หนูน้อยสกุลถัง(ลงใหม่)

    ตอนที่38 ถั่วงอกกับบะหมี่ต้มยำ


    ผ่านไปหลายวัน หิมะแรกมาแล้ว ยังดีที่ท่านลุงทั้งหลายเตรียมหมึกแห้งไว้พร้อมแล้ว หอยแมลงภู่เองก็เก็บได้ง่าย คนบ้านหลิงจึงทำได้อย่างรวดเร็ว รอเพียงพ่อค้าชราผู้นั้นมารับของที่บ้าน


    นอกจากของแห้งที่เตรียมไว้แล้ว พวกเขายังทำหมึกแห้งกับหอยตากแห้งเก็บไว้เป็นเสบียงของครอบครัวอีกไม่น้อยเลย พอมีเงินแล้วก็ยังมาขอซื้อมันเทศกับไข่เค็มไปเก็บไว้กินอีกจำนวนหนึ่ง


    เสี่ยวหลินนอนซุกผ้าห่มอยู่ในห้องตั้งแต่เมื่อคืน ทำเพียงออกมากินข้าวเช้าแล้วก็กลับเข้าไปนอนต่อ ตอนแรกนางตั้งใจว่าจะออกไปเล่นหิมะ เพราะไม่เคยสัมผัสกับหิมะมาก่อน แต่เอาเข้าจริงแล้วอากาศมันหนาวมากจนนางไม่อยากเอาตัวออกห่างจากผ้าห่มอุ่นๆ เลย


    ตอนชาติที่แล้วนางก็ไม่เคยไปเที่ยวต่างประเทศ ได้แต่ดูทางทีวีหรือไม่ก็ทางอินเตอร์เน็ต คิดว่าหิมะมันน่าเล่นดี แต่พอเอาเข้าจริงแม้แต่จะก้าวขาออกจากห้องนางยังไม่อยากทำเลยด้วยซ้ำ


    ฮุ่ยหนิงเปิดประตูห้องเข้ามา มองดูบุตรสาวที่นอนซุกผ้าห่มขดตัวจนเป็นก้อนกลมๆ อย่างน่าเอ็นดูนางก็หลุดยิ้มกับภาพนั้น


    "เสี่ยวหลิน แม่ก่อไฟที่เตาผิงข้างห้องโถงแล้ว ออกไปนอนเล่นตรงนั้นดีไหมลูก มันอุ่นมากเลยนะ" นางนั่งลงที่ข้างเตียง ลูบแก้มกลมๆ ของบุตรสาวที่เกยผ้าห่มอยู่


    เด็กที่ทำตัวขี้เกียจชูแขนขึ้นให้มารดาอุ้ม แขนอวบโอบรอบคอมารดา วางแก้มซบบนไหล่อย่างออดอ้อน


    "เสี่ยวจงจะหนาวไหมเจ้าคะท่านแม่"


    "เมื่อเช้าท่านตาไปก่อไฟให้มันแล้วจ้ะ บิดาเจ้าทำปล่องไฟเล็กๆ ให้มันเหมือนกับที่บ้านเราเลยนะ"


    "อื้อ ขอบคุณเจ้าค่ะท่านแม่"


    เจ้าเด็กตัวกลมนอนขดตัวอยู่ข้างเตาไฟ ฮุ่ยหนิงได้หอบผ้านวมมาปูให้นางนอนเล่น ยังเอาหมอนข้างอ้วนๆ มาให้นางกอดด้วย


    "หนาวๆๆ เสี่ยวหลินอานอนด้วย" เทียนเฉินที่เพิ่งก้าวเข้าห้องโถงมา มองเห็นก้อนกลมๆ ที่นอนขดอยู่ก็รีบแทรกตัวเข้าไปนอนในผ้าห่มผืนเดียวกันกับหลานสาว มือยังคว้าเอาเจ้าเด็กตัวกลมมากอดคลายหนาวด้วย


    "ตัวท่านอาเย็นมากเลย" เสี่ยวหลินพยายามดิ้นหนีเพราะเขาตัวเย็นเจี๊ยบ แต่เทียนเฉินก็ไม่ปล่อยหมูน้อยเนื้อนุ่มไปง่ายๆ


    "เพราะเสี่ยวหลินนั่นแหละ อาเลยต้องไปเรียนที่บ้านพี่ชายห้าว"


