ทันย่าไม่รู้เลยว่าตอนนี้พานหลี่ได้ไปฟ้องมารดาของตน ซึ่งพานเหม่ยนั้นเป็นถึงนักสู้แห่งตำนานในสายตาของผู้คน แต่กระนั้น ต่อให้ทันย่าจะรู้เขาก็ยังไม่ได้สนใจพวกมันเลยซักนิด
ตอนนี้ทันย่าจำเป็นต้องหาที่พักอาศัย เขาจึงได้เดินทางไปยังโรงแรมที่หรูหราแห่งนึง
ไม่ว่าเขาจะเดินทางไปยังสถานที่แห่งไหน ความงดงามของทันย่าก็ยังคงมีเสน่ห์และเจิดจรัส
ทุกสายตาไม่ว่าใครก็ไม่อาจมองข้ามหญิงสาวผู้งดงามคนนี้ไปได้ ถึงบางคนจะบอกว่าเธอไม่มีแม้แต่หน้าอก แต่นั้นก็ไม่ใช่ปัญหาเลยซักนิด สิ่งนี้ยิ่งทำให้ทันย่าต้องบ่นออกมาด้วยความหงุดหงิด
ในเช้าวันถัดมา หลังจากที่ทันย่าได้นอนพักผ่อนอยู่ในโรงแรมที่หรูหราเหมือนดั่งมนุษย์คนนึง
ใบหน้าและจิตใจของเขาก็ผ่องใสและอิ่มเอมไปด้วยความสุข เขาตื่นขึ้นมาพร้อมกับห้วงอารมณ์ที่ดีเป็นอย่างมาก และในวันนี้ทันย่าก็มีเป้าหมายคือสมาพันธ์โลกนั้นเอง
[ไปกันเถอะศิษย์รัก]
[พวกเราจะไปเป็นราชันสงครามและรับดาบศักดิ์สิทธิ์ทะยานฟ้ามาเป็นของรางวัล]
คำพูดของดาวาลทำให้มุมปากของทันย่าต้องยกยิ้มขึ้น เมื่อเขาแต่งตัวอะไรเสร็จสรรพ ชายหนุ่มก็คว้ากล่องเหล็กที่ภายในบรรจุมีดบินพลังจิตทั้ง 20 เล่มขึ้นมาสะพานเอาไว้บริเวณด้านหลัง
จากนั้นก็ได้ก้าวเดินออกมาจากโรงแรมที่หรูหรา โดยที่มีพนักงานยืนกุมเป้าด้วยความเคารพ
บรรยากาศในเวลานี้อบอุ่นเป็นอย่างมาก กิจวัตรประจำวันของผู้คนต่างเริ่มดำเนินไป
ต่อให้จะเป็นช่วงเวลาเช้าตรู่ แสงสว่างจากท้องฟ้ายังไม่ปรากฏ ก็มีผู้คนมากมายได้ตื่นนอนขึ้นมาทำสิ่งต่างๆ มีคนคับคั่งและเริ่มมีเสียงดังจอแจดังออกมาอยู่เป็นระยะๆ
แต่เพียงไม่กี่ก้าวที่เขาก้าวเดินออกจากตัวอาคาร เงาที่พาดผ่านจากท้องฟ้าด้านบนก็ดึงความสนใจของเขาไป
เหนือศีรษะทันย่าในเวลานี้ ท้องฟ้าดูเหมือนจะมืดลงเล็กน้อย และเสียงลมที่เคยสงบเงียบก็เริ่มสั่นไหวขึ้นอย่างหนัก
“ให้ตายเถอะ ดูเหมือนไอ้แมลงวันนั้นจะไปฟ้องพ่อฟ้องแม่จริงๆ!”
[ฮ่าฮ่าฮ่า งั้นรอบนี้สั่งสอนนางหน่อยละกัน เอาให้จำไปจนตาย!]
ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมอง และพบหญิงสาวในวัยกลางคนลอยอยู่ในอากาศ หญิงคนนี้แต่งกายด้วยเสื้อผ้าอาภรณ์หรูหราสีม่วงเข้มปักลายละเอียด แขนเสื้อของเธอพลิ้วไหวตามกระแสลม
แสดงถึงอำนาจและความสง่างามที่มาพร้อมกับความโกรธเกรี้ยวในแววตา
“เจ้าคือผู้ที่ทำร้ายลูกชายของข้า?”
