ฟางเหม่ยหลิง เจ้าหัวใจจอมบัลลังก์

    ตอนที่47 เทศกาลโคมลอย


    ร้านอาหาร หรือเหลาอาหารที่เธอกำลังสร้างวันนี้ก็เสร็จสมบูรณ์แล้วหลังจากใช้ระยะเวลาไม่นานในการต่อเติมและตกแต่ง ซึ่งเธอก็ได้วางแผนการตลาดเอาไว้แล้ว ส่วนเรื่องอาหารไม่ต้องห่วงอะไร เมนูอาหารเน้นการปรุงจากสมุนไพรเพื่อบำรุงร่างกาย กำลัง และจิตใจ ต่อให้เจ็บป่วยก็สามารถกินอาหารที่ปรุงจากสมุนไพร ทำให้รสชาติดีอร่อย กินง่าย  และรักษาอาการป่วยได้ด้วย เรียกได้ว่าในแคว้นเหลียง แคว้นซ่ง และแคว้นเว่ย ไม่เคยมีมาก่อนแน่นอน เนื่องจากตอนนี้เธอต้องการให้ตระกูลฟางกลับมารุ่งเรืองอีกครั้ง การเงินก็จะต้องมั่งคั่งด้วย ฐานการเงินจะต้องมั่นคง ทิศทางการเงินกำลังรุ่ง จึงต้องรีบคว้าโอกาสที่จะรุ่งมากกว่านี้เอาไว้ น้ำขึ้น ต้องรีบตัก เธอจะทำร้านอาหารให้ไม่เหมือนใคร เธอจะเอาความรู้จากโลกเดิมมาใช้ ร้านอาหารหรูๆที่เธอเคยไปใช้บริการ การจัดการดูแล และบริการลูกค้า อาหารที่แปลกไม่เหมือนใครคงทำให้ร้านเธอโด่งดังได้ไม่ยาก และที่สำคัญคือ สมุนไพรที่เธอจะเอามาทำอาหารล้วนเป็นสมุนไพรที่ปลูกเอง คนงานก็ใช้คนในจวนที่มีอยู่มากมาย โดยตอนนี้ทุกคนได้รับเป็นเงินเดือนกันหมดแล้ว มีเงินใช้จ่ายกันถ้วนหน้า ไม่อัตคัดเหมือนแต่ก่อน


     


     

    "ที่ข้าเรียกทุกคนมาในวันนี้ ก็เพื่อจะแจ้งให้ทุกคนทราบ ว่าร้านอาหารสมุนไพรของเราต่อเติมตกแต่งเสร็จเรียบร้อยแล้ว พร้อมเปิดขายวันงานเทศกาลโคมลอย"


     

    วันนี้เธอเรียกทุกคนในจวนมาประชุมเพื่อบอกถึงแผนการต่อไปและแบ่งหน้าที่ให้ทุกคน


     

    "ข้าเห็นว่าทุกคนนะ แต่งตัวด้วยเสื้อผ้าสีเดิมมาตลอด มันออกจะดูธรรมดาจนเกินไป"


     

    เนื่องจากพวกเขาเป็นบ่าว เป็นสาวใช้จึงแต่งตัวเหมือนยูนิฟอร์มทั่วๆไป นั้นคือสีเดียวกันหมด เหมือนกันหมด 


     

    "ข้ามีความคิดว่า พวกเจ้าคงจะเบื่อแย่เลยนะ ที่ต้องใส่เสื้อผ้าแบบเดิม สีเดิมไปตลอดชีวิตแบบนี้ ข้ารู้ว่ามันเป็นธรรมเนียม"


     

    จวนอื่นๆก็เหมือนกันใส่สีเดียวกันหมด


     

    "เอาแบบนี้ดีกว่า พวกเจ้าควรใส่สีละวันนะ แบบว่าเจ็ดวันก็เจ็ดสีอะไรแบบเนี่ยอะ จะได้แปลกใหม่บ้าง พวกเจ้าควรนัดกันว่าวันไหนใส่สีอะไร แล้วก็ใส่เหมือนกัน ทีนี้จวนของเราก็จะครึกครื้นมากขึ้น เพราะแต่ละวันก็ใส่สีต่างกันไป เวลาไปทำงานที่ร้าน ก็จะแปลกตาด้วย เพราะใส่วันละสี ดูสวยไปอีกแบบ"


     

    "ถ้าคุณหนูเห็นว่าดี พวกบ่าวก็จะทำตามที่คุณหนูว่ามาเจ้าค่ะ"


