เช้าวันต่อมา ชางไห่และหลิงหลิงเริ่มต้นวันใหม่โดยการรดน้ำ พรวนดิน ดูเเลพวกต้นไม้และดอกไม้ที่นางเอาลงดินเมื่อวาน พร้อมกับจัดแต่งให้สวยงามที่สุดเท่าที่นางจะทำได้ ในตอนนั้นเองเฉิยเซี่ยกับหมิงคังก็กลับมาจากเมืองหยุนเปิงพอดี พวกเขายืนมองอยู่ไกลๆ ภาพตรงหน้าปรากฏให้เห็นว่าหลิงหลิงกับชางไห่กำลังทำอะไรบางอย่างอยู่ในสวนบุปผา
“หมิงคัง…เจ้าไปดูซิว่า พวกนางกำลังจะทำอะไรอีก!”
“ขอรับคุณชาย” หมิงคังค่อยๆแอบเดินเข้าไปดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นใกล้ๆ เเต่ทว่าหมิงคังยังไปไม่ถึงสวนบุปผาด้วยซ้ำ เขาวิ่งหน้าตาตื่นกลับมาพร้อมกับเชิญให้เฉินเซี่ยไปดูด้วยตนเอง
“เสร็จซักที…ป่ะหลิงหลิง พวกเราไปกินข้าวเช้ากันก่อนเถอะเเล้วตอนเย็นค่อยมารดน้ำอีกที”
“เจ้าค่ะ คุณหนูหลี่”
“รอหน่อยนะม่านเฉว ข้ากำลังจะทำให้สถานที่ของท่านกลับมาสงบดังเดิมแล้ว อีกไม่นานดอกไม้พวกนี้ก็จะออกดอกบานสะพรั่งแล้ว ที่นี่จะสวยงามมากๆเลยล่ะ ท่านรอดูละกันนะ”
“ที่นี่มันไร้ความสงบตั้งเเต่วันที่เจ้าทำลายมัน ด้วยมือของเจ้าเเล้ว ชางไห่” เสียงคุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลังของเจ้านายและบ่าว หลิงหลิงรู้ดีว่านั่นคือเสียงของใคร นางรีบหันมาและนั่งคุกเข่าลง
“คุณชาย ข้าขออภัยจริงๆเจ้าค่ะ ที่ข้าเข้ามาที่นี่เพราะข้าเข้ามาช่วยคุณหนูหลี่ทำแปรงดอกไม้และปลูกต้นไม้เจ้าค่ะ อภัยให้ข้าด้วยเจ้าค่ะ”
“หลิงหลิง เจ้าไม่ได้มีความผิดอะไร เจ้าก็เเค่ทำตามที่คุณหนูหลี่สั่ง ลุกขึ้นเถิด” หมิงคังรีบเข้ามาประคองหลิงหลิงที่มือไม้สั่นด้วยความกลัวว่าเฉินเซี่ยจะลงโทษ ในฐานที่นางลอบเข้ามาในสถานที่ต้องห้ามนี้
“หมิงคัง พาหลิงหลิงไปเตรียมมื้อเช้าไว้ที่ศาลากลางน้ำ”
“ขอรับคุณชาย…ไปกันเถอะหลิงหลิง” ก่อนที่พวกเขาจะเดินออกไป หลิงหลิงไม่ลืมที่จะคืนเสื้อนอกให้กับชางไห่ เนื่องจาก ก่อนหน้านี้ชางไห่ถอดเสื้อนอกของนางให้หลิงหลิงห่มแก้หนาว ในสถานการณ์ต่อจากนี้เหลือเพียงเเค่ ชางไห่กับเฉินเซี่ยเท่านั้น เฉินเซี่ยมองสวนบุปผาที่ถูกเนรมิตรขึ้นมาด้วยมือของชางไห่ รวมไปถึงสุสานหลุมศพใหม่ของม่านเฉวด้วย ในตอนนั้นเองเฉินเซี่ยก็ได้ตระหนักถึงอะไรบางอย่าง ทุกอย่างถูกจัดวางและตกเเต่งในอยู่ในสภาพเมื่อ 20 ปีที่แล้ว
“นี่มัน….เหมือนเดิม เหมือนเดิมทุกอย่าง”
“ข้าตั้งใจจัดวางและไม่ปรับเปลียนอะไร เพราะในตอนเด็กๆนั้นข้ารู้สึกว่าบรรยากาศนี้มันสวยงามและเงียบสงบเอามากๆ ข้ายังเคยแอบเข้ามาขุด…..”
