกระแสไฟฟ้าพันรอบลูกศรปักเข้าที่เอวพวกเขา

            ดอกที่สี่ ยิงไปสกัดลูกศรขนนกสีขาวทั้งสามดอกที่กำลังโจมตีไปที่หัว ลำคอ หัวใจขององค์หญิง...

            ดอกที่ห้ายิงถากส่วนคอขององค์หญิงไปที่ลำคอของเจ้าของกรงเล็บสีขาวด้านหลังของนาง

            ดอกที่หกยิงไปที่ด้านหลังศีรษะของนักฆ่าที่ถือกระบี่ทหารม้าผุดออกมาจากแสงสีส้ม

            ทักษะการยิงธนูแบบนี้ เรียกได้ว่าเป็นทักษะที่น่าอัศจรรย์

            นักรบอเมซอน ทักษะธนูยาว ‘ยิงกราด’

            สามารถยิงลูกศรหลายดอกได้ในเวลาเดียวกันและยังทำให้ลูกศรเวทมนตร์ที่ยิงกราดมุ่งไปยังเป้าหมายที่แตกต่างกันได้ถือเป็นพลังโจมตีที่ไม่เลวจริงๆ

            นี่เป็นทักษะยิงลูกศรระดับสูงใน ‘โหมดนักรบอเมซอน’ ของซุนเฟย

            นี่เป็น ‘โหมดนักรบอเมซอน’ ของซุนเฟย

            ซุนเฟยไม่ได้หวังว่าลูกศรทั้งดอกจะสามารถกำจัดนักฆ่าทั้งหมดได้เขาแค่หวังว่าจะสามารถชะลอการเคลื่อนไหวของอีกฝ่ายได้สักเล็กน้อยก็ยังดี ให้พวกเขาได้มีเวลาตั้งสตินอกจากยื้อเวลาให้ตัวเองแล้ว ยังยื้อเวลาให้สาวน้อยชุดม่วงผู้แข็งแกร่งคนนั้นที่อยู่ห่างออกไปร้อยเมตรได้ตั้งสติกลับมาด้วย

            หลังจากยิงลูกศรหกดอกในครั้งเดียวออกไปซุนเฟยก็รีบเปลี่ยนเป็น ‘โหมดคนเถื่อน’ แล้วทะยานไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วตอนนี้ไม่มีเวลามานั่งคิดว่าเขาจะไปทันหรือไม่ ตัวเองสามารถเป็นคู่ต่อสู้อีกฝ่ายได้หรือเปล่า การช่วยองค์หญิงเป็นทางเลือกเดียวของซุนเฟยตอนนี้ไม่ว่าอย่างไรก็ตามเขาไม่อาจให้องค์หญิงคนนี้ต้องมาตายที่แท่นหินบูชาของเมืองแซมบอร์ดแน่ๆ

            แต่ปฏิกิริยาตอบสนองของซุนเฟยก็ยังคงช้าอยู่ดี

            ธนูดอกแรกยิงไปทางนักฆ่าที่กำลังลอยดิ่งลงมากลางอากาศเดิมทีมันก็ไม่มีประโยชน์อะไรอยู่แล้วเพียงปะทะเข้ากับคลื่นพลังในร่างของยอดฝีมือห้าดาวโดยตรงก็สามารถทำลายลูกศรเวทมนตร์ดอกนั้นจนกลายเป็นผุยผง ปลิวไปในอากาศไม่ได้ก่อความวุ่นวายใดๆ แก่ตัวนักฆ่าคนนั้น

            ธนูทั้งสองดอกที่ยิงไปทางนักฆ่ามีดโค้งสีเหลืองทั้งสองคน ในตอนที่ลูกศรกำลังจะเสียบเอวนักฆ่าก็ปะทะเข้ากับคลื่นพลังที่ปกป้องร่างของอีกฝ่ายสุดท้ายก็ตกลงลงมาปักพื้น แทบจะไม่สร้างอันตรายใดๆ แก่ตัวนักฆ่าทั้งสองคน

            ส่วนลูกศรที่ยิงไปที่นักฆ่ากรงเล็บเหล็กสีขาวด้านหลังขององค์หญิง ถูกนักฆ่าในชุดขาวสะบัดมือขวาปัดลูกศรจนกระเด็นออกไป ส่วนมือซ้ายที่แหลมคมที่เหมือนเคียวยมทูตยังคงพุ่งไปทางหัวใจด้านหลังขององค์หญิงอย่างรุนแรง

            ส่วนลูกศรหนึ่งดอกที่ยิงไปสกัดลูกธนูขนนกสีขาวทั้งสามดอกนั้น ดูเหมือนจะมีประโยชน์พอสมควร

            เมื่อลูกศรที่ยิงออกมาด้วยทักษะมหัศจรรย์ไปกระทบเข้ากับส่วนหัวของลูกธนูสีขาวดอกแรกจนเกิดเสียงดังติ้ง เกิดประกายไฟกระเด็นออกมาลูกธนูสีขาวดอกแรกที่ลอยอยู่กลางอากาศก็พลันเอียงไปชนเข้ากับลูกธนูดอกที่สองจากนั้นลูกธนูดอกที่สองก็ชนกับลูกธนูดอกที่สาม...เส้นทางการยิงของลูกธนูสีขาวก็เปลี่ยนทิศทางทันที มันแฉลบไปด้านข้าง.....

