หลังจากพวกเขาเดินเข้ามาภายในศูนย์บัญชาการทหาร ผ่านประตูทางเข้าโดยไร้ซึ่งการตรวจสอบตามปกติ เวลานี้สภาพภายในศูนย์ก็ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมในครั้งแรกที่เขาเคยมา นอกจากจำนวนผู้รอดชีวิตที่กะด้วยสายตาน่าจะเพิ่มจากเดิมเกือบ 3 เท่าเห็นจะได้
รวมทั้งสภาพความเป็นอยู่ที่แลดูจะย่ำแย่และทุรกันดารยิ่งกว่าเดิม โดยเฉพาะพวกเด็กๆที่ดูจะสูบผอมและไร้ซึ่งชีวิตชีวาสมวัย ทำให้นานะที่เห็นแสดงสีหน้าเจ็บปวดออกมา
"นะ นายท่านคะ""ฉะ ฉันขออาหารแลกกับที่คุณจะทำอะไรฉันก็ได้ตามใจ"
ทว่าเพียงย่างเท้าเข้ามาไม่นาน กลับปรากฏหญิงสาวร่างกายอวบอิ่ม ใส่เสื้อรัดรูปเดินโซซัดโซเซเข้ามาทางเขา ด้วยท่าทียั่วยวน
สภาพภายนอกของเธอแม้จะดูดีแต่กลับตรงกันข้ามกับแววตาที่มองมาอย่างสิ้นเชิง เนื่องจากเขาพบสายตาไร้ซึ่งชีวิตชีวาที่สะท้อนออกมาจากดวงตาของเธอยามใช้คำพูดเชิญชวนเขา เสมือนสิ่งเหล่านั้นไม่ใช่สิ่งที่เธอเต็มใจจะทำมันเลยแม้แต่น้อย
ยิ่งไปกว่านั้นด้วยหน้าตาและความสูงที่เขาเห็นสามารถบ่งบอกอายุโดยประมาณของเธอได้ว่าน่าจะยี่สิบปลายๆเท่านั้น หากเป็นอดีตการมีสาวสวยเข้ามายั่วยวนเช่นนี้ย่อมเกิดขึ้นได้น้อยมาก
ทว่ากับเหตุการณ์ปัจจุบันทำให้หญิงสาวเหล่านี้ต่างไร้ทางเลือกและยอมมอบตัวให้เฉยชมกันอย่างง่ายดายเพื่อความอยู่รอดของตัวเองกันมากยิ่งขึ้น
"เฮ ยายร่าน ถ้าไม่อยากตายก็หลีกทางไป"
"ขะ ขอโทษคะ นายท่าน ฉะ ฉันไม่ได้ตั้งใจ"
หญิงสาวถูกชายฉกรรจ์อาวุธครบมือ เดินมาดักเบื้องหน้าแล้วยกมือเป็นเชิงห้ามปรามไม่ให้หล่อนเดินเข้ามาใกล้ พอหญิงสาวได้ยินคำเตือนของชายฉกรรจ์คนนั้น เธอพลันมีสีหน้าและท่าทางหวาดกลัว แววตาของเธอที่ไร้ชีวิตชีวากลับกลายเป็นความสิ้นหวังทันที
ตั้งแต่เกิดมาเธอล้วนได้รับคำชมเชยและมีแต่คนหวังจะเข้าหาไม่เว้นแต่ละวัน ทว่าหลังจากทุกๆอย่างเปลี่ยนแปลงไปชีวิตที่สวยงามของเธอกลับกลายเป็นนรกบนดินทันที
ทุกวันเธอต้องดิ้นรนแลกร่างกายกับอาหารการกินเพื่อคอยประทังชีวิตของเธอเอง ทำให้ทุกๆวันชีวิตของเธอต้องจมปักอยู่กับความสิ้นหวังอย่างไร้หนทางหลีกหนี
หมับ"เฮ อย่ารุนแรงนักสิ"เฮือก
ชายคนนั้นพลันขนลุก เมื่อสัมผัสได้ถึงมือแกร่งคว้าจับที่บ่าของตนเอง ยิ่งน้ำเสียงเย็นยะเยือกที่เอ่ยข้างๆหูของมันยิ่งทำให้ร่างกายของมันพลันสั่นเทา
เขาที่เห็นการกระทำของของชายคนนั้น อดไม่ได้ที่จะเข้าไปทักท้วงและกล่าวสั่งสอนไปสักหน่อย แม้คำพูดและท่าทางของเขาจะดูเหมือนห้ามปรามธรรมดาๆ ทว่าสำหรับคนอื่นๆแล้วท่าทีของเขากลับสื่อความหมายไปคนละทางกันอย่างสิ้นเชิง
ไม่ต่างจากการข่มขู่เลยแม้แต่น้อย!!
