อสูรกินคนส่งเสียงประหลาดขณะกำลังเคลื่อนที่ใกล้เข้ามา ทุกตัวเริ่มวิ่งอย่างรวดเร็วเข้ามาหาคณะเดินทางเมื่ออสูรกินคนตัวที่สูงที่สุดและดูแข็งแกร่งที่สุดใช้กระบองชี้มายังพวกเขา
เสียงร่ายเวทดังระงมก่อนที่เหล่าอสูรจะทันได้เข้าถึงตัว ศรกระดูกจำนวนมากพุ่งเข้าใส่พวกมัน รวมทั้ง ‘คมหอกกระดูก’
เวทคมหอกกระดูก เป็นเวทมนตร์ศาสตร์แห่งความตายเช่นเดียวกันกับเวทศรกระดูก ผู้ร่ายต้องเป็นนักเวทระดับเริ่มต้นขึ้นไปเท่านั้น ซึ่งอานุภาพของเวทมนตร์นี้จะทรงพลังกว่าเวทศรกระดูกเล็กน้อย ทั้งศรกระดูกและคมหอกกระดูกพุ่งลอยแหวกอากาศไปอย่างพร้อมเพรียง ตรงเข้าสู่อสูรกินคนทั้งแปดตน
แม้รู้ว่าต้องหลบการโจมตีไปด้วยขณะวิ่ง แต่พวกมันก็ไม่ใช่เผ่าพันธุ์ที่คล่องแคล่วว่องไว บางตัวจึงถูกศรกระดูกและคมหอกกระดูกโจมตีเข้าอย่างจัง
แต่ทว่า ร่างกายของพวกมันถึกหนาอย่างเหลือเชื่อ ศรกระดูกเพียงทำให้พวกมันร้องออกมาอย่างเจ็บปวดและชะลอความเร็วได้ชั่วคราว แต่กลับไม่ระแคะระคายผิวหนังของพวกมันแม้แต่น้อย มีเพียงคมหอกกระดูกเท่านั้นพอจะสร้างรอยแผลลึก จนเลือดสีเขียวของพวกมันไหลออกมาเป็นทาง
อสูรทั้งแปดตนเริ่มบาดเจ็บมากขึ้นขณะที่พยายามเข้ามาใกล้ แต่ไม่มีตัวไหนเลยที่เจ็บจนสู้ต่อไม่ไหว พวกมันพุ่งเข้าชนแนวป้องกันชั้นนอก และพยายามฝ่าการโจมตีเข้ามาด้านใน
หานซั่วอยู่ในแนวป้องกันชั้นในด้วยสีหน้าสงบนิ่ง ขณะจ้องมองอสูรกินคนที่ใกล้เข้ามาอย่างรวดเร็วด้วยสายตาเยือกเย็น พร้อมกับพยายามประเมินพลังต่อสู้ของพวกมันไปด้วย
“สั่งให้อสูรมิติมืดโจมตีได้!”
แฟนนี่ตะโกนลั่น ใบหน้างดงามของเธอเริ่มตึงเครียดเมื่อเห็นอสูรกินคนเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้มากขึ้นเรื่อยๆ
ทุกคนสั่งการอสูรมิติมืดในแนวป้องกันรอบนอกให้โจมตีตามคำสั่งของแฟนนี่ ทั้งผีกูล นักรบโครงกระดูก นักรบผีดิบ และนักรบอาฆาตที่อัญเชิญมาล้วนประจำตำแหน่งของตนเอง ฟาดฟันใส่เฉพาะอสูรกินคนที่เข้ามาประชิดตัว
แต่ร่างกายของอสูรกินคนทั้งสูงและถึกหนา กล้ามเนื้อของมันเป็นเกราะป้องกันชั้นดี มีเพียงนักรบอาฆาต ที่สามารถสร้างความเสียหายได้บ้างด้วยกระบองเหล็กกล้า ในขณะที่การโจมตีของอสูรมิติมืดตนอื่น ๆ ค่อนข้างมีข้อจำกัด
โดยเฉพาะผีกูลและนักรบโครงกระดูกที่แทบทำอะไรไม่ได้เลย เพียงไม่ทันไร พวกมันก็ถูกจัดการด้วยกระบองใหญ่ที่ทุบลงมาเพียงครั้งเดียว นักรบโครงกระดูกแตกกระจาย ในขณะที่ผีกูลกลายเป็นกองเลือดและเศษซากที่เละไม่มีชิ้นดี ส่วนนักรบผีดิบซึ่งถึกกว่า แม้จะสามารถรับการโจมตีของกระบองใหญ่ได้หลายครั้ง แต่พวกมันก็เริ่มเซไปเซมาอย่างไร้ทิศทาง
“พวกอสูรบัดซบนี่รับมือยากจริงๆ!” จีนเริ่มลนลานเมื่อเห็นอสูรมิติมืดในแนวป้องกันรอบนอกเริ่มร่วงลงไปทีละตน ๆ ในขณะที่เหล่าอสูรกินคนยังยืนไหว แม้จะเลือดอาบจากบาดแผลหลายแห่งที่โดนเวทมนตร์โจมตี
“ยันไว้ให้ได้! อย่าให้พวกมันเข้ามาได้เด็ดขาด ถ้าโดนพวกมันโจมตีในระยะประชิดละก็ พวกเราไม่รอดแน่!”