“มาขุด….อย่างนั้นหรอ?”
“เอ่อ ข้าหมายถึงขุดแปลงดอกไม้อ่ะ ไม่มีอะไรหรอก อ้า!!เหนื่อยจัง ข้าหิวแล้วล่ะ ถ้าท่านอยากจะอยู่ชื่นชมที่นี่ต่อก็ตามสบายนะ อ่อ..ข้าเตรียมดอกอิงฮวาไว้ให้ท่านตรงนั้นนะ ข้าไปก่อนละกันเผื่อท่านอยากจะคุยอะไรกับคนรักของท่าน” ชางไห่เดินจากไปเงียบๆทั้งๆที่ในใจรู้สึกผิดหวังพอสมควร ถึงนางจะไม่รู้ว่าต้นเหตุมันคืออะไร แต่นางจะพยายามแก้ไขทุกอย่างด้วยตัวของนางเอง รวมถึงทำให้เฉินเซี่ยจำนางได้ด้วยนั่นเอง ทันทีที่ชางไห่เดินจากไป เฉินเซี่ยก็เดินตรงเข้ามาหยิบดอกอิงฮวาไปไหว้หลุมศพใหม่ของม่านเฉวทันที
“ม่านเฉว…เจ้าคิดว่าสิ่งที่นางทำมันมาจากใจจริงหรือนางเเค่เสแสร้งตบข้ากันแน่ สถานที่อันกว้างใหญ่ของสวนแห่งนี้ นางใช้เวลาเพียงชั่วข้ามคืนทำให้มันกลับมาเช่นเดิม เดี๋ยวนะเช่นเดิม…รอยขุดตรงนี้..ข้าจำได้ว่าตอนนั้นมีเด็กคนนึงขุดไข่มุกจากปิ่นปักผมของเจ้ามาคืนข้า…และรอยขุดนี่ก็ยังอยู่ด้วย นางทำรอยขุดนี้ไว้ด้วยทำไม?….” ในขณะที่เฉินเซี่ยกำลังสงสัยอะไรบางอย่าง ชางไห่รีบเดินกลับมาที่จวนเพื่ออาบ น้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนที่นางจะกินข้าวเช้า เเต่ทว่าเมื่ออาบน้ำเสร็จ นางก็ดันลืมหยิบเสื้อผ้าเข้ามาด้วย หลิงหลิงก็ดันไม่อยู่ ทำให้ชางไห่ต้องออกมาเอาเสื้อผ้าและใส่มันเอง ในตอนที่นางกำลังจะลุกจากอ่างในด้วยสภาพเปลือยเปล่านั้น
“ข้าเห็นว่าหลิงหลิงไม่อยู่ ข้าก็เลย อ้าวเฮ้ย!!”
“หวังเฉินเซี่ย ท่านมาทำอะไรที่นี่!!!”
“ข้า..ข้าเเค่จะมา….”
“เดี๋ยว!เมื่อครู่ท่านเห็นอะไรหรือเปล่า?” จู่ๆเฉินเซี่ยก็เปิดม่านเข้ามาโดยที่ชางไห่ยังไม่ทันได้ตั้งตัวและดูเหมือนว่าสภาพนางตอนนี้ก็ยังไม่พร้อมจะเจอใคร เฉินเซี่ยที่โผงผางเข้ามานั้นจึงได้เห็นทั่วทุกมุมของร่างกายของสาววัยแรกรุ่นของชางไห่เข้าเต็มๆ ชางไห่รีบนั่งลงในอ่างน้ำพร้อมกับดึงเสื้อคลุมตัวเก่ามาห่มตัวไว้ด้วยความเขินอาย ทว่าอีกคนเองก็เขินจนต้องหันหลังให้คู่กรณีทันทีเพราะถ้าขืนยังจ้องอยู่แบบนั้น หน้าของเขามันจะเเดงจนฝ่ายตรงข้ามดูออกนั่นเอง
“ไม่ไม่ไม่..ข้าไม่เห็นอะไรทั้งนั้น อ้ะ..อ้ะ..เอ่อ..ข้าขอโทษ..ข้าไม่รู้ว่าเจ้าอาบน้ำอยู่ ข้า..ก็เเค่จะมาชวนเจ้าไปทานข้าวที่ศาลากลางน้ำ เพื่อตอบแทนเรื่องสวนบุปผา เเต่ว่า..ข้า..”