    "ถ้าท่านอาไม่เรียนเสี่ยวหลินจะไม่ให้ช่วยดูแลร้านค้านะเจ้าคะ" เด็กตัวกลมหันกลับไปมองเทียนเฉิน แล้วใช้สองมือน้อยดึงแก้มของเขาจนยืดออก


    "ขอรับๆ เข้าใจแล้วขอรับเถ้าแก่เนี้ยน้อย"


    "แล้วท่านพ่อล่ะเจ้าคะ" นางเอ่ยถามเมื่อไม่เห็นบิดาตามน้องชายของเขามา ช่วงหน้าหนาวนางเห็นบิดาว่างงาน เสี่ยวหลินจึงให้บิดาไปเรียนด้วยเช่นกัน


    "แวะเข้าไปพูดคุยกับสหายในหมู่บ้านน่ะ"


    "ท่านอาเรียนเป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ"


    "อาปวดหัวปวดมือไปหมดเลย ต้องจำอักษรตัวยึกยือไปหมด ไหนจะต้องคัดจนปวดข้อมืออีก เสี่ยวหลินต้องทำของอร่อยปลอบใจอานะ" เด็กหนุ่มซุกซบหน้าอยู่กับพุงกลมๆ ของหลานสาว


    "เหนื่อยก็ต้องทนนะเจ้าคะ ภายภาคหน้าท่านอาจะได้มีความรู้เอาไว้เลี้ยงตัวเองและครอบครัวเจ้าค่ะ"


    "เข้าใจแล้วขอรับ"


    เด็กตัวกลมพยักหน้าแล้วนอนทำตัวขี้เกียจต่อ ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าถั่วงอกของนางน่าจะโตแล้ว จึงดีดตัวขึ้นแล้วดึงแขนเทียนเฉินที่กำลังนอนทำตัวขี้เกียจเช่นเดียวกัน


    "ท่านอาไปดูถั่วงอกกันเจ้าค่ะ นี่ก็ผ่านมาห้าวันแล้ว น่าจะเก็บได้แล้วนะเจ้าคะ"


    "มันยังเล็กอยู่เลยเสี่ยวหลิน ต้นของมันก็สีขาวด้วย" เขาบอกหลานสาว เพราะเขามีหน้าที่ดูแลต้นอ่อนพวกนี้จึงเห็นการเติบโตของพวกมันในทุกๆ วัน


    "ถั่วงอกก็กินตอนที่มันยังขาวๆ นี่แหละเจ้าค่ะท่านอา"


    ได้ยินอย่างนั้นเด็กหนุ่มก็ยอมลุกตามแรงดึงของหลานสาว เทียนเฉินเปิดผ้าคลุมอ่างถั่วเหลืองและอ่างถั่วเขียวให้หลานสาวดู


    เสี่ยวหลินมองดูถั่วงอกที่อิ่มฟูขึ้นมาจนเกือบเต็มอ่างใบใหญ่ ต่างจากตอนแรกที่เป็นเพียงแค่เมล็ดเล็กๆ แถมมันยังอวบขาวน่ากินมากอีกด้วย


    "ท่านอามันกินได้แล้วเจ้าค่ะ" เด็กตัวกลมหันไปยิ้มกว้างกับท่านอาของนาง แต่เทียนเฉินยังมองถั่วงอกด้วยสีหน้าแปลกๆ อยู่


    "มันกินได้แน่หรือ"


    "แน่สิเจ้าคะ จริงสิ เปิดผ้าของอ่างผักบุ้งออกด้วยเจ้าค่ะ ให้มันโดนแสงแดดสักหน่อย ใบของมันจะได้เปลี่ยนเป็นสีเขียว"


    เทียนเฉินไม่ได้เอ่ยอะไร เขาทำเพียงเดินไปเปิดผ้าคลุมออกตามคำหลานสาว ส่วนเสี่ยวหลินนั้นเดินไปเปิดผ้าคลุมกะละมังเล็กๆ ที่นางเพาะโต้วเหมี่ยวไว้