     

    เลียงลี่นั้นทำตามได้ทุกอย่างขอแค่คุณหนูของนางต้องการ การแต่งตัวของสาวใช้แต่ละจวนก็เป็นแบบนี้ ใส่สีเดียวไปตลอดเหมือนกันทุกคนอยู่แล้ว


     

    "บ่าวก็อยากใส่เสื้อผ้าสีอื่นดูบ้างเหมือนกันเจ้าค่ะ"


     

    เหมียนมี่เองก็รู้สึกเบื่อที่ตัวเองต้องใส่ชุดสีเดิมทุกๆวัน

    "พวกบ่าวแล้วแต่คุณหนูขอรับ"


     

    "พวกบ่าวเห็นด้วยเจ้าค่ะ"


     

    ทุกคนในจวนไม่มีใครขัดข้อง ไม่ว่าคุณหนูของพวกเขาอยากจะให้ทำอะไร พวกเขาก็พร้อมทำทั้งนั้น การใส่เสื้อผ้าในสีต่างๆแบบนี้ไม่เคยเห็นจวนใดทำมาก่อน แต่พวกเขาเองก็อยากลองใส่เสื้อผ้าสีสันอื่นๆดูบ้าง คงทำให้ชีวิตสนุกขึ้นได้ไม่น้อยเชียว การใส่แต่ชุดสีเดิมทั้งปีมันก็น่าเบื่อ ไม่มีอะไรแปลกใหม่เลย


     

    "ดี เอาเป็นว่าพวกเจ้าก็ไปนัดแนะกันเอาเองแล้วกันนะ ว่าวันไหนใส่สีอะไร"


     

    หลังจากประชุมเสร็จเธอก็หอบข้าวของที่ซื้อมาจากร้านพู่กัน โดยเถ้าแก่เจ้าของร้านนำมาส่งให้ถึงที่จวน เพื่อเตรียมวาดรูป เธอไปวาดรูปที่ศาลาเดิมที่ชอบมานั่งประจำ ศาลาที่สระบัว เธอกางกระดาษลงบนโต๊ะ และค่อยๆบรรจงวาดภาพลงไปโดยใช้หมึกดำ จรดพู่กันลงไปกับแท่นหมึก เวลาค่อยๆผ่านไปเรื่อยๆ เธอวาดรูปออกมาได้หลายแผ่น แต่ก็ยังไม่มีอันไหนถูกใจเลย จนมาถึงแผ่นสุดท้ายเธอมองมันอย่างปลาบปลื้มกับผลงานชิ้นเอก เธอตัดสินใจจะใช้ภาพนี้เป็นผลงานเข้าประกวด ก่อนจะบรรจงแต่งแต้มสีลงไปให้วิจิตรสวยงาม และมีมิติมากยิ่งขึ้นโดยการไล่เฉดสีจะทำให้ภาพดูสมจริงมากยิ่งขึ้น เธอใช้เวลาทั้งวันในการตกแต่งภาพนี้จนมันออกมาสมบูรณ์แบบ เค้าโครงโคมลอยนั้นถูกทำไว้จนเสร็จเรียบแล้วแล้ว เพียงแค่นำภาพวาดนี้ไปติดก็เป็นอันเสร็จสมบูรณ์ บางคนก็ใส่กระดาษติดกับโคมเรียบร้อยแล้วค่อยวาดลงบนโคมเลย แต่สำเธอไม่ถนัดจึงต้องทำแบบนี้แทน เธอมองไปที่ภาพวาดของตัวเองอย่างชื่นชม พอสีแห้งเธอก็บรรจงนำภาพวาดมาติดกับโคม จนสำเร็จ ตอนนี้เธอมีโคมลอยพร้อมนำเข้าประกวดแล้ว แต่เพื่อไม่ให้ใครได้เห็นโคมลอยนี้ เธอจึงนำผ้าบางๆสีขาวมาคลุมโคมลอยเอาไว้ เธอจะไปเปิดต่อหน้ากรรมการที่ตัดสินในงานวันพรุ้งนี้เท่านั้น


     

    "พี่สาวข้าหายดีแล้วขอรับ มีอะไรอยากให้ข้าทำบอกมาได้เลยขอรับ"


     

    เซียวเมิ่งวิ่งมาหาเธออย่างร่าเริงหลังจากที่นอนพักรักษาตัวไม่นานเขาก็หายเป็นปกติ แม้จะมีรอยแผลอยู่บ้างก็ตาม


