หลังจากกลับมายังสมาคมฮันเตอร์ในเมืองฉงอัน หลี่ชิงได้รายงานผลภารกิจและมอบข้อมูลเกี่ยวกับ 'เงาแห่งหายนะ' ให้กับหวังจิน ข้อมูลที่ได้มามีความสำคัญอย่างยิ่ง และมันถูกส่งตรงไปยังผู้มีอำนาจสูงสุดในทันที หลี่ชิงไม่สนใจว่าข้อมูลเหล่านั้นจะถูกนำไปใช้อย่างไร เขามุ่งมั่นที่จะพัฒนาพลังของตนเองเท่านั้น
เขาใช้เวลาช่วงพักผ่อนเล็กน้อยในการตรวจสอบ 'ดาบเงาคำสาป' ที่ได้มาจาก 'หุบเขาลืมเลือน' ดาบเล่มนั้นแผ่ออร่าสีดำอมม่วงที่ทรงพลังและน่าเกรงขาม มันดูเหมือนจะมีพลังงานที่แตกต่างออกไปจากดาบเหล็กดาราคู่ใจของเขาอย่างสิ้นเชิง หลี่ชิงรู้สึกว่ามันเป็นดาบที่มีชีวิต และมีความลับบางอย่างซ่อนอยู่ เขาตัดสินใจที่จะเก็บดาบนี้ไว้และเรียนรู้ที่จะทำความเข้าใจมันในภายหลัง
เมื่อร่างกายฟื้นฟูจนเต็มที่ หลี่ชิงตัดสินใจที่จะออกไปทดสอบสกิลใหม่ [มหาคลื่นดาบพิฆาต] เขาเลือกที่จะเดินทางไปยัง 'ทุ่งสังหารโลหิต' ซึ่งเป็นพื้นที่รกร้างห่างไกลความเจริญ เป็นที่รู้กันว่ามีมอนสเตอร์ระดับสูงอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก และพื้นที่โล่งกว้างของมันก็เหมาะสำหรับการทดสอบสกิลโจมตีวงกว้าง
ทันทีที่เท้าเหยียบย่างลงบนผืนดินที่แห้งแล้งและมีสีแดงก่ำราวกับเลือด หลี่ชิงก็สัมผัสได้ถึงพลังงานที่รุนแรงและดุร้ายของมอนสเตอร์ที่นี่ มอนสเตอร์ที่นี่ส่วนใหญ่เป็นสัตว์อสูรที่คล้ายคลึงกับสัตว์เลื้อยคลานขนาดใหญ่ มีผิวหนังที่แข็งกระด้างและพลังโจมตีที่หนักหน่วง
เขาเลือกเป้าหมายเป็นกลุ่มของ 'กิ้งก่ายักษ์โลหิต' ระดับเลเวล 70 ที่กำลังรวมตัวกันอยู่กว่าสิบตัว พวกมันมีขนาดใหญ่กว่าช้าง และมีหนามแหลมคมงอกออกมาจากลำตัว พลังงานที่แผ่ออกมาจากพวกมันบ่งบอกว่านี่คือความท้าทายที่เหมาะสม
หลี่ชิงชักดาบเหล็กดาราคู่ใจออกมา เขายืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ปล่อยให้มานาในร่างกายไหลเวียนไปทั่ว หลับตาลงเล็กน้อยเพื่อรวบรวมสมาธิ จากนั้นดวงตาของเขาก็เบิกโพลง เปล่งประกายสีเงินวาววับ
"มหาคลื่นดาบพิฆาต!" เขาออกคำสั่งในใจ
พลังงานมานาจำนวนมหาศาลถูกดูดซับเข้าไปในดาบเหล็กดาราอย่างรวดเร็ว คมดาบส่องแสงสีเงินเรืองรองอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน แสงนั้นขยายวงกว้างออกไปอย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะระเบิดออกมาเป็นคลื่นดาบสีเงินขนาดมหึมา กว้างหลายสิบเมตร พุ่งตรงเข้าหากลุ่มกิ้งก่ายักษ์โลหิตเบื้องหน้า
วูมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม!!! เปรี้ยงงงงงงงงงงงงงงงงงง!!!
