ตอนที่ 139 เด็กห้องคิง…เด็กห้องควีน
“พี่พีทช่วยพวกเราด้วย ฮือ~” พลอยเข้ามาสวมกอดพีทราวกับเด็กน้อยไม่มีผิด ซึ่งพีทก็ได้แต่ปลอบน้องสาวด้วยความงุนงง ป่นระคนไปกับความอายต่อหน้าเพื่อนของน้องสาว ที่จ้องมองพี่น้องคู่นี้เล่นกันเป็นเด็กๆ
“ยัยพลอยปล่อยได้แล้ว” พีทพยายามดันน้องสาวออกเนื่องจากอายสายตาของเพื่อนร่วมชั้น แต่กระนั้นเจ้าแสบคนนี้กลับไม่ยอมปล่อยพี่ชายตัวเองไปง่ายๆ “ไม่ปล่อย เป็นเพราะพีทนั่นแหละ ถึงทำให้เกิดเรื่องนี้ขึ้นมา…พี่ต้องรับผิดชอบ” พลอยทำหน้าเหมือนเด็กกำลังจะร้องไห้ สองตาปิด ปากเบะ กระทืบเท้า สองมือที่กอดพีทส่ายโอนเอนไปมา ประหนึ่งเด็กน้อยที่อยากได้ของเล่นก็มิปาน
ทั้งนี้ไม่ใช่ว่าพลอยชอบทำตัวเป็นเด็กน้อย ปกติแล้วจะทำแค่กับพีทคนเดียว เพราะพีทนั้นชอบตามใจเธอมากที่สุดในบ้าน ขืนพลอยไปทำแบบนี้กับพี่แพร ป่านนี้คงได้ถูกไล่ตะเพิดกลับขึ้นห้องไปนอนร้องไห้แล้ว
ส่วนแม่ของพีทก็ไม่อาจช่วยเหลือลูกสาวคนเล็กได้ หากเป็นเรื่องเงินทองเธอยังพอจับจ่ายออกไป ตามใจลูกสาวคนเล็กได้ แต่ทว่ากับเรื่องนี้ มันหนักหนาเกินความสามารถที่แม่คนนี้จะช่วยได้จริงๆ
“พีทน้องๆ หน่อยเถอะ” แม่ของพีทช่วยพูดให้อีกแรง จนสุดท้ายพีทก็ต้องยอมรับปากด้วยความจนใจ “ไหน มีอะไรว่ามา?” พีทเดินตามพลอยไปนั่งบนโซฟากลางบ้านที่มีเหล่าเพื่อนร่วมชั้นของพลอยนั่งล้อมวง
“ก็วันนี้ ตอนที่พี่พีทไปมีเรื่องกับคนขับรถที่ปาดหน้ารถของเรา ที่แท้เจ้าของรถคันนั้นก็เป็นพี่ชายของมายด์ ที่เรียนอยู่ห้อง 1” พลอยบอกเล่าถึงคู่กรณีเมื่อตอนเช้าให้กับพีทได้ฟัง แน่นอนมีหรือที่พีทจะจำเรื่องนี้ไม่ได้ เพราะตัวของมิคที่เป็นพี่ชายของมายด์พึ่งจะถูกเขาไล่ตะเพิดออกจากบริษัทของเขาไปเมื่อก่อนหน้านี้เอง
แต่กระนั้นมันเกี่ยวอะไรกับพลอย? พีทสงสัยเล็กน้อยพร้อมกับฟังเรื่องเล่าของพลอยต่อไป
“พวกเด็กห้องหนึ่งปกติก็ชอบดูถูกพวกเราที่เรียนอยู่ห้องสองอยู่แล้ว มีอะไรก็จะมักเหน็บแนมห้องของหนูอยู่เสมอ ทั้งเรื่องเกรดเฉลี่ยรวมของห้องหรือการแข่งขันตอบปัญหาภายในระดับชั้น ห้องสองของหนูก็มักจะแพ้ให้กับพวกเขาเสมอและก็ถูกเยาะเย้ยอยู่อย่างนั้นหลายวัน” พลอยและเพื่อนร่วมชั้น ได้บอกเล่าความในใจออกมา