     

    "อะไรกัน เพิ่งจะดีขึ้นจะรีบทำงานทำไม พักก่อนก็ได้"


     

    เธอยังอดเป็นห่วงเขาไม่ได้


     

    "ข้าหายแล้วอยากช่วยงานขอรับ"


     

    "ก็ได้ๆ ไปช่วยงานที่ร้านสิ จะร้านไหนก็ได้ ถ้าพวกพี่ๆเขาใช้อะไรเจ้า ก็ทำตามนั้นแหละ"


     

    เธอรู้ว่าห้ามไปก็ไร้ประโยชน์


     

    "เย้ ขอรับพี่สาว"


     

    เขารีบวิ่งออกไปด้วยความดีใจที่จะได้ทำงาน


     

    "เหมียนมี่"


     

    "บ่าวอยู่นี้เจ้าค่ะ"


     

    "สร้างที่สำหรับแขวนโคมเป็นทางเข้าร้านด้วย และรอบๆร้านด้วย ข้าจะประดับร้านด้วยโคม"


     

    เธอคิดอะไรดีๆออกอีกแล้ว เธอหันไปมองรูปภาพหลายใบที่วาดทิ้งเอาไว้


     

    "ได้เจ้าค่ะ"


     


     

    วันต่อมาร้านอาหารก็พร้อมสำหรับเปิดขายอาหารวันแรกซึ่งตรงกับเทศกาลโคมลอย เสียงประทัดดังสนั่นอยู่นานกว่าจะดับลง วันนี้สาวใช้ทุกคนต่างพากันใส่ชุดสีแดงรวมถึงบ่าวชายก็ใส่ด้วยเช่นกัน เพื่อเสริมสิริมงคลให้กับการเปิดร้านใหม่ และมาคอยดูแลแขกที่ค่อยๆเริ่มทยอยเข้าร้านแต่เช้า พวกเขาต้องมาเป็นเสี่ยวเอ้อคอยรับออเดอร์ และเสิร์ฟอาหาร พ่อครัวแม่ครัวผู้ช่วยในครัวก็ไม่ใช่ใครที่ไหนมาจากจวนตระกูลฟางเองทั้งหมด พ่อครัวของตระกูลฟางนั้นอยู่ด้วยกันมานาน ทำอาหารอร่อยไม่แพ้ใครเลยทีเดียว


     

    "พ่อครัวเถิง ทุกๆคนวันนี้รบกวนด้วยนะ"


     

    พ่อครัวเถิง เป็นหัวหน้าพ่อครัวในจวนตระกูลฟางทำอาหารอยู่ที่จวนมานานหลายสิบปี 


     

    "วางใจบ่าวได้เลยขอรับ เรื่องทำอาหารบ่าวชำนาญนัก"


     

    เขาบอกอย่างมั่นใจก่อนจะยกกระทะเทอาหารใส่จาน


     

    วันนี้เปิดร้านเป็นวันแรก ฟางเฉินฟงจึงได้มาร่วมเปิดร้านด้วย เขานั้นรอกินอาหารประเดิมเป็นคนแรก พอได้กินอาหารที่ทำจากสมุนไพรเขาก็ประหลาดใจมาก ที่หลานสาวคิดค้นอะไรแบบนี้ออกมาได้ ตอนแรกเขาคิดว่าหลานสาวเปิดร้านอาหารแบบปกติทั่วๆไปไม่คิดเลยว่า อาหารจะไม่เหมือนใครแบบนี้ อาหารทุกอย่างล้วนทำจากสมุนไพรทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น ต้ม ผัด แกง ทอด ทุกอย่างก็อร่อยแปลกลิ้นทั้งนั้น


     

    "อร่อยไหมเจ้าคะ"


     

    เธอรอคำตอบอย่างใจจดใจจ่อ


     

    "อร่อยมากเลย ฝีมือพ่อครัวเถิงไม่ตกเลยจริงๆ เจ้านี่ก็ช่างคิดได้นะเปิดร้านอาหารสมุนไพรแบบนี้"


     

    เขานั้นยอมรับในความสามารถของหลานสาวจนหมดใจ


     

    "ถ้าท่านปู่ชอบก็ดีแล้วเจ้าค่ะ"


     

    เธอยิ้มอย่างมีความสุข


     

    "มีร้านเปิดใหม่เห็นว่าเป็นร้านของตระกูลฟาง"


     

