เกิดใหม่ทั้งที ดันกลายเป็นคนเห็นผีในยุค Y2K!

    ตอนที่ 50: ลูกไม่มีพ่อ

            กว่าจะเสร็จ

            เรื่องไปดูบ้านเวลาก็ปาเข้าไปเกือบจะห้าโมงเย็น

             

            ทีแรกไตเติ้ลตั้งใจแค่ว่าจะไปส่องดูพวกผีในบ้านหลังนั้นว่าพวกมันจะดุดันให้เขากำจัดได้ง่ายมากหรือน้อยแค่ไหน

             

            แต่ไม่รู้ว่าเพราะโชคช่วยหรือว่าบังเอิญด้วยบุญบารมีอะไรที่ทำให้ฟลุกได้เจอกับคุณสุกัญญาเจ้าของบ้านพอดีจึงมีโอกาสเข้าไปดูภายในบ้านแล้วก็ไหลไปจัดการสิ่งต่าง ๆ อย่างงง ๆ จนตกลงนัดทำการซื้อขายบ้านมาเสียเฉยเลย

             

            มันก็ดีอยู่หรอกที่ทุกอย่างมันลงตัวไปง่าย ๆ ได้ขนาดนั้นแต่เขาไม่ได้ตั้งใจจะทิ้งลูกพลับให้อยู่กับเฮียฮั้วนานจนเย็นมากขนาดนี้ 

            ตั้งแต่ที่โผล่มาอยู่ในร่างของไอ้เดชไตเติ้ลยังไม่เคยปล่อยลูกชายให้อยู่ห่างตัวนานแบบนี้มาก่อนเลยไม่รู้ว่าลูกพลับจะเหงาหรือกังวลที่พ่อไม่อยู่ด้วยจนร้องไห้น้ำตานองหน้าไปแล้วหรือเปล่า…

             

            ภานุวัฒน์คิดเป็นห่วงลูกชาย มโนไปต่าง ๆ นานาโดยลืมนึกไปว่าก่อนที่เขาจะมาเปลี่ยนไส้ในกับเจ้าเดชาขี้เมานั้นลูกพลับมีพ่อก็เหมือนกับไม่มี เด็กชายวิ่งเล่นอยู่แถวตลาดมีเพื่อนเล่นเป็นเด็กแถวย่านร้านตลาดอีกตั้งหลายคนจนกระทั่งพ่อของลูกพลับนิสัยเปลี่ยนไปนี่แหละที่ทำให้เด็กน้อยไม่ค่อยได้มาเล่นกับเพื่อนที่ตลาดเหมือนอย่างเดิม

             

            แต่ถึงอย่างนั้นลูกพลับก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไรหรอกเพราะว่าอยู่กับพ่อที่ใจดีน่ะ สนุกกว่าอยู่กับเพื่อน ๆ ตั้งเยอะ แต่ก่อนเขาไม่อยากอยู่ที่บ้านเพราะว่าพ่อชอบเมาแล้วก็ทุบตีเลยแอบหนีไปอยู่ที่วัดบ้าง เล่นกับเพื่อนที่ตลาดบ้าง แต่เวลาที่พ่อเมามาก ๆ แล้วเดินออกมาขอเงินคนที่ตลาดถ้าเห็นลูกพลับอยู่แถวนี้พ่อก็จะตีเขาหนักมาก เพราะว่าลูกพลับเอาแต่มาเที่ยวเล่นไม่รู้จักไปทำงานหาเงินให้พ่อใช้เด็กชายจึงต้องพยายามหลบไม่ให้พ่อเห็นแล้วหาทางทำตัวลีบ ๆ แอบกลับบ้านไปโดยไม่ให้พ่อรู้ว่าเขามาวิ่งเล่นที่นี่

             

            ดังนั้นแล้วถึงแม้วันนี้พ่อจะมารับลูกพลับช้าแต่เด็กชายก็ไม่ได้หวาดกลัวอะไรนักดีเสียอีกที่ระหว่างรอทานอาหารเย็นกับเฮียฮั้วตอนหกโมงครึ่งลูกพลับก็ยังมีเวลามาเล่นกับเพื่อนๆ ที่ร้านข้าวแกงหน้าตลาดฝั่งตรงข้ามกับโรงพิมพ์ของเฮียฮั้วอีกด้วย

             

            เพื่อน ๆ ที่ตลาดส่วนใหญ่จะมีรถของเล่นกันหลายคันทุกคนจะเล่นกันโดยการหาชอล์กมาขีดเส้นหรือเอาเชือกฟางมาวางพาดบนฟุตบาททำเป็นเส้นชัยและจุดสตาร์ทจากนั้นแต่ละคนก็จะปล่อยรถของตัวเองให้แล่นไปข้างหน้า ถ้าใครแรงผลักดี แล่นรถเก่งรถของคนนั้นก็จะไปถึงเส้นชัยก่อนเป็นผู้ชนะ ส่วนคนที่แล่นรถไม่เก่งก็จะแพ้แล้วก็ต้องเสียรถของตัวเองให้กับคนที่ชนะ

