Legendary Combination การผสมผสานของตำนาน

    ตอนที่ 67 ถูกทำร้ายที่ร่างกายแต่มันเจ็บที่หัวใจ

            ตอนที่ 67 ถูกทำร้ายที่ร่างกายแต่มันเจ็บที่หัวใจ

             

            “เคี๊ยกๆๆๆเข้ามาพร้อมกันเลย พวกเศษสวะ!” ชนา ตะโกนขึ้นเสียงดัง

             

            ดาร์คและทีชสบตากันครู่หนึ่งก็กระจายตัวออกล้อมชนาเอาไว้ทีชที่ขยับไปทางขวาของชนาแทงกระบี่ออกไปเบื้องหน้า

             

            กระบี่เจ็ดชีพจรขั้นที่ 5!

             

            คราวนี้ทีชเปิดด้วยการโจมตีที่แรงที่สุดของตัวเองทันทีชนาเห็นว่ารังสีที่ปล่อยออกมาจากกระบี่รุนแรงกว่าเดิมมากเขาจึงไม่ประมาทชนาตัดสินใจโคจรลมปราณของตัวเองด้วยวิชากำลังภายในที่เขามี

             

            วิชาลมปราณอสูรขั้นที่ 2!

             

            วูบบบบบ

             

            เกิดลมกรรโชกรอบตัวชนาพร้อมกับมีดสั้นในมือกำลังแทงออกไปทางรังสีปราณที่กำลังพุ่งเข้ามา

             

            วิชามีดอสูรคลั่งกระบวนท่าที่ 3 อสูรปลิดวิญญาณ!

             

            เปรี๊ยง!

             

            เสียงระเบิดดังกึกก้องจุดที่ระเบิดกลายเป็นหลุมขึ้นบนพื้นดิน ดาร์ค ที่เห็นจังหวะโจมตีได้ฟันดาบออกมาโดยเล็งไปที่คอของชนาหวังจะตัดหัวแต่ทว่าดาบที่ควรจะกระทบร่างกายกลับตัดผ่านไปเหมือนฟันใส่อากาศที่ว่างเปล่าและในขณะนั้นเองเสียงของชนาก็พูดขึ้น

             

            “ทางนี้...”

             

            วิชามีดอสูรคลั่งกระบวนท่าที่ 3 อสูรปลิดวิญญาณ!

             

            ดาร์คที่ได้ยินเสียงของชนาจึงรีบพลิกตัวกลับหลังมาป้องกันการโจมตีจากมีดสั้นเอาไว้

             

            ตูม!

             

            อ๊อก!

             

            ดาร์คกระเด็นออกไปไกลเมื่อลุกขึ้นมาเขาก็กระอักเลือดออกมาพร้อมกับอาการบาดเจ็บภายใน

             

            ความจริงไม่ว่าจะกระบี่หรือมีดสั้นวิชาที่ชนาใช้ออกนั้นก็คือวิชาเดียวกันนั่นหมายความว่าวิชาอสูรคลั่งนั้นหากเดาไม่ผิดน่าจะใช้ได้กับทุกอาวุธแสดงว่าวิชาที่ชนาใช้นั้นต้องเกี่ยวข้องกับพลังลมปราณโดยตรงนี่คือสิ่งที่ทีชคิดหลังจากที่ต่อสู้กันใหม่

             

            และทีชเองก็คิดถูกวิชาที่ชนาใช้นั้นคือลมปราณอสูรเป็นวิชากำลังภายในที่อยู่ในระดับสูง เป็นกำลังภายในที่ให้ความรู้สึกกดดันและสะอิดสะเอียนต้องเป็นคนที่มีความอำมหิตในจิตใจเท่านั้นถึงจะฝึกปรือวิชานี้สำเร็จเพราะขั้นตอนในการฝึกช่วงแรกนั้นต้องสังหารคนอย่างน้อยวันละ 3 คนติดต่อกัน1 เดือนเพื่อฝึกปรือและสั่งสมจิตสังหาร ต่อมาในขั้นที่ 2ที่ชนาพึ่งสำเร็จได้ไม่นานนั้นคือการอาบเลือดซึ่งชนาต้องแอบไปนอนแช่เลือดสดๆทุกวันติดต่อกัน 1 เดือน แต่ยังดีที่ว่าเลือดสดๆนี้สามารถใช้เลือดของสัตว์อสูรได้

