คุยกันสักนิด
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
บทที่ 44
“มีอะไรหรือเปล่า”
เมิ่งเหวินฮั่นหันไปมองเลี่ยงเหมยหรูด้วยสายตาเรียบเฉยอีกครั้ง ซึ่งแน่นอนว่าสายตาของเขาทำให้เลี่ยงเหมยหรูรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาเล็กน้อย แต่ด้วยความที่เธอไม่ต้องการให้โอกาสแบบนี้หลุดลอยไปอย่างง่ายดาย ดังนั้นเลี่ยงเหมยหรูจึงพยายามข่มความหวาดกลัวของตัวเองเอาไว้
“พอดีฉันกับเพื่อนก็กำลังจะไปดูกับดักของครอบครัวเหมือนกันค่ะ ถ้ายังไงฉันขอไปด้วยกับพวกพี่ได้ไหมคะ”
เลี่ยงเหมยหรูและจางเพ่ยอินส่งสายตาออดอ้อนไปให้อีกฝ่าย เพราะว่าพวกเธอต่างก็คิดกันเอาไว้ว่าด้วยใบหน้าที่สวยงามและท่าทางออดอ้อนของพวกเธอในตอนนี้ อีกฝ่ายจะต้องอนุญาตให้พวกเธอทั้งคู่ติดตามไปด้วยอย่างแน่นอน
ทันทีที่ได้ยินคำขอของเลี่ยงเหมยหรู เมิ่งเหวินฮั่นก็หันไปหาเสิ่นเจ๋อหยวนในทันที ซึ่งแน่นอนว่าเพียงแค่ชั่วขณะหนึ่งเท่านั้น ก่อนที่เขาจะหันกลับมาหาหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้าของเขาอีกครั้ง
“พวกเราสองคนจะไปล่าสัตว์ คงจะไม่มีเวลาดูแลพวกคุณสองคน ยังไงพวกคุณลองกลับบ้านไปตามญาติพี่น้องของพวกคุณไม่ดีกว่าเหรอ”
เลี่ยเหมยหรูรู้สึกโกรธเคืองขึ้นมาในทันทีที่เธอได้ยินคำพูดของชายหนุ่มที่ตัวเองชื่นชอบ เพราะว่าเธอไม่คาดคิดว่าอีกฝ่ายจะปฏิเสธความต้องการของเธอออกมาแบบนี้
“พวกเราสองคนจะไม่ทำให้พวกคุณลำบากแน่นอนค่ะ” จางเพ่ยอินยังคงตามตื้ออีกฝ่ายไม่เลิกรา เพราะว่าเธอต้องการที่จะติดตามอีกฝ่ายไปด้วยและใช้โอกาสในการมอบอาหารและเครื่องดื่มให้กับอีกฝ่ายนั่นเอง
แต่จางเพ่ยอินและเลี่ยงเหมยหรูไม่คาดคิดเลยว่าในระหว่างที่เธอกำลังพูดคุยกับชายหนุ่มทั้งสองอยู่นั้น เสียงของบางอย่างก็ตรงมายังทิศทางของพวกเธอเสียก่อน ซึ่งแน่นอนว่าจางเพ่ยอินและเลี่ยงเหมยหรูต่างก็รู้สึกหวาดกลัวขึ้นมา เนื่องจากเธอเป็นกังวลว่าสิ่งที่กำลังเดินมานั้นจะเป็นสัตว์ร้ายเสียมากกว่า
เพียงแต่เมื่อพวกเธอทั้งสองได้เห็นเป็นชาวบ้านที่กำลังเดินตรงมายังทิศทางของพวกเธอ เลี่ยงเหมยหรูและจางเพ่ยอินก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก
“อ้าว นั่นไม่ใช่เหวินฮั่นหรอกเหรอ ทำไมถึงได้มายืนอยู่ตรงนี้ละ”
