เคล็ดคชสารวิญญาณมังกร

    เล่มที่ 2 บทที่ 39 ค่ายกลแตก

            การต่อสู้ยังคงดำเนินต่อไปในจวนตระกูลถัง ศิษย์ตระกูลถังกำลังใช้ความคุ้นเคยกับพื้นที่ของตระกูลทำสงครามแบบกองโจรกับตระกูลซินและตระกูลตงฟาง แม้ในตอนแรกศิษย์ตระกูลถังจะได้เปรียบ แต่คนของอีกฝ่ายมากเกินไปจริงๆ

            อีกทั้งอีกฝ่ายยังมียอดฝีมือระดับผู้ทรงยุทธ์อย่างตงฟางป้าเทียน ในขณะที่ตระกูลถังมีเพียงถังจงชิง

            สถานการณ์เช่นนี้ย่อมเป็นผลไม่ดีกับตระกูลถังโดยสิ้นเชิง

            ส่วนการต่อสู้ของอวิ๋นเมิ่งกับเฮยฉานฉู่ก็ไม่ได้ราบรื่นอย่างที่คิดไว้ แม้นางจะวางค่ายกลเหมันต์หมื่นหายนะไว้แล้ว แต่เฮยฉานฉู่ก็บ่มเพาะมาร้อยกว่าปีแล้ว เขาไม่เพียงมีประสบการณ์โชกโชน แต่ยังเจ้าเล่ห์มาก ไหนจะวิชาพิษของเขาที่เก่งกาจมากอีกด้วย

            อวิ๋นเมิ่งกำลังใช้ทุกวิถีทางเพื่อใช้ค่ายกลขังเฮยฉานฉู่เอาไว้ หากสำเร็จค่อยสังหารอีกฝ่ายในกระบวนท่าเดียว

            ทว่าวิชาพิษของอีกฝ่ายกลับกัดกร่อนน้ำแข็งได้นี่ซี ตอนนี้น้ำแข็งหนาบนพื้นในเรือนครึ่งหนึ่งกลายเป็นสีดำไปแล้ว ยิ่งในน้ำแข็งเหล่านั้นล้วนหลอมรวมเข้ากับพิษอีก อวิ๋นเมิ่งจึงไม่กล้าดูดซับพลังเยือกแข็งจากในนั้น

             “เจ้าตำหนักอวิ๋นเมิ่ง พอกันแค่นี้ดีไหม? วันนี้นับว่าข้าโชคร้าย วันหน้าข้าจะไม่ยุ่งกับตระกูลถังอีก”

            เฮยฉานฉู่พลางหลบดาวน้ำแข็งที่พุ่งผ่านไปอย่างรวดเร็ว พลางกล่าวกับอวิ๋นเมิ่งไปด้วย

            สำหรับเฮยฉานฉู่แล้ว การต่อสู้ครั้งนี้กินแรงไม่น้อย นอกจากนางจะวางค่ายกลเอาไว้แล้ว ระดับของอวิ๋นเมิ่งกับเขาก็เท่ากันอีก 

            หากไม่ใช่เพราะเฮยฉานฉู่ใช้วิชาพิษที่บ่มเพาะไว้ในร่างมาร้อยปี คงถูกพลังเยือกแข็งของอวิ๋นเมิ่งสังหารไปแล้ว

            เฮยฉานฉู่รู้สึกเสียดาย รู้แต่แรกน่าจะให้ศิษย์คนโตเฮยเซียจื่อมาด้วย หากสองคนร่วมมือกันคงทำลายค่ายกลนี้ได้

             “เฮยฉานฉู่ เจ้ามันลิ้นสองแฉก ต่อให้วันนี้ข้าต้องทุ่มสุดตัวจนต้องทำลายอาคมนี้ ข้าก็จะฆ่าเจ้าที่นี่ให้ได้!”

