วันที่ 45 ของเกมส์แห่งสงคราม
“สวัสดีราชินีทุกท่าน ทุกคนต่างเข้าประจำที่พร้อมแล้วสินะ”
ราชินีแฟตพูดด้วยน้ำเสียงที่ตึงเครียดต่อหน้าราชินีทุกคนที่มารวมตัวกัน ณ หอคอยของปราสาทที่สูงเหนือพื้นดินกว่าเจ็ดสิบเมตร
กองทัพของเผ่าอาร์โธร์โพดาได้เข้าประจำตำแหน่งรบแล้ว
กองทัพสีดำ นักรบไร้นินทรา [สเลบ] ในทิศตะวันตก
กองทัพสีแดง นักรบผู้ซื่อตรง [สกัด] ในทิศใต้
กองทัพสีเลือดหมู ชายผู้กัดไม่ปล่อย [อลูฟ] ในทิศตะวันออก
กองทัพที่แข็งแกร่งที่สุด กองทัพสีส้ม ขุนพลไร้พ่าย [ฮอร์เนส] ในทิศเหนือ
และกองทัพพิเศษ กองทัพสีขาว ร้อยชีวิต [คอมมิว] ในพื้นที่ใต้ดินนอกเมือง
กองกำลังทั้งหมดประมาณหนึ่งล้านนายได้ถูกแบ่งกระจายไปอย่างเท่าเทียมกัน
ทั้งด้านกำลังพลรวมไปถึงระดับชนชั้นของมดที่เข้าร่วมกองทัพ
แม้แต่ชนชั้นมดทาสจำนวนสี่แสนเองก็ต้องเข้าร่วมรบอย่างไม่มีข้อยกเว้น
จะมีก็เพียงมดทาสจำนวนประมาณห้าหมื่นคน กับหน่วยพิทักษ์ราชินีห้าหมื่นคน ที่ต้องแยกตัวออกมาเร่งผลิตอาวุธชนิดใหม่ของฟรีด้าให้ทันเวลา ที่ไม่ได้เข้าร่วมสงคราม
กองทัพอันเกรียงไกรต่างสวมชุดเกราะเหล็กที่เร่งผลิตอย่างหยาบกร้าน เพื่อมายืนเรียงรายอยู่บนแนวกำแพงให้ดูเกรงขาม
มีเพียงมดระดับทหารเลวขึ้นไปเท่านั้น ที่ได้สวมใส่อุปกรณ์และอาวุธดีกว่าชาวบ้านเขา
ธนูทดแรงจำนวนมากได้ถูกเตรียมขึ้นหน้าไม้พร้อมที่จะลั่นไกออกไปพร้อมกัน
ก้อนหินทรงกลมที่หุ้มด้วยถ่านหินและชุบน้ำมัน ได้ถูกเตรียมที่จะทิ้งลงไปจากเนินกำแพง
หญ้าเมาที่เป็นอาวุธเคมีชนิดเดียวในการโต้ตอบทางอากาศ ได้ถูกตระเตรียมเอาไว้เป็นจำนวนมาก
พวกเธอพร้อมที่จะรับมือกับสงครามแล้ว
ในระหว่างที่อาร์โธร์โพดาจัดทัพป้องกัน กองทัพฝั่งพันธมิตรเองก็เริ่มจัดทัพเพื่อเตรียมบุกเช่นกัน
ผู้นำทัพทั้งสี่เผ่าต่างได้มารวมตัวที่ค่ายบัญชาการของเผ่ายักษาในช่วงเช้าตรู่ของวัน
พวกเขาได้ตกลงที่จะให้แต่ละเผ่ารับผิดชอบโจมตีในแต่ละทิศ รวมไปถึงประชุมแผนลำดับการบุกโจมตี
จนกระทั้งถึงช่วงเวลาเปิดศึกสงคราม ณ เวลาเที่ยงตรง
“บุกได้ !”