             

            วิชาลมปราณอสูรนั้นจุดเด่นนอกจากใช้ข่มขวัญที่คล้ายกับสายพลังจิตแล้วยังทำให้ผู้ใช้มีพละกำลัง การตอบสนอง และความไวมากขึ้นด้วยซึ่งแตกต่างจากวิชาลมปราณอื่นที่ต้องโคจรพลังปราณเพื่อกระตุ้นพลังแต่สำหรับวิชาสายมารแบบลมปราณอสูรนั้นเมื่อใช้ออกมนุษย์ปกติก็จะกลายเป็นอสูรที่บ้าคลั่งทำให้ชนาสามารถยกระดับฝีมือขึ้นได้อย่างก้าวกระโดดไม่ว่าจะเป็นความไวในการตอบสนองที่มากขึ้น พละกำลังและความอดทนก็เช่นกันและยังเป็นลมปราณที่ฟื้นฟูได้รวดเร็วด้วยเพราะสามารถดูดซึมกลิ่นอายของเลือดที่กระจายอยู่รอบๆ มาเพิ่มพลังปราณได้ส่วนหนึ่ง

             

            หลังจากที่ได้วิชานี้มาชนาก็คิดค้นกระบวนท่าเอาไว้สำหรับใช้กับลมปราณอสูรโดยเฉพาะนั่นก็คือกระบวนท่า อสูรวิปริต อสูรพิโรธ และอสูรปลิดวิญญาณ ทั้งหมด 3 กระบวนท่าซึ่งกระบวนท่าทั้ง3 นั้นสามารถใช้กับอาวุธชนิดไหนก็ได้ขอแค่ตัวของชนายังมีลมปราณอสูรก็สามารถใช้ออกได้ตลอดและนี่คือฝีมือที่ชนาปกปิดมาตลอด จากที่ชนานั้นอยู่ในระดับผู้เล่นทั่วไปแต่เมื่อชนาใช้ลมปราณอสูรที่เสริมสร้างความไว การตอบสนองและพลังชนาก็ถือได้ว่าก้าวเท้าเข้าสู่ระดับยอดฝีมือทันที

             

            ‘นี่หรือระดับยอดฝีมือที่พึ่งพาวิชาในเกม!’ทีช ที่ใช้การสังเกตและวิเคราะห์เรียบร้อยจึงได้คำสรุปสั้นๆ สำหรับตัวของชนา

             

            ทีชกำลังอิจฉาเพราะเขาเองก็มียอดวิชาอยู่เช่นกันแต่ตัวเขายังก้าวเข้าไประดับยอดฝีมือได้แค่ครึ่งก้าวเท่านั้นเขาไม่เหมือนกับดาร์คหรือหมิง ที่เชี่ยวชาญการต่อสู้มาจากโลกภายนอกทำให้เมื่ออยู่ในเกมที่มีอัตราการฝึกฝนและการเติบโตไวกว่าโลกภายนอกหลายเท่าซึ่งทำให้ดาร์คกับหมิงพัฒนาได้รวดเร็ว

             

            ทีชคิดว่าอย่างน้อยๆเวลานี้ดาร์คกับหมิงน่าจะมีฝีมือใกล้เคียงกับตัวตนจริงในโลกภายนอกแล้วเพียงแต่ว่าในเกมนั้นมีพลังจิต พลังปราณและพลังเวทหนุนเสริมจึงทำให้การโจมตีดูรุนแรงและโอเวอร์กว่าโลกภายนอก