คลื่นดาบพุ่งเข้าปะทะกลุ่มกิ้งก่ายักษ์โลหิตอย่างจัง เสียงเนื้อหนังถูกฉีกขาดและกระดูกหักดังสนั่นหวั่นไหว ผืนดินถูกยกตัวขึ้นเป็นแนว ก่อนที่จะทรุดตัวลงเป็นหลุมลึก ร่างของกิ้งก่ายักษ์โลหิตทั้งสิบตัวถูกพลังทำลายล้างซัดกระเด็นออกไปราวกับใบไม้ที่ปลิวในสายลม พวกมันร้องคำรามด้วยความเจ็บปวดอย่างสุดแสน และก่อนที่เสียงร้องนั้นจะเงียบหาย ร่างของพวกมันก็ระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ กลายเป็นเศษซากเนื้อและเลือดที่กระจัดกระจายไปทั่วบริเวณ
พลังงานดาบสีเงินที่บิดเบี้ยวยังคงค้างอยู่ในอากาศ คล้ายกับคลื่นความร้อนที่แผ่ออกมาจากศูนย์กลางการโจมตี แม้เมื่อกลุ่มกิ้งก่ายักษ์โลหิตสิ้นชีพลงแล้ว ก็ยังคงมีพลังงานที่มองไม่เห็นค้างอยู่ บ่งบอกถึงผลกระทบที่จะลดความสามารถในการฟื้นตัวของศัตรู
หลี่ชิงยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง มองไปยังผลงานของตนเองด้วยความประหลาดใจระคนยินดี แม้เขาจะคาดการณ์ว่าสกิลนี้จะทรงพลัง แต่ก็ไม่คิดว่าจะทำลายล้างได้ถึงเพียงนี้
"พลังทำลายล้างที่แท้จริง..." เขาพึมพำ มานาของเขาลดลงไปเกือบครึ่งจากการใช้สกิลเพียงครั้งเดียว แต่ความคุ้มค่าก็สูงลิบลิ่ว
เขาใช้เวลาตลอดทั้งวันที่ 'ทุ่งสังหารโลหิต' แห่งนี้ เพื่อทดสอบและฝึกฝนการใช้ [มหาคลื่นดาบพิฆาต] เขาเรียนรู้ที่จะควบคุมรัศมีของคลื่นดาบ พลังทำลายล้าง และการใช้มานาอย่างมีประสิทธิภาพ เขาค้นพบว่าการผสาน [มหาคลื่นดาบพิฆาต] เข้ากับ [จิตดาบราชันย์] จะช่วยเพิ่มพลังทำลายและลดความสามารถในการฟื้นตัวของศัตรูได้สูงสุด ทำให้แม้แต่บอสมอนสเตอร์ก็อาจจะได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากการโจมตีเพียงครั้งเดียว
หลังจากที่ควบคุมสกิลใหม่ได้คล่องแคล่ว หลี่ชิงก็เริ่มตระหนักถึงระดับพลังของตนเองในปัจจุบัน เขานึกถึงการเผชิญหน้ากับฮันเตอร์แรงค์ A อย่างบารอน คาร์เตอร์ และแม้กระทั่งตัวแทนของจักรพรรดิอย่างเทียนหลง
'ตอนนี้... ด้วย 70% ของพลังที่ฉันแสดงออกได้ ฉันคงสามารถเทียบเคียงหรือแม้กระทั่งเหนือกว่าฮันเตอร์แรงค์ A ส่วนใหญ่ได้แล้ว' หลี่ชิงคิดในใจ 'ถ้าเป็นฮันเตอร์แรงค์ A ระดับธรรมดา ไม่ใช่พวกที่เชี่ยวชาญการป้องกันเป็นพิเศษ หรือมีความสามารถในการเคลื่อนที่ที่เหนือกว่ามากๆ ก็คงรับการโจมตีของฉันได้ไม่กี่ครั้ง'