เสียงคำรามศึกได้ดังกู่ก้องไปทั่วทั้งสนามรบ
กองทัพพันธมิตรจำนวนสองล้านเริ่มเคลื่อนทัพบุกโจมตี
โดยเผ่าที่เริ่มบุกก่อนคือชาวปักษา
พวกเขาได้เสนอตัวเองบุกกระหน่ำจากทางทิศใต้ เพื่อใช้ช่วงเวลานั้นดึงกองทัพของศัตรูให้การป้องกันจุดอื่นเบาบางลง
แล้วหลังจากนั้นกองทัพพันธมิตรที่เหลือจะค่อยยกทัพบุกถล่มตาม
พวกเขาไม่คิดที่จะทำศึกยืดเยื้อ เพราะรู้ว่าไม่สามารถทำได้
หนึ่งคือจำนวนเสบียงที่ลดลงอย่างมากเพราะถูกโจมตีไปเมื่อหลายวันก่อน
สองคือพวกเขารู้ว่าทหารที่ตายลงนั้น มันต้องใช้เวลาในการเดินทัพใหม่กว่าที่จะกลับมาตรงแนวรบนี้ได้
ไม่เหมือนกับพวกศัตรูที่เกิดใหม่ได้ ณ แนวรบในทันที
ด้วยสองเหตุผลดังกล่าว เลยทำให้พวกเขาตัดสินใจทุ่มกำลังขยี้ศัตรูเสียดีกว่ามาทำศึกยืดเยื้อ
กองทัพปักษาจำนวนสี่แสนได้บินทะยานขึ้นฟ้า
จ่าฝูงไฮเจนและโซเดียมเริ่มบินนำฝูงตามแผนการ
ผู้นำสีแดงและขาวได้บินทะยานสูงขึ้นไปเหนือเมฆ
พวกอาร์โธร์โพดาต่างรีบขนหญ้าเมาขึ้นมาบนกำแพงเพื่อเตรียมเผารมควันศัตรู
แต่ศัตรูที่ว่ากลับไม่ปรากฏตัวโจมตีลงมาจากเหนือเมฆนั้น
พวกชาวปักษาไม่ได้โจมตีเหมือนอย่างชาวยักษาเมื่อวันก่อน ที่บินโจมตีจากในระยะมังกรพ่นไฟถึงที่ราวห้าถึงสิบเมตรเหนือพื้นดิน
พวกเขาเลือกที่จะบินสูงเกินกว่าที่ควันจะลอยขึ้นไปถึงได้
ด้วยระดับความสูงนี้ ต่อให้สุมควันมากแค่ไหน มันก็คงถูกลมพัดกระจายจนเจือจางไปหมดเสียก่อน
“...จะบุกมาจากทางไหน ?”
สกัดเงยหน้ามองขึ้นไปบนท้องฟ้าด้วยดวงตาของตนเอง
“(ขุนพลสกัด ศัตรูบุกมาจากพื้นดิน ใช้หนวดตรวจจับ อย่าไปใช้สายตามอง !)”
เสียงของราชินีฟรีด้าได้ดังเตือนขึ้นมาภายในสมองของเขา
“ที่พื้น ?... ทหารทุกนาย ยิงป้องกันด่วน !”
สกัดถูกแผนการของโซเดียมต้มจนเปื่อยยุ่ย
พวกเขาจงใจใช้จ่าฝูงและกองกำลังหลักบินขึ้นท้องฟ้าอย่างโดดเด่นเพื่อเบนความสนใจ
ในเวลาเดียวกัน กลุ่มย่อยอีกหนึ่งหมื่นนายก็บินเลียบพื้นด้วยความเร็วในระยะห่างที่ยากจะสังเกตุได้
หากไม่ได้สายตาของราชินีฟรีด้าที่เฝ้ามองในทิศใต้จากยอดหอคอยปราสาท พวกเขาคงถูกโจมตีโดยไม่ทันตั้งตัวไปแล้ว
ธนูนับแสนของฝ่ายอาร์โธร์โพดาได้โปรยปรายลงมาจากกำแพงเนินดิน
แท่งไม้ที่เหลาจนแหลมคมได้ร่วงหล่นดั่งสายฝนที่เข้าปะทะผิวของคูน้ำ
ผืนกระจกธรรมชาติขนาดใหญ่เริ่มกระเพื่อมเป็นวงคลื่นอย่างต่อเนื่อง
เหล่านักล่าแห่งปักษาที่เก่งกาจต่างบินหลบฝนธนูได้อย่างน่าอัศจรรย์
ถึงจะได้รับบาดแผลกลับมาบ้าง แต่ก็ช่างห่างไกลจากคำว่าบาดแผลฉกรรจ์
“ยิงไม่โดนเลย อะไรจะไวขนาดนี้ !?”