             

            ทีชกับดาร์คพุ่งเข้ารับมือกับชนาอีกครั้งพวกเขาต่อสู้ด้วยทุกอย่างที่มี แต่ทว่าด้วยความห่างของค่าสถานะที่ตัวละครมีและวิชาลมปราณที่ทีชยังไม่มี การต่อสู้ของทีชและดาร์คจึงขึ้นอยู่กับเวลาเท่านั้นตอนนี้ทั้งคู่อาศัยการสอดประสานกันที่ทำมาบ่อยครั้งเป็นตัวช่วยซึ่งถ้าหากดาร์คหรือทีชคนใดคนหนึ่งพลาดพลั้งการต่อสู้นี้ก็จะจบลงทันที

             

            แต่ทว่าชนาที่ควรจะได้เปรียบกลับเป็นฝ่ายพลาดเสียเองจนถูกดาร์คฟันใส่เขาได้หนึ่งดาบ

             

            ฉัวะ!

             

            อ๊ากกกกก!

             

            ดาบกรีดผ่านแผ่นหลังของชนาจนเลือดพุ่งกระฉูดขึ้นไปในอากาศทีชไม่รอช้าเข้าเสือกแทงกระบี่ออกไปอย่างรวดเร็ว

             

            แต่ในขณะนั้นเองปรากฏลูกธนูดอกหนึ่งเป็นลูกธนูที่แฝงด้วยลมปราณที่บริสุทธิ์พุ่งแหวกอากาศมาอย่างรวดเร็ว ทีชที่เหนื่อยล้าเขามองเห็นและรู้สึกถึงธนูได้แล้วแต่การตอบสนองทางร่างกายกลับไม่เชื่อฟัง

             

            ฉึก!

             

            อ๊ากกกกก!

             

            ลูกธนูปักเข้าที่หัวไหล่ขวาของทีชร่างของเขากระเด็นตามแรงธนูออกไปไกลกว่า 3 เมตร

             

            มิลลาฉวยจังหวะเพียงเสี้ยววินาทียิงธนูไปช่วยเหลือชนาหลังจากที่มิลลายิงธนูออกไปแล้วเธอเองก็ตกอยู่ในอาการตะลึงเช่นกันเพราะความจริงเธอไม่ได้ตั้งใจจะยิงใส่ทีชมิลลาที่ปกติมีหน้าที่สนับสนุนชนาในระยะไกลมาตลอดทำให้เมื่อได้ยินเสียงร้องของชนาเธอที่กำลังง้างธนูจะยิงเว่ยเถียนจึงเผลอเปลี่ยนเป้าไปเองตามความเคยชินและในตอนนี้เองเธอกำลังมองไปที่ทีชอย่างรู้สึกผิด เธอยืนนิ่งสบตากับทีชที่กำลังมองมาทางเธอด้วยสายตาตะลึงและไม่เข้าใจ

             

            เปรี๊ยง!

             

            ตูม!

             

            อั๊ก!

             

            “ท่านหญิง!”สุมาอี้ที่เห็นมิลลาถูกโจมตีจนกระเด็นออกไปเขาร่ายเวทขึ้นป้องกันพร้อมกับวิ่งเข้าไปหาทันที

             

            เว่ยเถียนที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดพุ่งเข้ามาเตะใส่มิลลาอย่างแรงจนมิลลากระเด็น เวลานี้เธอกำลังโกรธจนตาแดงเมื่อโจมตีเสร็จเธอรีบวิ่งไปหาทีชอย่างรวดเร็วชนาที่รอดจากกระบี่ของทีชเมื่อตั้งหลักได้ก็ไม่สนใจอาการบาดเจ็บที่หลังเขาหันไปจัดการกับดาร์คทันที

             

            ดาร์คที่ไม่มีทีชคอยประสานการโจมตีย่อมไม่อาจรับมือชนาได้อีกแล้ว เพราะดาร์คนั้นมีเลเวลน้อยไม่ต่างจากทีชจึงทำให้พลังกายและพลังจิตแทบไม่เหลือแล้ว รับมือไปได้เพียง 2 กระบวนท่าดาร์คก็ถูกคมมีดของชนาฟันเข้าที่แขน

             

            ฉัวะ!