    "คุณหนูฟางเปิดร้านอีกแล้วหรือ"


     

    "ใช่เปิดตรงข้ามร้านขายยาเลย"


     

    "เราไปลองกันเถอะ"


     

    ชาวบ้านชาวเมืองแคว้นเหลียงและคนต่างแคว้นที่กำลังเดินจับจ่ายซื้อของเพราะวันนี้เป็นงานเทศกาลโคมลอยจึงทำให้ตลาดคึกคักอย่าว่าแต่ตลาดเลย พวกพ่อค้าแม่ค้าต่างพากันตั้งร้านขายของเรียงกันเป็นแถวยาว พ่อค้าหาบเร่เองก็เดินขายของกันให้ควัก ของที่ขายก็มีทั้งของกิน ของใช้ ของเล่น จิปาถะ และที่เป็นตัวเอกในวันนี้ก็คือ โคมลอยที่มีขายไปทั่วทุกที่ในแคว้นเหลียง สำหรับคนที่ขี้เกียจทำโคมลอยเองก็จะซื้อโคมที่มีขายอยู่แล้ว เพื่อลอยในคืนนี้ แต่ละร้านก็ขนของออกมาตั้งขายหน้าร้านกัน คนที่ไม่ได้เป็นแม่ค้า พ่อค้าประจำ ก็ยังเอาของมาขายในวันนี้ ซึ่งพวกเขาได้เตรียมของเอาไว้เพื่อขายในงานเทศกาล และนอกจากจะมีของขายแล้ว ก็ยังมีซุ้มเกมต่างๆให้เล่นเพื่อชิงของรางวัลอีกมากมาย แต่ละซุ้มก็จะมีเกมให้เล่นแตกต่างกันออกไป เป็นที่สนุกสนานของทุกคน และใจกลางตลาดมีเวทีขนาดใหญ่ตั้งอยู่ พร้อมด้วยการแสดงต่างๆ ทั้งร่ายรำ ร้องเพลง งิ้ว มาให้ทุกคนได้ดูอย่างจุใจ จนกว่าจะถึงการประกวดโคมลอยซึ่งจะเป็นช่วงเย็นๆ เวทีนี้จึงมีการแสดงอื่นๆ พลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันขึ้นมาแสดงไปเรื่อยๆ


     

    ร้านอาหารของเธอเป็นที่สนอก สนใจของผู้คนจำนวนมาก ผู้คนต่างหลั่งไหลกันเข้ามาในร้าน จนเต็มทั้งสองชั้น แต่เธอก็ได้เตรียมความพร้อมไว้แล้ว โดยบริเวณหน้าร้าน นั้นมีที่กว้างมากพอ เธอจึง ตั้งโต๊ะนอกร้านได้อีก ห้า หกโต๊ะ เป็นการกินอาหารแบบได้บรรยากาศสุดๆ 


     

    "อร่อยมากเลยนะ"


     

    "นั่นสิ สมุนไพรหอมมากเลย"


     

    "ราคาไม่แพงด้วย"


     

    "ข้าจะต้องมากินอีกแน่"


     

    แขกทุกคนต่างพากันชื่นชมอาหารที่ได้กินไป เมนูอาหารก็มีไม่เยอะ แค่สิบเมนู เธอจะดูสมุนไพรที่มี ก่อนจะคิดเมนูอาหารไว้ ซึ่งเธอได้ให้คนทำกระดานแขวนไว้ที่ผนังร้าน และตอกตะปูเรียงไว้สำหรับแขวนป้ายชื่ออาหาร เขียนชื่ออาหารใส่กระดาษและนำไปแขวนเรียงไว้ สิบชื่อ ซึ่งคือเมนูแนะนำ ที่ร้านขายในวันนี้ เวลารับอาหารก็ง่ายมาก เธอได้ให้เหมียนมี่ เลียงลี่ สาวใช้คนอื่นๆเขียนเมนูอาหารใส่กระดาษเรียงไว้สิบชื่อ ทำไว้หลายร้อยแผ่น พอลูกค้าสั่งอะไร คนรับออเดอร์ก็แค่วงกลมชื่ออาหารนั้นตามเมนูในกระดาษ เขียนหมายเลขโต๊ะบนหัวกระดาษที่เว้นไว้สำหรับเขียนหมายเลขโต๊ะ และนำไปเสียบไว้กับเหล็กที่เสียบกระดาษที่ห้องครัวก็เสร็จแล้ว การรับออเดอร์จึงเป็นไปอย่างรวดเร็ว พ่อครัวก็จะทำอาหารตามคิวโดยดึงใบเมนูอาหารที่อยู่ล่างสุดก่อน พออาหารเสร็จก็สั่นกระดิ่งเรียกคนเสิร์ฟ ให้มารับอาหารออกไปเสิร์ฟตามหมายเลขโต๊ะ ทุกอย่างเป็นไปตามระบบการจัดการที่เธอวางเอาไว้จึงไม่มีความวุ่นวายใดๆ ถ้าอาหารเมนูใดหมด พ่อครัวก็จะแจ้งมา พวกคนรับออเดอร์ก็แค่กากบาทรายชื่ออาหารนั้นทิ้งไป และแนะนำอาหารที่มีอยู่ให้ลูกค้า ส่วนกระดานแนะนำอาหารก็แค่ดึงป้ายชื่ออาหารที่หมดออกจากกระดานไปแค่นั้น


