*ความเดิมตอนที่แล้ว*
“ ข้ายอมแล้ว ข้ายอมแล้ว ข้าหลงทางกับครอบครัวข้า ได้โปรดช่วยข้าด้วย….. ” เด็กสาวชาวเอลฟ์อายุน้อยตัวสะบักสะบอม มีแผลทั่วไปทั้งตัวเหมือนกับไปหนีอะไรมาสักอย่าง เธอยกมือทั้งสองข้างเดินออกมาจากพุ่มไม้ แล้วก็ฟุบลงตรงหน้า ทอวา
“เด็กผู้หญิงอย่างนั้นหรือ ? ” ริคฟินรีบวิ่งเข้าไปดูหลังจากสาวน้อยล้มฟุบลงไป
ทอวาค่อยๆนั่งลง เขายื่นมือขวาออกมาจับไปที่หัวของสาวน้อย ทันใดนั้น ตาทั้งสองข้างของทอวา ก็กลายเป็สีดำ เฉกเช่นเดียวกันกับเมื่อตอนที่ริคฟิน ได้เห็นนิมิตรของต้น Kallente แต่มันก็เป็เพียงชั่วครู่เดียวที่ทอวาเป็แบบนี้ เหมือนทอวาจะเห็นอะไรมา
“ ปีศาจไร้ลักษณ์ ที่เราเจอเมื่อตอนกลางวัน มันสังหารพ่อแม่ของเด็กสาวคนนี้ นางหนีพวกมันมาได้ แล้วก็มาเจอกับพวกเรา … ” ทอวาได้เห็นถึงนิมิตรของเด็กสาวคนนี้ รวมถึงประวัติของเด็กสาวคนนี้ หลังจากนั้นเขาเอามือทั้งสองข้างจับไปที่แขนของ เด็กสาวที่นอนฟุบอยู่ พร้อมกับกล่าวออกมาว่า
“ Healwende”
เกิดคลื่นพลังสีเขียวออกจากมือของทอวา รายล้อมร่างกายของเด็กสาวคนนั้น ริคฟินสังเกตได้ถึงความเปลี่ยนแปลงทางร่างกายของเด็กสาวคนนั้น รอยแผลบนตัวเด็กสาวค่อยๆจางหายไปนี่คงเป็เวทย์มนต์ที่เอาไว้ใช้รักษาอย่างนั้นสินะ คลื่นพลังสีเขียวยังคงไหลผ่านจากมือของทอวาไปยังร่างของเด็กสาว ริคฟินสังเกตเห็นแขนของทอวาเริ่มปรากฏรอยไหม้ขึ้น
“ทอวา แขนท่าน ?!? ” ริคฟินใรีบเตือนให้ทอวารู้
“เวทย์มนตร์มีค่าใช้จ่ายเสมอ มิใช่ใครที่จะสามารถใช้เวทย์มนตร์เอาได้ง่ายๆ เอาล่ะ ข้าคิดว่านางน่าจะตื่นขึ้นมาในตอนเช้า เ้าไปพักผ่อนได้แล้วเราจะต้องเก็บแรงเอาไว้เดินต่อทั้งวัน ข้าจะเฝ้านางเอง ” ทอวาหยุดรักษาเด็กสาวเขาอุ้มเด็กสาวคนนี้ไปนอนที่แคมฟ์ไฟ
…
..
.
.
..