สกัดที่ไม่เคยรบกับชาวปักษามาก่อน เลยไม่รู้ว่าพวกนี้บินเร็วมาก
หากจะยิงให้โดน คงต้องรอจังหวะสวนกลับจากการที่พวกหยุดเพื่อเล็งยิงธนูเท่านั้น
เผ่าที่มีสัญชาตญาณเฉียบคมเช่นนี้ คงยากที่จะยิงให้โดนได้
“(สกัด ข้างบน !)”
“!?”
ราชินีฟรีด้าได้ส่งสัญญาณเตือนอีกครั้ง
พอศัตรูหันไปสนใจกองทัพภาคพื้นดิน กองทัพอากาศก็เริ่มลงมือโจมตีในทันที
ลูกธนูระเบิด ลูกธนูสายฟ้า ลูกธนูไฟ และลูกธนูอาบยาพิษ ได้ถูกยิงโปรยปรายลงมาจากฟากฟ้าที่สูงลิบ
กองทัพสองแสนของไฮเจนนั้น ถึงจะเปลืองลูกธนูไปเป็นจำนวนมากกับกองทัพตัวล่อของราชินีแฟต แต่อย่างน้อยเขาก็ไม่โง่พอที่จะใช้มันไปทั้งหมด
เขายังมีเหลือเก็บลูกธนูชุดสุดท้ายเอาไว้อยู่
เปลวเพลิงได้โหมกระหน่ำแผดเผาขึ้น ณ ที่แนวกำแพงทางใต้
กองทัพสีแดงของสกัดที่ถูกลูกธนูสายฟ้าต่างเกิดอาการเหน็บชาเป็นทิวแถว
ยาพิษร้ายที่อาบบนลูกธนูได้คร่าชีวิตของพวกเขาไปเป็นจำนวนมาก
เพียงแค่เริ่มสงคราม กองกำลังของสกัดก็ได้เสียหายไปถึงห้าหมื่นนายแล้ว
ในขณะที่กองทัพสี่แสนของชาวปักษายังไม่ได้รับบาดเจ็บใด ๆ เลย
หรือว่าผลแพ้ชนะของสงครามในครั้งนี้จะถูกกำหนดเอาไว้แล้วเช่นนั้นหรือ ?
***นักรบผู้ซื่อตรง [สกัด]
“(ผลแพ้ชนะของสงครามในครั้งนี้จะถูกกำหนดเอาไว้แล้วเช่นนั้นหรือ ?)”
ข้ารำพึ่งอย่างอ่อนแอเช่นนั้นกับตัวเอง
ที่หัวไหลซ้ายของข้าในตอนนี้มีลูกธนูอาบยาพิษปักเข้าไปอยู่
โชคดีที่ปักลงบนส่วนชุดเกราะหนา เลยทำให้บาดแผลไม่ลึกมาก และไม่ได้ถูกยาพิษเล่นงานโดยตรง
แต่กระนั้นร่างกายกลับเริ่มรู้สึกเหน็บชาเล็กน้อยขึ้นมาเสียได้
“... หรือว่านี่คือจุดจบของพวกเรา”
ข้ามองไปหยั่งกองทัพปีศาจปีกเบื้องหน้า
พวกมันหยุดโปรยธนูลงมาจากท้องฟ้า แล้วติดอาวุธร้ายที่กรงเล็บของมัน
โบยบินทะยานดั่งเหยี่ยวที่จับจ้องเหยื่อ แล้วปลิดชีพนักรบของพวกเราราวกับอาหารอันโอชะ
ไม่มีใครสามารถต่อต้านได้เลย
“อ๊าก !?”
“แย่แล้ว ! พวกมันบุกมาแล้ว !”