             

            เคร้ง!

             

            แขนข้างที่ถูกฟันไม่มีแรงเหลือจะจับดาบอีกต่อไปจนดาบตกลงบนพื้น

             

            ชนาฝืนอาการบาดเจ็บที่หลังโคจรลมปราณพร้อมกับย่างเท้าเข้าหาดาร์คหวังจะปลิดชีพอีกฝ่ายบุรุษชุดดำที่มีเลเวลน้อยกว่าเขา 100 กว่าเลเวลแต่กลับสร้างบาดแผลให้เขาที่หลังได้นี่ถือว่าเกียรติและศักดิ์ศรีของเขากำลังถูกลบหลู่!

             

            ในขณะที่มีดกำลังจะปักเข้าที่หัวใจของดาร์คนั้นจู่ๆลมปราณอสูรในร่างก็ร้องเตือนถึงอันตรายร้ายแรงขึ้นชนาไม่มีทางเลือกเขาจำต้องหมุนตัวกลับหลังเพื่อป้องกันอันตราย

             

            เปรี๊ยง!

             

            อ๊ากกกกก!

             

            ตุบ!

             

            อ๊อก!

             

            ชนากระอักเลือดออกมาดูเหมือนนอกจากบาดแผลที่หลังแล้วอาการบาดเจ็บภายในเองก็ไม่ดีสักเท่าไหร่ ชนาหยิบขวดเลือดและยาฟื้นฟูกำลังออกมาดื่มเขายืนขึ้นเงยหน้าและมองตรงไปทางด้านหน้า เขาอยากรู้ว่าใครกันที่แส่หาเรื่องปรากฏว่าที่ด้านหน้าทีชและดาร์คที่กำลังนั่งหอบเพราะอาการบาดเจ็บรุนแรงมีบุรุษหนุ่มกำลังยืนตระหง่านอยู่พร้อมกับไม้พลองในมือของเขา

             

            “แกเป็นใคร!”ชนา ถามออกไป

             

            “ข้าชื่อ...หมิง”หมิง ที่มาช่วยดาร์คได้ทันเวลาตอบกลับไป พร้อมกับแผ่จิตสังหารออกมาอย่างรุนแรง

             

            หานตงและเรดหยุดการต่อสู้ลงเรียบร้อยแล้วหรือต้องบอกว่าทุกคนได้หยุดการต่อสู้ลงหมดแล้วยกเว้น กวนอู ฮิเดโยชิ และลิบอง

             

            ในเวลานี้ทุกคนได้กลับมารวมตัวกันใหม่ทางกิลมังกรผงาดเองก็ถอยกลับไปตั้งหลักอีกฝั่งหนึ่งพร้อมกับคนของกิลตำหนักเซียนส่วนกิลมังกรทะยานฟ้าเองก็มารวมตัวกันอีกด้านหนึ่งที่หานตงยืนอยู่

             

            หานตงที่รับรู้ได้ถึงจิตสังหารที่รุนแรงจากหมิงถึงกับตกใจจนโพล่งขึ้นเสียงดัง

             

            “ระดับสุดยอดฝีมือ!”

             

            เรดเองก็ตกใจไม่ต่างจากหานตงเช่นกันเขาจำหมิงได้เพราะเขาเคยเห็นหมิงในทีวีช่วงที่สู้กับกลุ่มของโทคุโตะเรดถอยกลับไปยืนข้างจุนซูและสมาชิกกิลมังกรผงาด ซึ่งเวลานี้จุนซูกำลังยืนคิ้วขมวดพร้อมกับอ่านจดหมายในมือเรดที่เห็นหน้าจุนซูก็เข้าใจทันทีว่าต้องมีเรื่องผิดปกติบางอย่างเกิดขึ้น

             

            .....