     

    ทุกคนต่างเอ่ยชมอาหารของเธอไม่ขาดปาก ระหว่างที่เธอกำลังช่วยดูแลลูกค้าเวลาก็ผ่านไปจนเย็น วันนี้เซียวเมิ่งเองก็มาช่วยเสิร์ฟอาหารที่้ร้านด้วย


     

    "เซียวเมิ่งไปกับข้าไหม ถึงเวลาที่ข้าต้องเอาโคมไปเข้าร่วมประกวดแล้ว"


     

    "ไปขอรับข้าอยากไปดูโคม"


     

    เขาดีใจจึงรีบตอบรับคำชวนทันที


     

    เธอพาเซียวเมิ่งเดินไปฝั่งตรงข้ามซึ่งเป็นร้านขายยาของเธอโดยเธอฝากให้สาวใช้ทั้งสองช่วยกันดูแลร้านทั้งสองเพราะเธอจะเอาโคมไปประกวดแล้ว เธอประคองโคมลอยที่ใช้ผ้าคลุมเอาไว้อย่างเบามือ เธอเอาโคมลอยเก็บไว้ที่ห้องส่วนตัวชั้นสองของร้านขายยา เธอกับเซียวเมิ่งพากันเดินผ่านร้านรวงต่างๆมากมายมาจนถึง เวทีสำหรับการประกวดโคมลอย ซึ่งทุกคนกำลังเข้าแถวลงทะเบียนเพื่อนำโคมของตัวเองเข้าประกวด บนเวที ตอนนี้มีผู้คนเข้าร่วมประกวดยี่สิบกว่าคนรวมเธอด้วย


     

    "ฟังทางนี้เมื่อทุกคนลงทะเบียนเสร็จแล้วถือโคมของตัวเองแล้วขึ้นมายืนบนเวทีเลย จะมีผู้ตัดสินของเราเดินไปดูโคมของแต่ละคนเพื่อให้คะแนน"


     

    เธอขึ้นไปยืนบนเวทีโดยให้เซียวเมิ่งรอดูอยู่ข้างล่าง


     

    "เอาผ้าคลุมโคมไว้ทำไมหรือว่าอาย"


     

    ไป๋เฉียนฉิงเดินขึ้นมาบนเวทีและมายืนอยู่ข้างๆเธอ


     

    "ทำไมต้องอาย"


     

    เธอตอบกลับยิ้มๆ


     

    "วันนี้เจ้าต้องแพ้ข้าแน่ แล้วอย่าลืมที่สัญญาไว้"


     

    นางรีบย้ำถึงคำสัญญาที่ฟางเหม่ยหลิงได้พูดไว้


     

    "แน่นอน แต่เจ้าจะชนะหรือปล่าวมันก็อีกเรื่องหนึ่ง"


     

    เธอเองก็มั่นใจว่าจะไม่มีทางแพ้


     

    "ข้าไม่มีทางแพ้"


     

    ระหว่างที่คนทั้งสองกำลังคุยกัน พวกนางไม่รู้เลยว่ายังมีหญิงสาวอีกคนที่กำลังแอบฟังการสนทนาของพวกนางอยู่ด้านหลัง จวินเถาวันนี้นางก็เอาโคมของตัวเองมาประกวดเหมือนกันหวังจะกู้หน้าให้ตัวเอง ถ้าได้ชนะในการประกวดครั้งนี้ผู้คนก็จะได้รู้จักนางมากขึ้น พอนางรู้ว่าคนทั้งสองก็เอาโคมมาประกวดเช่นกันนางจึงยืนอยู่แถวด้านหลังคนทั้งสอง และจ้องมองไปที่ด้านหลังของคนทั้งสองอย่างโกรธแค้น 