ซึ่งพีทก็เข้าใจดี แม้ตัวเขาสมัยมัธยมจะไม่ได้เรียนเก่งจนได้ไปอยู่ห้องระดับท็อปของโรงเรียน แต่ด้วยความอัธยาศัยดี มีเพื่อนเยอะของพีทกับแชมป์ ก็ทำให้พีทพอจะรู้ว่าห้องท็อปในแต่ละโรงเรียนมักจะมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นเป็นประจำ
ในโรงเรียนใช้ว่าจะไม่มีเรื่องการเมืองภายใน มีการแบ่งลำดับชั้นกันตั้งแต่บรรจุเข้าห้องแล้ว ส่วนจะมากหรือน้อยนั้นก็ขึ้นอยู่กับความสัมพันธ์ของเด็กเรียน ที่จะสนิทสนมกันมากน้อยแค่ไหนระหว่างเพื่อนต่างห้อง
อย่างไรก็ตามในกรณีของพลอยนั้นดูจะเกินเลยไปบ้าง ในรุ่นปีของพลอยนั้น ขนาดพีทที่เป็นคนนอกหรือเคยได้ยินจากพี่แพร ที่เคยไปเป็นผู้ปกครองให้กับพลอยแทนแม่ที่เริ่มขึ้นบันไดชั้นสูงๆ ไม่ค่อยไหวแล้ว
ก็ยังมองออกเลยว่า รุ่นปีนี้ของพลอย ไม่ได้มีความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างชั้นปีของพวกเขาเลย…พวกเขาแบ่งแยกห้องคิง ห้องควีน ห้องธรรมดา กันอย่างโจ่งแจ้ง ซึ่งเรื่องแบบนี้มันเกิดขึ้นได้ก็เพราะตัวเด็กนักเรียน ครูและผู้ปกครองนั่นแหละที่เป็นคนสอนให้เด็กนักเรียนแข่งขันกันเอง
การแข่งขันไม่ใช่เรื่องผิด มีการแข่งขันย่อมมีการพัฒนา แต่การแข่งขันต้องมีกติกามีมารยาทในการแข่งขันด้วย! แต่จากที่พีทฟังมา ดูเหมือนว่าการแข่งขันนี้จะเกินเลยไปถึงขั้นบูลลี่กันแล้ว
การบูลลี่มีหลากหลายประเภท การบูลลี่ด้วยการใช้กำลังกลั่นแกล้งอีกฝ่าย หรือการบูลลี่ด้วยคำพูดที่เลวร้ายจนอีกฝ่ายรู้สึกไม่ดี
ซึ่งจากที่พีทฟังมาโชคยังดีที่การบูลลี่กันของเพื่อนร่วมรุ่นของพลอย ยังไม่ถึงขั้นใช้กำลังกัน ยังเป็นเพียงแค่การใช้คำพูดที่ดูถูกอีกฝ่ายเท่านั้น อย่างไรก็ตามถึงจะเป็นเพียงการใช้คำพูดบูลลี่ดูถูกคนอื่นก็ถือว่าไม่สมควรที่จะเกิดขึ้นอยู่ดี
‘พอวันนี้เกิดเรื่องขึ้นระหว่างพี่กับพี่ชายของมายด์ เด็กจากห้องหนึ่งก็พูดจาเหน็บแนมพวกเราตลอดทั้งวัน พวกเขาด่าว่าพวกเราว่าเป็นห้องเรียนอันธพาล’
‘จริงค่ะ! วันนี้พวกหนูยืนซื้อข้าวอยู่แถวหน้า แต่กลับถูกพวกเขาแซงคิว พอพวกเราทักท้วงก็บอกว่าห้องเราดีแต่ใช้กำลังตีคน ไม่มีสมอง’
‘พวกเราเจ็บใจมาก แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ พอพวกเราไปบอกอาจารย์ อาจารย์แต่ละคนก็ไม่สนใจบอกให้พวกเราเอาเวลาไปทบทวนบทเรียน ดีกว่าเอาเวลาไปทำเรื่องไร้สาระ เพราะแบบนี้ผลการประเมินรายวิชาที่จะเข้าสอบในมหาลัยของห้องเราถึงได้สู้เด็กพวกหนึ่งไม่ได้’