    พืชต้นเล็กๆ สีขาวๆ อมเหลืองกำลังเบียดเสียดกันอยู่ในกะละมังทำให้เสี่ยวหลินหัวเราะอย่างดีใจ เด็กอ้วนเต้นดุ๊กดิ๊กให้กับความสำเร็จของนาง ก่อนจะยกกะละมังใบนั้นไปวางไว้ในจุดที่โดนแสงแดด เพราะพวกนางเก็บอ่างไว้ในห้องเก็บของหลังบ้าน


    "ดูสิเจ้าคะท่านอา ผักบุ้งกับโต้วเหมี่ยวงอกแล้ว อีกสักสามวันก็เก็บกินได้แล้วเจ้าค่ะ"


    "โต้วเหมี่ยวหรือ" เด็กหนุ่มเดินมาดูต้นผักเล็กๆ อย่างสนใจ


    "อย่างนั้นวันนี้เราจะกินผัดถั่วงอกกันเจ้าค่ะ เอ หรือว่าจะกินบะหมี่ดีเจ้าคะ" เสี่ยวหลินเกาคางอย่างครุ่นคิด


    "กินบะหมี่ก็ดีนะ อากาศหนาวๆ ได้ซดน้ำบะหมี่ร้อนๆ ก็ดีไม่น้อยเลย"


    "อย่างนั้นท่านเราเอาถั่วงอกไปล้างกันเจ้าค่ะ" เด็กอ้วนวิ่งดุ๊กๆ ไปหยิบกระจาดมาสองใบ หยิบถั่วงอกของถั่วเขียวและถั่วเหลืองไปล้าง


    "เอาเปลือกเมล็ดมันออกด้วยนะเจ้าคะ" นางเอ่ยบอกท่านอาของนางก่อนจะวิ่งออกตามหามารดาทั่วบ้าน


    "ท่านแม่" วิ่งจนหอบเหนื่อยก็มาเจอมารดาที่กำลังเย็บผ้าอยู่ในห้องนอน ฮุ่ยหนิงเห็นบุตรสาววิ่งเข้ามาหาก็เก็บเข็มและด้ายให้เรียบร้อย


    "มีอะไรจ๊ะ"


    "เสี่ยวหลินกับท่านอาอยากกินบะหมี่ ท่านแม่ทำให้กินได้ไหมเจ้าคะ"


    "ได้สิจ๊ะ" ฮุ่ยหนิงเดินตามแรงจูงของบุตรสาวไปที่ครัว


    เสี่ยวหลินให้มารดาหั่นหมูเค็มมาคั่วจนแห้ง ทอดกระเทียมจนกรอบ เตรียมพริกไทยคั่วด้วย นำทั้งสามอย่างมาตำจนละเอียด ต้มน้ำจนร้อน ใส่ผงที่ตำไว้ลงไปตามด้วยหัวไชเท้าหั่นชิ้น ได้น้ำแกงบะหมี่อย่างง่ายมาโดยไม่ต้องใช้กระดูกหมู


    "ต่อไปก็ทำเส้นเจ้าค่ะ นำแป้งสาลีมาผสมกับไข่แล้วนวดให้เข้ากันเจ้าค่ะ"


    ปากเล็กเอ่ยบอกมารดาเจื้อยแจ้ว ขณะนั้นเองเทียนเฉินก็เดินถือกระจาดถั่วงอกเข้ามา เขาเลยถูกหลานสาวใช้ให้มานวดแป้งแทน เพราะไม่อยากให้มารดาที่แสนบอบบางต้องปวดแขน


    "รีดให้แบนเท่ากันนะเจ้าคะท่านอา เส้นจะได้มีขนาดเท่ากันเจ้าค่ะ"


    ร่างกลมๆ ยืนบนเก้าอี้กำกับแรงงานจำเป็นของนางอย่างเข้มงวด กว่าจะได้เส้นบะหมี่ไข่ออกมาเทียนเฉินก็แทบเหงื่อตก


    "ท่านอาอยากกินบะหมี่รสชาติธรรมดาหรือว่ารสชาติอร่อยเหาะเจ้าคะ"


    "อร่อยเหาะเลยหรือ"


    "ใช่เจ้าค่ะ"


    ฮุ่ยหนิงที่ได้ยินบุตรสาวพูดคุยกับน้องสามีก็หัวเราะเบาๆ มือก็หั่นหมูเค็มเป็นชิ้นบางๆ ไปด้วย


    "อยากสิ"


    "อย่างนั้นท่านอาเอาถั่วลิสงไปคั่วให้หอมนะเจ้าคะ จากนั้นก็เอามาตำเจ้าค่ะ"


    "ได้เลย!"