คมหอกกระดูกจำนวนมากก่อร่างขึ้นเมื่อเธอร่ายเวท เจาะจงพุ่งเข้าใส่อสูรกินคนตนหนึ่ง คมหอกเสียบเข้าที่ดวงตาของมัน ก่อนจะพุ่งทะลุกะโหลกออกไปด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว มันโซเซไปมา ก่อนที่ร่างไร้วิญญาณจะร่วงลงไปกองบนพื้น
อสูรกินคนอีกเจ็ดตนที่เหลือดูงุนงงไปชั่วขณะเมื่อเห็นพรรคพวกถูกฆ่าตาย อสูรถือหอกสองตนคำรามลั่นด้วยเสียงประหลาด จู่ ๆ พวกมันก็เขวี้ยงหอกออกไป วาดแนวโค้งกลางอากาศ พุ่งลงมาพร้อมเสียงลมหวีดหวิวบาดหู ก่อนจะเสียบร่างของนักรบอาฆาตสองตนอย่างแม่นยำ
นักรบอาฆาตทั้งสองตนเป็นเกราะก้อนเนื้อที่แข็งแรงที่สุดในแนวป้องกันด้านนอก แม้ไม่ได้ทำให้พวกมันขยับไม่ได้ในทันที แต่ก็เคลื่อนไหวได้ช้าลงเมื่อมีหอกเสียบทะลุร่าง แต่พวกมันก็ทำราวกับว่าไม่ได้รับความกระทบกระเทือนใด ๆ แม้อสูรกินคนสองตนอีกจะพยายามดิ้นให้หลุดจากการโอบรัดของพวกมันทุกวิถีทาง
ในตอนนั้น เหลือเพียงนักรบอาฆาตสองตน และนักรบผีดิบหกตนในแนวป้องกันด้านนอก นักรบผีดิบนั้นด้อยกว่านักรบอาฆาตในทุกด้าน ในขณะที่พวกนักเรียนซึ่งอยู่ด้านในก็เริ่มรู้สึกกดดันมากขึ้นเรื่อย ๆ ตั้งแต่นักรบอาฆาตถูกหอกแทง และนักรบผีดิบอีกสองตนก็ลงไปกองเป็นเศษเนื้ออยู่บนพื้น
“ทำอย่างไรดี ทำอย่างไรดี? อสูรกินคนจะกินพวกเราแล้ว...”
“ให้ตายสิ ทำไมร่างกายของพวกมันถึงได้ถึกนัก ศรกระดูกทำอะไรพวกมันไม่ได้เลย!”
“ตายแน่ พวกเราต้องตายกันหมดแน่ ๆ น่าจะกลับกันไปตั้งแต่เมื่อวาน ฮือ...”
เสียงบ่นอย่างเศร้าสลดและเสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นเพราะความหวาดกลัวเริ่มดังออกมาจากกลุ่มนักเรียน จนส่งผลต่อเวทมนตร์ของพวกเขาไปชั่วขณะ
“อาจารย์จีน ใช้ ‘เวทระเบิดศพ’ เถอะค่ะ เร็วเข้า!”