"กำลังขาดคนเป็นไกด์อยู่พอดี เอานี่ไปแล้วมาเป็นไกด์ให้ผมหน่อยละกันนะ"
เขายื่นช็อคโกแลตอัดแท่งให้กับเธอ ที่กำลังมองมาทางเขาด้วยความสับสน ไม่เพียงแค่สิ่งที่เขายื่นมา แต่มันรวมทั้งการกระทำและคำพูดของเขาด้วย ที่ทำให้ทุกคนพลันเงียบเสียงลง
"ถือว่าตามนั้นนะคุณไกร"
เหอะ
"ขะ ขอบคุณคะ"ไกรที่เห็นการกระทำของเขา ซึ่งไม่ต่างจากการหักหน้ามันเต็มๆนั้น อดไม่ได้ที่จะแสดงออกถึงความไม่พอใจ ทว่าต่อให้ไกรไม่พอใจเขามากแค่ไหน มันกลับทำได้เพียงกล่ำกลืนฝืนทนและยอมรับเท่านั้น
"ลุกไหวมั้ยคะ"นานะอมยิ้มทันทีที่เห็นการตัดสินใจของเขา จากนั้นเธอเดินไปหาหญิงสาวพร้อมเข้าไปประคองร่างของหล่อนให้ลุกขึ้นมา แล้วรับช็อคโกแลตอัดแท่งจากเขามาแกะและยื่นให้เธอกินด้วยรอยยิ้มที่แสดงออกถึงความจริงใจ
"ขะ ขอบคุณคะ ๆ"หญิงสาวถูกนานะช่วยประคองและยื่นมือมารับช็อคโกแลตที่ถูกแกะซองออกไปแล้วมาถือไว้ นาทีเดียวกันนั้นเธอพลันหลั่งน้ำตาและกล่าวคำขอบคุณออกมาไม่หยุดหย่อน เสมือนคำๆนี้ตัวเธอไม่อาจหยุดพูดมันได้จริงๆ เธอทั้งตื้นตันใจและมีความสุขที่ชีวิตนี้ของเธอยังมีโอกาสได้พบกับคนดีๆเช่นนี้อีกครั้ง
"ไม่ต้องรีบ ผมมีอาหารและน้ำอีกมาก ค่อยๆกิน"
"คะ"
หญิงสาวเมื่อได้ยินเสียงของเขา เธอพลันหันกลับมามองด้วยความขอบคุณและกัดกินอาหารกับดื่มน้ำที่รับมาอย่างเอร็ดอร่อย
ส่วนผู้รอดชีวิตคนอื่นๆที่อยู่ในบริเวณนั้น เมื่อเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นแววตาของพวกเขาต่างปรากฏความหวังขึ้นมาอย่างไม่ทันรู้ตัว แต่ละคนที่พอจะมีเรี่ยวแรงพยายามฝืนสังขารร่างกายเดินโซซัดโซเซเข้ามายังตำแหน่งที่เขายืนอยู่
พวกเขาและเกรทที่เห็นผู้รอดชีวิตทยอยกันเดินเข้ามา ต่างพากันมองด้วยความเห็นใจ
สำหรับเกรทที่เห็นภาพเหล่านี้บ่อยๆในยามที่เธออาศัยอยู่ที่ศูนย์บัญชาการแห่งนี้ ไม่ว่าเธอจะได้เห็นอีกกี่ครั้งก็ยังไม่ชินเสียที และทุกๆครั้งเธอมักจะจมอยู่กับความเศร้าเสียใจและทำได้เพียงกล่าวโทษความไร้กำลังของตัวเองที่ไม่อาจช่วยเหลือใครได้แม้แต่คนเดียวเสมอ
ทว่าสำหรับการกระทำของชายคนนี้ จากที่เธอเองได้เฝ้าจับตามอง มันช่างเป็นการกระทำที่ปลุกจิตสำนึกและฉุดดึงความเป็นคนของเธอให้กลับคืนมาได้อีกครั้ง เพราะว่าสิ่งที่เธอนั้นทำไม่ได้ แต่เขาคนนั้นกลับสามารถทำมันได้อย่างไร้อุปสรรคขวางกั้น
"ผมมีอาหารและน้ำดื่มให้พวกคุณทุกคน ทว่าพวกคุณจะต้องเข้าร่วมกับฐานหลบภัยของผมเท่านั้น"