หญิงคนนั้นเอ่ยเสียงดัง น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและไม่พอใจ ดวงตาของเธอเบิกกว้างเมื่อเห็นทันย่า
เธอคือแม่ของพานหลี่ สตรีผู้มีชื่อเสียงจากตระกูลพาน ชื่อเสียงของเธอไม่เพียงมาจากการเป็นมารดาของพานหลี่ แต่ยังมาจากพลังการต่อสู้ในฐานะนักสู้แห่งดาวเคราะห์ระดับ 1 ดาว ที่ทำให้เธอได้รับความเคารพจากผู้คนมากมาย
“ระดับ 1 ดาว? กฎต้นกำเนิดแห่งลม?”
ทันย่าไม่ได้ขยับตัวหรือแสดงท่าทีหวาดกลัว ดวงตาของเขาจ้องมองหญิงคนนั้นด้วยความสงบนิ่งเหมือนเช่นเคย ริมฝีปากยิ้มเยาะเล็กน้อย
“เธอเป็นมารดาของไอ้เด็กนั่นงั้นหรือ?”
“มันกล้าลวนลามฉัน ฉันเพียงแค่สั่งสอนให้รู้จักที่ต่ำที่สูงเท่านั้น!”
คำพูดของทันย่าเหมือนน้ำมันที่เทใส่กองไฟ ความโกรธของพานเหม่ยพุ่งพล่านจนแทบควบคุมไม่ได้ ดวงตาของเธอเปล่งประกายด้วยความเกลียดชัง
แต่เมื่อเธอจ้องมองใบหน้าของทันย่า ความรู้สึกอีกอย่างหนึ่งกลับก่อตัวขึ้นในใจ
นั่นคือความอิจฉา ใบหน้าของทันย่างดงามอย่างน่าทึ่ง รูปร่างสูงสง่าของเธอเหมือนกับประติมากรรมเทพธิดา ความงามที่ผสมผสานกับพลังอันน่าเกรงขามของเธอ ทำให้มารดาของพานหลี่รู้สึกภัยคุกคามครั้งใหญ่
“ไม่ใช่แค่เจ้าทำร้ายลูกข้า เจ้ากล้าทำลายเกียรติของตระกูลพาน และบังอาจแสดงความงดงามที่น่าเกลียดชังยิ่งนัก!”
เธอพูดด้วยความเดือดดาล พลังของนักสู้ระดับ 1 ดาวที่แผ่ออกมาจากร่างของเธอทำให้บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยความกดดัน
ท้องฟ้าที่เคยสว่างใสกลับเต็มไปด้วยพลังที่ทำให้ทุกคนต่างรู้สึกหนักอึ้ง ฝูงชนมากมายเห็นแบบนั้นก็ต่างหลบหนีกันให้จ้าละหวั่น
“งดงามที่น่าเกลียดชัง? ฉันไม่รู้ว่าเธอกำลังพูดอะไร หรือเธออิจฉาอยู่หรือ?”
ทันย่าได้ยินแบบนั้นก็เงยหน้าขึ้นมองและเริ่มหรี่ตาลงเล็กน้อย
“แค่เพราะฉันสวยกว่างั้นหรือ?”
เสียงของเขาเต็มไปด้วยความยียวน พานเหม่ยเหมือนกำลังโดนดูถูก นางถึงกับกัดฟันแน่น
สีหน้าของเธอบิดเบี้ยวด้วยความโกรธและความอิจฉาที่พลุ่งพล่านอยู่ภายใน เธอรู้สึกถูกดูหมิ่นในระดับที่ลึกซึ้ง ทันย่าไม่เพียงแค่ทำร้ายลูกชายของเธอ แต่ยังกล้าแสดงท่าทีเยาะเย้ย
เธอรู้สึกเหมือนทุกคำพูดของทันย่าแทงทะลุหัวใจของเธอ ทำให้เธออดทนไม่ไหวอีกต่อไป
“เจ้าไม่รู้หรอกว่าตระกูลพานคือใคร!”