เพื่อนแต่ละคนของพลอยบอกเล่าเรื่องที่คับข้องใจออกมา แต่ละคนมีสีหน้าที่ดูอึดอัดและเจ็บใจกันไม่น้อย เฉกเช่นเดียวกับพลอยที่น่าจะโดนหนักสุด
พีทเองก็ไม่รู้หรอกว่า มายด์ เด็กคนนี้เรียนเก่งแค่ไหน แต่จากการที่เพื่อนทั้งห้อง ช่วยกันปกป้องมายด์ในทางที่ผิดแบบนี้ ก็แสดงว่ามายด์น่าจะเป็นเด็กที่เรียนดีและเป็นที่รักของเพื่อนมากๆ จนมีอิทธิพลมากพอที่จะทำให้ความขัดแย้งระหว่างทั้งสองห้องนั้นปะทุขึ้นมาได้
พีทนั่งคิดอยู่สักพักว่าจะเอายังไงดี เพราะตัวเขาเองก็ได้วางแผนเรื่องการติวหนังสือให้กับพลอยเอาไว้แล้ว ถึงได้ซื้อโน้ตบุ๊กและลงโปรแกรมพิเศษสำหรับการเรียนให้กับน้องสาวของเขา
กระนั้นในขณะที่พีทกำลังช่วยหาทางออก ก็ดูเหมือนว่าเพื่อนๆ ของพลอยจะสะกิดพลอยให้บอกเล่าเรื่องบางอย่างกับพีท พีททำหน้าฉงนเพราะปกติแล้วน้องสาวตัวแสบคนนี้ มักจะเก็บความลับอะไรไม่ค่อยอยู่ ประหนึ่งว่าถ้าหากพลอยรู้…ทุกคนในบ้าน ตลอดจนคนในหมู่บ้านของพีท ก็ต้องรู้เลยทีเดียว
‘พลอยมีอะไรปิดบังเขาเหรอ?’ พีทมองหน้าน้องสาวที่กำลังอ้ำอึ้ง “เดี๋ยวนี้โตแล้วสินะ เริ่มมีความลับกับพี่แล้วใช่ไหม?” พีททำเสียงน้อยใจ มันเป็นเสียงของพี่ชายที่ถูกน้องสาวที่เข้าสู่วัยโตเป็นผู้ใหญ่แล้วหมางเมิน คนไม่มีน้องสาวคงไม่รู้ความรู้สึกนี้…แต่ถ้าใครเคยมีน้องสาวและตอนเด็กๆ เคยสนิทกันมาก จะเข้าใจดีว่ามันเจ็บปวดแค่ไหน
การที่เห็นน้องสาวโตขึ้น เริ่มมีกลุ่มสังคม เริ่มมีผู้ชายมาจีบ…ความรู้สึกเป็นห่วงย่อมไม่ต่างจากพ่อเลยสักนิด
“เปล่านะ แค่หนูกลัวว่าจะทำให้พี่พีทเดือดร้อน” พลอยก้มหน้ามองพื้น พลางเว้นจังหวะลงสักครู่เพื่อรวบรวมความกล้า “หนูโกรธที่ถูกมายด์เยาะเย้ยที่เรียนได้ไม่ดี แถมคะแนนสอบส่วนตัวยังน้อยกว่ามายด์ทุกวิชา ด้วยความโกรธหนูเลยท้ามายด์ไปว่าการสอบไฟนอล เพื่อจบม.6 หนูจะทำคะแนนสอบให้ได้มากกว่ามายด์”
พลอยเหมือนจะได้สติกลับมา หลังจากผ่านการปะทะคารมนี้ไป ตอนนี้เลยมานั่งนึกเสียใจกับสิ่งที่ท้าทายออกไปนั่นเอง
โดยความเป็นจริงตอนนี้มายด์นั้นมีคะแนนอยู่ที่อันดับ 7 ส่วนพลอยนั้นอยู่ที่อันดับ 31 ของลำดับชั้น
พลอยไม่ได้เด็กเรียนเก่งขนาดเป็นอัจฉริยะหรือเป็นระดับท็อป ทุกคนในครอบครัวต่างก็รู้ แต่ก็ภูมิใจแล้วที่น้องสาวคนเล็กได้อันดับที่ 31 จากจำนวนนักเรียนทั้งหมดกว่า 300 คนทั้งชั้นปี
