ในที่สุดวันหยุดก่อนจะถึง่เปิดเทอมการศึกษาในฤดูร้อนก็มาถึง แรนด์ขับรถมาจากคาร์สันซิตี้ เพื่อใช้เวลาว่างอยู่กับไดอาน่าวันอาทิตย์นั้นเป็คืนสุดท้ายของการพักผ่อนร่วมกัน แรนด์ขับรถมาส่งเธอที่บ้านพักเมื่อเขาจอดรถลงไดอาน่าก็โผเข้าสู่อ้อมแขนเขาแต่บ่ายเบี่ยงไม่ยอมให้เขาจูบคล้ายจะทดลองว่า เขาจะสามารถควบคุมตัวเองได้สักแค่ไหนก่อนที่ความปรารถนาจะมากจนเกินจะเหนี่ยวรั้งอารมณ์ไว้แรนด์ได้ปลดอ้อมแขนเธอที่โอบอยู่รอบคอเขาลง แต่ยังไม่ปล่อยเธอลงจากตักหาความสุขให้ตัวเองด้วยการซุกไซ้อยู่ตรงซอกคอ
“ผมไม่ค่อยแน่ใจในตัวคุณเลย ไดอาน่า” เขาพึมพำออกมาเบาๆ
ริมฝีปากของเขาโลมเลียอยู่ตรงติ่งหูซึ่งก่อความสะท้านะเืให้เธอทั้งเรือนร่างมือของเธอก็สอดไล้อยู่ในเรือนผมของเขา
“อย่างนั้นหรือคะ?” เธอกระซิบ
แต่แรนด์ก็ดูเหมือนจะยังไม่แน่ใจในตัวเธออยู่นั่นเอง
“คุณเป็คนสวยมากนะแล้วก็คงจะเป็ภรรยาที่วิเศษสุดด้วยใครได้ไปก็เหมือนได้ของมีค่าไปทีเดียว”
ไดอาน่าจ้องมองใบหน้าคมสันของเขาผ่านม่านขนตางอนงาม
“ฟังคล้ายๆ กับคุณมีเจตนาอะไรสักอย่างนะคะ”
“ใช่...เป็เจตนาจริงๆ ผม้าแต่งงานกับคุณยังไงล่ะไดอาน่า”
เธอนิ่งอึ้งไปเป็ครู่และใน่เวลาดังกล่าวนั้นที่เธอพยายามมองเขาด้วยสายตาแบบที่เมเจอร์ควรจะมองแล้วก็เกิดความกังวลว่าเมเจอร์จะเห็นความสำคัญในตัวชายหนุ่มผู้นี้อย่างที่เธอเห็นอยู่หรือไม่...?
“ถ้าอย่างนั้นคุณจะบินไปบ้านฉันในวันหยุดสุดสัปดาห์นี้ได้ไหมล่ะคะ?”เธอถาม “ฉันอยากให้คุณได้พบกับเมเจอร์”
“ผมตั้งใจไว้แล้ว” แรนด์ตอบยิ้มๆ“ผมจะได้สู่ขอลูกสาวเขาอย่างเป็งานเป็การด้วยยังไงล่ะ”
“คงไม่ต้องทำทันทีหรอกค่ะ” ไดอาน่าตอบอย่างรวดเร็วและรีบอธิบายต่อ เพื่อไม่ให้แรนด์เข้าใจผิด “ฉันหมายความว่า ฉันอยากให้พ่อได้พบคุณเสียก่อนแล้วก็ให้โอกาสท่านที่จะทำความรู้จักกับคุณให้มากขึ้น อย่างน้อยก็ใน่เวลาสั้นๆก่อนที่คุณจะสู่ขอนั่นแหละ เพราะบางทีพ่ออาจคิดมากเกินไปถ้ามันมีเหตุการณ์อะไรที่เกิดขึ้นรวดเร็วเกินไป”
“ยังไงก็ได้” เขาตกลงแต่โดยดี“ทันทีที่พ่อของคุณยอมตกลงเราก็จะได้ออกไปเลือกแหวนหมั้นกันเลย”
ทั้งคู่นั่งปรึกษาหารือกันถึงชีวิตในอนาคตไดอาน่าตั้งใจไว้แล้วว่าเธอจะไม่แต่งงานกับเขาจนกว่าจะได้รับฟังความคิดเห็นจากเมเจอร์ก่อนเธอแคร์แรนด์อยู่มากและรสััของเขาก็ดึงดูดใจเธออยู่ลักษณะของแรนด์คือผู้ชายที่เธอใฝ่ฝันจะได้เป็สามี แต่เธอก็อยากให้เมเจอร์มีโอกาสในการเลือกคู่ให้เธอด้วย
ไดอาน่าโทรศัพท์ไปหาพ่อในค่ำวันต่อมาเพื่อบอกให้เขารู้ตัวล่วงหน้าว่าเธอได้เชื้อเชิญแรนด์ให้ไปพักที่บ้านไร่ในวันหยุดสุดสัปดาห์นี้ด้วยซึ่งเมเจอร์ก็ไม่ได้สอบถามอะไรอีกสัปดาห์สุดท้ายของชีวิตในมหาวิทยาลัยดูจะยืดยาวราวไม่มีวันจบสิ้นหัวใจของเธอโบยบินไปถึงอีลายก่อนหน้านั้นแล้ว
คืนสุดท้ายที่บ้านไร่ก่อนที่แรนด์จะบินกลับไดอาน่าได้เข้าไปพบพ่อที่ห้องทำงานของเขาก่อนเวลาอาหารค่ำพ่อลูกพูดคุยกันด้วยเื่ต่างๆ ก่อนที่เธอจะเอ่ยถามขึ้นว่า
“พ่อคิดว่าแรนด์เป็ยังไงคะ?”