             

             

             

            ทางด้านสมาชิกกิลแอดมิเรชั่นตอนนี้ได้มารวมตัวกันอยู่ด้านข้างทีชและดาร์คกันหมดแล้วสมิทที่สลบไปนานกำลังถูกโอโรกะพยุงตัวลุกขึ้นส่วนเหิ่นซ่วยที่มาถึงก็พุ่งเข้าไปช่วยเหลือปรางจีออกจากวงล้อมของทหารนั้นเวลานี้กำลังเดินกลับมารวมตัวกันทางด้านนี้เช่นกันมีเพียงอลาโน่ที่เดินไปหาอิจิโนเสะที่กำลังกุมข้อมือที่หักอยู่

             

            “ข้ารักษาให้เอามั้ย”

             

            “ห๊ะนายจะยอมใช้เวทรักษา?” อิจิโนเสะ แปลกใจเพราะปกติอลาโน่ไม่เคยใช้เวทรักษาทั้งๆที่เล่นสายนักบวช แต่เวลานี้เขากลับเอ่ยปากออกมาเองว่าจะรักษาให้เธอ

             

            “สุภาพบุ....”

             

            “พอๆๆเอาจะรักษาก็รักษาไม่ต้องพูดมาก” อิจิโนเสะรีบตัดบทก่อนที่อลาโน่จะพล่ามอะไรไปมากกว่านี้

             

            โทคุโตะที่เห็นว่าอิจิโนเสะมีคนมาช่วยเหลือแล้วเขาก็หันหลังเตรียมกลับไปสมทบกับเรดและจุนซูแต่ในขณะที่เขากำลังจะเดินออกไปโทคุโตะได้หันกลับมาแล้วพูดขึ้นมาอีกครั้งว่า

             

            “เธอลองกลับไปคิดดูนะยังไงซะพวกเรากิลมังกรผงาดยินดีต้อนรับเธอเสมอ”

             

            “ข้าขอปฏิเสธ...แล้วก็ครั้งหน้าผลจะไม่ออกมาแบบนี้แน่!”เมื่อให้คำตอบกับโทคุโตะแล้วอิจิโนเสะก็เดินไปสมทบกับเพื่อนๆ ทันที

             

            ในระหว่างที่กำลังเดินอยู่นั้นอิจิโนเสะหันไปถามอลาโน่อย่างแปลกใจว่า

             

            “นั่นใคร”

             

            อิจิโนเสะถามถึงชายที่ดูแล้วน่าจะอายุประมาณ 50 ปีสวมชุดที่เหมือนกับขุนนางหรือข้าราชการซึ่งกำลังเดินอยู่ข้างๆอลาโน่ด้วยสีหน้าที่แสดงความกังวล

             

            “อ้อ...ข้าขอแนะนำคนนี้คือ...เจ้าเมืองอู๋โจว”อลาโน่ พูดพร้อมกับยิ้มอย่างภาคภูมิใจที่พวกเขาทีมไซอิ๋วทำภารกิจได้สำเร็จ

             

            อิจิโนเสะสังเกตชุดของอลาโน่ที่เวลานี้เปรอะเปือดไปด้วยคราบเลือดและยังมีร่องรอยจากการโจมตีอยู่จำนวนมากเธอเข้าใจได้ทันทีว่าทีมไซอิ๋วจะต้องเจอกับศัตรูด้านในแน่ๆแต่พวกเขากลับเอาชนะและนำตัวเจ้าเมืองออกมาได้สำเร็จเธอจึงยกนิ้วโป้งขึ้นด้วยมืออีกข้างที่ไม่ได้บาดเจ็บ พร้อมกับพูดว่า

             

            “เก่งมากทีมไซอิ๋ว”

             

            ......