ม่านซุ่นซีทักทายเมิ่งเหวินฮั่นอย่างคนคุ้นเคย เนื่องจากว่าลูกสาวของเขาอย่างม่านซินอี้มักจะชอบไปเล่นกับลู่อิ่นซือและลู่ซือเสิ้นอยู่เป็นประจำ ดังนั้นเขาและครอบครัวจึงสนิทสนมกับบ้านลู่และบ้านเมิ่งเป็นอย่างดี และแน่นอนว่าทันทีที่เขาเดินเข้ามาหาอีกฝ่าย ม่านซุ่นซีก็ต้องรู้สึกแปลกใจพอสมควร เพราะว่าเขาไม่คาดคิดว่าอีกฝ่ายกำลังอยู่กับเลี่ยงเหมยหรูและจางเพ่ยอิน
ซึ่งแน่นอนว่าม่านซุ่นซีรู้ดีว่าหญิงสาวทั้งสองคนนี้ไม่ได้เป็นคนดีเหมือนกับหน้าตาของตัวเอง หรือการแสดงออกให้คนอื่นได้เห็น เพราะว่าเขาเคยเห็นจางเพ่ยอินเคยอยู่กับผู้ชายหลายคนในท่าทางที่สนิทสนมในตำบล ส่วนเลี่ยงเหมยหรูนั้นเขาก็เคยเห็นอีกฝ่ายเดินอยู่กับผู้ชายในตำบลเช่นเดียวกัน ถึงแม้ว่าจะไม่ได้แสดงท่าทางสนิทสนมเหมือนกับจางเพ่ยอินก็ตาม
“สวัสดีครับพี่ซุ่นซี พอดีวันนี้ผมกับเจ๋อหยวนว่าจะไปล่าสัตว์กันสักหน่อยครับ แต่ว่ามาพบเจอกับผู้หญิงสองคนนี้เสียก่อน”
เมิ่งเหวินฮั่นทักทายม่านซุ่นซีอย่างเป็นกันเอง เพราะว่าเขาเคยพบเจอกับอีกฝ่ายอยู่บ่อยครั้ง เมื่อเขาเดินทางมาหมู่บ้านเฟิงหยวนแห่งนี้ อีกทั้งลูกพี่ลูกน้องของเขาอย่างลู่อิ่นซือและลู่ซือเสิ้นยังสนิทสนมกับม่านซินอี้
“แล้วนี่พวกเธอสองคนมาทำอะไรกันอยู่ตรงนี้ ไม่ใช่ว่าตอนนี้ครอบครัวของพวกเธอกำลังทำความสะอาดบ้านกันอยู่ไม่ใช่เหรอ”
หลังจากที่ม่านซุ่นซีทักทายเมิ่งเหวินฮั่นและทำความรู้จักกับเสิ่นเจ๋อหยวนแล้วนั้น เขาก็หันมาให้ความสนใจกับเลี่ยงเหมยหรูและจางเพ่ยอินอีกครั้ง นอกจากนี้เขายังรู้สึกประหลาดใจที่ได้เห็นหญิงสาวทั้งสองคนนี้มาอยู่ในป่าแห่งนี้ เพราะปกติอีกฝ่ายไม่เคยคิดที่จะเข้ามาเหยียบภายในป่าแห่งนี้เลยสักครั้งเดียว มีแต่ลูกพี่ลูกน้องของอีกฝ่ายที่เป็นคนขึ้นมาเก็บฟืนหรือไม่ก็คอยหาผักป่าเท่านั้น
“พวกฉันสองคนกำลังมาเก็บไข่ไก่ป่าแล้วก็เผื่อจะได้สัตว์ป่าเล็กๆ กลับบ้านกันด้วย”
เลี่ยงเหมยหรูรู้สึกโมโหขึ้นมาในทันที เธอไม่คิดเลยว่าจะมีคนอื่นมาพบเจอเข้าเสียก่อน ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านั้นเธอก็ดูบริเวณรอบๆ แล้วว่าไม่น่าจะมีชาวบ้านคนอื่นมาพบเจอตอนที่เธออยู่กับเมิ่งเหวินฮั่น
“ใช่ พวกเราู่ที่นี่ไม่ได้หรือยังไง”
จางเพ่ยอินจ้องมองไปที่ม่านซุ่นซีด้วยความไม่ชอบใจ เพราะว่าอีกฝ่ายมาขัดจังหวะเธอและเลี่ยงเหมยหรูในการเข้าใกล้ชายหนุ่มทั้งสองนั่นเอง