…
เช้าวันรุ่งขึ้น
ริคฟินค่อยๆลืมตาตื่นขึ้นเพราะแสงแดด ที่เริ่มแยงตาเขาให้ตื่นขึ้นมาในตอนเช้า เสียงนกที่กำลังออกหากินเสียงสัตว์ป่าที่กำลังเรียกหาคู่ ก็ค่อยๆดังขึ้น เสียงป่าไม้ที่กำลังโต้กับลม ทำให้ป่านี้ดูมีชีวิตชีวา
“อากาศยามเช้า นี่มันสดชื่นจริงๆ ถ้าปกติแม่ข้าคงจะมาปลุกข้าให้ไปกินข้าวเช้าแล้ว ท่านแม่ท่านเป็อย่างไรกันบ้างนะ ข้าคิดถึงท่านเหลือเกิน ข้าอยากกลับไปหาท่านแ ข้าก็หวังอยากจะหนีออกไปจากตรงนี้ แต่ข้าไม่อาจรับรู้ได้ว่าถ้าข้าหนีออกไป ข้าจะต้องเจอกับอะไร ดูเหมือนชะตาจะลิขิตให้ข้าต้องทำอะไรแผลงๆละมั้ง ท่านแม่ข้าสัญญาว่าข้าจะรีบไปหาท่านให้เร็วที่สุดทันทีที่มีโอกาส ” ริคฟินคิดในใจ พร้อมกับเหม่อมองไปรอบๆตัวกับเช้าที่อากาศสดชื่นและสดใส
“ ตอนนี้นะ เ้าไม่ต้องห่วงเื่ของแม่เ้ามากนัก ต้น Kallente จะปกป้องคุ้มครองแม่เ้าเป็อย่างดี แค่ตราบใดที่เวทมนต์ของต้นมันยังคงอยู่ ” อีรอนอ่านความคิดของริคฟิน และพูดโพล่งขึ้นมาทันที
“ นี่ท่านแอบอ่านความคิดข้าอีกแล้วรึ...ท่านหมายความว่ายังไง ที่ว่า เวทย์มนต์ของต้นKallente ”
“ข้าก็หมายความว่า ต้น Kallente เป็ต้นไม้ที่ถูกปลูกโดยเวทย์มนต์คุ้มครองโบราณของเหล่าจอมเวทย์ที่เรียกกันว่า อีรอน แน่นอน ต้นไม้ต้นนั้น เมื่อพลังเวทย์หมด มันก็ไม่ต่างจากต้นไม้ธรรมดาต้นนึง และเมื่อถึงคราวนั้น ... นางตื่นแล้ว ”
ทอวาสังเกตเห็น เด็กสาวเริ่มรู้สึกตัวและกำลังขยับตัวลุกขึ้นนั่ง
“ พ่ออ...แม่... ” นางยังคงงัวเงียขี้ตาและค่อยๆลุกขึ้นมานั่ง แต่เมื่อนางลืมตามองเห็นทอวาและริคฟิน เด็กสาวก็ใสุดขีด ที่จู่ๆก็มีเอลฟ์หน้าตาประหลาดสองคนมาอยู่ตรงหน้า นางลุกขึ้นวิ่งถอยไปหยิบไม้เท้าของทอวาชี้ไปทางทอวาและริคฟิน
“พวกเ้าเป็ใครอย่าเข้ามาใกล้ข้านะ !! ”
“ข้าว่าข้าต้องถามเ้าเสียมากกว่า เด็กน้อย เ้ามาจากไหน จู่ๆก็สะกดรอบตามพวกข้าแล้วก็ยังมาเป็ลมล้มพบต่อหน้าพวกข้าอีก”
ริคฟินตอบกลับด้วยความโมโหนิดๆ ที่อุตส่าห์ช่วยชีวิตเอาไว้ แต่นางกลับไม่เห็นบุญคุณ
“เอเลีย…. ข้าเสียใจที่ครอบครัวของเ้าถูกปีศาจฆ่าตายอย่างสยดสยอง ข้าอยากให้เ้าใจเย็นๆ แล้วมานั่งคุยกันก่อน”