เขาเริ่มเข้าใจความหมายของคำว่า 'ระดับ' ที่เทียนหลงเคยพูดถึงอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น พลังของเขาไม่ใช่แค่การโจมตีที่รุนแรงอีกต่อไป แต่มันคือความสมดุลของทุกสกิลที่ทำงานร่วมกัน การหลบหลีก การป้องกัน การโจมตีเป้าเดี่ยว และการโจมตีวงกว้าง ทำให้เขากลายเป็นเครื่องจักรสังหารที่สมบูรณ์แบบ
ด้วยความมั่นใจที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล หลี่ชิงตัดสินใจที่จะก้าวเข้าสู่ดันเจี้ยนแรงค์ A ระดับที่ท้าทายยิ่งขึ้น เพื่อทดสอบพลังที่เพิ่งได้รับมา เขาเลือก 'ภูเขามรณะเพลิง' ดันเจี้ยนแรงค์ A ที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของทวีป เป็นที่รู้กันว่าเป็นดินแดนแห่งไฟและลาวา มีมอนสเตอร์ธาตุไฟที่ดุร้ายและปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมที่ร้อนระอุได้ดี
การเดินทางไปยัง 'ภูเขามรณะเพลิง' เป็นไปอย่างยากลำบาก อากาศโดยรอบร้อนระอุจนหายใจแทบไม่ออก พื้นดินเต็มไปด้วยรอยแยกที่เปล่งแสงลาวาสีแดงฉานออกมา และไอน้ำร้อนที่ลอยขึ้นมาปกคลุมไปทั่ว บริเวณปากทางเข้าเกทของดันเจี้ยนนั้นมีฮันเตอร์กลุ่มเล็กๆ ที่ส่วนใหญ่เป็นฮันเตอร์แรงค์ A ระดับสูงกำลังเตรียมตัวอยู่ พวกเขามองมาที่หลี่ชิงด้วยความสงสัย เพราะเขามาเพียงลำพัง
"ฮันเตอร์... นายจะเข้าไปที่นี่คนเดียวอย่างนั้นเหรอ?" ฮันเตอร์ชายร่างกำยำในชุดเกราะทนไฟคนหนึ่งถามด้วยน้ำเสียงประหลาดใจ "ข้างในนั่นมันไม่ใช่ที่สำหรับลุยเดี่ยวหรอกนะ"
หลี่ชิงพยักหน้าเล็กน้อย "ผมจัดการได้ครับ" เขาตอบสั้นๆ ก่อนจะเดินเข้าไปในเกทอย่างไม่ลังเล
ภายใน 'ภูเขามรณะเพลิง' ร้อนระอุราวกับนรก ลาวาไหลเอื่อยๆ ไปตามรอยแยกบนพื้นดิน กลิ่นกำมะถันและควันพิษคละคลุ้งไปทั่ว มอนสเตอร์ที่นี่เป็นพวก 'ลาวากอริลลา' รูปร่างคล้ายกอริลลาที่ทำจากลาวาแข็งแกร่ง มีพลังโจมตีมหาศาลและสามารถพ่นลาวาใส่ศัตรูได้ รวมถึง 'อสูรเพลิง' ที่บินได้และสามารถยิงลูกไฟ
หลี่ชิงเผชิญหน้ากับกลุ่มของลาวากอริลลาสามตัวที่กำลังเคลื่อนที่เข้ามาอย่างช้าๆ แต่เต็มไปด้วยพละกำลังที่น่าสะพรึงกลัว พวกมันแต่ละตัวมีเลเวลประมาณ 72-73
"มาลองกันดูสิ" หลี่ชิงพึมพำ เขาใช้ [จิตดาบราชันย์] กดดันพวกมันก่อน จากนั้นก็เปิดใช้งาน [มหาคลื่นดาบพิฆาต] ทันที คลื่นดาบสีเงินที่ผสมผสานกับพลังกดดันพุ่งทะยานเข้าใส่ลาวากอริลลาทั้งสามอย่างรุนแรง
วูมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม!!! เปรี้ยงงงงงงงงงงงงงงงงงง!!!
