Chat เปลี่ยนโลก

    บทที่ 75

            และประโยคนั้นเองมันก็ทำให้นทีทำหน้าแบบ เอิ่ม ประมาณว่ามองบนไปหนึ่งที และคิดภายในใจ‘เทพเจ้าเลือก มักจะเหตุผลเสมอ’ มันก็เป็นทั้งจริง และไม่จริงอยู่บ้าง บางทีพวกเทพหลายองค์ก็แค่อยากจะเล่นสนุก หรืออยากแกล้งเหล่าสาวกเพียงเท่านั้นเอง และมันก็มักจะเป็นอย่างนั้นซะส่วนใหญ่


            นทีแอบดูอยู่สักพักก่อนจะกลับไปอย่างสบายใจ เพราะยมทูตหญิงที่เขาหมายตากำลังยถูกเคี่ยวอย่างหนักจากเหล่าครูฝึก และยมทูตอาวุโสทั้งสามคน นทีกลับร่างของตัวเองเมื่อมาถึงห้องนอน ก่อนที่จะนอนหลับไปจนถึงเช้าวันใหม่ วันนี้พ่อกับแม่มาปุกเขาตั้งแต่ ตีห้าครึ่ง เพราะแม่ให้เหตุผลว่าไหนๆนานๆทีลูกจะกลับบ้านมาเลยอยากจะชวนบุญที่วัดใกล้บ้าน


            นทีที่ไม่อยากจะทะเลาะกับแม่ เพราะเขากลัวว่าแม่จะนอยจนส่งผลถึงน้องสาวที่อยู่ในครรภ์ของแม่ เขาจึงเลือกที่จะไปทำบุญด้วยตามคำชวน เขาขึ้นรถด้วยอาการงัวเงีย และไม่นานพวกเขาก็เดินทางมาถึงวัด ชาวบ้านมากมายก็ต่างออกมาทำบุญด้วยเช่นกัน และนทีพึ่งจะทราบว่าวันนี้คือวันพระ แต่เขาก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก แม่ให้ทำอะไรก็ทำ

                        

            “พ่อเลี้ยงศักดิ์ แม่เลี้ยงญา เชิญทางนี้สักครู่ครับ ท่านเจ้าโอวาสอยากจะพบกับพ่อเลี้ยงแม่เลี้ยงครับ” เด็กวัดที่ดูจะมีอายุระดับหนึ่งเลย เดินเข้ามาเพื่อที่จะเอ่ยกล่าวกับทั้งสอง ถึงกิจที่เจ้าโอวาสวานเขามาแจ้งทั้งสอง พวกเขาทั้งคู่ก็ได้แต่พยักหน้า ก่อนที่จะแยกตัวออกไปกันสองคน ก่อนพ่อศักดิ์ก็หันไปสั่งนที

            “เดี๋ยวพวกข้าไปพบเจ้าโอวาสก่อน ส่วนแกน่ะ.. ยกของลงมารอที่ศาลาตรงนั้นก่อนก็แล้วกันเจ้าลูกชาย” พ่อหันมาบอก นทีพยักหน้ารับ ก่อนที่จะหาวแบบง่วงๆออกมาอยู่หลายที มันเป็นอะไรที่น่าหมั่นไส้สุดๆ จนมันขัดตาของแม่ญาเป็นอย่างมาก

            “ทำไมลูกถึงได้หาวอย่างนั้นล่ะ น่าเกลียด ปิดปากด้วยสิ ที่นี่มันเขตวัดนะ มีมารยาทหน่อย” ซึ่งเมื่อนทีได้ยินก็ตอบกลับไปอย่างไม่ใส่ใจอะไรมากนั้น ตอนนี้เขาขึ้นไปบนหลังรถกระบะเพื่อขนของลงจากหลังรถ และกลับมาคิดในใจ 

            ‘ตอนนี้ พวกพ่อกับแม่กลายเป็นพ่อเลี้ยงแม่เลี้ยงไปซะแล้ว มันน่าจะเป็นเพราะว่ามีรถกระบะสินะ’ แต่มันก็เป็นเรื่องที่ดีแล้ว นั่นมันก็หมายความว่าพ่อกับแม่ของเขา จะมีอิทธิพลในหมู่บ้านถึงตำบลนี้เลยในระดับหนึ่ง และการที่จะเกิดเรื่องร้ายๆก็จะน้อยตามไปด้วย

