ชะตาฟ้า ข้าลิขิต

    ตอนที่ 21 : กำไลหยกต้นกำเนิด

    ~ ถนนสายหลัก ~


    รถม้าตระกูลจางกำลังเคลื่อนผ่านเส้นทางสัญจร หลังจากที่ออกจากตระกูลชิง จางหลินและจางหยินเซียวไม่ได้พูดคุยอะไรกันเลยแม้แต่คำเดียว บรรยากาศแลดูสงบและอึมครึมในเวลาเดียวกัน


    สีหน้าแววตาของจางหยินเซียวแลดูลำบากใจ เขาตัดสินใจถามขึ้นว่า “หลินเอ๋อร์ เจ้าไม่เป็นอะไรใช่หรือไม่?”


    จางหลินที่มองออกไปนอกรถม้าเอนคอกลับมา ก่อนที่เขาจะส่ายหน้าเบาๆ “ท่านพ่อ ข้าสบายดี”


    จางหยินเซียวอดไม่ได้ที่จะกล่าวอย่างจริงจัง “ข้าเป็นห่วงเรื่องสภาพจิตใจของเจ้าและไม่อยากให้เจ้ารีบหมดหวัง ต่อให้เจ้าจะไม่สามารถฝึกฝนปราณได้ แต่เจ้ายังสามารถพัฒนาชีวิตของเจ้าได้ในหนทางอื่นๆ แต่ก่อนอื่นเจ้าควรมุ่งความสนใจไปที่พิธีแต่งงานของเจ้าเป็นอันดับแรก”


    ประโยคนั้นกลับทำให้สีหน้าของจางหลินจริงจังขึ้นมา เขาตัดสินใจพูดอย่างตรงไปตรงมา “ท่านพ่อ ข้ามีคำถาม และข้าคิดว่าคงถึงเวลาแล้วที่ท่านต้องตอบข้า”


    อารมณ์ที่เปลี่ยนไปอย่างกะทันหันของจางหลิน ทำให้ดวงตาของจางหยินเซียวส่องประกายด้วยความเคร่งขรึม “เจ้าจะถามอะไร?”


    จางหลินสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เขาผ่อนลมหายใจพลางกล่าวถามอย่างหนักแน่น “ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ตระกูลชิงต้องการอะไรจากตระกูลจางกันแน่?”


    ประโยคนั้นทำให้การแสดงออกของจางหยินเซียวเปลี่ยนไป แม้แต่น้ำเสียงของเขาก็ยังแสดงให้เห็นถึงความร้ายแรง “เจ้าเองก็สังเกตเห็นแล้วงั้นรึ?”


    “ข้าสังเกตเห็นมานานแล้ว…” จางหลินพยักหน้าอย่างหนัก “ข้าไม่รู้ว่าตระกูลชิงต้องการอะไรจากตระกูลจาง แต่ข้ามั่นใจว่าการมาถึงของปรมาจารย์ซูหยานต้องเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน”


    เขาไม่มีความคิดที่จะปกปิดสิ่งที่เขารู้กับจางหยินเซียวอีกต่อไป เพราะตอนนี้เขามองเห็นแล้วว่าสถานการณ์เริ่มที่จะบานปลายและมิอาจควบคุมได้ ความสงบสุขที่เขาต้องการก็ยิ่งไกลห่างออกไปเรื่อยๆ


    หากเขาไม่รู้ข้อเท็จจริงทั้งหมด เขาก็ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ตรงจุด และท้ายที่สุดตระกูลจางก็อาจจะจบลงด้วยโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่


    เมื่อได้ยินดังนั้นใบหน้าของจางหยินเซียวเผยให้เห็นถึงความลังเลใจเล็กน้อย


    แต่หลังจากผ่านไปสิบลมหายใจ เขาก็ตัดสินใจพูดขึ้น “สิ่งที่ตระกูลชิงต้องการคือสิ่งประดิษฐ์ระดับ 7”


    “อะไร!?” จางหลินอ้าปากค้างความตกตะลึง


    [สะ-สิ่งประดิษฐ์ระดับ 7?]


    [ตระกูลจางมีสิ่งประดิษฐ์ระดับ 7 อยู่ตั้งแต่เมื่อใด?]