             

            แต่ก่อนลูกพลับไม่มีรถของเล่นเป็นของตัวเองถึงแม้มันจะราคาเริ่มต้นแค่คันละห้าบาทแต่เด็กชายก็ไม่มีเงินจะซื้อ เขาเคยได้รถของเล่นเก่าๆ มาจากเพื่อน ๆ พวกพี่เปี๊ยกและพี่บอล แต่รถพวกนั้นก็ล้อหลุดบ้างล้อฝืดไม่ยอมหมุนบ้าง แล่นไม่ค่อยดีเท่าไหร่ พอเอามาลงสนามเล่นกับเพื่อน ๆ รถก็จะถูกคนอื่นยึดไปหมดเพราะว่าเป็นฝ่ายแพ้เด็กชายจึงเน้นนั่งดูแล้วก็คอยเชียร์เพื่อนที่มีรถใหม่ ๆ แข่งขันกันมากกว่า

             

            แต่ว่าตอนนี้ลูกพลับมีรถใหม่เจ๋ง ๆ อยู่หลายคันเลยนะ ป๊ะป๋าให้เงินค่าจ้างที่ลูกพลับไปช่วยนั่งเป็นกำลังใจให้ป๊ะป๋าทำงานวันละ20 บาททุกวันตอนที่ผ่านร้านของเล่นเห็นรถสวย ๆ ลูกพลับก็แบ่งเงินค่าจ้างมาซื้อเก็บไว้จนถึงตอนนี้เด็กชายก็มีรถสวย ๆ มาเล่นแข่งกับเพื่อน ๆ จนชนะด้วยล่ะ

             

            โดยเฉพาะรถฟาราเร่สี[1]แดงคันนี้ คนขายบอกว่าเป็นฟาราเร่รุ่นใหม่ที่จ๊าบมาก ๆ ราคาคันละตั้งสิบห้าบาทลูกพลับเห็นว่ามันคันใหญ่กว่ารถห้าบาท แล้วก็สวยมาก ๆ ล้อก็ลื่นมากด้วยต้องแล่นดีอย่างแน่นอน จึงยอมกัดฟันซื้อมาในราคาที่แพงกว่ารถของเล่นคันอื่น ๆ แล้วมันก็วิ่งเก่งมากจริงๆ จนถึงตอนนี้เขาแล่นรถชนะเพื่อน ๆ จนยึดรถของคนที่แพ้มาได้ตั้งหลายคันรวมถึงรถบรรทุกคันสีน้ำเงินที่เคยวิ่งชนะทุกคนมาโดยตลอดของพี่โปเต้ด้วย

             

            “ก็ได้ มึงเอาคันนั้นไปไอ้สีแดงของมึงก็เอามาให้กู” 

            โปเต้เด็กผู้ชายตัวอ้วนร่างใหญ่เจ้าของรถบรรทุกคันสีน้ำเงินกระชากฟาราเร่สีแดงไปจากมือของลูกพลับ

             

            “แต่พี่โปเต้แพ้นะคนแพ้จะเอารถของคนชนะไปไม่ได้” 

            เจ้าเปี๊ยกหนึ่งในกองเชียร์ที่เล่นรถอยู่ด้วยกันเถียงแทนลูกพลับแล้วทันทีเจ้าเต้ก็ทุบกำปั้นลงกลางหัวของเปี๊ยก แรงจนเด็กชายรู้สึกมึนหัว

             

            “พี่เต้ขี้โกงนี่ แกล้งพี่เปี๊ยกด้วยนิสัยไม่ดี!” ลูกพลับเถียง

             

            โปเต้นอกจากจะมีร่างกายอ้วนท้วมสมบูรณ์แล้วเด็กชายก็ยังอายุมากกว่าลูกพลับและเด็กคนอื่น ๆ อีกด้วย

             

            ส่วนใหญ่เด็กที่วิ่งเล่นกันอยู่แถวนี้จะอายุเฉลี่ย 6-8 ขวบ แต่โปเต้อายุสิบขวบ เรียนอยู่ ป.5 เป็นลูกชายของพนักงานธนาคารแถว ๆ ย่านตลาดแห่งนี้ที่มักจะมาวิ่งเล่นอยู่ที่ตลาดระหว่างรอพ่อเลิกงานทุกวัน 

             