“รบระยะประชิดแบบนี้ พวกเราจะรมควันพวกมันได้ยังไงเนี่ย !? อ๊าก !”
เสียงกรีดร้องของฝ่ายเราดังก้องไปทั่วสนามรบ
แม้แต่มดระดับองค์รักษ์ที่ตัวสูงสามเมตร ยังถูกรุมจนมีสภาพไม่น่าดูภายในเสี้ยววินาที
เรียกได้ว่าแพ้อย่างหมดรูป
“(ราชินีแฟต นี่เราราชินีฟรีด้าพูด ขอกำลังเสริมทางใต้ด่วน ช่วยกองทัพของพวกข้าด้วย !)”
“(ไม่ได้ ! หากพวกเราส่งกองทัพเสริมไป แนวป้องกันทิศอื่นจะอ่อนกำลังลง ดูพวกศัตรูที่ยืนนิ่งไม่บุกนี่สิ พวกมันกำลังรอให้พวกเราทำแบบที่เจ้าว่าอยู่ยังไงละ !)”
เสียงขอกำลังเสริมจากราชินีฟรีด้าได้ดังก้องขึ้นไปทั่ว
ดูเหมือนว่าเธอจะรีบร้อนจนส่งสัญญาณคลื่นสมองไปหาทุกคน
“(แต่หากทิศใต้ถูกตีแตก ผลลัพธ์มันก็ไม่ต่างออกไปหรอก !)”
“(ไม่ได้ ข้าไม่อาจสั่งให้เคลื่อนพลเช่นนั้นได้ !)”
“(ยัยแฟต ! นี่เจ้าคิดจะทิ้งกองทัพของข้าเช่นนั้นหรือ ! ขุนพลสกัดกับกองทัพของข้ากำลังตกอยู่ในอันตรายนะ !)”
ท่านราชินีของข้า...
“(ข้าคือผู้บัญชาการรบของที่นี่ ! ขอสั่งในฐานะราชินีบัญชาการรบ ! ขุนพลสกัด เจ้าจงปกป้องกำแพงทางใต้ด้วยพลังทั้งหมดของเจ้าซะ !)”
“(นี่แก ! อย่ามาออกคำสั่งขุนพลของฉันตามอำเภอใจนะ !)”
“(สงครามพึ่งจะเริ่มแต่กลับเรียกหากำลังเสริมแล้ว พวกเจ้ามีความละอายบ้างมั้ย ! หากอ่อนแอขนาดนี้ก็จงยอมแพ้ให้มันบุกเข้ามาเถอะ ! ไม่ว่ากองทัพฝั่งไหน พวกเราก็ต้องต้านทานให้ได้ ! ขุนพลที่เจ้าภูมิใจอ่อนแอถึงเพียงนั้นหรือไง ! ราชินีฟรีด้า !)”
“(ยัยแฟต !? ---)”
“(พอได้แล้วครับท่านราชินีฟรีด้า… ไม่เป็นไรแล้วครับท่าน)”
ราชินีแฟตพูดถูก
พวกเราไม่สามารถหวังพึ่งกองทัพจากทิศอื่นในเวลานี้ได้
สงครามพึ่งเริ่มต้นเท่านั้น
“(ต้องขออภัยที่ทำตัวน่าอายไม่สมกับตำแหน่งครับท่านราชินีฟรีด้า)”
ข้ามันอ่อนแอ
ข้าไม่ได้ฉลาดเหมือนอย่างสเลบ ไม่ได้แข็งแกร่งเหมือนอย่างฮอร์เนส ไม่ได้โดดเด่นเหมือนอย่างขุนพลคนอื่นเขา
แต่ท่านราชินีฟรีด้ายังเลือกคนอย่างข้าขึ้นมาเป็นขุนพลของเธอ
ข้าต้องขอขอบคุณในความมีน้ำใจของท่านมาก ท่านมักอ่อนโยนกับพวกเราที่อยู่ใต้บัญชาการเสมอ
แต่แล้วทำไมข้าถึงตอบแทนเธอด้วยการแสดงความอ่อนแอออกมาเช่นนี้ละ ?