พีทได้ฟังคำพูดจากพลอยก็พลันยิ้มออกมา ลำพังแค่เอาชนะมายด์คนเดียว เขาคิดว่าเอไออัลฟ่าของเขาน่าจะทำได้ แม้จะยากไปบ้าง แต่ถ้ากวดขันพลอยดีๆ พีทเชื่อว่าพลอยสามารถทำได้…นี้คือความเชื่อมั่นที่พีทมีต่อน้องสาวของเขา
แต่ทว่าเรื่องไม่ได้ง่ายดายแบบนั้น ถ้าหากเป็นแค่เรื่องของพลอยคนเดียววันนี้คงไม่มีเพื่อนในห้องของพลอยกว่า 5 คนมานั่งอยู่ตรงนี้ ด้วยความอึดอัดใจกันหรอก
“หลังจากท้าแข่งกับมายด์แล้ว มายด์กับเพื่อนของเธอก็ยังหัวเราะใส่พวกหนู…ด้วยความโกรธ หนูเลยท้าพวกเขาออกไปว่า ห้องควีนของหนูจะล้มเด็กห้องคิงให้ได้ทั้งกระดาน” พลอยพูดถึงตรงนี้ บ้านของพีทที่มีเพื่อนของพลอย รวมถึงตัวเขาและแม่ รวมๆ แล้วเกือบสิบคนก็พลันเงียบ จนได้ยินเสียงร้องของจักจั่นข้างนอกเลยทีเดียว ‘อิ้ด อิ้ด~!’
ทั้งบ้านพากันเงียบ เสียงหัวใจของแต่ละคนสอดประสานไปกับเสียงของนาฬิกาที่ตัวอยู่กลางบ้าน ดัง ติ้กต้อก~! ไปมาๆ
“. . .” ตอนนี้พีทรับรู้แล้วว่าเวลาคนอื่นช็อกที่เห็นตัวเอง ทำเรื่องน่าตื่นเต้นมันเป็นยังไง เพราะสีหน้าของพีทในตอนนี้นั้นไม่ต่างกันเลย
“พี่พีทอย่าโทษพลอยไปเลยนะคะ เป็นเพราะพวกเราเองก็โกรธด้วยเหมือนกัน เลยไม่ได้ห้ามพลอย จนสุดท้ายก็เกิดผลลัพธ์แบบนี้” หนึ่งในเพื่อนสนิทของพลอย ที่มักจะมาบ้านพวกเขาอยู่บ่อยๆ ได้พูดขึ้น สาวน้อยคนนี้มีชื่อว่า ‘เบลล์’
เบลล์สนิทกับพลอยมาตั้งแต่เริ่มเข้ามัธยมต้นนั่งเรียนด้วยกันมาโดยตลอดและถึงจะขึ้นมัธยมปลายแต่สองคนนี้ดูจะตัดกันไม่ขาด ยังได้มาอยู่ห้องเดียวกันอีก
พีทเองก็รู้จักเบลล์อยู่บ้างเพราะตอนที่พลอยเข้าเรียนมัธยม ตัวของพีทก็ยังเรียนอยู่ที่นั่นด้วยเช่นกัน เลยได้มีโอกาสเจอกันที่โรงเรียนและได้เคยเห็นมาตั้งแต่เด็ก
เฉกเช่นเบลล์เองก็เห็นพีทด้วยเช่นกัน และตามประสาของเด็กสาววัยใส พอได้เห็นรุ่นพี่หน้าตาดีอย่างพีท ที่กิจกรรมดี กีฬาเด่น อีกทั้งยังเป็นพี่ชายของเพื่อนสนิท จึงไม่แปลกที่เบลล์จะแอบชอบพีทในฐานะ รุ่นน้องที่แอบชอบรุ่นพี่นั่นเอง
อย่างไรก็ตามมันเป็นแค่การแอบชอบของรุ่นน้องธรรมดา ไม่มีอะไรไปมากกว่านั้น ดั่งเช่นตอนนี้เบลล์เองก็มีแฟนไปแล้ว อีกทั้งแฟนของเบลล์ก็เป็นเด็กเรียนดี เกรดเฉลี่ยอยู่ที่อันดับ 4 ของลำดับชั้น หน้าตาไม่เลว อนาคตสดใส น่าจะสอบเข้ามหาลัยชั้นนำในคณะที่ต้องการได้ไม่ยาก เพียงแต่แฟนของเบลล์ที่ว่าดันอยู่ห้อง 1 ห้องเดียวกับมายด์