     

    ฟางเหม่ยหลิงรู้สึกร้อนๆหลังวูบๆวาบๆแปลกๆจึงได้หันหลังไปมอง ก็พบกับหญิงสาวนางหนึ่งที่ทำหน้าเหมือนกำลังไม่พอใจอะไรอยู่ พอเธอหันไปมองนางก็รีบทำสีหน้าเป็นปกติ แต่ก็ไม่สามารถรอดพ้นความสงสัยของเธอไปได้


     

    "นั้นใครนะ"


     

    เธอหันไปถามไป๋เฉียนฉิงเพราะคิดว่าน่าจะเป็นคนรู้จักของไป๋เฉียนฉิงเพราะเห็นมองมาที่ไป๋เฉียนฉิงด้วย ไป๋เฉียนฉิงหันไปดู และก็หันมาตอบเธอแบบไม่ใส่ใจ


     

    "อะไรกันนี่เจ้าไม่รู้จักหรือ คุณหนูจวินเถา จากแคว้นซ่งก็เข้าเรียนสำนักวังบาดาลพร้อมกันกับเจ้าและข้า ไม่คิดว่าจะเอาโคมมาประกวดกับเขาด้วย"


     

    เธอหันกลับไปมองอีกครั้ง และเห็นว่าคุณหนูจวินเถาทำหน้าไม่พอใจแบบสุดๆ


     

    "ทำไมข้าจะเอาโคมมาประกวดไม่ได้ ในเมื่อใครอยากเอาโคมเข้าประกวดก็ได้ทั้งนั้น"


     

    จวินเถาเอ่ยขึ้น


     

    "ข้าก็ไม่ได้ว่าอะไรนิ แต่ว่านะโคมของเจ้าไม่มีวันชนะหรอก รีบลงจากเวทีตอนนี้ยังทันนะ"


     

    ไป๋เฉียนฉิงจีบปากจีบคอพูดจนหน้าหมั่นไส้


     

    "หึ ข้าเองก็มั่นใจว่าจะไม่มีทางแพ้ "


     

    จวินเถาประคองโคมในมืออย่างหวงแหน


     

    "หึ ข้าจะคอยดู"


     

    ไป๋เฉียนฉิงแสยะยิ้มตอบ


     

    เธอสังเกตุดูคุณหนูจวินเถาผู้นี้แล้ว ทำให้ได้เห็นแววตาความเกลียดชังที่นางมีต่อเธอและไป๋เฉียนฉิง ซึ่งมันแสดงออกมาอย่างปิดไม่มิด


     

    'หรือว่า คนที่พยายามจะฝังเธอกับไป๋เฉียนฉิงในวันนั้น ก็คือคุณหนูผู้นี้'


     

    "เอาละนะขอรับทุกท่านโปรดฟังทางนี้การประกวดโคมลอยประจำปีกำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว ขอให้เจ้าของโคมลอยถือโคมลอยของตัวเองให้มั่น ผู้ตัดสินกำลังเดินเข้าไปตรวจดูเพื่อให้คะแนนแล้วนะขอรับ"


     

    ผู้ตัดสินสามคนท่าทางองอาจมีความรู้อายุก็น่าจะราวๆคุณปู่คุณตาของเธอกำลังเดินขึ้นมาบนเวทีพร้อมสำรวจโคมไปทีละคนอย่างละเอียดจนเดินมาถึงไป๋เฉียนฉิง นางยิ้มละไมก่อนจะถือโคมลอยของตัวเองให้เห็นชัดๆโคมลอยลูกไม่ใหญ่มากนัก การประกวดโคมลอยสำหรับที่แคว้นนี้แล้วก็คือการดูว่าภาพของโคมลอยของใครงดงามที่สุด ภาพบนโคมลอยของไป๋เฉียนฉิงเป็นภาพวาดดอกไม้ที่มีผีเสื้อกำลังลงมาตอม เธอมองภาพวาดนั้นแล้วเห็นว่าภาพวาดสวยงามดีแต่การลงสี


     

    'ลงสีแบบนี้เนี่ยนะ เป็นกันทุกคนเลยหรือปล่าวเนี่ย'


     