                        

            นทีเดินยกของต่างๆมาตามจุดที่พ่อบอก เมื่อทั้งหมดเสร็จแล้วเขาก็นั่งลงม้านั่งใกล้ๆ ก่อนที่จะหญิงสาวอย่างน้องนวลเดินเข้ามาทักทายเขาอย่างเป็นกันเอง


            “พี่ทีคะ สวัสดีค่ะ ... มาทำบุญแต่เช้าเลยนะคะ” เธอกล่าวออกมาอย่างร่าเริง พร้อมกับรอยยิ้มอันสดใสของเธอที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว นทีเองก็ได้ยินมาจากพ่อแม่เหมือนกันว่าน้องนวลคนนี้ถือว่าเป็นหนึ่งในสองสาวงามในตำบลเลยทีเดียว มันทำให้หนุ่มตามจีบเธอเองก็เยอะพอตัวเลย และที่สำคัญพ่อของนวลนั้นเสียไปเมื่อหลายปีก่อน พ่อศักดิ์ก็เลยเปรียบเสมือนพ่อตาปืนโต ขวางพวกหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ไม่ให้ตามจีบเธอได้

            “สวัสดีนะ น้องนวล ฮ่าๆพี่โดนบังคับมานะ... อ่าว..สวัสดีครับป้าจัน .. มากันตั้งแต่เช้าเลยนะครับ” นทีหันไปตอบและเห็นว่ามาพร้อมกับป้าจัน เขาก็เลยเอ่ยกล่าวทักสวัสดีตามมารยาท

            “เรื่องเมื่อวาน ป้าต้องขอบใจหนูทีมากนะที่ช่วยป้าเอาไว้ ป้าเลยทำขนมมาฝาก ขนมที่หนูทีชอบกินตอนเด็กๆทั้งนั้นเลย” จากนั้นพวกเขาก็คุยกันต่อสักนิดสักหน่อย นทีก็รับขนมมาทานอย่างสบายใจ สักพักพ่อกับแม่ก็เดินมารวมกลุ่มกับพวกเขา ก่อนจะพูดเชิงบ่นๆออกมาเล็กน้อย

            “หมู่บ้านเราก็อยู่มานานแล้วนะ มันน่าเจ็บใจจริงๆ ที่ของบรัฐเพื่อพัฒนาถนนเดินทางมาวัดนี้มันตกปัดไปกี่รอบแล้ว” พ่อศักดิ์กล่าวออกมาอย่างหัวเสีย พวกเขาพึ่งจะออกเงินบริจาคเงินก้อนหนึ่ง เพื่อให้ทางวัดจ้างคนมาทำถนนทางขึ้นวัดด้วยแรงศรัทธามากถึง 200,000 บาท และมันก็แอบบ่นถึงทางภาครัฐไม่ได้ที่ไม่เคยช่วยเหลือพวกเขาที่เป็นชาวบ้านตาดำๆเลย


            งบในส่วนนี้ผู้ใหญ่บ้านแจ้งขอไปเป็นปีๆแล้ว แต่ไม่ได้รับผลตอบรับที่ดีเลยแม้แต่น้อย นี่ก็ผ่านการพิจารณางบประมาณอีกปีหนึ่งแล้ว หมู่บ้านของพวกเขาก็ยังไม่ได้รับงบในส่วนนี้อีกตามเคย และตอนนี้ทางขึ้นวัดก็ทรุดหนักลงไปมาก จากที่เป็นถนนดินแดงอยู่แล้ว แต่ในปัจจุบันมันยังเป็นทั้งหลุมทั้งบ่อ ไม่ค่อยสะดวกในการเดินทาง และมันอาจจะทำให้ชาวบ้านในพื้นที่เกิดอุบัติเหตุได้ง่ายๆ เพราะทางขึ้นมันชันมาก

                        

            “เอาน่าพ่อ.. แม่ว่าเราออกเงินบริจาคเองก็ดีเหมือนกันนะพ่อ อย่างน้อยเราก็สร้างถนนเพื่อให้คนอื่นๆขึ้นมาทำบุญ.. แม่เชื่อว่าบุญวาสนานี้จะส่งให้ลูกสาวของเรา เกิดมามีบุญญาธิการสูงส่งอย่างแน่นอน” ผู้เป็นแม่พูดออกมา และเมื่อนทีได้ยินก็เริ่มรู้สึกถึงความลำเอียงแปลกๆ ประมาณว่าแล้วผมล่ะแม่