             

             

            มิลลาที่ได้รับการช่วยเหลือจากสุมาอี้เวลานี้เธอลุกขึ้นยืนพร้อมกับที่แอชเดินมายืนข้างเธอด้วยบาดแผลเต็มตัวเนื่องจากในช่วงหลังมอนจีที่เห็นว่าตัวเองไม่อาจสังหารแอชได้จึงตัดสินใจอัญเชิญมังกรฟ้าออกมาในที่สุดทำให้แอชทำได้เพียงเป็นกระสอบทรายให้มังกรฟ้าและมอนจีโจมตีอาการบาดเจ็บของแอชนั้นต้องบอกว่าปาฏิหาริย์แล้วที่เขายังไม่ตาย

             

            มิลลาไม่ได้สนใจอาการบาดเจ็บของแอชมากนักเพราะเวลานี้เธอกำลังมองไปทางทีชซึ่งเธอเห็นเว่ยเถียนที่เวลานี้กำลังดูอาการของทีชอยู่ข้างๆ ด้วยสีหน้าเป็นห่วงเมื่อมิลลาเห็นทีชที่กำลังบาดเจ็บหนัก และสาเหตุของอาการบาดเจ็บก็มาจากลูกธนูของเธอเองมิลลาจึงรู้สึกคล้ายกับหัวใจกำลังถูกอะไรบางอย่างมาบีบรัดเธอรู้สึกอัดแน่นที่หน้าอก จนพึมพำออกมาเบาๆ ว่า

             

            ‘ขอโทษ...’

             

            มิลลาไม่รู้ตัวเลยว่าน้ำตาของเธอกำลังไหลออกมาสุมาอี้ที่อยู่ด้านข้างนั้นเห็นชัดเจน แต่เขายังไม่เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างมิลลากับทีชมากนักจึงไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรออกไปดี สุดท้ายสุมาอี้จึงตัดสินใจยืนอยู่ด้านข้างเงียบๆเพื่อคอยปกป้องเธอต่อไป

             

            ความจริงมิลลากำลังนึกถึงอดีตบางอย่างอยู่เป็นอดีตระหว่างเธอกับทีช เรื่องราวในอดีตที่เกิดขึ้นตั้งแต่สมัยที่มิลลายังมีอายุเพียง15 ปี ในวันที่เธอได้พบกับทีชเป็นครั้งแรก

             

            ในตอนที่มิลลาอายุได้15 ปีนั้นวันหนึ่งมิลลาที่กำลังเดินกลับบ้านหลังจากที่โรงเรียนเลิกแล้วนั้นเธอได้ถูกกลุ่มเด็กผู้ชายที่เป็นรุ่นพี่ในโรงเรียนทั้งหมด 3 คนซึ่งคนที่ดูเหมือนเป็นหัวหน้านั้นได้แอบชอบเธอแต่เธอปฏิเสธเขาตลอดจนสุดท้ายรุ่นพี่คนนี้ก็ตัดสินใจที่จะใช้กำลังบังคับให้เธอยอมคบกับเขา

             

            ในระหว่างนั้นเองปรากฏเด็กชายคนหนึ่งหรือก็คือทีชในวัยเด็กได้เข้ามาช่วยเหลือเธอเอาไว้มิลลายังจำได้ว่าทีชในวัยเด็กนั้นมีใบหน้าที่สดใสร่าเริงเหมือนเด็กทั่วๆ ไปเขามีความกล้าหาญที่ต่อให้ตัวจะเล็กกว่าอีกฝ่ายแต่ก็ไม่เกรงกลัวและไม่ยอมแพ้ทีชเข้าไปพัวพันกลุ่มรุ่นพี่ทั้ง 3 คนจนตัวเองถูกต่อยจนหน้าบวมปูดแต่สุดท้ายเขาก็พามิลลาหนีออกมาได้สำเร็จซึ่งมิลลาได้พาทีชไปเลี้ยงไอติมเป็นการตอบแทน