แฟนนี่ร้องบอกทันใด ใบหน้าของเธอเป็นกังวลเมื่อเห็นทุกคนเริ่มสิ้นหวัง
“โอ ดวงวิญญาณที่ดับสูญ ข้าขอบัญชาให้เจ้าละทิ้งร่างกาย ระเบิดทุกอย่างให้กลายเป็นผุยผง... เวทระเบิดศพ!”
แฟนนี่และจีนร่ายเวทพร้อมกัน แฟนนี่ชี้มือไปยังซากอสูรกินคนที่เธอจัดการไปก่อนหน้านี้ ส่วนจีนชี้ไปที่ซากนักรบผีดิบอีกตนหนึ่ง
ซากอสูรกินคนและซากนักรบผีดิบพลันระเบิดอย่างรุนแรง อสูรกินคนที่บาดเจ็บสี่ตนและนักรบผีดิบสองตนที่กำลังต่อสู้กันอยู่ใกล้ ๆ ล้วนได้รับผลกระทบจากแรงระเบิด และกระเด็นสูงขึ้นไปในอากาศ
ร่างของอสูรกินคนสะบั้นเป็นชิ้น ๆ พร้อมกับร่างของนักรบผีดิบ พวกมันร่วงลงมานอนแน่นิ่ง สิ้นฤทธิ์อย่างเห็นได้ชัด
หานซั่วจ้องมองแฟนนี่ด้วยแววตาเป็นประกาย เขาตกตะลึงในพลังทำลายล้างของเวทระเบิดศพเป็นอย่างมาก เมื่อเห็นว่าซากของอสูรกินคนมีแสงวาบขึ้น ก่อนจะระเบิดอย่างรุนแรงทันทีที่แฟนนี่ร่ายเวทจบ อสูรกินคนทั้งสี่ตนถูกระเบิดฉีกร่างเป็นชิ้น ๆ และสามตนในนั้นตายคาที่ด้วยพลังเวทมนตร์ของแฟนนี่
หานซั่วเคยได้ยินเกี่ยวกับเวทระเบิดศพมาบ้าง เขารู้เพียงว่ามีเพียงนักเวทระดับสูงเท่านั้นที่ร่ายเวทนี้ได้ และแรงระเบิดก็จะแตกต่างกันไปตามพลังจิตของผู้ร่าย ซึ่งเวทระเบิดศพของแฟนนี่ทรงพลังกว่าของจีนอย่างเห็นได้ชัด จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้แฟนนี่เลือกใช้ซากของอสูรกินคนเป็นตัวจุดระเบิด
อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่าเวทระเบิดศพจะทำให้ผู้ร่ายสูญเสียพลังจิตไปในปริมาณมาก เพราะทั้งแฟนนี่และจีนเริ่มหน้าซีดและหอบหายใจอย่างแรงทันทีที่ร่ายเวทจบ
กระทั่งตอนนี้ จากฝูงอสูรกินคนทั้งหมดแปดตน แฟนนี่ฆ่าด้วยเวทคมหอกกระดูกไปหนึ่งตน และอีกสี่ตนด้วยเวทระเบิดศพ แม้นักรบอาฆาตทั้งสองตนจะถูกแทงด้วยหอก แต่พวกมันก็ยังสามารถยืนหยัดได้อย่างมั่นคงและโอบรัดอสูรกินคนอีกสองตนไว้ได้อย่างเหนียวแน่น
มีเพียงอสูรกินคนที่ตัวสูงที่สุดและดูแข็งแกร่งที่สุดเท่านั้นที่ยังเหลือรอด มันพุ่งตัวเข้ามาพร้อมกับกระบองในมืออย่างบ้าคลั่ง พลางส่งเสียงประหลาด คำรามลั่นราวกับแปลได้ว่า
“ข้า... ข้า จะ... ฆ่า...เจ้า...!”
“พวกเราเพิ่งร่ายเวทระเบิดศพและสูญเสียพลังจิตไปมาก คงใช้เวทมนตร์ระดับสูงต่อไปไม่ได้อีกสักพัก ทุกคน วิ่ง!”