ติดกับแผนการศัตรู ? กองทัพน้อยกว่า ? นั่นไม่ใช่ข้ออ้างที่จะมายอมแพ้ได้
ข้า ขุนพลสกัด นักรบผู้ซื่อตรงของราชินีฟรีด้ามีดีกว่านี้มิใช่หรือ ?
“ข้าจะขับไล่อริศัตรูให้ดูเป็นขวัญตาเองครับ”
ข้าตัดสินใจแล้ว... ข้ายังต่อสู้ได้อยู่ !
“ทุกคนจงฟัง !”
ข้าลุกขึ้นยืน แล้วใช้เขี้ยวของตนกัดหัวไหลซ้ายเพื่อดึงธนูอาบยาพิษออกมา
เลือดสีเขียวได้สาดกระเซ็นไปทั่วบริเวณ
“พวกเราคือกองทัพของราชินีฟรีด้า ราชินีแห่งเทคโนโลยีผู้โอบอ้อมอารีอันเป็นที่สุดจากองค์ราชินีทั้งห้า นี่หรือคือสภาพของกองทัพอันเกรียงไกรของท่าน !”
ศัตรูสามตัวบินพุ่งตรงมาหาข้าระหว่างที่ข้ากำลังคำรามก้อง
ข้าหลบการโจมตีที่เป็นกรงเล็บยาวของพวกมัน แล้วใช้หอกทั้งสี่เล่มแทงสวนกลับไป
เลือดสีแดงของเผ่าปีศาจปีกได้อาบจนท่วมกายข้า
“หากศัตรูมีกำลังมากกว่า พวกเราจะแกร่งยิ่งกว่า ! หากพวกมันเร็ว พวกเราจะเร็วยิ่งกว่า ! ไม่ว่าจะมีแผนการขี้ขลาด หรือชั่วร้ายเพียงใด พวกเราจะเป็นฝ่ายชนะ ! ที่นี่ไม่ใช่ที่ตายของพวกเรา แต่เป็นของพวกมัน ! หนึ่งคนต่อสี่หัว ! หากพวกมันมากกว่าอีกเท่าตัว พวกเราก็จะฆ่าพวกมันเพิ่มอีกเท่าตัวเช่นกัน ! จงชโลมแผ่นดินเกิดของพวกเราด้วยเลือดของพวกมัน ! ไล่ล่า เข่นฆ่า และปกป้อง ! เพื่อราชินีของพวกเรา ฟรีด้า !”
“เพื่อราชินีของพวกเราฟรีด้า !”
“โอ้ววว !”
เปลวไฟได้กลับมาลุกโชนอีกครั้ง
ทิศทางลมของสงครามเริ่มเปลี่ยนทิศในอีกครั้งหนึ่งแล้ว
***ผู้นำแห่งนาโต้ [ทอม]
“พวกศัตรูไม่ยอมเคลื่อนย้ายกำลังไปทางใต้ตามแผนครับ”
“ศัตรูไม่ได้โง่สินะ…”
กองทัพของพวกเราจะต้องบุกโจมตีเป็นลำดับที่สอง
ตามแผนการนั้น พวกเราจะต้องรอจนกว่ากองทัพของศัตรูเคลื่อนไปเสริมทางใต้ก่อน ถึงจะเริ่มเปิดฉากโจมตีเต็มกำลัง
แต่ถ้าหากศัตรูไม่ยอมเคลื่อนทัพไปตามแผนแล้วละก็…
“หน่วยปืนใหญ่ โจมตีได้ !”