"ซึ่งหลังจากนี้ หากใครที่เลือกจะเข้าร่วมกับผม ผมจะพาออกจากศูนย์บัญชาการและพาไปที่ฐานหลบภัยของผมแทน"
"หากใครสนใจก็แยกไปยืนเรียงแถวตอนลึกทางฝั่งขวามือของผมได้เลย"
ผู้รอดชีวิตที่เดินเข้ามาต่างพากันหยุดชะงักเมื่อได้ยินสิ่งที่เขาพูด บางคนล้วนมีท่าทีลังเลใจและกังวลว่าหากเลือกไปอยู่กับชายคนนี้แล้วชีวิตของพวกเขาจะยังปลอดภัยดีหรือไม่
ส่วนบางคนที่คิดว่าต่อให้ไปไม่ไปก็ตายอยู่ดี แต่อย่างน้อยขออิ่มท้องสักครั้งก็พอใจแล้ว ต่างตัดสินใจได้ทันที และเริ่มเดินเรียงรายกันไปยังตำแหน่งที่เขาระบุไว้
"เฮ ทำแบบนี้มันจะมากเกินไปแล้วนะ"ไกรที่เห็นการกระทำของเขา พลันเอ่ยทักท้วงขึ้นมา ส่งผลให้ทุกๆคนรวมทั้งผู้รอดชีวิตต่างหันมามองและหยุดชะงักเพื่อรอดูสถานการณ์ต่อไป
“หิ แล้วยังไง”"พวกคุณเองล้วนไร้ความสามารถที่จะดูแลพวกเขาได้ แล้วทำไมจะต้องกักขังให้พวกเขาต้องทนทรมานอยู่แบบนี้ สู้ปล่อยให้ผมพาพวกเขาไปด้วยไม่ดีกว่าหรือ"
เขาตอบกลับทันทีที่ไกรเอ่ยทักท้วงออกมา สำหรับเขาแล้วหากจะยึดที่นี้ย่อมไม่ใช่เรื่องยากแม้แต่น้อย ทว่าการที่เขายอม อะลุ่มอล่วยแบบนี้ สาเหตุหนึ่งก็เพราะความเป็นอยู่ของผู้คนที่อาจจะได้รับผลกระทบตามไปด้วย ถ้าเลือกได้การยึดครองโดยไร้การนองเลือดย่อมเป็นทางออกที่เขาคิดว่าดีที่สุด
อึก ไกรกลับไร้คำโต้แย้งคำพูดของเขา ตัวของมันเองรู้ดีว่าผู้รอดชีวิตเหล่านี้สำหรับศูนย์บัญชาการแล้วล้วนเป็นพวกปริงที่คอยจะดููดเลือด แย่งสัดส่วนอาหารที่คนระดับมันจะได้รับ ยิ่งมีจำนวนผู้รอดชีวิตมากขึ้นการแบ่งสรรอาหารก็ยิ่งเป็นเรื่องยากเย็นตามไปด้วย
หิทำให้ทุกวันมันนั้นไม่คิดแยแสผู้รอดชีวิตเหล่านี้เลยแม้แต่น้อย แต่ว่าการกระทำของเขาที่เข้ามาชักจูงผู้รอดชีวิตในศูนย์บัญชาการแห่งนี้ต่อหน้าต่อตาของมันและเหล่าทหารตำรวจหลายร้อยนายที่อยู่ที่นี่ ล้วนไม่ต่างจากการหยามหน้ากันชัดๆ
ยิ่งไปกว่านั้นการกระทำอุกอาจเช่นนี้ แทบไม่ต่างจากการตรอกย้ำพวกมันทุกคนว่าไร้น้ำยาหรือไร้ความสามารถที่จะดูแลผู้รอดชีวิตเหล่านี้ได้ดีพอหรอกหรือ
เขาไม่สนใจท่าทีของไกร แต่หันไปมองทางผู้รอดชีวิตที่เริ่มมีคนแยกตัวออกมาร่วมต่อแถวเรียงรายแบบตอนลึกตามที่เขาได้แจ้งไว้ไปบ้างแล้ว
"นานะ ฝากติดต่อให้คนมารับพวกเขาที อย่าลืมเอาอาหารและน้ำดื่มมาให้พวกเขาด้วย"
"อ่อ อย่าลืมบอกให้เตรียมตัวกันมาดีๆด้วยละ"
"เข้าใจแล้วคะ"นานะตอบรับคำพูดของเขาด้วยน้ำเสียงร่าเริง เธอมีความสุขที่อย่างน้อยๆเธอก็ได้ช่วยเหลือผู้รอดชีวิตคนอื่นๆได้เช่นกัน