จีนรีบตะโกนด้วยสีหน้าตื่นตระหนก
แฟนนี่รีบกวาดตามองไปรอบ ๆ พร้อมเร่งเร้า
“ทุกคนรีบหนีเร็วเข้า! อย่าให้มันจับตัวได้!”
แต่ทว่า ทุกคนกลับเสียขวัญยิ่งกว่าเดิมเพราะคำพูดของแฟนนี่และจีน ข้าวของทุกอย่างถูกทิ้งไว้ข้างหลังเมื่อพวกเขาพยายามหนีให้พ้นจากอสูรกินคนที่วิ่งตรงเข้ามาอย่างรวดเร็วพร้อมกระบองใหญ่ในมือ
แม้อสูรกินคนจะไม่ได้คล่องแคล่วว่องไว แต่มันก็ยังวิ่งได้เร็วกว่า นักเรียนบางคนที่ตื่นตกใจสะดุดซากนักรบโครงกระดูกจนล้มลุกคลุกคลาน กลายเป็นฝ่ายเสียเปรียบอย่างสิ้นเชิงเมื่อเทียบกับความเร็วของอสูรกินคน
แฟนนี่ซึ่งมัวแต่เป็นห่วงและเร่งเร้าพวกนักเรียนจนตัวเองอยู่รั้งท้าย อสูรกินคนร่างสูงจำได้ว่าแฟนนี่เป็นคนระเบิดพรรคพวกอีกสามตนของมันจนร่างขาดกระจุยเป็นชิ้น ๆ มันจึงไล่ตามเธอทันทีเมื่อเห็นว่าเธออยู่ใกล้ที่สุด กระบองใหญ่ของมันยกขึ้นสูงและกำลังฟาดลงมายังแฟนนี่
“อาจารย์แฟนนี่คะ ระวัง!”
“แฟนนี่ ระวัง ข้างหลังเจ้า!”
ลิซ่า จีน และคนอื่น ๆ ร้องออกมาด้วยความตกใจและหวาดกลัวสุดขีดเมื่อเห็นกระบองกำลังจะฟาดใส่แฟนนี่ที่ยืนอยู่ด้านหลัง
แฟนนี่หันกลับไปมองเมื่อได้ยินเสียงร้องตะโกน กระบองกำลังฟาดลงมา หนามแหลมคมของกระบองส่องประกาย พร้อมกับเสียงวัตถุแทรกผ่านอากาศดังบาดหู ชัดเจนว่ากระบองฟาดลงมาด้วยพละกำลังที่รุนแรงเพียงใด
ใบหน้าชวนหลงใหลของเธอซีดเผือด ขาเรียวงามไร้เรี่ยวแรงอย่างสิ้นเชิง ความรู้สึกสิ้นหวังและเศร้าโศกเสียใจวาบในดวงตา เมื่อภาพกระบองที่ตาเห็นเริ่มมีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ
แคร้ง...
ประกายไฟกระจัดกระจายไปทุกทิศทาง
ดวงตาหยาดเยิ้มของแฟนนี่เบิกโพลงขณะจ้องมองไปยังภาพเบื้องหน้า กระบองใหญ่สองอันปรากฏขึ้นโดยไม่รู้ตัว เมื่อกระบองทั้งสองฟาดปะทะกัน ส่วนแหลมคมของกระบองใหญ่ที่ฟาดลงมาตรงจุดปะทะก็ยุบลงไปทันที จนเกิดเป็นประกายไฟจากการกระทบกันของเหล็กกล้า
แฟนนี่มองไปยังเบื้องล่างของกระบองที่ปกป้องเธอไว้ และพบว่าเป็นหานซั่วเองที่ปรากฏตัวอยู่ทางด้านซ้ายของเธอ มือทั้งคู่กำกระบองใหญ่ไว้แน่น ดูไม่สมส่วนกับร่างกายเพรียวบางของเขาแม้แต่น้อย เส้นเลือดเริ่มปูดนูนตามหน้าผากและแขน ใบหน้าบิดเบี้ยวนั้นจ้องเขม็งไปยังอสูรกินคนอย่างไม่ละสายตา
*********************************