พวกเราเผ่ามนุษย์ก็จะใช้วิธีการปูพรมถล่มฐานของพวกมันด้วยปืนใหญ่ที่ทรงพลานุภาพ
ระยะยิงหวังผลของปืนใหญ่โบราณที่พวกเราขนมานั้น อยู่ที่ประมาณสองถึงสามร้อยเมตร แต่ถ้ายิงแบบไม่หวังผล ก็จะสามารถยิงได้ไกลมากกว่าสองกิโลเมตรเลยทีเดียว
และเนื่องจากเป้าหมายคือกำแพงตรงหน้าทุกตารางนิ้ว พวกเราจึงไม่จำเป็นต้องสนใจระยะหวังผลที่ว่านั้น
อยากยิงไปตรงไหน ยังไงก็โดนเป้าหมายอยู่แล้ว
กระสุนปืนใหญ่ได้ถูกลั่นออกไปถึงหนึ่งหมื่นลูก
กระสุนเหล็กกลมที่บรรจุฉนวนระเบิดต่างปะทุเป็นเปลวเพลิงขนาดย่อมขึ้นไปทั่วพื้นที่บนเนินกำแพงสูงตรงป้อมปราการของศัตรู
หลุมบ่อขนาดเล็กจำนวนมากได้ปรากฏขึ้นตรงหน้า
เอาละ ดูหน่อยสิว่าพวกแกจะยกทัพมาโจมตีปืนใหญ่ฝั่งนี้ หรือว่าจะอดทนให้พวกเรายิงถล่มแบบนี้ต่อไปกันนะ ?
***ปราชญ์แห่งพงไพร [เอสเทอ]
เสียงระเบิดได้ดังกังวาลไปทั่วจากทิศตะวันตก
ทิศใต้เต็มไปด้วยเสียงกรีดร้องและคำรามของไฟแห่งการต่อสู้
พวกเราคงต้องเริ่มบุกแล้วเช่นกัน
“หน่วยภูติวารี หน่วยภูติปฐพี โจมตีได้ดอง~”
“ได้เลย หน่วยภูติวารี เปิดเส้นทางได้ พวย~”
“หน่วยภูติปฐพี บุกได้ พรม~”
แสงสว่างได้เจิดจ้าออกมาจากปีกของหน่วยรบทั้งสอง
คริสตัลภูติที่ถืออยู่ในมือขวาได้ถูกชูขึ้นท้องฟ้าราวกับจะทำบริกรรมคาถาเวท
แสงสว่างได้เจิดจ้าขึ้นไปทั่วพื้นทวีปและผืนน้ำ
โกเลมจำนวนแปดหมื่นตัวสูงสองเมตรได้ผุดร้างขึ้นมาจากดิน
คูแม่น้ำที่กว้างใหญ่ได้กลายเป็นน้ำแข็ง
อำนาจการแปลงธาตุของเหล่าภูติทำให้กองทัพศัตรูตรงหน้าส่งเสียงออกมาอย่างตื่นตกใจ
ฮึ ฮึ ฮึ ตกใจตอนนี้ยังเร็วไปนะดอง
เสียงย่ำเท้าของโกเลมได้สั่นสะท้านไปทั่วแผ่นดิน
เหยี่ยบยำและเคลื่อนทัพไปตามสะพานน้ำแข็งที่ถูกสร้างขึ้นมาราวกับเวทมนต์
เอาละ ได้เวลาขยี้พวกมดให้หายไปจากแผนดินนี้แล้วดอง~
***ปราชญ์ยักษา [แอปเปิ้ล]
“ได้เวลาแล้วสินะ”
เนื่องจากศัตรูไม่ยอมเคลื่อนทัพไปเสริมการป้องกันทางใต้ เผ่าพันธมิตรอื่นจึงเริ่มตัดสินใจบุกกันแล้ว
ดังนั้นพวกเราเองก็ควรที่จะเริ่มบุกได้แล้วเช่นกัน
“กองทัพทั้งหมด บุก !”
เสียงคำรามศึกอันกึกก้องได้ดั่งสะท้านไปทั่วปฐพี
เสียงรัวกลองได้สั่นสะท้านข่มขวัญอริศัตรู
กองทัพมหาศาลของเผ่ายักษาได้เริ่มเคลื่อนทัพแล้ว
***นักรบผู้ซื่อตรง [สกัด]
“ย่า !”
เลือดของศัตรูได้สาดกระเซ็นออกมาอีกครั้ง
ข้าไม่รู้ว่าฆ่าไปกี่สิบคนแล้ว
ฆ่าจนหอกทั้งสี่เล่มของตนเปื้อนเลือดจนไม่อาจใช้การต่อไปได้อีก
“ทุกหน่วยจัดขบวนรบ พุ่งทะลวง !”