ทอวาพูดด้วยน้ำเสียงที่เห็นอกเห็นใจ เขารู้ชื่อของเด็กสาวคนนี้รวมทั้งประวัติของเด็กสาวคนนี้ทุกเื่หลังจากได้เข้าไปในความทรงจำในหัวของเด็กสาวเมื่อคืน ซึ่งริคฟินก็ไม่แปลกใจเลยที่จู่ๆทอวาก็รู้จักเด็กสาวคนนี้
“ ทำไมท่านถึงรู้ชื่อข้า แล้วท่านรู้ได้ยังไงว่าพ่อแม่ข้าน่ะ ฮึก...ฮึก...ฮืออออออ !! ” เด็กสาวเถียงโต้กลับ แต่ด้วยที่นางยังเด็กไม่สามารถที่จะควบคุมอารมณ์ของตัวเองได้ นางจึงปล่อยโฮออกมา ลูกใหญ่
“ เ้าไม่ต้องห่วงนะเอเลียปีศาจตนนั้นข้าจัดการมันเรียบร้อยแล้ว ” ทอวาจึงโผเข้าไปกอดและปลอบเอเลียจนกระทั้งเสียงร้องไห้ของเอเลียค่อยๆเงียบลงด้วยความสามารถของทอวา ที่สามารถปลอบเอเลียได้สำเร็จ
“ริคฟินเก็บของแล้วรีบออกเดินทางกันต่อเถอะ ข้าจะพาเอเลียไปส่งที่หมู่บ้านข้างหน้าเราจะผ่านทางนั้น”
“สรุปแล้วเ้าก็ลักพาตัวข้ามาเพื่อเป็ทาสส่วนตัวสินะ อีรอน จอมขมังเวทย์” ริคฟินทำได้แต่ประชด ตัวเขารู้ดีว่าไม่สามารถทำอะไรกับชายผู้นี้ได้
พวกเขาดับไฟในแคมป์เก็บข้าวของทุกอย่างครบแล้วก็ขึ้นม้าเพื่อที่จะออกเดินทางกันไปต่อตามที่ ทอวา้าจะไป
*กุ้บกั้บ* *กุ้บกั้บ*
…..
....
…
..
.
.
..
....
….
…..
ณ เขตพรมแดนเอลฟ์และมนุษย์
“ นั่นหมู่บ้านนี่ทอวา ข้าว่าเราถึงหมู่บ้านที่ท่านบอกไว้แล้วละ เห้อ ! ในที่สุดข้าก็จะได้นอนเตียงนุ่มๆบ้างสักที” ริคฟินชี้ให้ทอวาดูถึงหมู่บ้านที่อยู่ห่างออกไปไกลลิบ เป็หมู่บ้านที่ตั้งอยู่บนเนินเขา ขนาบไปด้วยถูกเขาหัวโล้นลูกั์ที่สูงเสียดฟ้าเป็ปราการศึกได้อย่างดีเยี่ยม และทางเดียวที่จะผ่านพรมแดนนี้ไปยังดินแดนมนุษย์ได้ คือต้องผ่านหมู่บ้านนี้ออกไปเท่านั้น
ทอวามองตามไปที่ริคฟินชี้ให้ดูและเขาก็ก้มพูดกับเอเลีย
“เอาล่ะ เอเลียพวกข้าจะต้องส่งเ้าไว้ที่หมู่บ้านนี้ข้าจะหาคนที่สามารถดูแลรับเลี้ยงเ้าต่อได้” ทอวากล่าวกับเอเลีย
“ ….” เอเลียยังคงเศร้าเสียใจกับการตายของพ่อแม่เขา นางไม่พูดอะไรออกมาสักพักแล้ว
“ไป ริคฟินข้านำหน้าเอง” ทอวาออกม้านำหน้าริคฟินไป
แต่เมื่อพวกเขาขี่ม้าเข้าไปใกล้หมู่บ้านมากเท่าไหร่ พวกเขาก็ได้กลิ่นคาวเืแรงขึ้น พร้อมๆกับ กลุ่มควันไฟที่ลอยขึ้นมาเด่นชัดขึ้น และพวกเขาก็มาหยุดอยู่ที่หน้าหมู่บ้าน
“ นี่มันเื่อะไรกันวะเนี่ย !!!! ” ริคฟินถึงกับอุทานออกมา