“ท่ะ..ท่าน ท่านเชิญนำไปก่อนเลย เดี๋ยวข้าตามไปขอใส่เสื้อผ้าก่อน เอ่อ..หลิงหลิงไม่อยู่…ถ้าท่านไปออกไปตอนนี้ข้าเกรงว่าจะออกไปหยิบเสื้อผ้าไม่ได้”
“หลิงหลิงไปรอเจ้าที่นั่นแล้ว เจ้าคงลืมเอาเสื้อผ้าเข้าไปสินะ อ่ะนี่ เสื้อผ้าของเจ้า..รีบเเต่งตัวแล้วตามมาละกัน ข้าไม่ชอบรอใครนานๆ ข้า..ข้าไปล่ะ” ชางไห่รับเสื้อผ้าที่เฉินเซี่ยยื่นให้ในลักษณะหันหลังให้นางอยู่ เฉินเซี่ยพูดจาตะกุกตะกัก ทำอะไรไม่ถูก เขาเกิดอาการตื่นเต้นและประหม่าไปหมด เมื่อไม่รู้ว่าจะทำอะไร เขาจึงได้รีบเดินมือไขว้หลังเกร็งๆออกไปข้างนอกทันที นี่เป็นครั้งเเรกที่ท่าทางเก้ๆกังๆของเฉินเซี่ยถูกแสดงออก มาต่อหน้าของชางไห่เพราะปกติแล้ว เขาจะเป็นคนเรียบเฉยต่อทุกสิ่งนั่นเอง
“ฟู่ววว เกือบไปแล้วเรา เเต่จะว่าไปร่างกายของนางก็…ไม่ๆๆ นางเป็นหญิงร้ายกาจ นางร้ายกาจจำไว้ๆเฉินเซี่ย นางเเค่แกล้งยั่วยวนเจ้า จำเอาไว้เฉินเซี่ย จำเอาไว้!!”
“จำอะไรหรือเจ้าคะ…..คุณชาย?”
“หลิงหลิง!!” เฉินเซี่ยตะโกนชื่อหลิงหลิงสุดเสียงด้วยความตกใจ เพราะเขามัวเเต่คิดถึงชางไห่ จึงไม่เห็นเลยว่าหลิงหลิงเดินมาที่นี่ตั้งเเต่เมื่อไหร่
“จะ..จะ..เจ้าคะ?”
“เจ้ามาที่นี่ทำไม?”
“ข้ามารอรับใช้คุณหนูหลี่เจ้าค่ะ..แล้วคุณ..ชาย..มา….”
“ข้าเเค่ผ่านมา!!...บอกเจ้านายของเจ้า อาบน้ำเสร็จให้รีบตามข้าไปที่ศาลากลางน้ำ”
“จะ..เจ้าค่ะ” เฉินเซี่ยทำเสียงเเข็งพร้อมกับใบหน้าที่เลิกลั่ก อะไรบางอย่าง ก่อนจะมือไขว้หลังและเดินจากไป ทำเอาหลิงหลิงดูออกได้ชัดเจนว่าเฉนเซี่ยไม่ใช่เเค่ผ่านมาเเน่ๆเพราะเมื่อซักครู่เขาเพิ่งจะหลุดปากบอกไปว่าชางไห่อาบน้ำอยู่ หลิงหลิงแอบลอบยิ้มเล็กน้อยก่อนจะรีบวิ่งเข้าไปชางไห่ในจวน…..