    เธอมองไปที่ภาพ การลงสีแบบธรรมดาคือสีโดดๆ สีเดี่ยวๆ ไม่มีการไล่เฉดสีใดๆ ทาเป็นสีๆไป ฟ้าก็ฟ้า ชมก็ชมรูปภาพสวยแต่ลงสีไม่ผ่าน


     

    ผู้ตัดสินทั้งสามมองภาพของไป๋เฉียนฉิงแล้วพากันพยักหัวเหมือนกับพึงพอใจมาก


     

    'เอาจริงดิ'


     

    เธออึ้งไปกับคนของโลกใบนี้


     

    พวกเขาทั้งสามเดินมาจนถึงเธอ 


     

    "พวกท่านทั้งสามโปรดเดินดูโคมของคนอื่นก่อน ข้าขอเป็นคนสุดท้าย"


     

    เธอรีบบอกกับผู้ตัดสินทั้งสาม พวกเขาพยักหน้าเข้าใจ แล้วก็เดินดูของคนอื่นต่อไป


     

    พวกเขาคิดว่าเธออาจจะรู้สึกกลัว หรือประหม่าว่าโคมของตัวเองไม่ดีพอ เพราะเคยเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นบ่อยในทุกๆปี


     

    "หึ กลัวละสิ ลงจากเวทีตอนนี้ยังทันนะ"


     

    ไป๋เฉียนฉิงหันมาพูดกับเธอ


     

    "ไม่ไป ข้าไม่ได้กลัว"


     

    เธอหันกลับไปตอบแบบยิ้มๆ


     

    ผู้ตัดสินทั้งสามเดินมาจนถึงจวินเถา นางค่อยๆกางโคมลอยของตัวเองออกอย่างระมัดระวัง ด้วยความภาคภูมิใจรูปภาพที่จวินเถาวาดคือภูเขาทุ่งหญ้าและมีนกบินอยู่ เอาอีกแล้วภาพวาดสวยมากแต่สี


     

    ผู้ตัดสินทั้งสามรวมถึงไป๋เฉียนฉิงก็มองมาที่ภาพด้วยความอึ้ง


     

    "สวยจริงๆ"


     

    "นั่นสิ"


     

    "ใช้ได้ๆ"


     

    ผู้ตัดสินทั้งเอ่ยชมก่อนจะพากันเดินไปยังคนอื่นๆต่อ


     

    ไป๋เฉียนฉิงกำมือแน่นด้วยความไม่สบายใจเพราะกลัวว่าจวินเถาจะชนะ


     

    "ไม่คิดว่าเจ้าวาดรูปเป็นด้วย"


     

    ไป๋เฉียนฉิงกัดฟันพูดเพื่อระงับความโกรธไม่ให้ตัวเองอาละวาด


     

    "ข้าก็ร่ำเรียนมาตั้งแต่เด็ก เรื่องวาดรูปไม่มีทางแพ้ใคร"


     

    จวินเถาตอบกลับไปแบบยิ้มๆ


     

    "ชิ อย่ามาทำเป็นอวดดี"


     

    ไป๋เฉียนฉิงสะบัดหน้าหนี


     

    ในที่สุดผู้ตัดสินทั้งสามก็เดินมาเพื่อดูโคมลอยของเธอเป็นคนสุดท้าย เธอจึงดึงผ้าที่คลุมไว้ออก ก่อนจะกางโคมให้ดู


     

    "นะ..นี่มัน"


     

    "งดงามแปลกตา"


     

    "เหมือนกับมีชีวิต"


     

    ผู้ตัดสินทั้งสามต่างพากันตกตลึงกับภาพวาดที่ได้เห็น เธอวาดหลงเจี่ยนหยางที่อยู่บนหลังม้าและกำลังควบม้าไปในทุ่งกว้างในยามที่พระอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้า เธอทำการไล่สีสันจนทำให้ภาพวาดเหมือนจริงและเหมือนกำลังมีชีวิต


     

    "ข้าขอถามแม่นางน้อย บุรุษในรูปวาดคือใครหรือ"


     

    ผู้ตัดสินคนหนึ่งเอ่ยถามเธอ


     

    "เทพเจ้าแห่งสงคราม ของแคว้นเหลียงเจ้าค่ะ"


     

    ไป๋เฉียนฉิง จวินเถา และคนอื่นๆที่มารอดูการแข่งขันประกวดโคมลอยต่างพากันอึ้ง กับคำตอบของเธอ เธอถึงขนาดวาดเทพเจ้าแห่งสงครามลงบนโคมเลยหรือ