            อวิ๋นเมิ่งกัดฟันกล่าว ก่อนจะโบกมือ และรอบด้านพลันปรากฏพลังเยือกแข็งหลายสาย พลังเหล่านี้เข้าไปในร่างกายของอวิ๋นเมิ่ง ทำให้กลิ่นอายของนางเพิ่มขึ้นอย่างมาก

             ‘ช่างเป็นสตรีที่บ้าระห่ำจริงๆ!’

            เฮยฉานฉู่ก่นด่าในใจ เขาไม่ได้ไปหาเรื่องอีกฝ่ายสักหน่อย ไยถึงอ้างว่าต้องกำจัดคนชั่วอย่างเขา และทุ่มสุดตัวขนาดนี้อีก

            จิ้งจอกเหมันต์ขยายร่างใหญ่ และบนร่างก็มีหนามน้ำแข็งพุ่งออกมาทันใด คางคกที่หลบไม่ทันก็ถูกแทงจนเป็นรูเลือดหลายรู

             อั่ก

            เมื่อวิญญาณยุทธ์บาดเจ็บ เฮยฉานฉู่ก็กระอักเลือดออกมาด้วยใบหน้าที่ซีดเผือด

            ถ้าต่อสู้ต่อไปแบบนี้ เขาอาจจะตายจริงๆ!

            แต่เฮยฉานฉู่ที่โลดแล่นในจักรวรรดิเทียนอวี่มาได้นับร้อยปี หาใช่จะจัดการได้ง่ายเพียงนั้น

            เฮยฉานฉู่โยนยาสีดำเม็ดหนึ่งเข้าปาก  แล้วหมอกควันสีดำพลันลอยออกมาทั่วร่างเขา

            ตุ่มบนหลังคางคกเริ่มขยายใหญ่ขึ้นคล้ายจะระเบิด

            นี่คือวิธีเอาชีวิตรอดของเฮยฉานฉู่ ในตุ่มด้านหลังวิญญาณยุทธ์คางคกแฝงด้วยพิษที่เขาสะสมมานานหลายสิบปี หากระเบิดออกมา ความพยายามในหลายสิบปีนี้จะสลายหายไปในพริบตา

            แต่แลกมากับพลังของกระบวนท่าที่สูงอย่างไม่ต้องสงสัย

            ตอนนี้ตุ่มด้านหลังคางคกขยายใหญ่กว่าขนาดของตัวมันเองแล้ว ท่าทางของมันดูน่ากลัวนัก

            อวิ๋นเมิ่งรีบเรียกจิ้งจอกเหมันต์กลับมา นางโบกมือครั้งหนึ่ง และกำแพงน้ำแข็งหนาก็ปรากฏขึ้นด้านหน้า

             ปัง!

            ในที่สุดพิษที่ขยายใหญ่ขึ้นก็ระเบิดออก ของเหลวสีดำระเบิดกระจายออกไปรอบทิศ พวกมันถูกสาดและกัดกร่อนกำแพงน้ำแข็งจนเป็นรูขนาดใหญ่

            สิ่งก่อสร้างในเรือนชั้นในของตระกูลถังต้องเผชิญกับพลังทำลายล้างอันรุนแรง กำแพงน้ำแข็งล้วนกลวงโบ๋

            ของเหลวสีดำสาดกระเด็นไปจนถึงด้านนอก และเมื่อมันกระทบกับร่างของศิษย์ตระกูลตงฟางกับตระกูลซิน ยังไม่ทันที่พวกเขาจะได้กรีดร้อง…ร่างกายก็ละลายกลายเป็นแอ่งเลือดเสียแล้ว

            อวิ๋นเมิ่งไม่กล้าประมาทแม้แต่น้อย นางทุ่มสุดกำลังเพื่อป้องกันตัว และใช้พลังเยือกแข็งของค่ายกลเหมันต์หมื่นหายนะเพิ่มความแข็งแกร่งให้กำแพงน้ำแข็งอย่างต่อเนื่อง

             “เจ้าตำหนักอวิ๋นเมิ่ง บัญชีแค้นครั้งนี้ข้าจะกลับกลับมาชำระแน่ ศิษย์ตำหนักเมิ่งเซียนของเจ้าเตรียมตัวเอาไว้ให้ดี!”