            ด้วยความว่าตัวเองเป็นลูกชายของพนักงานธนาคารแต่งตัวดูดีมีระดับ พ่อผูกเนคไทใส่ยูนิฟอร์มเท่ ๆ ผิดกับพวกลูกพ่อค้าแม่ค้าแถวนี้เด็กชายจึงมักจะยืดอกถือตัวว่าตนเองมีดีเหนือกว่าคนอื่นอยู่ตลอดเวลา และเพราะตัวโตกว่าคนอื่นเวลาที่แสดงนิสัยไม่ดี เกกมะเหรกเกเรเด็กคนอื่น ๆ ก็ไม่กล้าที่จะโต้เถียงด้วยทำให้โปเต้ยิ่งได้ใจ แสดงนิสัยเป็นอันธพาลใส่น้อง ๆ ที่อายุเด็กกว่าเสมอ

             

            “หุบปากไปเลย ไอ้ลูกไม่มีพ่อ” โปเต้ด่าใส่ลูกพลับ

             

            เจ้าเด็กอ้วนรู้ดีว่าพ่อของเด็กคนนี้เป็นไอ้ขี้เมาที่ชาวบ้านต่างพากันรังเกียจ แต่ก่อนเจ้าเด็กลูกพลับนี่ผอมแห้งมีแผลฟกช้ำตามตัวบ่อย ๆ พอเห็นเด็กคนนี้พวกพ่อค้าแม่ค้าในตลาดก็จะซุบซิบนินทาว่ามีพ่อขี้เมาเป็นขอทานเก็บขยะขาย

             

            “ลูกพลับมีพ่อนะ! พ่อของลูกพลับหล่อ ฉลาดแล้วก็ใจดีที่สุดในโลกเลยด้วย!” เด็กชายเถียงทันที

             

            ถ้าเป็นแต่ก่อนลูกพลับจะไม่กล้าเถียงใส่โปเต้แบบนี้เด็ดขาดเพราะว่าพ่อของเขามีก็เหมือนกับไม่มีหากเป็นพ่อเดชถ้ารู้ว่าลูกพลับทะเลาะกับคนอื่นล่ะก็พ่อเดชจะไม่ฟังหรอกว่าใครผิดใครถูก แต่จะตีลูกพลับอย่างเดียวเลยเพราะว่าลูกพลับเป็นเด็กดื้อ แล้วถ้าลูกพลับพาพ่อเดชมาให้โปเต้ดูว่าคนนี้เป็นพ่อของลูกพลับพ่อเดชก็จะตีแล้วหาว่าเด็กดื้อที่ชอบทะเลาะกับคนอื่นอย่างลูกพลับเป็นตัวสร้างปัญหาไม่ใช่ลูกของพ่อเดช 

            ดังนั้นแล้วเวลาถูกต่อว่าเด็กชายจึงไม่กล้าเถียงคนอื่นถ้าถูกด่ามาก็จะหน้าจ๋อย แล้วก็ได้แต่เดินร้องไห้กลับบ้านไปเท่านั้น

             

            “เหอะ! พ่อมึงมันไอ้ขี้เมาไม่มีการศึกษามึงก็โง่ ไอ้พวกไม่มีการศึกษา” 

            โปเต้จำคำที่เคยได้ยินผู้ใหญ่พูดนินทาว่าร้ายเดชาเอามาด่าใส่ลูกพลับ

             

            “พ่อของลูกพลับฉลาดนะ!สอนหนังสือให้ลูกพลับ ไม่ได้ไม่มีการสึก…สึก…? พ่อของลูกพลับมีการสึกนะ! พ่อสึกออกมาตั้งนานแล้วด้วย ลูกพลับก็สึกพร้อมกับพ่อ”

            เด็กชายเถียง แต่ก็เหมือนกับว่าจะนอกเรื่องไปไหนก็ไม่รู้ 

             

            ลูกพลับรู้ความหมายของคำว่าไม่มีการศึกษาเขาเคยได้ยินพวกผู้ใหญ่ในตลาดพูดถึงคำว่า โง่ ไม่มีการศึกษาดังนั้นแล้วคำนี้ก็ต้องแปลว่าโง่

             

            แต่มันมีคำว่าสึก…?

             

            เหมือนกับตอนที่ลูกพลับกับพ่อบวชแล้วสึกออกมาสึกก็น่าจะแปลว่าสึก เพราะฉะนั้นพ่อของลูกพลับกับลูกพลับสึกแล้วแปลว่าพวกเราก็มีการสึก…ษาสิ

             

            ไม่ได้โง่สักหน่อย!


    [1]Ferrari F50 (ปี 1995) ช่วงนั้นรถรุ่นนี้ออกใหม่ สีแดงสวยมีความโด่งดังไฮคลาส ซึ่งรถของเล่นก็ก๊อปแบบมาค่ะดังนั้นรถฟาราเร่ของลูกพลับนั้นน้องหมายถึงคือเฟอรรารี่ค่ะตอนที่ไปซื้อคนขายจำศัพท์มาผิดบอกน้องว่าฟาราเร่น้องก็เชื่อตามนั้นบอกแล้วว่าลูกพลับสอนง๊ายง่าย ใครบอกอะไรก็เชื่อหมดเลย 555+