             

            ซึ่งก่อนที่จะจากกันนั้นทีชได้มอบสร้อยข้อมือที่แม่ของเขาทำให้เป็นเครื่องรางไว้ให้กับมิลลาสร้อยข้อมือนั้นขาดระหว่างต่อสู้กับรุ่นพี่ซึ่งทีชในวัยเด็กได้บอกกับมิลลาเอาไว้ว่า

             

            “พกเอาไว้นะครับแล้วพี่สาวจะปลอดภัย เครื่องรางอันนี้แม่ของผมเป็นคนทำให้ผมเอง ฮี่ๆ”

             

            เมื่อพูดจบเด็กหนุ่มก็เดินจากไปมิลลาพึ่งจะรู้ตัวว่าเธอยังไม่ได้บอกชื่อของเธอกับเด็กคนนั้นเลยส่วนเด็กคนนั้นก็เอาแต่เรียกเธอว่าพี่สาวโดยไม่ยอมถามชื่อของเธอทำให้เธอไม่มีโอกาสบอกชื่อตัวเองออกไปสักทีเธอได้แต่คิดว่าครั้งหน้าที่พบกันเธอจะต้องบอกชื่อของเธอ ‘มิว’ออกไปให้ได้

             

            แต่ทว่าประโยคที่เด็กหนุ่มพูดก่อนเดินจากไปกลับเป็นประโยคสุดท้ายก่อนที่ทั้งสองจะไม่ได้เจอกันอีกเลยจนเวลาผ่านไป6 ปีมิลลาก็เป็นฝ่ายเจอทีชอีกครั้งเพียงแต่การเจอในครั้งนี้เกิดขึ้นผ่านทางข่าวในทีวีข่าวที่ว่ามีเด็กหนุ่มไปทุบรถของประธานชลากรที่หน้าบริษัท ซูเปอร์มอเตอร์เมื่อมิลลาเห็นเด็กหนุ่มในทีวีก็จดจำออกได้ทันทีว่าเป็นทีช

             

            จนวันหนึ่งวันที่เธอย้ายที่ทำงานแล้วไปสมัครงานในบริษัทแห่งหนึ่งปรากฏว่าทีชที่เป็นฝ่ายบุคคลได้ยื่นใบสมัครมาให้เธอซึ่งในเวลานั้นเธอคิดจะเอ่ยทักออกไปแต่ทว่าทีชกลับเหมือนจะจำเธอไม่ได้มิลลาจึงคิดทีชอาจจะไม่ได้สนใจเธอมากนักถึงได้ลืมไปแล้วว่าเคยเจอเธอในอดีตและยังเคยช่วยเหลือเธอจากรุ่นพี่ที่เกเรด้วย มิลลาจึงตัดสินใจปิดเรื่องในอดีตเอาไว้โดยไม่บอกทีช

             

            แต่โชคชะตาคล้ายกับต้องการจะเล่นตลกเพราะถึงแม้ว่าทีชจะจำมิลลาไม่ได้ แต่เขากลับตกหลุมรักมิลลาเสียอย่างงั้นซึ่งทำให้ทีชเขิลและไม่กล้าคุยกับมิลลา จนมิลลายิ่งเข้าใจผิดว่าทีชไม่สนใจเธอแต่ต่อมาไม่นานหลังจากที่มิลลาทำงานไปได้สักพักเธอที่แอบสังเกตทีชมาตลอดก็เข้าใจว่าความจริงแล้วทีชจำเธอไม่ได้จริงๆแต่ทีชกลับแอบชอบเธอในปัจจุบัน มิลลาเลยไม่คิดจะเปิดเผยเรื่องราวในอดีตออกไปเพราะในตอนนั้นทีชเรียกเธอว่าพี่สาวมิลลากลัวว่าหากเปิดเผยออกไปเธออาจจะเป็นได้แค่พี่สาวขึ้นมาจริงๆและอีกเหตุผลหนึ่งคือทีชในปัจจุบันดูเปลี่ยนไปมากความกล้าหาญและความสดใสในวัยเด็กกลับหายไปทีชดูเหมือนคนอมทุกข์และเก็บตัวจนผิดปกติ