นางตะโกนพร้อมกับยื่นมือออกมา ข้างในมือของเธอปรากฏแสงสว่างเรืองรอง พลังแห่งนักสู้ดาวเคราะห์ระดับ 1 ดาวถูกปลดปล่อยออกมา
“วันนี้ข้าจะทำให้เจ้าได้รู้สำนึก ว่าการลบหลู่ตระกูลของข้าจะจบลงเช่นไร!”
ทันย่าหรี่ตาลงเล็กน้อย พลังที่ปลดปล่อยออกมาจากหญิงตรงหน้าเป็นพลังที่ค่อนข้างน่าประทับใจในระดับหนึ่ง แต่ไม่เพียงพอที่จะทำให้เขารู้สึกกดดัน จ่ากนั้นเขาก็ยิ้มอย่างเหยียดหยัน
“ฉันไม่สนว่าเธอจะมาจากตระกูลใด”
“ก็แค่สนใจว่าพลังของเธอที่ว่ามาจะทำอะไรตัวฉันได้หรือไม่!”
ทันทีที่เขาได้พูดจบ มารดาของพานหลี่ก็พุ่งเข้ามาด้วยความเร็วเหนือธรรมชาติ
ร่างของเธอถูกห่อหุ้มด้วยพลังอันรุนแรงที่ส่องแสงวาบราวกับอุกกาบาตพุ่งชนพื้น
ทันย่าเห็นการเคลื่อนไหวของเธอทุกอย่างด้วยความเยือกเย็น และเตรียมที่จะรับมือกับการโจมตีนี้โดยไม่แสดงความหวาดหวั่นใดๆ
“ปัง!”
แต่ก่อนที่การโจมตีจะมาถึงทันย่า เสียงดังสนั่นกลับเกิดขึ้นจากเบื้องหน้า
แรงสั่นสะเทือนของพลังทำให้พื้นดินสั่นสะเทือน ฝุ่นควันฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ เมื่อหมอกควันจางลง กลับปรากฏเป็นภาพของทันย่าที่ยังคงยืนอยู่ในท่าที่สงบนิ่ง ส่วนมารดาของพานหลี่นั้นถูกสะบัดถอยกลับไปหลายก้าว ความตกตะลึงปรากฏบนใบหน้าของเธอ
“นี่คือทั้งหมดที่เธอใช้ได้หรือ? ฉันคิดว่าระดับ 1 ดาวจะมีอะไรที่น่าสนใจมากกว่านี้เสียอีก”
พานเหม่ยกัดฟันแน่น มือของเธอสั่นเล็กน้อยจากแรงปะทะเมื่อครู่
“จะ..เจ้าเป็นใครกันแน่!!?”
“ทำไมข้าถึงไม่เคยได้ยินชื่อเจ้าในลำดับของนักสู้แห่งดาวเคราะห์มาก่อน!!?”
ทันย่ายิ้มเล็กน้อยและตอบกลับออกไป
“ฉันไม่จำเป็นต้องมีชื่อเสียง เพราะฉันอยู่เหนือความคาดหมายของทุกคน”
มารดาของพานหลี่ที่ยืนลอยอยู่กลางอากาศ จ้องมองทันย่าด้วยความกลัวที่แฝงอยู่ในแววตา ความโกรธเกรี้ยวของค่อยๆ ถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกหวั่นไหว ความลึกลับและความเยือกเย็นของทันย่าทำให้นางไม่อาจประเมินพลังของหญิงคนนี้ได้
แต่ความโกรธที่คั่งค้างอยู่ในใจทำให้เธอไม่ยอมปล่อยให้เรื่องนี้จบลงง่ายๆ
“ข้าจะไม่ยอมให้เจ้าเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของตระกูลพาน ข้าจะเรียกทัพทั้งหมดของตระกูลเพื่อจัดการเจ้า!”
หญิงกลางคนจากตระกูลพานตะโกนด้วยความโกรธสุดขีด ก่อนจะหมุนตัวหายลับไปในอากาศ ทิ้งไว้แต่ความรู้สึกอันตรายที่ยังคงลอยอยู่ในบรรยากาศ
แต่ทันย่าก็มองเธอด้วยสายตาเย้ยหยัน
“เหอะๆ จะมาก็มา จะไปก็ไป นี่คิดว่าหาเรื่องฉันแล้วมันจะจบง่ายๆเช่นนี้?”
...
จัดการ จัดการ จัดการ