            เฮยฉานฉู่ทิ้งคำขู่เอาไว้ ก่อนจะหายไปจากค่ายกลเหมันต์หมื่นหายนะ

             “ข้าไม่ปล่อยเจ้าไปแน่!”

            อวิ๋นเมิ่งจะปล่อยให้เฮยฉานฉู่จากไปได้เยี่ยงไร ดูจากนิสัยและพลังของเฮยฉานฉู่แล้ว ศิษย์ตำหนักเมิ่งเซียนอาจต้องพบกับจุดจบที่ย่ำแย่ในอนาคต

            อวิ๋นเมิ่งถอนกำแพงน้ำแข็งออก นางเลือกที่จะไม่ตรวจสอบสถานการณ์โดยรอบก่อน แล้วไล่ตามทางที่เฮยฉานฉู่หนีทันที 

            ในจวนเจ้าเมือง ณ เวลานี้

            การต่อสู้ในตำหนักก็รุนแรงมากเช่นกัน วิหคสีฟ้ากับงูหลามสีม่วงเขียวกำลังปะทะกันโดยสำแดงฤทธิ์ออกมาอย่างไม่หยุดหย่อน โดยรอบล้วนเต็มไปด้วยขนนกน้ำแข็งกับร่องรอยของมีดสายลม

            นอกจากนี้ถังจงเวยกับหลินเนี่ยนยังร่วมมือกันจัดการกับเยียนหลิงซาน แม้เยียนหลิงซานจะเป็นยอดยุทธ์ขั้นที่หนึ่ง แต่อย่างน้อยวิญญาณยุทธ์ของหลินเนี่ยนก็ตรึงวิญญาณยุทธ์ของอีกฝ่ายไว้ได้อยู่

            หากเยียนหลิงซานจะจัดการกับสองคนก็หาใช่เรื่องง่ายขนาดนั้น ยิ่งหลินเนี่ยนที่กินยาวิญญาณเหมันต์เข้าไปแล้ว พลังที่ระเบิดออกมาก็ไม่ได้อ่อนแอไปกว่าเยียนหลิงซานเลย

            ส่วนเยว่มู่จือกับหลินอวี่กำลังหลบอยู่ด้านข้าง พวกเขามิอาจเข้าไปยุ่งการต่อสู้เช่นนี้ไหว เมื่อองครักษ์ของจวนเจ้าเมืองได้ยินเสียงจากทางนี้ก็เฝ้าประตูเอาไว้ แต่เหมือนจะไม่มีใครบุกเข้ามาเพิ่ม

             “ถังเหล่ย รีบเปิดประตูออกไป อย่ามัวเสียเวลาที่นี่!”

            ถังจงเวยที่ถือดาบยักษ์โจมตีเยียนหลิงซานสุดชีวิต แต่คนที่คุกคามเยียนหลิงซานได้จริงๆ คือหลินเนี่ยน

            สีหน้าของเยียนหลิงซานยามนี้ยับยู่ยี่นัก เขาคิดไม่ถึงว่าแผนการของตัวเองที่สมบูรณ์แบบเช่นนี้ จะต้องมาเสียการด้วยน้ำมือจากเด็กสาวคนหนึ่ง

             “เจ้าเมืองเยว่ ข้าขอสั่งให้เจ้าขัดขวางถังเหล่ยซะ”

            เยียนหลิงซานปลีกตัวออกไปยามนี้ไม่ได้ การโจมตีของกระบี่เหมันต์ในมือหลินเนี่ยนทุกสายล้วนรุนแรงมาก เยียนหลิงซานทำได้เพียงใช้กระบวนท่าต่างๆ ฝืนสกัดอีกฝ่ายเอาไว้ หากคิดจะเอาชนะนาง อาจต้องใช้เวลา