             

            มิลลาหรือมิวที่พยามเป็นฝ่ายเข้าหาทีชแต่ทีชกลับหลบหน้าเธอตลอดจนสุดท้ายมิลลาก็ได้แต่อดทนว่าทีชจะกลับไปเป็นคนที่กล้าหาญเหมือนในอดีตเมื่อไหร่แต่การปรากฏตัวของโอมก็มาทำให้เรื่องยุ่งยากซับซ้อนขึ้นไปอีกและสุดท้ายเมื่อโอมเปิดเผยตัวว่าเป็นลูกของประธานชลากรมิลลาก็เข้าใจเรื่องทุกอย่างเธอที่ถูกโอมตามจีบและใช้ประโยชน์จากหนี้สินของทางบ้านเธอกดดันเพื่อทำการหมั้นซึ่งเธอเองไม่มีทางเลือกมากนักเพราะพ่อแม่ของเธอได้ตอบตกลงอีกฝ่ายไปแล้วแล้วโอมก็จ่ายหนี้ให้หมดแล้วด้วยเธอจึงทำข้อตกลงบางอย่างกับโอมเพื่อให้อย่างน้อยในโลกจริงเธอก็ยังสามารถขยับตัวทำอะไรได้สะดวกมากขึ้น

             

            และในวันที่มิลลาไปเยี่ยมร้านคาเฟ่ของทีชความจริงที่มิลลาเอ่ยออกไปแบบนั้นเพราะเธอคิดจะหาวิธีจัดการเรื่องหนี้สินของเธอและจัดการปัญหาของเธอเองเธอไม่อยากให้ทีชมาช่วยเหลือเธอเหมือนในอดีตอีกแต่เธออยากเป็นฝ่ายช่วยเหลือตัวเองมากกว่าถึงได้พูดออกไปแบบนั้นเพราะเธออยากกันทีชให้ออกห่างจากตระกูลอัครพิมุข

             

            แต่ทว่ามิลลาที่มีความตั้งใจและเป้าหมายนั้นยังไม่ทันไรเลยเธอกลับต้องมาพบกับทีชในเกม LC ซะก่อนและในวันนี้เธอกลับพลั้งมือทำร้ายผู้มีพระคุณและยังเป็นคนที่เธอแอบชอบมาตั้งแต่เด็กๆอีก

             

            มิลลากำลังรู้สึกอึดอัดและเศร้าเสียใจเป็นอย่างมากเพียงแต่เรื่องราวทั้งหมดนี้เธอกลับไม่อาจปรึกษาหรือคุยกับใครได้เลยแม้แต่จูลี่ที่เป็นเพื่อนสนิทของเธอก็ยังไม่รู้เลยว่าความจริงเธอกับทีชเคยเจอกันในอดีตและตัวเธอเองก็เป็นฝ่ายแอบชอบทีชมานานแล้วเหมือนกัน

             

            …..

             

            กุยแกที่มองออกว่าทีชนั้นรู้สึกเช่นไรกับมิลลาเวลานี้เขากำลังมองไปที่ทีชซึ่งกำลังจ้องไปทางมิลลาอยู่ด้วยสีหน้าเจ็บปวด กุยแกถอนหายใจเล็กน้อยแล้วคิดในใจว่า

             

            ‘ถูกคนที่ตัวเองรักทำร้ายที่ร่างกายแต่ทว่ากลับเจ็บที่หัวใจ...ปัญหานี้ข้าคงมิอาจแก้ไขให้กับนายท่านได้...หวังว่านายท่านจะผ่านพ้นไปได้ด้วยตัวเองนะขอรับ’