    เทียนหรงไปหยิบเตาเล็กๆ ที่เสี่ยวหลินเคยสั่งทำไว้ออกมา พอติดไฟแล้วก็หยิบกระทะมาตั้ง เอาถั่วลิสงมาคั่วโดยมีเด็กตัวอ้วนมายืนดูด้วย


    "น้ำเดือดแล้วนะลูก"


    "ปล่อยไว้ก่อนเจ้าค่ะท่านแม่ ท่านอาตำแรงๆ เลย!"


    เสี่ยวหลินได้ครกเล็กๆ ที่ทำมาจากโคนต้นไม้ โดยมีท่านตาผู้ว่างงานของนางเป็นคนทำให้ ขนาดของมันเล็กๆ น่ารักเหมาะกับเจ้าของ แต่เวลาที่อยากจะทำอาหารนางก็ไม่ได้เป็นคนใช้มันเองอยู่ดี

    เพราะใช้ท่านอาทำ ฮิฮิ


    "เสร็จแล้วล้างกระทะแล้วตั้งน้ำเลยเจ้าค่ะ เราจะลวกเส้นกับถั่วงอกกัน"


    เทียนเฉินเริ่มเห็นรูปร่างของอาหารจานใหม่แล้ว เลยรีบทำอย่างรวดเร็ว ทั้งลงมือลวกเส้นลวกผักเอง ใส่ชามเอาไว้เรียบร้อย


    "ใส่ถั่วลิสงลงไปครึ่งช้อนเจ้าค่ะ ตามด้วยพริก น้ำปลา น้ำตาล และน้ำมะนาว"


    "เสร็จแล้วทำยังไงต่อ"


    "ตักน้ำแกงบะหมี่ใส่ลงไปเจ้าค่ะ"


    "ส่งมาเดี๋ยวพี่ตักให้จ้ะ"


    ฮุ่ยหนิงรับชามบะหมี่มาตักน้ำแกงบะหมี่กลิ่นหอมสีสวยลงไป แล้ววางลงบนโต๊ะ เด็กอ้วนที่รออยู่แล้วก็รีบนำช้อนมาคนบะหมี่กับเครื่องปรุงให้เข้ากันแล้วตักชิม


    "อื้ม! อร่อยเจ้าค่ะท่านอา" มือป้อมตักให้คนข้างตัวชิมด้วย


    "มันคล้ายต้มยำเลยนะเสี่ยวหลิน เพียงแต่ไม่มีกะทิ"


    "ใช่เจ้าค่ะ มันมีชื่อว่าบะหมี่ต้มยำเจ้าค่ะท่านอา"


    "อย่างนั้นอาขอกินเลยนะ" เด็กหนุ่มฉกชามบะหมี่ตรงหน้าหลานสาวแล้ววิ่งฉิวออกจากห้องครัวไป


    "ท่านอ๊า!!"


    เสี่ยวหลินเดินถือชามบะหมี่ออกมาที่ห้องโถง นางทำหน้ายุ่งแต่พอเห็นเทียนเฉินนั่งกินบะหมี่อยู่ก็เชิดหน้าขึ้น นางวางชามบะหมี่ลง เทียนเฉินก็เงยหน้าขึ้นมามองดู


    "ทำไมของเสี่ยวหลินมีไข่ต้มด้วยเล่า"


    "ก็เสี่ยวหลินอยากกินไข่ต้มด้วยนี่เจ้าคะ" เด็กตัวกลมนั่งกินบะหมี่อย่างเอร็ดอร่อย พร้อมกับใช้ช้อนตัดไข่เป็นชิ้นเล็กเข้าปากทำหน้าเคลิบเคลิ้ม


    เทียนเฉินเห็นอย่างนั้นก็กลืนน้ำลาย เขาเดินถือชามบะหมี่ที่เหลือแต่น้ำก้นชามเข้าครัวไป ออกมาอีกครั้งพร้อมกับบะหมี่เต็มชามและไข่เป็ดหนึ่งฟองที่ถูกหั่นครึ่ง


    "ท่านอาคนตะกละ"