ม่านซุ่นซีมองท่าทางไม่พอใจของจางเพ่ยอินและเลี่ยงเหมยหรู เพียงแค่นี้เขาก็รับรู้ได้ในทันทีว่าอีกฝ่ายกำลังรู้สึกไม่พอใจเขาอย่างแน่นอน แต่ถึงอย่างนั้นม่านซุ่นซีก็ไม่คิดที่จะใส่ใจ เพราะถึงอย่างไรเขาก็ไม่ต้องการให้เมิ่งเหวินกับเพื่อน ต้องอยู่กับเลี่ยงเหมยหรูและจางเพ่ยอินตามลำพัง
“เหวินฮั่น พี่ก็กำลังจะไปล่าสัตว์เหมือนกัน ถ้าอย่างนั้นพี่ขอไปกับพวกนายเลยก็แล้วกันนะ”
เมิ่งเหวินฮั่นพยักหน้ารับคำของอีกฝ่ายในทันที “ได้เลยครับพี่ซุ่นซี ถ้าอย่างนั้นพวกเราไปกันเลยดีไหมครับ”
หลังจากที่ตกลงกันเรียบร้อยแล้ว ทั้งเมิ่งเหวินฮั่น เสิ่นเจ๋อหยวนและม่านซุ่นซีก็เดินเข้าป่าไปในทันที ซึ่งแน่นอนว่าเลี่ยงเหมยหรูและจางเพ่ยอินก็ได้ติดตามชายทั้งสามไปด้วย เนื่องจากว่าพวกเธอต่างก็ไม่ต้องการที่จะปล่อยโอกาสที่ดีแบบนี้หลุดไปอย่างง่ายๆ ถึงแม้ว่าจะมีม่านซุ่นซีมาเป็นก้างขวางคออยู่ก็ตาม แต่เธอเชื่อว่าพวกเธอทั้งสองคนจะสามารถจัดการอีกฝ่ายไปให้พ้นทางได้อย่างแน่นอน
“ไม่คิดเลยว่าม่านซุ่นซีคนนั้นจะมาพบเจอพวกเราเสียก่อน”
เลี่ยงเหมยหรูกระซิบบอกกับจางเพ่ยอิน พร้อมกับมองตรงไปที่ชายทั้งสามคนที่กำลังตรวจสอบดูกับดักของครอบครัวตัวเองที่เคยวางไว้ ซึ่งแน่นอนว่าเลี่ยงเหมยหรูและจางเพ่ยอินก็ทำทีเป็นเดินดูกับดักไปเรื่อยๆ เช่นเดียวกัน เพราะว่าพวกเธอไม่รู้ว่าครอบครัวของเธอนั่นวางกับดักเอาไว้ที่จุดไหน
ดังนั้นสิ่งที่พวกเธอทั้งสองทำได้ในตอนนี้ก็คือการเดินดูบริเวณรอบๆ เพียงเท่านั้น อีกทั้งพวกเธอยังไม่เคยเข้ามาในป่าแบบนี้มาก่อน ดังนั้นเลี่ยงเหมยหรูและจางเพ่ยอินจึงไม่รู้ว่าจะต้องทำสิ่งใดต่อ
“พวกเราพักทานข้าวกันก่อนดีกว่า”
หลังจากที่พวกเขาทั้งสามคนต่างก็ตรวจดูกับดักและได้กระต่ายป่าและไก่ป่ามาคนละสองสามตัวแล้วนั้น พวกเขาทั้งสามคนก็พากันเดินไปไกลกว่าจุดที่วางกับดักอีกเล็กน้อย ถึงแม้ว่าพวกเขาจะไม่ต้องการให้หญิงสาวทั้งสองคนอย่างเลี่ยงเหมยหรูและจางเพ่ยอินติดตามมาด้วย แต่ด้วยความที่อีกฝ่ายยังไม่ยอมแพ้แม้แต่นิดเดียว ดังนั้นพวกเขาจึงทำได้เพียงแค่พยายามไม่ให้ความสนใจกับผู้หญิงทั้งสองคน
“ก็ดีนะครับพี่ซุ่นซี ตอนนี้ผมรู้สึกหิวมากแล้วด้วย”
เมิ่งเหวินฮั่นรู้สึกเห็นด้วยกับม่านซุ่นซี อีกทั้งเขาก็อยากรู้เช่นกันว่าเลี่ยงเหมยหรูและจางเพ่ยอินต้องการสิ่งใดจากเขาและเจ๋อหยวนกันแน่ อีกฝ่ายถึงได้ไม่ยอมแพ้ไปเสียก่อนแบบนี้ ทั้งยังติดตามพวกเขามาจนถึงตอนนี้อีกด้วย