            ดอกที่หกที่ยิงไปทางนักฆ่าที่ถือกระบี่ทหารม้าไว้ในมือแล้วโผล่มาจากใต้ดินได้ยิงตรงเป้าที่เล็งไว้อย่างแม่นยำแต่ก็มีเพียงเลือดที่ไหลออกมาจากแผ่นหลังของนักฆ่าคนนั้นแม้ว่านักฆ่ารูปร่างสูงใหญ่คนนั้นจะร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด แต่เขาก็ข่มความเจ็บปวดไว้ ในขณะที่สองมือจับกระบี่ทหารม้าแน่นและเหวี่ยงไปทางสองขาขององค์หญิงอย่างไร้ความปรานี...

            ปฏิกิริยาตอบสนองของนักฆ่าทั้งหกคนนี้ แต่ละคนไม่เหมือนกันมันสะท้อนให้เห็นถึงระดับความแข็งแกร่งสูงต่ำระหว่างพวกเขา

            ขั้นตอนทั้งหมดเกิดขึ้นในชั่วพริบตาคนส่วนใหญ่ยังคงนิ่งอึ้งร้องอุทาน

            ในตอนนี้ ซุนเฟยและองค์หญิงก็อยู่ห่างกันราวๆ สิบเมตร

            นอกจากนักฆ่าลึกลับที่อยู่ท่ามกลางฝูงชนแล้ว นักฆ่าคนอื่นทั้งห้าคนต่างมีระยะห่างจากองค์หญิงไม่ถึงสี่เมตรพวกเขาสามารถสังหารองค์หญิงให้กลายเป็นกองเศษเนื้อได้ก่อนที่ซุนเฟยจะวิ่งไปถึง จากนั้นเขาก็จะหันกลับมาสังหารซุนเฟยอีกที

            สถานการณ์คับขันแล้ว

            เทพแห่งความตายกำลังกำรอบคอระหงส์ขององค์หญิงอยู่เพียงแค่ออกแรงบีบเบาๆ ทุกสิ่งทุกอย่างก็จบ องค์หญิงที่ถือครองอำนาจยิ่งใหญ่ตอนนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับเด็กสาวกำพร้า...และการวางแผนลอบสังหารในครั้งนี้จะกลายเป็นแบบแผนคลาสสิกในการลอบสังหารของนักฆ่า

            และผลที่ตามมาเมืองแซมบอร์ดทุกคนจะต้องถูกกลบฝัง ตายไปพร้อมๆ กับองค์หญิง

            นักรบสาวซูซานพยายามอย่างสุดชีวิตที่จะพุ่งไปข้างหน้าหัวหน้าอัศวินโรมัน ปัฟลูย์เชนโคที่กำลังวิ่งตรงขึ้นมาบนแท่นหินบูชาสาวน้อยชุดม่วงที่อยู่ห่างไปนับร้อยเมตรก็กำลังเคลื่อนมา...

            เวลา

            ตอนนี้ สิ่งที่ต้องการที่สุดคือเวลา

            หากมีคนที่สามารถจู่โจมขัดขวางพวกเหล่านักฆ่าได้อีกครั้ง...แต่เพราะตั้งแต่แรกแล้วไม่มีใครจะคาดคิดว่าจะเป็นแบบนี้ จึงไม่มีใครไหวตัวทันสักคนเมื่อทำทุกอย่างแล้วแต่ก็ไม่ได้ผล ตอนนี้ทุกคนต่างพากันสิ้นหวัง ทว่าซุนเฟยกลับทำให้ทุกคนต้องรู้สึกประหลาดใจ

            ทันใดนั้นเขาก็พลันตะโกนออกมาตรงหน้าเสียงดังว่า

            “ยังไม่ลงมืออีก?”

            ติ้ง ติ้ง ติ้ง ติ้ง ติ้ง!

            ราวกับตอบสนองต่อความโกรธของซุนเฟย จู่ๆ ก็เกิดเสียงโจมตีอย่างต่อเนื่องดังขึ้นมาในหูของทุกคนพวกเขาเห็นเพียงประกายไฟนับไม่ถ้วนปรากฏออกมาในรัศมีครึ่งเมตรขององค์หญิงประกายไฟพวกนี้ก่อตัวขึ้นจากอาวุธโลหะที่โจมตีกระทบเข้ากับที่ครอบที่มองไม่เห็นอาวุธในมือนักฆ่าที่ฟันเข้าไปก็เด้งออกมา

            ดาบ

            เป็นดาบยาวธรรมดามาก

            ดาบนี้ปรากฏอยู่ด้านหน้าขององค์หญิงอย่างไม่น่าเชื่อ

            ดาบตวัดเป็นเส้นตรงกลางอากาศทำลายความสามัคคีในการลอบสังหารของเหล่านักฆ่า

            ประกายดาบสว่างจ้าขัดขวางการสังหารของเหล่านักฆ่าที่จู่โจมมาในระยะประชิดได้ทันท่วงที

            ---------------