กองทัพของข้าต่างชูหอกทั้งสี่เล่มไปตรงหน้าด้วยแขนทั้งสี่ข้าง
“@!#!^ !!”
พวกปีศาจปีกต่างบินขึ้นสูงเป็นแถวตอนยาวพร้อมกับกางกรงเล็บที่ยาวกว่าหนึ่งเมตรออก
“โจมตี !”
“#% !”
ทั้งสองฝ่ายต่างคำรามศึกดังสะท้านแล้วพุ่งโรมรันใส่กัน
หอกปะทะกรงเล็บเหยี่ยว
เขี้ยวมดทหารปะทะปีกที่โบกสะบัด
เลือดสีเขียวผสมผสานกับเลือดสีแดง
ย้อมเนินกำแพงจนท่วมนองเป็นภาพดั่งนรก
นักรบที่เต็มไปด้วยจิตวิญาณไม่มีใครย้อยอมให้กันและกัน
แม้นกายจะดับดิ้น แขนขาจะฉีกขาด ร่างกายขาดสะบั้น แต่หากยังมีสติและลมหายใจ ถึงจะเหลือเพียงแค่หัว ก็จะขอใช้เขี้ยวคู่นี้ฉีกร่างของศัตรูให้เป็นชิ้น ๆ
กองทัพของพวกเราได้ต่อสู้กับศัตรูด้วยจิตใจที่ตั้งมั่นเช่นนั้น
“ย๊ากกก !”
ข้าเองก็เช่นกัน
แขนซ้ายถูกฉีกขาด ขาขวาถูกหักลง หัวไหลขวาถูกทุบจนบี้แบน อีกทั้งคมดาบจำนวนกว่าร้อยเล่มที่ปักไปทั่วร่าง
แต่กระนั้นข้ากลับยังกวัดแกว่งหอกในมือต่อไปได้อย่าน่าแปลกใจ
ข้าที่ควรตายไปแล้วยังคงยืนต่อสู้ได้
ใช้หอกที่หมดคมแล้วแทงไปยังศัตรูตรงหน้า
“ยาก !”
และเมื่อหอกทั้งสี่หักครึ่ง ข้าก็ใช้เขี้ยวที่ยาวถึงเมตรกัดแทงลงบนร่างของศัตรู
ต่อสู้ดั่งสัตว์ร้าย และทำทุกวิถีทางเพื่อเอาชนะ
ข้าจะขอสู้จนเลือดหยดสุดท้ายเพื่อราชินีฟรีด้าของข้า !
***อัศวินสีแดง [โซเดียม]
“เหวออ !? ถอยก่อน ถอยก่อนนนน !”
พวกศัตรูมันบ้าไปแล้ว
ถึงพวกเราจะมีกองทัพมากกว่าเท่าตัว แต่กลับไม่สามารถเอาชัยชนะมาได้
ต่อให้โถมกำลัง ใช้แผนการหลอกล่อ แต่กลับไม่สามารถฆ่าพวกมันได้
พวกสี่แขนมีพลังชีวิตที่น่ากลัวมาก
ต่อให้ตัดแขนและหัวออกจากร่างไปแล้ว แต่พวกมันกลับยังสามารถขยับได้อยู่
ถึงจะเหลือแค่หัว พวกมันก็ยังสามารถใช้เขี้ยวกระโจนเข้ามากัดได้
และที่น่ากลัวที่สุดคือตัวหัวหน้าของพวกมัน
ร่างกายที่โทรมเป็นผ้าขี้ริ้วนั้น กลับดูองอาจและสง่างาม
เขาเป็นยอดนักรบ ไม่ว่าจะถูกเราหรือลูกน้องรุมโจมตีใส่แค่ไหน เขากลับไม่ยอมล้มลง
ไม่ว่าจะมีกรงเล็บปักนับร้อยเล่ม เขาก็ยังไม่ยอมล้มตัวลง
บาดแผลนับพันบนร่างบอกให้เรารู้ว่าเขาต้องเจอศึกหนักมามากแค่ไหนแล้ว
ช่างมีพลังใจที่ยอดเยี่ยมยิ่งนัก
“ไฮเจน ถอยก่อนเถอะ ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปพวกเราตายหมดแน่ !”
ความจริงมันผิดตั้งแต่ที่ไม่เหลือธนูสำหรับโจมตีระลอกสองแล้ว
หน่วยของไฮเจนผิดกับหน่วยของเราที่ไม่ได้ฝึกการต่อสู้ระยะประชิดมา
ดังนั้นเลยมีสภาพเป็นตัวถ่วงให้พวกศัตรูฆ่าเล่นอย่างที่เห็น
แถมยังทำซวยลากหน่วยผมไปตายอีกมากมายด้วย
เจ้าไฮเจนมันตั้งใจคิดที่จะตายในวันนี้แน่ ๆ
นี่จะรีบกลับไปทำแผนการลอบโจมตีพวกสองแขนในวันนี้เลยใช่ไหมแกนะ ?
เราว่ายังเร็วเกินไปนะ
“จะบ้าหรือโซเดียม ! แกลืมแผนการนั้นแล้วหรือ ? หากยิ่งตายช้า แผนการก็เริ่มช้าตาม ! ถ้าแกไม่ยอม งั้นขอเชิญแกอยู่ตรงนี้ต่อไปคนเดียวแล้วกัน พวกชั้นจะสู้จนตัวตายเพื่อทำตามแผนการเอง !”
ว่าแล้วไฮเจนก็กางกรงเล็บพุ่งตรงไปหาศัตรูที่น่าจะเป็นจ่าฝูงของศัตรู
“อึ๊ก…”
มันพูดถูก
หากเรามัวเสียเวลาตรงนี้ จ่าฝูงออกเซอร์คงต้องยืดเวลาแผนการออกไปอีก
แต่เราไม่อยากทรยศพวกสองแขนเลย…
“...เรา”
“ท่านหัวหน้าไฮเจน !”
“อ๊ะ ?”
เรารีบหันไปมองทางต้นเสียงนั้น
ร่างสีขาวของไฮเจนกำลังถูกย้อมเป็นสีแดงด้วยเลือดของตัวเอง
เขี้ยวอันน่ากลัวขนาดหนึ่งเมตรกำลังแทงตรงลงไปบนหน้าอกของเขา
“!#$%”
ศัตรูคำรามอย่างบ้าคลั่ง ก่อนจะง้างเขี้ยวออกพร้อมกับร่างของไฮเจนที่ขาดเป็นสองท่อน
“ท่านจ่าฝูง !”
“ไม่ ไม่จริง อ๊ากกก !”
พอเสียจ่าฝูงไป ทุกคนก็เริ่มหมดกำลังใจต่อสู้ในทันที
หน่วยของโฮเจนได้พังทลายย่อยยับแล้ว และพวกเขาต่างตั้งใจที่จะตายลงที่นี่
“ท่านโซเดียม จะเอายังไงดีครับ ?”
“... ทุกคนถอยทัพ วันนี้กลับไปตั้งหลักก่อน”
“ไม่ทำตามแผนของท่านจ่าฝูงออกเซอร์แล้วหรือครับ ?”
“กองทัพฝั่งนั้นมีเยอะพอแล้ว พวกเราอยู่ช่วยกองทัพพันธมิตรถล่มพวกสี่แขนดีกว่า ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวเลยไง”
“ครับท่าน !”
ให้ตายสิ สุดท้ายเราก็เลือกเส้นทางนี้จนได้
เรามันช่างอ่อนต่อโลกเสียจริง
***นักรบผู้ซื่อตรง [สกัด]
“ศัตรูถอยทัพแล้ว…”
พวกเราขับไล่ศัตรูไปได้แล้ว
ใช้กองทัพสองแสนเอาชนะกองทัพสี่แสนมาได้
ถึงจะเสียหายหนักจนเหลือแค่กองกำลังห้าหมื่น แต่ก็เอาชนะมาได้
พวกเราชนะแล้ว…
พวกเราชนะแล้ว… ท่าน… ราชินี… ฟรีด้า…
แผนที่กองกำลังล้อมเมือง วันที่ 45