ลาวากอริลลาทั้งสามถูกคลื่นดาบพัดจนร่างแตกกระจาย กลายเป็นเศษลาวาที่กระเด็นไปทั่วบริเวณ เสียงระเบิดดังก้องไปทั่วถ้ำ สร้างความตกตะลึงให้มอนสเตอร์ที่อยู่ใกล้เคียง
"ทรงพลังจริงๆ" หลี่ชิงพึมพำ เขาจัดการลาวากอริลลาได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพยิ่งกว่าที่คาดไว้มาก
การต่อสู้ดำเนินไปอย่างต่อเนื่องใน 'ภูเขามรณะเพลิง' หลี่ชิงใช้ [มหาคลื่นดาบพิฆาต] กวาดล้างกลุ่มมอนสเตอร์ขนาดใหญ่ได้อย่างง่ายดาย ทำให้การฟาร์มเลเวลเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เขายังคงใช้ [ดาบเงาลวงตา] เพื่อหลบหลีกการโจมตีที่รุนแรงและหาจังหวะเข้าโจมตี [กำแพงดาบ] ใช้ป้องกันการโจมตีที่คาดไม่ถึง และ [เพลงดาบวายุ] กับ [ฟันดาบฉับพลัน] ใช้ในการโจมตีเป้าหมายเดี่ยวที่แข็งแกร่ง
แม้แต่ในสภาพแวดล้อมที่ร้อนระอุนี้ เขาก็สามารถควบคุมพลังและสกิลของตนเองได้อย่างสมบูรณ์แบบ การใช้มานาของ [มหาคลื่นดาบพิฆาต] ยังคงสูงอยู่ ทำให้เขาต้องจัดการมานาอย่างระมัดระวังและใช้โพชั่นฟื้นฟูเป็นระยะๆ แต่ค่าประสบการณ์ที่ได้รับก็คุ้มค่ากับการลงทุน
ในระหว่างการสำรวจ เขาเผชิญหน้ากับ 'อสูรปีกเพลิง' มินิบอสของดันเจี้ยนแห่งนี้ มันเป็นสัตว์ประหลาดขนาดใหญ่ที่มีปีกทำจากเปลวเพลิง และสามารถพ่นไฟที่มีอุณหภูมิสูงจนหลอมละลายหินได้ อสูรปีกเพลิงมีเลเวล 75 และแข็งแกร่งกว่ามอนสเตอร์ทั่วไปมาก
การต่อสู้กับอสูรปีกเพลิงเป็นบททดสอบที่แท้จริงสำหรับหลี่ชิง มันเคลื่อนไหวได้รวดเร็วในอากาศ และสามารถโจมตีจากระยะไกลด้วยเปลวเพลิงที่รุนแรง หลี่ชิงต้องใช้ [ดาบเงาลวงตา] เพื่อหลบหลีกการโจมตีทางอากาศ และหาจังหวะที่จะเข้าประชิดตัว
"ลงมาซะ!" หลี่ชิงคำราม เขาใช้ [จิตดาบราชันย์] กดดันอสูรปีกเพลิงที่กำลังลอยอยู่เหนือหัว มันชะงักงันไปชั่วขณะ หลี่ชิงไม่รอช้า เขาใช้ [ฟันดาบฉับพลัน] พุ่งทะยานขึ้นไปในอากาศพร้อมกับดาบเหล็กดารา
ฉับ! ฉับ! ฉับ!