    "แล้วใครใช้ให้เสี่ยวหลินทำอาหารอร่อยล่ะ"


    "ฮึ"


    สองอาหลานแข่งกันกินจนหมดชาม เสี่ยวหลินเดินพุงป่องกลับไปที่ห้องครัว บอกให้มารดานำถั่วเหลืองที่แช่น้ำไว้ตั้งแต่เมื่อเช้ามาล้างทำความสะอาด


    "ท่านอากินอิ่มแล้วก็มาทำงานเจ้าค่ะ!"เสี่ยวหลินหลับตาตะโกนเรียกเทียนเฉินเสียงดัง


    เด็กหนุ่มเดินลากขาอย่างเกียจคร้านมาที่ห้องครัว พร้อมกับถือชามบะหมี่ทึ่ว่างเปล่ามาด้วย


    "ใช้งานอาอีกแล้ว"


    "ถ้าท่านอาอยากกินของอร่อยต้องมาช่วยท่านแม่โม่ถั่วเหลืองเจ้าค่ะ"


    เทียนเฉินที่เลี่ยงไม่ได้ก็เลยต้องมานั่งโม่ถั่วเหลืองถังใหญ่จนแขนแทบหลุด พอได้น้ำนมถั่วเหลืองมาแล้วเสี่ยวหลินก็ให้มารดานำไปตั้งไฟจนเดือด ตักแบ่งน้ำเต้าหู้มาใส่กาสักหน่อย ส่วนที่เหลือในกระทะก็เทน้ำส้มสายชูลงไป คนจนน้ำนมในกระทะเริ่มจับตัวเป็นลิ่ม


    "ท่านอาหยิบตะกร้าสะอาดมาเจ้าค่ะ เอาผ้าขาวบางรองไว้ แล้วตักน้ำนมในกระทะใส่ลงไปเลยเจ้าค่ะ"


    เสี่ยวหลินเดินไปลากกะละมังใบใหญ่มาตรงกลางครัว หยิบกะละมังใบเล็กมาคว่ำไว้ด้านใน ตามด้วยตะกร้าที่รองผ้าขาวบ้างแล้วมาบางลงบนกะละมังใบเล็ก


    "ตักใส่ในตะกร้าเลยหรือ" เทียนเฉินขยับเข้าไปแทนที่พี่สะใภ้ เขาเตรียมขันน้ำเต้าแห้งไว้เรียบร้อยแล้ว


    "ใช่เจ้าค่ะท่านอา"


    สองแม่ลูกยืนเป็นกำลังใจให้เด็กหนุ่มที่กำลังตักน้ำถั่วเหลืองร้อนๆ ใส่ลงในตะกร้า ทั้งสามเริ่มมองเห็นก้อนขาวๆ จากน้ำนมถั่วเหลืองอยู่ก้นตะกร้า พอตักจนหมดก็ได้มากทีเดียว


    "เอาเขียงเล็กมาทับไว้เลยเจ้าค่ะ เอาผ้าขาวรองก่อนนะเจ้าคะ"


    เสี่ยวหลินวิ่งหยิบของช่วยทั้งสองคน ไม่ลืมบอกให้เอาของหนักมาวางทับไว้เพื่อให้น้ำจากเต้าหู้ถูกบีบออกไปให้มากที่สุด


    "แล้วยังไงต่อ"


    "รอเจ้าค่ะท่านอา"


    "รอนานหรือไม่อาอยากกินของอร่อยแล้ว"


    "น่าจะซักหนึ่งชั่วยามหรือไม่ก็สองชั่วยามเจ้าค่ะ คงต้องรอกินตอนเย็นนะเจ้าคะ แต่ตอนนี้เอาน้ำนมถั่วเหลืองในกาไปจิบกันก่อนเจ้าค่ะ"


    เสี่ยวหลินตักน้ำตาลใส่ลงไปในกาเพื่อเพิ่มความหวานเล็กน้อย ก่อนจะใช้ให้ท่านอายกออกไป ส่วนนางก็เตรียมถ้วยใบเล็กออกไปสามใบพร้อมกับจับจูงมือมารดาไปด้วย


    "รินใส่ถ้วยเลยเจ้าค่ะ"