"กรอด"ทางด้านไกรและคนของมันทำได้เพียงเฝ้ามองผู้รอดชีวิตทยอยกันเดินมาต่อแถว ยังตำแหน่งที่เขาบอก สำหรับพวกของไกรนั้น แต่ละคนที่เฝ้ามองส่วนใหญ่จะรู้สึกยินดีไม่น้อยที่คนเหล่านี้ได้รับโอกาสมีชีวิตต่อจากเขา บางคนกลับไม่ได้แสดงท่าทีใดๆกับสิ่งที่เกิดขึ้น นอกจากทำเพียงเฝ้ามองด้วยความสนใจเท่านั้น
ทว่าสำหรับไกรแล้วมันทำได้เพียงมองด้วยความโกรธแค้น และอดทนข่มกลั้นอารมณ์ตัวเองที่ไม่อาจปฏิเสธหรือขัดขวางสิ่งใดๆก็ตามที่เขาคิดจะทำได้อย่างที่มันต้องการ
ร่วม 30 นาทีที่เขาเฝ้ามองการตัดสินใจของผู้รอดชีวิต จำนวนที่ยอมเข้าร่วมกับเขาในเวลานี้นับรวมๆได้มากเกือบ 400 คน โดยมีนานะ สนและเกรทคอยช่วยเหลืออยู่
การกระทำของเกรทแสดงให้เห็นถึงความคิดและการตัดสินใจของเธอ ซึ่งนั่นหมายถึงมุมมองความคิดที่ตรงกันข้ามกับไกรอย่างสิ้นเชิง"หนอยย ยายนี่"
"อ่าวๆ วุ่นวายกันจริงๆ"เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ประตูฝั่งทิศตะวันออกนั้นล้วนโจ่งแจ้ง ซึ่งไม่ต่างจากการชักจูงหรือเชิญชวนเรียกความสนใจจากคนอื่นๆที่อาศัยอยู่ในศูนย์บัญชาการทหารให้พากันมาสนใจยังที่แห่งนี้ได้เช่นกัน และกลุ่มคนที่มาใหม่นี้ก็เป็นหนึ่งในนั้นที่สนใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้นทางประตูฝั่งทิศตะวันออกแห่งนี้
"ทำอะไรกันหรือครับ คุณไกร"น้ำเสียงของชายคนหนึ่งรูปร่างสมส่วน หน้าตาจัดว่าดี เดินนำกลุ่มคนร่วม 50 กว่าคนมายังทิศทางที่ไกรยืนอยู่ ชายคนนั้นเอ่ยทักทายไกรด้วยน้ำเสียงและคำพูดที่ฟังดูสนิทสนม
"แม็ก!!"เกรทที่เห็นว่าคนที่เดินเข้ามาทักทายไกรคือใคร ทำให้สีหน้าของเธอพลันแสดงออกถึงความรังเกียจและความรู้สึกขยะแขยงออกมาอย่างไม่ปกปิด เมื่อคนๆนั้นเป็นคนเดียวกับที่ทางพ่อแม่ของเธอและผู้นำกองกำลังได้ตกลงกันไว้ว่าจะให้หมั่นหมายกัน
เขาที่เห็นท่าทีของเกรท อดไม่ได้ที่จะลอบมองไปทางชายหนุ่มคนนั้นทันที แต่มันก็เป็นเพียงไม่กี่วินาทีเท่านั้นที่เขาหันไปมอง เพราะเวลานี้เขากลับต้องก้มลงมองร่างบางของเกรทที่พยายามเขยิบเข้ามาหลบหลังของเขาแทนอย่างไม่รู้ตัว พร้อมด้วยรอยยิ้มกรุ่มกริ่มของเขาที่มองเห็นใบหน้าขาวผ่องของเธอที่เวลานี้กำลังแสดงสีหน้าหวั่นวิตกออกมา
ใช่ ชายคนนี้คือ แม็กลูกชายเพียงคนเดียวของหัวหน้ากลุ่มเขี้ยวพยัคฆ์ที่มีสมาชิกหลายพันคนอยู่ใต้การปกครอง แม้ว่าแม็กจะเป็นลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของหัวหน้ากลุ่มเขี้ยวพยัคฆ์ก็ตาม แต่มันก็ได้ไต่เต้าและเพิ่มสถานะความแข็งแกร่งของมันให้ยกระดับขึ้นมาโดดเด่นได้ไม่น้อยทีเดียว