“ก็รู้สึกว่าเขาเป็คนฉลาดเฉลียวอยู่นะแล้วก็ดูดีมีเสน่ห์ลูกกับเขาจริงจังกันแค่ไหนล่ะ...แต่พ่อมองดูแล้วก็คิดว่าคงจะจริงจังกันอยู่หรอกเพราะลูกถึงกับเชิญเขามาพักที่บ้าน”
“เขาขอหนูแต่งงานค่ะ”
“แล้วลูกก็เลยมาขออนุญาตจากพ่อ”
“ใช่ค่ะ”
“แล้วเื่ปริญญาล่ะ?”
“แรนด์กับหนูปรึกษาเื่นี้กันเหมือนกันค่ะ”ไดอาน่าตอบ “หนูตั้งใจว่าจะเรียนต่อแต่ก็คงจะใช้เวลาน้อยกว่าที่เรียนอยู่ตอนนี้ เพราะฉะนั้นหนูคงต้องรอไปอีกสัก 3-4ปี กว่าจะสร้างครอบครัวมีลูกได้แต่มันก็เท่ากับทำให้เรามีโอกาสศึกษากันและกันอีกพักหนึ่ง”
“ถ้าอย่างนั้นพ่อก็ไม่ขัดข้องหรอกพ่อเองก็ชอบเขาและเมื่อลูกเองก็้าจะแต่งงานกับเขามันก็ไม่มีอะไรที่เราจะต้องพูดกันอีกแล้วนี่ จริงไหม...?” เมเจอร์ยิ้มให้ลูกสาว
“ไม่มีแล้วค่ะ” เธอตอบอย่างเห็นพ้องด้วย“แรนด์กำลังรออยู่ตรงระเบียงเพื่อจะเข้ามาพบพ่อเขา้าสู่ขอหนูเพื่อแต่งงานกับเขาค่ะ”
“ถ้าอย่างนั้นก็ไม่ต้องให้เขาคอยหรอกบอกให้เขาเข้ามาได้เลย” เมเจอร์พูดปนหัวเราะ
และแล้ว วันในเดือนสิงหาคมก็ได้ถูกกำหนดขึ้นเป็วันวิวาห์ซึ่งจะทำให้คู่สมรสมีเวลาดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์ก่อนที่ไดอาน่าจะกลับไปศึกษาต่อในฤดูใบไม้ร่วงปีเดียวกันนั้นเนื่องจากมีเวลาน้อยมากที่จะตระเตรียมพิธีแต่งงานฤดูร้อนปีนั้นของเธอจึงทำให้ไดอาน่าวุ่นวายอยู่แต่เื่นี้เพียงเื่เดียวโดยเฉพาะเมื่อจัดเป็งานใหญ่และมีงานเลี้ยงรับรองที่บ้านไร่ภายหลังจากเสร็จพิธีแล้วด้วย
สุดสัปดาห์สุดท้ายก่อนจะถึงวันแต่งงานแรนด์ได้บินกลับมาที่อีลายเพื่อมาอยู่กับเธอ ไดอาน่าไปรับเขาที่สนามบินในวันศุกร์แรนด์ตวัดร่างเธอเข้าไว้ในอ้อมแขนแทนการกล่าววาจาทักทายและต้อนรับจุมพิตเนิ่นนานด้วยความรู้สึกว่าตัวเองเป็เ้าของเธอแม้จะถอนริมฝีปากออกจากกันแล้วเขาก็ยังโอบร่างเธอไว้แน่นกระชับ
“คิดถึงผมไหม...ผมรู้สึกว่าเวลามันนานเป็เดือนทีเดียวนะที่เราจากกันแทนที่จะเป็เพียงแค่ 2 อาทิตย์เท่านั้น”
วันเวลาของไดอาน่าใน่นั้นผ่านไปอย่างรวดเร็วเนื่องจากต้องใช้เวลาทั้งหมดเตรียมงานในขั้นสุดท้ายรวมทั้งเื่การตัดเย็บและลองเสื้อชุดวิวาห์ด้วยแต่คำพูดของเขาก็ทำให้เธอเป็สุขใจเหลือจะกล่าว
“ฉันจะหาเวลาตอนไหนมาคิดถึงคุณล่ะคะ?” เธอยั่วเย้า “คุณเองก็โทรศัพท์มาหาทุกวันอยู่แล้ว”
เขาจูบเธออีกเหมือนจะเป็การลงโทษดวงตาเป็ประกาย
“ผมจำเป็ต้องโทรศัพท์มาหาคุณทุกวันไม่อย่างนั้นใจมันก็มักจะคิดอยู่เสมอว่า คุณกำลังทำอะไรหรืออยู่กับใคร”
เสียงที่แสดงออกถึงความเป็เ้าข้าวเ้าของนั้นน่าตื่นใจนัก
“อ้าว...นี่คุณไม่เชื่อใจฉันหรอกหรือคะแรนด์?”