    เทียนเฉินทำตามอย่างรวดเร็วเพราะอยากรู้ว่าสิ่งที่หลานสาวทำมันรสชาติเป็นอย่างไร ทั้งสามคนนั่งจิบน้ำนมถั่วเหลืองหรือน้ำเต้าหู้อย่างชอบใจ มันรสชาติอร่อยอย่างคาดไม่ถึง อีกทั้งยังอุ่นท้องดีอีกด้วย


    "อร่อยมากเลยเสี่ยวหลิน"


    "อร่อยก็กินอีกได้นะเจ้าคะ ท่านแม่เองก็ต้องกินทุกวันนะเจ้าคะ เพื่อบำรุงร่างกายให้แข็งแรง" จบคำของหลานสาวเทียนเฉินก็ขอเติมอีกรอบ


    "เข้าใจแล้วจ้ะ"


    พอน้ำเต้าหู้หมดกาสองอาหลานก็กลับไปนอนหยอกล้อกันที่ข้างเตาผิงเหมือนเดิม ส่วนฮุ่ยหนิงก็เข้าไปนั่งเย็บผ้า ไม่นานเสียงหยอกล้อกันก็เงียบไป พอนางออกมาดูก็เห็นว่าคนทั้งสองหลับไปแล้ว


    "ทำอะไรอยู่หรือ" เสียงสามีที่ดังอยู่ด้านหลังทำให้นางหันไปมอง


    "ดูเสี่ยวหลินกับอาเฉินน่ะเจ้าค่ะ ท่านพี่ไม่ได้แวะตามท่านพ่อท่านแม่มาด้วยหรือ" ฮุ่ยหนิงเอ่ยถามขึ้นมา


    ฮุ่ยสงกับจางรั่วกลับไปดูบ้านเดิมตั้งแต่เช้า ยามนี้อาจจะกำลังนั่งพูดคุยอยู่กับคนในหมู่บ้านกระมัง


    "ยังคุยติดลมอยู่ที่บ้านท่านป้าเหยาน่ะ ว่าแต่มีอะไรให้กินบ้างหรือไม่ พี่หิว" ร่างสูงเดินเข้ามาสวมกอดภรรยา หอมแก้มนางไปฟอดใหญ่


    "มีบะหมี่ที่เสี่ยวหลินกับเสี่ยวเฉินทำเอาไว้เจ้าค่ะ เดี๋ยวข้าไปทำมาให้นะเจ้าคะ" เทียนหรงพยักหน้ารับ พอภรรยาเดินไปเขาก็ชะโงกดูสองอาหลานที่นอนกอกกันหลับปุ๋ยอยู่ข้างเตาผิง


    ครู่หนึ่งฮุ่ยหนิงก็ออกมาพร้อมชามบะหมี่ ทั้งของตนและของสามี เพราะนางเองก็ยังไม่ได้กินเช่นกัน เทียนหรงมองน้ำบะหมี่ที่มีเศษของพริกป่นลอยอยู่อย่างสงสัย ไหนจะสิ่งแปลกๆ ที่มีหัวสีเหลืองนี่อีกเล่า


    "นี่คืออะไรหรือ" เขาคีบถั่วงอกลวกขึ้นมามองดูมันด้วยสายตาแปลกๆ


    "ผักที่สองอาหลานเขาปลูกไว้น่ะเจ้าค่ะ ลองชิมดูสิเจ้าคะ ว่ารสชาติเป็นอย่างไรบ้าง"


    เทียนหรงลองชิมดู เขาบอกภรรยาว่ามีจืดๆ แต่พอได้ลองกินกับบะหมี่แล้วก็เข้ากันอย่างน่าประหลาด บะหมี่เผ็ดนี่ช่วยคลายหนาวได้ดีไม่น้อยเลย เขาถึงกับกินไปสองชาม


    ตกเย็นเสี่ยวหลินก็ยืนกำกับมารดาที่ทำอาหารอยู่อีกครั้ง นางให้มารดาหั่นเต้าหู้แล้วใส่ลงไปในน้ำแกงผักดองสีสวย อีกทั้งยังทำผัดถั่วงอกใส่เต้าหู้อีกด้วย


    "เสี่ยวหลินเสร็จหรือยัง" เทียนเฉินคนตะกละชะโงกหน้าถามหลานสาวเป็นรอบที่สิบ มือเกาะประตูราวกับตุ๊กแก


