ตอนที่สี่สิบเอ็ด ฮัฟเฟิลพัฟเฮ้าส์
แต้มของแฟมิเลียจะมีการจัดอันดับในการทำกิจกรรมต่างเช่นการล่ามอนสเตอร์ที่เป็นอันตรายแก่ชาวบ้าน ช่วยเหลือสังคมประเภทต่างๆก็มีผลต่อแต้มของกิลด์
หากถามผมมันเป็นนโยบายที่ดีที่ให้เอกชนเข้ามาจัดการในงานประเภทนี้
แต่ท่าทางจะอย่างที่คิดการที่ประชาชนธรรมดาจะรวมกลุ่มกันนั้นเป็นเรื่องลำบากและอันตราย
แฟมิเลียแต่ละแฟมิเลียก็อาจจะมีงบประมาณจำกัดในการที่จะรับคนได้เท่าไหนมีคุณสมบัติอย่างไร
ส่วนผมนโยบายคือ “ฮัฟเฟิลพัฟ”
ไม่จู้จี้ สอนทุกคน
ปรริมาณก็คือคุณภาพอย่างหนึ่งหากเราไม่สามารถสู้กับคนอื่นในเรื่องความดึงดูดใจของผู้นำ ความสามารถของผู้นำ
และจุดเด่นของดยุกหมูอ้วนคืองบประมาณเราก็ต้องใช้จุดนั้นให้เป็นประโยชน์สูงสุด
การทำงานร่วมกับเสมียนทำให้ผมเข้าใจแล้วว่ามาเรียตามเนื้อเรื่องดั้งเดิมนั้นได้ร่วมงานกับคนที่ระดับเทพที่สุดของอาณาจักรแล้ว
ผมจึงคิดว่าเป้าหมายรองลงมาแบบคนสามัญนี่ล่ะน่าจะดีกว่าสำหรับผม
หรืออย่างน้อยเก็บตัวละครที่เก่งกาจตามรายทางแต่ตอนนี้เอาคนที่ชัวร์ก่อนอย่างพี่กล้ามมากกว่า
สายประดิษฐ์ก็สามารถเอาตัวมาใช้งานได้มากกว่าหากเราสามารถให้ห้องทดลองและห้องประดิษฐ์กับเขาได้
ส่วนคนที่มีเชื่อขุนนางการปฏิบัติต่อพวกเขาจะลำบากนิดหนึ่งเพราะต้องคำนึงถึงฐานันดรและการเมืองด้วย
โชคดีที่ดยุกหมูอ้วนมีข้อได้เปรียบตรงที่หากเอามาเป็นทาสอุ่นเตียง ขุนนางคนอื่นๆจะไม่คิดอะไรมาก
แต่หากผมลักพาตัวบัณฑิตสาวและวิศวกรสาวมาคิดค้นอาวุธวิทยาการหุ่นยนต์โกเล็มที่อยู่ในถ้ำใต้ดิน พวกขุนนางอาจจะระแวงได้
ช่วงนี้ที่ไม่น่าจะมีใครต่อต้านอะไรเพราะผมสร้างแฟมิเลียด้วยความรวดเร็วและยังทำอยู่ภายในเขตแดนของตนเองการไปเขตแดนคนอื่นคงไม่สะดวกอย่างนี้ในการขนคนติดอาวุธนับพันคนเดินทางไปมา
ดังนั้นผมคิดว่าจะเก็บกวาดล้างมอนสเตอร์และทรัพย์สมบัติในดินแดนของตนเองให้หมดก่อนที่จะน่าเล็งไปที่การปราบโจรสลัดหรือพวกดินแดนที่ยังไม่มีคนครอบครองมากกว่า
หรือทางเทคนิคผมคิดว่าผมจะปราบพวกออร์คในตอนที่พวกนี้ยังไม่สามารถรวมตัวกันเป็นกองทัพใหญ่ได้ตามเนื้อเรื่องและอาจจะจ้างพวกหมาป่าที่เงินพอซื้อได้เข้ามาอยู่ในกองทัพของผม
แต่ตอนนี้ต้องเคลียร์ดันเจี้ยนก่อน
อืม ..เป้าหมายของผมก็พอจะมีอยู่ในของดีดีที่อยู่ในแคว้นของผมนี้
แต่กลัวพวกนี้มันจะตายไปก่อนที่ถึงดัยเจี้ยนลับน่ะสิ
ผมมองมาเรียที่พอเห็นผมมองไปทางเธอก็ยิ้มหวานให้กับผม
อืมผมคงต้องอัพสกิลให้มาเรียจริงๆสินะ
อย่างที่บอกแนวคิดของผมมีข้อเสียคือหาคนมีฝีมือจากคนธรรมดา
คนที่เป็นคนธรรมดาไม่ใช่เชื้อสายขุนนางและมีฝีมือโดดเด่นในโลกนี้คงมีไม่กี่คน
มาเรียนี่ก็เป็นหนึ่งในนั้น
ทางเทคนิค มารีอาน่าจะเป็นอีกคนที่มีคุณสมบัติหากทฤษฎีของผมถูกต้องว่าสายเลือดมาจากทางมารดา
แต่ผมอยากเอามารีอาไว้เป็นคนคุมพวกทาสอุ่นเตียงคนอื่นๆนี่สิ
ผมสีทองประบ่า ผิวสีขาวงดงามไร้ตำหนิดวงตาสีเขียว ภายใต้ชุดแนบเนื้อสีขาวของทาสอุ่นเตียงตรงหน้าท้องมีตราทาสของผมประทับไว้อยู่ จะเห็นกล้ามเนื้อของเธอเล็กน้อยว่าเธอไม่ใช่ผู้หญิงอ่อนแอเพราะทางเทคนิค เราสามารถติดขวานยักษ์คู่ให้เธอถือได้หากเราตั้งใจจะอัพสกิลไปทางนั้น