อันที่จริงมันการท้าทายนี้แฟนหนุ่มของเบลล์ไม่ได้สนใจอะไร เพราะไม่เชื่อว่าเด็กนักเรียนห้องสองจะทำได้อยู่แล้ว ซ้ำยังหัวเราะเบลล์เนื่องจากมองว่าเป็นเรื่องไร้สาระและเรื่องตลก
แต่สำหรับเบลล์นั้นไม่ใช่ เธอจริงจังกับเรื่องนี้มาก เธออยากพิสูจน์ตัวเองว่าเด็กนักเรียนห้องสอง (ควีน) ก็สามารถเอาชนะเด็กห้องหนึ่ง (คิง) ได้เหมือนกัน
และไม่ใช่แค่เบลล์ เพื่อนในห้องคนอื่นๆ ที่ถึงวันนี้จะไม่ได้มาบ้านของพลอย ถึงอย่างนั้นทุกคนก็เอาจริงเอาจังกับการท้าทายนี้มากและยึดถือเป็นเป้าหมายของคนทั้งห้องที่ต้องทำให้ได้ เพราะแม้การเอาชนะนี้นอกจากจะกู้คืนศักดิ์ศรีเด็กห้องสองได้แล้ว มันยังส่งผลไปถึงคะแนนสอบสำหรับเข้ามหาลัยอีกด้วย
แม้ว่าการสอบเข้ามหาลัยจะใช้คะแนนสอบอีกประเภทหนึ่ง แต่ผลคะแนนในโรงเรียนก็มีผลสำหรับใช้ในการสอบด้วยเหมือนกัน “พี่พีทช่วยพวกเราด้วยนะคะ พลอยบอกว่าพวกเราว่าพี่พีทมีโปรแกรมติวให้กับเธออยู่แล้ว วันนี้พวกเราเลยตั้งใจมาติวกับพลอยค่ะ” เบลล์ยังคงอาสาพูดแทนเพื่อนๆ
เมื่อได้ยินแบบนี้ พีทก็ได้แต่หันไปมองพลอยและส่ายหน้า
‘พลอยรู้โลกรู้จริงๆ งามหน้ามากๆ น้องสาวสุดที่รักคนนี้’ พีทไม่ได้โกรธพลอยเลยที่เก็บความลับอะไรไม่อยู่ เขามองเป็นเรื่องขำขันเสียอีก ที่พลอยมีนิสัยแบบนี้
และอีกอย่างพีทก็ไม่ได้เตือนพลอยเรื่องโปรแกรมติวที่เขาลงเอาไว้ให้ ว่าห้ามเธอนั้นเอาไปบอกใคร เขาแค่ติดตั้งระบบป้องกันเพื่อไม่ให้ถูกคนอื่นเอาไปใช้งาน คัดลอกหรือขโมยโปรแกรมเท่านั้น
ดังนั้นพลอยจึงเข้าใจว่ามันเป็นเพียงแค่โปรแกรมติวหนังสือธรรมดาเท่านั้น จึงได้บอกเรื่องนี้ไปกับเพื่อนสนิทๆ ของเธอ ตามประสานั่นเอง
“ตกลงพี่จะช่วย แต่พี่ขอเตือนทุกคนเอาไว้ก่อนว่าการติวนี้เป็นเรื่องจริงจัง มีไว้สำหรับคนที่ตั้งใจเท่านั้น ส่วนคนที่คิดจะมาเรียนเล่นๆ พี่ไม่อนุญาต” หลังจากคิดหาทางออกอยู่นาน พีทก็ตกลงยอมรับปาก แต่กระนั้นเขาก็ได้ตั้งกฎเอาไว้สำหรับการมาติวในครั้งนี้ด้วยเช่นกัน
เริ่มแรกเขาแค่สร้างโปรแกรมนี้ขึ้นมาเพื่อน้องสาวของเขาเท่านั้น แต่เมื่อมันมีคนอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง เช่นนั้นก็ต้องจริงจังสักหน่อยแล้ว