    "ท่านอาถามหลายรอบแล้วนะเจ้าคะ" เสี่ยวหลินตอบกลับอย่างเหนื่อยใจ ฮุ่ยหนิงได้ยินอย่างนั้นก็หัวเราะอย่างขบขัน


    "ก็อาหิวแล้วนี่นา"


    "ท่านอาก็เอาแต่คิดถึงเรื่องกินตลอดเลย"


    "แล้วเสี่ยวหลินจะให้อาคิดเรื่องอะไรเล่า"


    "หรือท่านอาจะเปลี่ยนไปเรียนทั้งวันดีเจ้าคะ จะได้ไม่ต้องคิดอย่างอื่น" เด็กอ้วนกอดอกมองผู้เป็นอาด้วยสายตาจริงจัง จนเด็กหนุ่มรู้สึกเย็นหลังวาบ


    "ไม่เอาหรอก แค่นี้อาก็เหนื่อยจะแย่แล้ว ไม่คิดว่าการเรียนหนังสือจะเหนื่อยขนากนี้"


    "ห้ามบ่นเจ้าค่ะ" เมื่อเจ้าหลานตัวกลมยื่นคำขาดมาแบบนี้ เด็กหนุ่มเลยต้องเดินคอตกกลับไปนอนอืดรออยู่ที่ห้องโถง


    "อย่าใจร้ายกับอาเฉินแบบนั้นสิลูก"


    "ก็ท่านอาดื้อนี่เจ้าคะ" เด็กอ้วนเกินเข้าไปกอดรอบเอวมารดาจากด้านหลัง แก้มกลมๆ ดูไถกับแผ่นหลังของมารดาอย่างออดอ้อน


    "แล้วเสี่ยวหลินดื้อหรือไม่ หืม"


    "เสี่ยวหลินไม่ดื้อ เสี่ยวหลินน่ารักมากๆ" ฮุ่ยหนิงได้ยินก็หัวเราะเสียงใสสองแม่ลูกช่วยกันทำกับข้าวสลับกับหยอกล้อกันอยู่ครู่ใหญ่ อาหารทั้งหมดก็เสร็จเรียบร้อยและถูกลำเลียงออกไปวางที่ห้องโถง


    เทียนเฉินรีบเข้ามาช่วยยกชามน้ำแกงผักดองที่มีเต้าหู้ลอยอยู่เต็มไปหมด เด็กหนุ่มกลืนน้ำลายอกคออึกใหญ่ ขณะนั้นเทียนหรงที่ไปตามพ่อตากับแม่ยายก็กลับมาพอดี


    "วันนี้ทำอะไรกินกัน หือ" ฮุ่ยสงเดินมานั่งที่โต๊ะ ตามด้วยภรรยาและบุตรเขย 


    "น้ำแกงผักดองใส่เต้าหู้กับถั่วงอกเจ้าค่ะ แล้วก็มีผัดถั่วงอกใส่เต้าหู้ มีไข่เค็มอีกคนละฟองเจ้าค่ะ" เด็กตัวกลมทำหน้าที่แนะนำอาหารในมื้อนี้ 


    "โอ้ ผักที่หลานปลูกน่ะหรือ หน้าตาแปลกๆ ดีนะ"


    "แต่พอนำมาทำอาหารแล้วมันอร่อยมากเลยขอรับท่านลุง" เทียนเฉินช่วยการันตีอย่างตื่นเต้น 


    "อย่างนั้นก็มาลองดูกันเถอะ อาหนิงตักข้าวเร็วเข้า"


    "ตะกละกันทั้งบ้านจริงๆ" จางรั่วมองดูท่าทางของบุรุษตัวตะกละของบ้าน หลานสาวของนางเองก็เป็นไปกับเขาด้วย ดูสิ จ้องอาหารตาไม่กระพริบเลย เฮ้อ เจ้าเด็กอ้วนเอ๊ย


    ###########################################





    คล้ายกับเรื่องหนูน้อยสกุลถัง(ลงใหม่) ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    นี่ข้าเป็นเพียงตัวประกอบงั้นรึ

    นี่ข้าเป็นเพียงตัวประกอบงั้นรึ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    215K 948
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    สะเทือนสวรรค์ สะท้านอสูร

    สะเทือนสวรรค์ สะท้านอสูร

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    243K 312
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734