“ก็จะให้ผมรู้ได้ยังไงล่ะว่าเวลาที่ผมไม่ได้อยู่ใกล้ๆ คุณทำอะไรบ้าง ในเมื่อคุณเองก็อยู่ไกลขนาดนี้คุณอาจพบปะคู่รักเก่า...ไม่ต้องพูดถึงพวกคนงานในไร่ของพ่อหรอก”
ไดอาน่าเงยหน้าขึ้นและหัวเราะออกมาดังๆ ...
“คุณยังไม่รู้จักคนงานพวกนั้นอย่างใกล้ชิดเลยนะคะจะบอกให้ก็ได้ว่า นอกจากเมเจอร์แล้วผู้ชายอีกเพียงคนเดียวในชีวิตฉันก็คือคุณนั่นแหละ”
เขายกมือขึ้นลูบไล้นวลแก้มเธอเบาๆ
“คุณเป็คนสวยมากนะไดอาน่าผมก็ยังไม่แน่ใจนักหรอกว่าจะเชื่อใจคุณได้หรือเปล่า”
ดวงตาวาวโรจน์ของแรนด์ทำให้เธอไม่ใคร่สบายใจนักอันที่จริงเขาไม่น่าแสดงออกถึงความหึงหวงโดยไม่จำเป็เช่นนี้เลยเมื่อเธอได้มอบความภักดีให้กับผู้ชายคนนี้แล้ว มันหมายถึงการยินยอมทั้งกายใจแรนด์จะต้องเป็สามีของเธอ ได้อาน่าได้รับการอบรมเลี้ยงดูให้เติบโตขึ้นมาอย่างเคร่งครัดในคุณธรรมและจริยธรรมแต่เจตนารมณ์ของเขามันคล้ายจะมีอะไรแฝงเร้นอยู่ ไดอาน่าจึงเปลี่ยนเื่สนทนาเสีย
“แล้วคุณล่ะ 2อาทิตย์ที่ผ่านมาทำอะไรบ้าง?” เธอถามล้อๆ “หาสาวๆ สวยๆมาช่วยแก้เหงาบ้างหรือเปล่าล่ะ...ฉันน่ะอยู่แต่ในไร่มีเมเจอร์คอยช่วยระวังให้อยู่แล้วแต่คุณอยู่ที่โน่นไม่มีใครคอยดูแลเลยสักคนคุณอาจไม่รักษาคำพูดที่ให้ไว้ก็ได้นี่”
“แต่นั่นมันผิดกันนะที่รัก” แรนด์จูบลงตรงสันจมูก “การที่ผมจะใช้ชีวิตโสดแบบไหนเป็ครั้งสุดท้ายมันก็ไม่ใช่เื่อะไรของคุณสักหน่อย”
“คนเห็นแก่ตัว...!” ไดอาน่าพูดปนหัวเราะ
“เอาละตอนนี้คุณก็รู้ความจริงเกี่ยวกับตัวผมแล้ว” เขายกแขนขึ้นโอบไหล่พาเธอเดินออกจากที่นั้น“ทีนี้เรามาพูดความจริงกันเสียทีคือเมื่อวานผมเห็นมีห้องว่างขนาดใหญ่อยู่ที่อพาร์ตเม้นท์ที่ผมเช่าอยู่ผมก็เลยพูดกับผู้จัดการไว้แล้วว่าเราสนใจ เพราะห้องที่ผมอยู่มันออกจะเล็กเกินไปผมยังไม่อยากรีบร้อนซื้อหรือปลูกบ้านในคาร์สัน ซิตี้ ั้แ่ตอนนี้เลย”
ไดอาน่าพยักหน้ารับอย่างเห็นด้วย
“ฉันคิดว่าอาทิตย์หน้าคงจะมีเวลาไปดูได้นะคะ”
“ไม่ต้องหรอก” แรนด์พูดด้วยน้ำเสียงมั่นใจ“ผู้จัดการเขาสัญญาว่าจะเก็บห้องไว้ให้จนกว่าเราจะกลับจากการดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์กันเขาติดหนี้บุญคุณผมอยู่นิดๆ หน่อยๆ”
เมื่อรับกระเป๋าแล้ว ไดอาน่าก็เดินนำไปที่รถสเตชั่นแว็กก้อนของไร่ที่จอดไว้ ส่งกุญแจให้เขาเปิดท้ายรถเก็บกระเป๋า