เขาฟันเข้าที่ปีกของอสูรปีกเพลิงอย่างรวดเร็วและแม่นยำ พลังดาบของเขาแข็งแกร่งพอที่จะฉีกเปลวเพลิงและทำลายกระดูกปีกของมันได้ อสูรปีกเพลิงร้องด้วยความเจ็บปวดและร่วงลงสู่พื้น ลาวาไหลท่วมร่างกายของมัน
หลี่ชิงไม่ปล่อยโอกาส เขาใช้ [เพลงดาบวายุ] โจมตีต่อเนื่องเข้าที่จุดอ่อนของอสูรปีกเพลิงที่กำลังบาดเจ็บ ดาบเหล็กดาราฟันลงไปบนร่างของมันซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนในที่สุดอสูรปีกเพลิงก็แน่นิ่งไป
ติ๊ง! [คุณกำจัด อสูรปีกเพลิง เลเวล 75 สำเร็จ!] [ได้รับค่าประสบการณ์จำนวนมหาศาล!] [เลเวลอัพ! คุณบรรลุเลเวล 71!]
หลี่ชิงหอบหายใจเล็กน้อย เขาจัดการกับอสูรปีกเพลิงได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเลเวลของเขาก็เพิ่มขึ้นถึง 71 แล้ว! การเติบโตในดันเจี้ยนแรงค์ A นั้นรวดเร็วกว่าที่เขาคาดไว้มาก
เขาใช้เวลาอีกหนึ่งวันเต็มในการสำรวจและสังหารมอนสเตอร์ใน 'ภูเขามรณะเพลิง' ด้วยพลังใหม่ที่เขาครอบครอง การต่อสู้แต่ละครั้งล้วนเป็นไปอย่างดุเดือด แต่ก็ให้ประสบการณ์ที่คุ้มค่า หลี่ชิงรู้สึกว่าตนเองกำลังก้าวข้ามขีดจำกัดไปอีกขั้นในทุกๆ การต่อสู้
เมื่อเขาตัดสินใจที่จะออกจากดันเจี้ยนและกลับไปยังเมือง เลเวลของเขาก็ได้บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้แล้ว
ติ๊ง! [คุณได้รับค่าประสบการณ์จำนวนมาก!] [เลเวลอัพ! คุณบรรลุเลเวล 72!]
หลี่ชิงยืนอยู่หน้าทางเข้าเกทของ 'ภูเขามรณะเพลิง' มองไปยังเหล่าฮันเตอร์คนอื่นๆ ที่กำลังเตรียมตัวจะเข้าดันเจี้ยนด้วยสีหน้าเหน็ดเหนื่อย เขาเปรียบเทียบความแข็งแกร่งของตนเองกับพวกเขา และรับรู้ว่าในตอนนี้ '70% ของพลัง' ที่เขาแสดงออกนั้น ก็เพียงพอที่จะทำให้เขายืนอยู่เหนือฮันเตอร์แรงค์ A ระดับสูงส่วนใหญ่ได้อย่างสบายๆ แล้ว
'นี่เป็นแค่จุดเริ่มต้น' หลี่ชิงคิดในใจ เขามั่นใจในเส้นทางของตนเองยิ่งกว่าที่เคยเป็นมา เขายังคงมีปริศนาเกี่ยวกับคลาส [ดาบ] ที่ต้องไข และเป้าหมายสูงสุดที่ยังห่างไกล นั่นคือการยืนอยู่บนจุดสูงสุดเทียบเคียงกับเหล่าจักรพรรดิ
ดาบเหล็กดาราถูกเก็บเข้าฝักอย่างเงียบเชียบ หลี่ชิงหันหลังให้กับ 'ภูเขามรณะเพลิง' และเดินจากไปในความมืดของยามค่ำคืน พร้อมกับพลังใหม่ที่ทรงอานุภาพ และความมุ่งมั่นที่ไม่เคยลดลง…