    ต้องเข้าใจว่าภายในแคว้นฉู่มีผู้ฝึกยุทธ์อยู่ด้วยกันถึงเจ็ดขอบเขต ซึ่งได้แก่ขอบเขตก่อตั้งรากฐาน, ขอบเขตขัดเกลา, ขอบเขตก่อกำเนิด, ขอบเขตตื่นรู้, ขอบเขตหลอมรวม, ขอบเขตลึกซึ้งและขอบเขตนิรันดร์ที่ถือได้ว่าเป็นระดับสูงสุดของแคว้นฉู่!


    หากจะนำมาเปรียบเทียบกับระดับพลังยุทธ์แล้ว สิ่งประดิษฐ์ระดับ 7 นั้นถือได้ว่าเป็นสิ่งประดิษฐ์ระดับสูงสุดในแคว้นฉู่! สิ่งนั้นอาจจะทำให้มนุษย์กลายเป็นพระเจ้าได้ในพริบตา!


    หากตระกูลจางมีสิ่งประดิษฐ์ระดับ 7 จริงๆ เขาไม่สงสัยเลยว่าเหตุใดตระกูลชิงและปรมาจารย์ซูหยานถึงได้มีความพยายามขนาดนี้ ถึงขนาดแม้แต่ปรุงยาระดับ 5 ให้เขาเป็นการส่วนตัวโดยไม่ขอสิ่งใดตอบแทน


    แท้จริงแล้วทุกอย่างก็ทำเพื่อสิ่งประดิษฐ์ระดับ 7!


    จางหลินหันกลับมามองจางหยินเซียวอย่างตั้งใจและเอ่ยถามว่า “ตระกูลจางมีสิ่งประดิษฐ์ระดับ 7 ตั้งแต่เมื่อใด? เหตุใดข้าไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อน?”


    จางหยินเซียวเพียงแค่ยิ้มออกมาด้วยแววตาที่ลึกซึ้ง “เจ้าเองก็เคยเห็นสิ่งนี้ แต่เจ้าแค่ไม่รู้ว่ามันคือสิ่งประดิษฐ์ระดับ 7”


    พูดจบเขาพลันล้วงเข้าไปในชุดเกราะที่กำลังสวมใส่ ก่อนจะหยิบกำไลหยกสีเลือดออกมาแสดงให้แก่จางหลินได้เห็น


    กำไลหยกตรงหน้ามีสีแดงฉานราวกับโลหิต และมีการแกะสลักอย่างปราณีต ซ้ำยังเปล่งพลังงานอันลึกลับออกมาทุกขณะ


    แค่มองด้วยตาเปล่าก็รับรู้ว่าได้ว่า มันต้องเป็นสิ่งของล้ำค่าที่มิอาจประเมินราคาได้


    รูม่านตาของจางหลินเบิกโพลง จนเขาเผลออุทานออกมาโดยไม่ได้ตั้งใจ “นะ-นั่นคือของต่างหน้าที่ท่านแม่ทิ้งไว้!”


    จางหยินเซียวมองกำไลหยกในมือของเขาด้วยแววตาที่เศร้าโศกก่อนจะพยักหน้าเบาๆ “ถูกต้อง สิ่งนี้คือของต่างหน้าของนางก่อนจะสิ้นลม นางเรียกมันว่ากำไลหยกต้นกำเนิด... ในความเห็นของข้ากำไลชิ้นนี้เป็นหนึ่งในสิ่งประดิษฐ์ระดับสูงสุดในแคว้นฉู่”


    แค่คำว่า ‘สิ่งประดิษฐ์ระดับสูงสุดในแคว้นฉู่’ ก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้ทั้งสามมหาอำนาจและแคว้นฉู่ต้องสั่นสะเทือนหากเรื่องนี้ถูกแพร่งพรายออกไป!


    หากจะให้พูดถึงสิ่งประดิษฐ์ระดับ 7 ในแคว้นฉู่ มันสามารถถูกนับได้ด้วยมือสองข้างด้วยซ้ำ


    จางหลินอดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลายเฮือกใหญ่ “ท่านพ่อ... แล้วท่านแม่ไปเอาสิ่งประดิษฐ์ระดับ 7 มาได้อย่างไร?”


    จางหยินเซียวเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะส่ายหน้า “ข้าเองก็ไม่รู้ ก่อนนางจะสิ้นลมนางบอกเพียงแค่ว่า กำไลหยกต้นกำเนิดคือสิ่งประดิษฐ์ระดับ 7 เท่านั้น ส่วนเรื่องอื่นๆนางไม่ได้อธิบายอะไรไว้เลย…”


    จางหลินผงะไปครู่หนึ่ง เขาทำได้เพียงพยักหน้าอย่างเงียบๆ


    ดูเหมือนว่าภูมิหลังของมารดาคงจะไม่ธรรมดา เพราะแม้แต่ผู้อาวุโสสำนักจักรพรรดิพิรุณอย่างปรมาจารย์ซูหยานก็ยังพยายามที่จะช่วงชิงสิ่งประดิษฐ์ชิ้นนี้ไปจากตระกูลจาง 


    การที่มีคนนอกแผ่นดินใหญ่ได้ครอบครองสิ่งประดิษฐ์ระดับ 7 นั่นเป็นเรื่องที่ผิดปกติอย่างยิ่ง!


    และแน่นอนว่าการที่ใครบางคนรู้ว่ามีสิ่งประดิษฐ์ระดับ 7 อยู่ในตระกูลจาง นั่นจะไม่ใช่เรื่องปลอดภัยสำหรับตระกูลจางอีกต่อไป


    และอีกอย่างที่เขารู้ก็คือจางหยินเซียวไม่ได้เป็นคนโง่เขลา เพียงแต่เขาต้องการอยู่ให้ห่างจากความโกลาหลและความวุ่นวายเท่านั้น


    แต่ตอนนี้หายนะค่อยๆคืบคลานเข้ามาสู่ตระกูลจาง หากไม่รีบแก้ปัญหาเกรงว่าทุกอย่างอาจจะสายเกินไป


    จางหยินเซียวอดไม่ได้ที่จะยิ้มอย่างขมขื่นเมื่อมองไปยังกำไลหยกสีเลือด “ทั้งหมดนี้เป็นความผิดของข้า ในตอนแรกข้าคิดจะมอบกำไลต้นกำเนิดให้แก่ชิงเยว่ในพิธีแต่งงาน เพราะแม่ของเจ้าเคยสั่งเสียไว้ก่อนจะจากไปว่าหากพบเจอกับหญิงสาวที่คู่ควรกับเจ้า ก็จงส่งมอบมันให้แก่หญิงสาวผู้นั้น และข้าเองก็ตัดสินใจเก็บกำไลหยกนี้ไว้ให้แก่ชิงเยว่โดยเฉพาะ”


    ทว่าจู่ๆรูม่านตาของเขาก็หดลีบลง “แต่ข้าจะคาดคิดได้อย่างไรว่าตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา ตระกูลชิงที่เริ่มตีตัวออกห่างก็กลับพยายามทำตัวสนิทสนมกับข้าอีกครั้ง ซึ่งจุดประสงค์ของมันก็คือสิ่งประดิษฐ์ระดับ 7 ที่อยู่ในการครอบครองของข้า”


    คิ้วของจางหลินขมวดเป็นปมก่อนจะตัดสินใจกล่าวถาม “ท่านเองก็รู้แล้วใช่หรือไม่ว่าปรมาจารย์ซูหยานไม่ได้ทำเพื่อข้าตั้งแต่แรก?”


    จางหยินเซียวพยักหน้า “ข้าจะไม่รู้ได้อย่างไร? มีคนโง่ที่ไหนกล้าที่จะสละสมุนไพรล้ำค่าเพื่อปรุงเม็ดยาระดับ 5 เพื่อช่วยคนไร้ประโยชน์ที่ไม่สามารถฝึกฝนได้อย่างเจ้า? ตลอดเวลาที่ผ่านมาข้ารู้ทุกอย่าง แต่ข้าไม่ต้องการให้เกิดปัญหา ข้าจึงไม่ได้นำหัวข้อนี้มาพูดคุย”


    จางหลินอดไม่ได้ที่จะกลอกตาเมื่อได้ยินคำว่า ‘คนไร้ประโยชน์ที่ไม่สามารถฝึกฝนได้’


    จางหยินเซียวยิ้มออกมาอย่างช่วยไม่ได้ ก่อนจะส่ายหน้าอย่างขมขื่น “แต่ข้ารู้แล้วข้าจะทำอะไรได้? อีกฝ่ายเป็นถึงผู้อาวุโสจากสำนักจักรพรรดิพิรุณ พวกเราเป็นเพียงมดต่ำต้อยที่ไม่สามารถตอบโต้อะไรได้เลยนอกจากต้องยอมรับชะตากรรม”