วิรุจ สายธารา (แม็ก) ระดับ 18พละกำลัง 60 เท่าความเร็ว 90 เท่า
"อ่าวว่าไง แม็ก ลมอะไรหอบมาถึงนี่ละหลาน"ท่าทีของไกรเปลี่ยนไปเป็นคนละคนเมื่อเห็นว่าคนที่เข้ามาทักทายมันนั้นคือ แม็ก ซึ่งการกระทำของไกรตอนนี้ช่างขัดกับสิ่งที่มันแสดงออกมายามเจอเขาอย่างสิ้นเชิง
แต่เขาที่เห็นแบบนั้นกลับไม่ได้ให้ความสนใจไกรเลยแม้แต่น้อย กลับกันเขาทำเพียงลอบหันไปมองทางแม็กที่มาใหม่ด้วยหางตาแทน และเมื่อรู้ระดับและใบหน้าของอีกฝ่ายแล้วนั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้เขาไม่สนใจมันอีกเลยเช่นเดียวกับไกร
ด้วยการลอบมองทางสายตาที่เย็นชาของเขากับท่าทางไม่แยแสใครหลังการมาเยือนของแม็ก ที่ไม่ว่าจะใครก็ตามก็สามารถสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจนถึงการกระทำอุกอาจของเขาที่แสดงออกมาว่าไม่มีใครอยู่ในสายตานั้น ทำให้แม็กที่รับรู้ได้ถึงสายตาของเขา รู้สึกไม่สบอารมณ์และเริ่มโกรธเคืองขึ้นมาทันที ซึ่งทั้งหมดนั้นคือสิ่งที่เขาตั้งใจล้วนๆ
"เห้ย ทำหน้าแบบนั้นหมายความว่าไงวะ ไอ้สวะ"ชายหนุ่มร่างกำยำที่ยืนข้างๆแม็ก เมื่อเห็นท่าทางของเขาที่แสดงออกมา ซึ่งเป็นการกระทำที่ไม่ต่างจากการเหยียดหยามพวกมันนั้น ทำให้มันเองยังรู้สึกยัวะขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ
บวกกับสายตาของแม็กที่หันมามองทางมัน ซึ่งเป็นการสื่อความหมายกลายๆว่าให้มันจัดการได้นั้น ยิ่งทำให้มันอดที่จะยิ้มเหี้ยมเกรียมออกมาไม่ได้ พร้อมกับที่มันก้าวเดินมาทางเขาและพูดเชิงข่มขู่ออกมาตามระเบียบ
หญิงสาวที่ยืนข้างๆนานะ เวลานี้ร่างกายของเธอพลันสั่นเทา เมื่อเห็นผู้มาเยือนและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น การแสดงออกของเธอทำให้นานะรู้สึกฉงนใจ
ทว่าสำหรับนานะแล้ว พวกที่เข้ามาหาเรื่องวินล้วนจบไม่สวยสักราย ทำให้เธอที่พอจะคาดเดาสถานการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นได้นั้น ไร้ซึ่งความสนใจใดๆ นอกจากทำหน้าที่ของตัวเองต่อไปแทน
"มึงแน่มาก ไม่สนใจหรอ เดี๋ยวพ่อจะสั่งสอนมึงเอง ไอ้ห่า"
ฟุบ
ชายร่างกำยำคนนั้นเมื่อเห็นท่าทีไร้การตอบรับจากเขา ยิ่งทำให้มันรู้สึกมีน้ำโห และตัดสินใจพุ่งเข้าหาเขาด้วยระดับความเร็วที่คนธรรมดาไม่อาจมองตามทัน มาปรากฏตัวเบื้องหน้าของเขาทันที พร้อมด้วยหวดดาบคมกริบฟาดเข้าใส่ลำคอของเขาอย่างเลือดเย็น
"ตาย!!!"
End