            ก่อนที่พวกเขาจะคุยอะไรกันเล็กน้อย และเข้าไปทำบุญถวายอาหารเช้า และแยกย้ายกันกลับบ้าน พ่อ และแม่ชวนนทีไปดูที่ดินที่จะซื้อต่อ มันอยู่ห่างจากบ้านไม่ไกลมาก พวกเขาทำการติดต่อซื้อกับเจ้าของที่ดินตามแต่ละรายๆไป จนได้ที่ดินที่ถูกโอนมาเป็นชื่อของพ่อแล้วถึง 50 ไร่ และแน่นอนว่ามันต้องใช้เวลาเกือบทั้งวันในการดำเนินการ 


            พวกชาวบ้านที่ทราบกันว่าพ่อเลี้ยงศักดิ์กำลังหาซื้อที่ดินหลายไร่ ก็ต่างพากันมาขายในส่วนที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์มากนัก พวกเขาเองก็อยากได้เงินสักก้อน ส่งให้ลูกหลานของตัวเองไปเรียนในเมืองด้วยเช่นเดียวกันกับนที ที่ได้ดิบได้ดีหลังจากประสบผลเสร็จ และพวกเขาก็ตั้งความหวังกับลูกๆหลานๆของพวกเขาเองอีกด้วย


            นทีที่เห็นว่าที่บ้านของเขาก็สงบดี ไม่ได้มีปัญหาอะไรมากนัก เขาก็วางแผนที่จะเดินทางกลับคอนโดเพื่อจัดการปัญหาอย่างอื่นต่างๆต่อๆไป จากในตอนแรกที่เขาคิดว่าจะให้พ่อกับแม่อยู่ที่ปลอดภัยใกล้ๆตัว แต่เมื่อเห็นประสิทธิภาพของเหล่าเนเมสัน ที่เขาได้ไปลองเชิงมาบ้างแล้วก็ไว้ใจได้บางส่วน เพราะแต่ละคน ถือว่าฝีมืออยู่ในระดับเก๋าๆกันทั้งนั้น

                        

            เช้าวันใหม่ แม่จันขอร้องให้เขาช่วยนวล เกี่ยวกับการไปศึกษาเรียนมหาวิทยาลัยต่อในเมือง ในตอนแรกนวลไม่ต้องการที่จะเรียนต่อ เพราะว่าเป็นห่วงแม่ของเธอ แต่ป้าจันก็ให้เหตุผลอะไรต่างๆ เพื่อให้เธอสบายใจ ส่วนพ่อศักดิ์ก็รับปากว่าจะคอยดูแลแม่จันให้ และยังเสนองานให้แม่จันมาทำงานกับตนอีกด้วย ในตอนแรกนวลที่ไม่ยอมไปอยู่ท่าเดียวก็เริ่มใจอ่อน และเปลี่ยนใจที่จะไปเรียนจบสูงๆ และทำงานดีๆเพื่อให้แม่ของตัวเองอยู่สบายในยามแก่เฒ่า


            นทีเองก็รับปากว่าจะเป็นธุระจัดการให้ทั้งหมด รวมถึงจะช่วยหาทุนการศึกษาให้กับเธออีกด้วย เพราะตอนนั้นป้าจันยื่นเงินให้เขาก้อนหนึ่ง แต่เขาก็ปฏิเสธไป และก็กล่าวกลับไปว่าให้ป้าจันนำเงินจำนวนนี้ไปซ่อมบ้านช่องก่อน เพราะมันโทรม และอาจจะเป็นอันตรายได้ หากไม่ได้รับการซ่อมแซม ในตอนแรกป้าจันก็เกรงใจในระดับหนึ่ง 


            แต่พ่อศักดิ์ก็ช่วยพูด และบอกจะหักเอาจากเงินเดือนที่มาทำงานที่ฟาร์มของเขาเอาทีละนิดทีละหน่อย จนป้าจันยอมทำตาม และไว้ใจปล่อยให้ลูกสาวไปกับนทีได้ พวกเขาเอ่ยอำลากันเล็กน้อยก่อนที่นทีจะเดินทางออกไปพร้อมกับนวล

             

          

    คล้ายกับเรื่องChat เปลี่ยนโลก ที่คุณอ่าน