     

    "แค่นี้ก็รู้ผลแล้วว่าใครเป็นผู้ชนะในปีนี้"


     

    ผู้ตัดสินคนหนึ่งเอ่ยขึ้น และหันไปมองผู้ตัดสินอีกสองคน ทั้งสองคนต่างพยักหน้าให้เขา


     

    "แม่นางน้อยท่านชื่ออะไรหรือ"


     

    เขาถามชื่อเพื่อจะได้ประกาศผล


     

    "ข้าชื่อฟางเหม่ยหลิง"


     

    "คุณหนูตระกูลฟางนี่เอง"


     

    ผู้ตัดสินทั้งสามคนได้ยินแบบนั้นก็ไม่แปลกใจเลย นางนี่เองคนที่ทำให้แคว้นของเรามีชื่อเสียงโดงดั่งขึ้น พวกเขาได้ทำมือเชื้อเชิญนางให้เดินตามมาที่หน้าเวที


     

    "ข้าขอประกาศผล ผู้ที่ชนะการประกวดโคมลอยประจำปีนี้ คือโคมลอยของคุณหนูฟางเหม่ยหลิง"


     

    "เอ๋ คุณหนูฟาง ข้าเพิ่งเคยเห็นตัวจริง"


     

    "นี่หรือคุณหนูฟาง งดงามสมกับเป็นหญิงงามอันดับหนึ่งของแคว้นเรา"


     

    "เก่งจริงๆวาดภาพก็เป็นด้วย"


     

    "สมกับเป็นคนของแคว้นเหลียง"


     

    "ข้ามาจากแคว้นซ่ง นี่นะหรือคุณหนูฟางเหม่ยหลิงเจ้าของร้านยาที่โด่งดัง"


     

    ทุกคนที่มารอดูต่างปรบมือให้เธอถึงแม้จะยังไม่ได้เห็นภาพในโคมลอยก็ตามเพราะต้องรอให้ผู้ตัดสินได้ตรวจดูซะก่อน เพื่อป้องกันการเสียหาย พอประกาศผลแล้ว ทุกคนที่เข้าประกวดจะต้องเอาโคมลอยของตัวเองมาแขวนไว้เพื่อให้ทุกคนได้เดินดูกันใกล้ๆ และห้ามแตะต้องสามารถดูได้อย่างเดียว จนกว่าจะถึงเวลาปล่อยโคมจึงจะนำโคมไปลอยได้ ผู้ชนะจะมีสิทธิ์เลือกคนที่จะลอยโคมกับตัวเองได้ และจะได้ลอยโคมเป็นคู่แรก หรือจะลอยคนเดียวก็ได้ จะได้ลอยเป็นคนแรก


     

    เธอนำโคมมอบให้คนดูแลโคมที่จะนำโคมไปแขวนเพื่อให้ทุกคนได้ชื่นชม โคมของเธอถูกแขวนไว้ที่เสาสลักไม้ซึ่งสวยที่สุด และเด่นที่สุด ของคนอื่นๆก็จะแขวนที่เสาไม้ธรรมดา เรียงเป็นแถวไป


     

    "ข้าจะถูกเลือกไหมนะ"


     

    "ข้าอยากให้นางเลือกข้า"


     

    "ต้องข้าสิ นางต้องอยากลอยโคมกับข้าแน่"


     

    "ขอให้นางเลือกข้าทีเถอะสวรรค์"


     

    เหล่าบุรุษที่อยู่ในงานประกวดโคมลอยต่างพากันชะเง้อมองนางและพากันส่งสายตามาให้ จนนางเดินมาหาเซียวเมิ่งพวกเขาก็พากันเดินตามนางมาไม่ห่างเพื่อหวังให้นางเลือกพวกเขาเป็นคู่ในการลอยโคมในครั้งนี้


     


     



    คล้ายกับเรื่องฟางเหม่ยหลิง เจ้าหัวใจจอมบัลลังก์ ที่คุณอ่าน

    เทพมารลิขิตฟ้า

    เทพมารลิขิตฟ้า

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    72K 42
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    จุติเทพอสูรสยบบรรพกาล【จบ】

    จุติเทพอสูรสยบบรรพกาล【จบ】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.13M 4052
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    นิยาย แฟนตาซี
    106K 139
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    Legend of God Soul ตำนานจิตวิญญาณเทพเจ้า

    Legend of God Soul ตำนานจิตวิญญาณเทพเจ้า

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    173K 135
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912