เลี่ยงเหมยหรูหันไปมองจางเพ่ยอินด้วยความดีใจ ในที่สุดโอกาสของพวกเธอทั้งสองคนก็มาเสียที ถึงแม้ว่าในครั้งนี้จะมีม่านซุ่นซีอยู่ด้วยก็ตาม แต่เธอเชื่อว่าจางเพ่ยอินจะจัดการอีกฝ่ายได้อย่างที่พูดออกมาเป็นแน่ ถึงแม้ว่าเธอจะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะจัดการยังไงก็ตาม
“พวกคุณกำลังจะพักทานข้าวกันเหรอคะ ฉันกับเหมยหรูขอทานด้วยได้ไหมคะ”
จางเพ่ยอินเดินตรงไปหาชายทั้งสามคนด้วยท่าทางยิ้มแย้มแจ่มใส
“พอดีว่าฉันกับเหมยหรูได้ทำอาหารมาทานที่นี่เหมือนกัน ถ้ายังไงพวกเรามาแบ่งอาหารกันทานดีไหมคะ เพราะดูเหมือนว่าอาหารของพวกคุณจะน่าทานเหมือนกัน ฉันอยากจะลองชิมสักนิดได้หรือเปล่าคะ”
เลี่ยงเหมยหรูพยักหน้าอย่างเห็นด้วยกับคำพูดของเพื่อนสนิทตัวเอง ก่อนที่เธอจะจ้องมองไปที่ชายทั้งสามคนด้วยสายตาอ้อนวอน
หลังจากที่จางเพ่ยอินและเลี่ยงเหมยหรูได้รับคำอนุญาตจากอีกฝ่ายแล้วนั้น พวกเธอทั้งคู่ต่างก็หันไปสบสายตากันด้วยความดีใจ ก่อนที่พวกเธอจะเดินเข้าไปนั่งร่วมวงกับชายทั้งสามคนอย่างรวดเร็ว
ซึ่งแน่นอนการกระทำของจางเพ่ยอินและเลี่ยงเหมยหรูอยู่ในสายตาของชายทั้งสามคน ดังนั้นเมื่อม่านซุ่นซีได้ยินคำอนุญาตจากปากของเมิ่งเหวินฮั่น เขาก็รีบเข้าไปหาอีกฝ่ายในทันที
“ทำไมนายถึงอนุญาตให้สองคนนั้นมาทานข้าวกับพวกเราด้วยนะ ดูก็รู้ว่าพวกเธอมีจุดประสงค์อะไรสักอย่าง นายควรจะอยู่ห่างจากพวกเธอไม่ดีกว่าเหรอ”
ม่านซุ่นซีรู้สึกไม่เข้าใจกับการกระทำของเมิ่งเหวินฮั่น อีกทั้งเขาก็ไม่คาดคิดเลยว่าเสิ่นเจ๋อหยวนจะเห็นดีเห็นงามไปกับเพื่อนของตัวเองด้วยอีกคน ดังนั้นม่านซุ่นซีจึงอดไม่ได้ที่จะสอบถามอีกฝ่ายเพื่อให้หายข้องใจ
“ผมกับเจ๋อหยวนรู้ดีครับว่าเธอมีจุดประสงค์ที่เข้ามาหาพวกผมแน่นอน เพราะว่าพวกเธอติดตามพวกผมมาตั้งแต่ที่พวกเราออกมาจากบ้านลู่แล้วละครับ แต่ที่ผมอนุญาตเธอในครั้งนี้ก็เพื่อต้องการรู้ว่าพวกเธอมีจุดประสงค์อะไรกันแน่ แต่ดูเหมือนว่าจุดประสงค์ในครั้งนี้จะเกี่ยวข้องกับอาหารที่เธอนำมาด้วยนะครับ เพราะที่ผ่านมาทั้งๆ ที่ผมกับเจ๋อหยวนปฏิเสธน้ำดื่มจากพวกเธอ แต่อีกฝ่ายก็ยังเสนอน้ำดื่มของตัวเองให้กับพวกเราอยู่ตลอดเวลาเลยละครับ"
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
พบกันใหม่ในตอนต่อไปนะคะ
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++