ตราทาสที่หน้าท้องเอาไว้ควบคุมเวลาที่มาเรียจะใช้ทักษะcharming ควบคุม ตัวผมได้
ปัญหามีนิดหนึ่งคือ หากมีเวลามากพอมาเรียจะทำอะไรก็เก่งนี่ล่ะ ผมเลยสองจิตสองใจ
และกัดฟันว่าจะให้มาเรียเรียนทักษะทุกอย่างพร้อมกันกับผมเพราะมาเรียเรียนเร็วกว่าผมก็จริง แต่เธอสามารถใช้ทักษะ praise ให้กำลังใจนายท่าน จากอาชีพทาสรักในการช่วยเพิ่มค่าประสบการณ์ให้กับผมได้หากเราเรียนร่วมกัน
หากเรียนแยกกันมาเรียคงเรียนทิ้งห่างผมไปไม่เห็นฝุ่นนั่นเอง
หากมีคนหนึ่งที่น่าจะมีทักษะสูงพอที่จะรวบรวมแผนการทำศิลานักปราชญ์Philosopher’s stone หรือประดิษฐ์โกเล็มครั้งโบราณให้คืนชีพมาได้อีกครั้งก็น่าจะเป็นมาเรียนี่ล่ะที่ทำได้หากไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางในเรื่องนั้นๆ
แต่ก่อนอื่นผมจะสอนสกิลเธอจากสาย acolyte ที่ผมเรียนก่อนด้วยเหมือนกันมาเรียเก่งด้านนี้ที่สุดอยู่แล้วล่ะนะ
“วันนี้อาจจะเย็นย่ำไปหน่อยเพราะข้ามีทาสอุ่นเตียงให้ต้องดูแลแต่ไม่ต้องห่วง”
ควั่บ
ผมฟาดแส้ออกมากลางอากาศ
“วันนี้เราจะไม่มีการไปล่ามอนสเตอร์ในป่าเพราะเรายังเตรียมเปลี่ยนพวกซากมอนสเตอร์เป็นยาและอุปกรณ์เวทมนตร์ต่างๆยังไม่แล้วเสร็จแต่ข้าจะสั่งสอนพวกเจ้าทุกคนกับมือของข้าเอง ภายใต้แส้ของข้า พวกเจ้าต้องฝึกซ้อมจนอยากคิดที่จะไปสู้กับมอนสเตอร์ทีเดียว”
“เฮ้”มีแต่พี่กล้ามกลุ่มเดียวที่เฮขึ้นมาที่จะได้แส้จากท่านดยุก
ส่วนคนอื่นๆหน้าซีดกันโดยเฉพาะพวกหนูอโคทั้งหลาย
ผมทำสัญญาณมือให้พวกเหล่าบัณฑิตเตรียมใช้สกิลLeanring ตอนที่ผมเอาแส้ฟาดพวกนี้ในการกระตุ้นให้พวกนี้ไปมาเพื่อการฝึกร่างกายและให้มาเรียใช้สกิลpraise ให้กำลังใจแก่นายท่านอยู่ด้านข้าง
“ไปฝึกซ้อมซะเจ้าพวกขี้เกียจหลังยาวบุฮิ บุฮิ บุฮิ”
ขั้นแรกฝึก Reflex ปฎิกิริยาตอบสนอง
“ข้าจะให้พวกเจ้าหลบมือปืนของข้า”
ปั่บ ปั่บ ปั่บ
มือปืนที่ได้สกิลมามากขึ้นจากการมีเป้ายิงจริงเมื่อวานเดินมาอย่างเป็นระเบียบตบเท้าเรียบร้อย
“ตั้งแถว”
จ่ากองสั่งและเหล่าพลปืนก็ตั้งกระบวนเตรียมคุกเข่าเล็งยิง
“พร้อม”
จ่ากองหันมาที่ผมและกล่าวว่า
“”พร้อมยิงตามที่ท่านสั่งทันทีขอรับ”
กระบอกปืนหันไปทางนักผจญภัยที่ทำท่าทางแตกตื่น
“ไม่ต้องห่วงกระสุนเป็นกระสุนยางแต่ก็เจ็บได้เลือดพอสมควรละ เตรียมสกิลการป้องกันดีดี ข้าจะให้พวกนี้ยิงไปด้วยในขณะที่พวกเจ้าฝึกซ้อมด้านต่างๆไปด้วย เป็นการให้พวกเจ้าฝึกการป้องกันและพวกมือปืนของข้าฝึกการยิงเป้าเคลื่อนไหวในทีเดียวบุฮิ บุฮิ บุฮิ”
การฝึกซ้อมยิงนั้นเป็นเรื่องสิ้นเปลืองเหมือนกับการเผาเงินเล่น ผมจึงคิดวิธีที่ทำให้สามารถใช้เงินนั้นได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุดนอกจากจะให้มือปืนได้ยิงเป้าเคลื่อนไหวแล้ว
ยังทำให้มองมาตรการป้องกันตนเองของนักผจญภัยจากสถานการณ์จริงด้วย
“ยิง”
ปัง
เสียงยิงเป็นเสียงเดียวกันในคราวนี้ไม่มีการช้าหรือเร็วกว่ากันเพราะฝีมือที่เพิ่มมากขึ้นของพวกพลปืน