ในอีกฟากหนึ่งของป่าหมอกมายา บรรยากาศรอบกายกลุ่มผู้ตามล่านั้นหนักอึ้งและตึงเครียดจนน่าอึดอัด เหล่าสตรีจากสองสำนักใหญ่ต่างมองหน้ากันด้วยความหวาดระแวง แต่สายตาทั้งหมดกลับจับจ้องไปยังบุรุษผู้หนึ่งเป็นส่วนใหญ่ซูโม่ (苏墨) ยืนนิ่งงัน มือข้างหนึ่งยังคงกุมแก้มที่ปรากฏรอยฝ่ามือสีแดงจางๆ ดวงตาที่เคยสุขุมและเปี่ยมด้วยความมั่นใจ บัดนี้กลับทอประกายแห่งความโกรธแค้นและความอัปยศอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน"พลังประหลาดนัก" เขากล่าวเสียงเย็น "มันซ่อนเร้นอยู่ภายใต้ม่านพลังที่บิดเบือนการรับรู้ ข้าสัมผัสได้เพียงกลิ่นอายที่อ่อนแอ แต่ความเร็วนั้นกลับเหนือล้ำกว่าผู้ฝึกตนในระดับเดียวกันอย่างสิ้นเชิง"เขาตระหนักดีว่าตนเองได้ถูกหยามเกียรติอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในชีวิต ความรู้สึกอยากรู้อยากเห็นในตอนแรก บัดนี้ได้แปรเปลี่ยนเป็นความปรารถนาอันแรงกล้าที่จะกระชากหน้ากากของบุคคลปริศนาผู้นั้นและกู้หน้าของตนเองกลับคืนมา"ข้าจะตามล่ามันให้ถึงที่สุด" ซูโม่ประกาศกร้าว ก่อนจะเริ่มใช้วิชาเฉพาะตัวในการวิเคราะห์ร่องรอยพลังงานที่มองไม่เห็นซึ่งบุคคลปริศนาทิ้งไว้ขณะที่ซูโม่กำลังจมอยู่ในความคิดของตนเองนั้น เหล่าศิษย์หญิงก็เริ่มจับกลุ่มสนทนากันด้วยเสียงที่แผ่วเบา"พวกเจ้าเห็นหรือไม่" ศิษย์ผู้หนึ่งจากสำนักเมฆามรกตกระซิบ "เงาร่างนั้นปรากฏขึ้นและหายไปราวกับภูตพราย ข้าไม่เคยเห็นวิชาตัวเบาเช่นนี้มาก่อน""มิหนำซ้ำยังสามารถตบหน้าท่านพี่ซูได้อีก" ศิษย์อีกคนจากสำนักกระบี่วารีครามกล่าวเสริม แววตาของนางยังคงฉายแววไม่เชื่อ "บุคคลผู้นี้เป็นใครกันแน่ หรือจะเป็นผู้อาวุโสท่านใดแฝงตัวเข้ามาทดสอบพวกเรา""ผู้อาวุโสที่ไหนกันจะมีอารมณ์ขันพิสดารเช่นนี้" ซูหนิงขมวดคิ้ว "การกระทำของมันไม่เหมือนผู้ที่ต้องการทดสอบ แต่เหมือน...เหมือนเด็กเอาแต่ใจที่กำลังเล่นสนุกเสียมากกว่า" ความคิดนี้ทำให้นางรู้สึกขุ่นเคืองยิ่งขึ้นไปอีก "หรืออาจจะเป็นอสูรโบราณจำแลงกายมาที่ชอบเล่นตลกกับเหยื่อก่อนจะสังหาร"ทางด้านของหลงเทียนเฟย (龙เทียน非) หลังจากที่เขาหลบหนีมาได้ไกลพอสมควร เขาก็หาที่พักพิงแห่งใหม่ใต้ชะง่อนผาที่ปกคลุมด้วยเถาวัลย์หนาทึบเขาทบทวนการกระทำของตนเองด้วยความพึงพอใจระคนเหนื่อยหน่าย'ดูท่าบัณฑิตจอมยุ่งนั่นจะโกรธจัดเสียแล้ว' เขาคิดพลางถอนหายใจ 'ข้าต้องระมัดระวังตัวให้มากขึ้น การจะหาความสงบสุขช่างยากเย็นนัก'ความกังวลเล็กๆ ก่อตัวขึ้นในใจ การกระทำของเขาอาจทำให้ตนเองโดดเด่นเกินไป ซึ่งขัดกับแผนการที่จะจบการประลองในลำดับกลางๆ อย่างสิ้นเชิง เขาจำเป็นต้องปรับแผนการเดินทางใหม่ทั้งหมดเขาใช้ 'เคล็ดปิดปราณไร้ร่องรอย' อย่างต่อเนื่องและระมัดระวังยิ่งขึ้น พร้อมกับใช้ 'เนตรแห่งความไร้ระเบียบ' สร้างร่องรอยพลังงานปลอมๆ ที่บิดเบี้ยวเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของซูโม่ไปในทิศทางอื่นขณะเดินทางต่อไป เขาพบกับกลุ่มผู้ฝึกตนอีกกลุ่มหนึ่งกำลังดิ้นรนต่อสู้กับอสูรแมงมุมยักษ์ที่พ่นใยเหนียวหนืดออกมาจากปากของมัน'น่ารำคาญใจ' เขาคิด แต่แล้วแผนการหนึ่งก็ผุดขึ้นในหัว เขาใช้นิ้วดีดก้อนหินเล็กๆ ก้อนหนึ่งอย่างแนบเนียน พร้อมกับแฝงพลังปราณจาก 'คัมภีร์ลมปราณมังกรฟ้าบรรพกาล' เข้าไปเล็กน้อยก้อนหินพุ่งไปกระแทกกับผนังถ้ำที่อยู่ด้านหลังของอสูรแมงมุมอย่างจัง เกิดเสียงดังสนั่นขึ้นอย่างกะทันหันอสูรแมงมุมที่กำลังได้เปรียบพลันชะงักและหันไปมองต้นเสียงด้วยความสับสน เปิดโอกาสให้กลุ่มผู้ฝึกตนกลุ่มนั้นพลิกสถานการณ์และหลบหนีไปได้หลงเทียนเฟยยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ เขาทำไปเพียงเพื่อสร้างความวุ่นวายและเบี่ยงเบนความสนใจของซูโม่เท่านั้นเขาเดินทางต่อไปอย่างไม่รีบร้อน ไม่นานนัก กลิ่นอายพลังงานอันบริสุทธิ์ของสมุนไพรศักดิ์สิทธิ์ก็ลอยมาตามสายลม พร้อมกับแสงสีครามจางๆ ที่ส่องสว่างอยู่บนยอดเขาที่ไกลออกไป'ใกล้จะถึงเส้นชัยแล้วสินะ' เขานึกในใจเมื่อเขาเดินมาจนถึงชายป่า เขาก็มองเห็นโครงสร้างของลานกว้างเบื้องหน้าอย่างชัดเจน มันคือจุดสิ้นสุดของการประลองรอบแรก[ระบบ: ตรวจพบเขตแดนเส้นชัย ท่านได้ผ่านการทดสอบรอบแรกแล้ว]ข้อความจากระบบปรากฏขึ้นในใจของเขาพร้อมกับรอยยิ้มที่พึงพอใจอย่างที่สุด
(จบตอนที่ 34)