            ยามนี้ต้องยืมมือเยว่มู่จือจัดการ ขอเพียงเขาสั่งการ องครักษ์ทั้งจวนเจ้าเมืองก็จะล้อมเข้ามา ดูจากพลังของถังเหล่ยแล้ว คงออกไปได้ยาก

            เมื่อเยว่มู่จือที่กำลังหลบอยู่ด้านข้างได้ยินเยียนหลิงซานออกคำสั่ง เขาก็ขุ่นเคืองใจ

            ชัดเจนว่าเยียนหลิงซานต้องการลงมือกับตระกูลถัง แต่ไยถึงเชิญพวกเขามาที่จวนเจ้าเมือง เยว่มู่จือรู้สึกลำบากใจนัก ยิ่งเยียนหลิงซานออกคำสั่งด้วยแล้ว นี่ไม่คิดจะเห็นเขาในสายตาบ้างเลยหรือ

             “เจ้าเมืองเยว่ หรือว่าเจ้าคิดจะขัดคำสั่งของข้า!”

            เมื่อเยียนหลิงซานเห็นว่าเยว่มู่จือไม่เคลื่อนไหวก็แผดเสียงดังลั่น

            ในขณะที่ถังเหล่ยใกล้มาถึงประตูตำหนักจวนเจ้าเมือง

            ประตูตำหนักที่สร้างจากหินยักษ์มักเปิดในสถานการณ์ปกติเสมอ

            ถังเหล่ยเอามือทาบไว้ที่ประตู จากนั้นใช้ปราณแท้พลังยุทธ์ในร่างกาย พลังสีทองไหลเวียนในร่างของถังเหล่ยอย่างรวดเร็ว

             ครึ่ก...

            ประตูหนักหลายหมื่นจินถูกถังเหล่ยเปิดออกอย่างง่ายดาย ต่อให้เป็นผู้ชำนาญยุทธ์ขั้นที่หกคิดจะเปิดประตูนี้เพียงลำพังยังยากมากเลย แต่พลังของถังเหล่ยมีถึงสี่หมื่นจิน อาจเทียบเท่ากับผู้ชำนาญยุทธ์ขั้นที่เก้าหรือแม้กระทั่งขั้นที่สิบด้วยซ้ำ

            หลังจากประตูถูกเปิดออก องครักษ์จวนเจ้าเมืองที่ออกันอยู่นอกประตูก็ปรากฏสู่สายตาถังเหล่ย

            ทุกคนล้วนเห็นสถานการณ์ในตำหนัก ทูตเยียนกำลังสู้กับผู้นำถังและเด็กสาวอีกผู้หนึ่งด้วย

            องครักษ์ทุกคนต่างไม่รู้ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น ทำได้เพียงมองเยว่มู่จือที่หลบอยู่ด้านข้าง และไม่ได้ทำอะไรทั้งนั้น

             “องครักษ์จวนเจ้าเมือง ขวางถังเหล่ยเอาไว้ ใครจับถังเหล่ยได้ ข้ารับรองว่าคนนั้นจะกลายเป็นเจ้าเมือง!”

            เมื่อเยียนหลิงซานเห็นถังเหล่ยเปิดประตูสำเร็จ เขาก็ตะโกนกับองครักษ์ด้านนอกทันที

            องครักษ์ต่างหันหน้ามองกันและกัน พวกเขาไม่รู้ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่

             “องครักษ์จวนเจ้าเมือง ปล่อยพวกถังเหล่ยจากไป ผู้ใดขัดคำสั่ง ให้สังหารได้เลย!”

            และแล้วก็มีอีกคำสั่งหนึ่งดังมาจากในตำหนัก เพียงแต่เสียงครั้งนี้มาจากเยว่มู่จือ

    คล้ายกับเรื่องเคล็ดคชสารวิญญาณมังกร ที่คุณอ่าน