พีทเองก็อยากรู้ว่าโปรแกรมติวหนังสือของเขาจะมีศักยภาพในการติวมากแค่ไหน สามารถทำให้เด็กนักเรียนสามารถยกระดับการเรียนของตัวเองได้ไหมหรือแม้กระทั่งใช้ในการเข้าสอบมหาลัย
ฉะนั้นแล้วถ้าคิดจะมาเรียนเล่นๆ เอาสนุก เอาสังคม สู้อย่ามาจะดีกว่า…เพราะถ้าพีทคิดจะทำสิ่งใด นั้นหมายความว่า เขาจะลงทุนให้กับสิ่งนี้ ตามปณิธานของระบบที่จะช่วยสร้างเขาให้กลายเป็นเศรษฐีนั่นเอง
“พรุ่งนี้พลอยไปบอกเพื่อนๆ ในห้องที่อยากจะมาติวหนังสือ แล้วหลังเลิกเรียนให้มาเจอพี่ที่ซอยข้างๆ มหาลัย” พีทได้บอกถึงสถานที่นัดหมายกับพลอยและได้กำชับกับพลอยและเพื่อนๆ ด้วยว่า ให้บอกกับครอบครัวของพวกเขาว่าอาจจะกลับบ้านช้ากันสักหน่อย เพื่อติวหนังสือ
พลอยและเพื่อนตอบรับ ก่อนที่ทุกคนจะแยกย้ายกันกลับบ้านไปในที่สุด “ลำบากลูกอีกแล้ว อันที่จริงมาติวที่บ้านเราก็ได้นะ เด็ก 6-7 คน แม่ดูแลไหว” หลังจากส่งเพื่อนของพลอยกลับไปแล้ว แม่ของพีทที่กำลังล้างจานทำความสะอาดครัวก็พูดกับพีทที่เข้ามาช่วยเธอจัดการกับกองจานมหาศาล ที่เพื่อนของพลอยอยู่กินข้าวเย็นกันจนอิ่มหนำ
“ไม่ลำบากเลยครับ อีกอย่างฟังจากที่พลอยเล่าแล้ว น่าจะมีเพื่อนคนอื่นๆ ที่สนใจมาติวด้วย พีทคิดว่าน่าจะเยอะกว่า 10 คน ดังนั้นบ้านของเรารับมือไม่ไหวหรอก อีกอย่างพรุ่งนี้ช่างก็จะมาปรับปรุงบ้านด้วย เสียงอาจรบกวนพวกเขาได้” พีทพูดให้แม่สบายใจ อันที่จริงแม่ของเขาเองก็อยากถามเรื่องช่างที่จะมาปรับปรุงบ้านเหมือนกัน เพราะไม่คิดว่าจะเร็วถึงขนาดนี้ โดยปกติแล้วกว่าจะจ้างช่างนัดหมายช่างได้ก็ต้องเฟ้นหาช่างที่ไม่ทิ้งงาน
แต่ใครจะคิดว่าเพียงสองวัน หลังจากที่พีทบอกเรื่องนี้กับเธอว่าจะมีช่างมาปรับปรุงบ้าน วันนี้ก็มีสถาปนิกและวิศวกรกว่าหลายคน เข้ามาที่บ้านเพื่อออกแบบบ้านให้ใหม่แล้ว
เรื่องนี้ทำเอาแม่ของพีทตกอกตกใจอยู่เหมือนกัน…เนื่องจากช่างแต่ละคน ดูจากเสื้อผ้าและการแต่งตัวของพวกเขา ล้วนแล้วแต่ดูดีเหมือนกับนายช่างใหญ่ๆ จริง
จริงดังว่า สถาปนิกและวิศวกร ที่มาบ้านพีทในวันนี้เพื่อออกแบบบ้าน ไม่ใช่ช่างทั่วไปจริงๆ เพราะคนพวกนี้คือช่างจากบริษัท สยามโนวากรุปของรดานั่นเอง
...โปรดติดตามตอนต่อไป...
นิยายลงทุกวันเวลา 18.00 นะครับ
สามารถติดตามผู้แต่งเพื่อติดต่อสอบถามได้ที่แฟนเพจเลยนะครับ
www.facebook.com/WritelazyV2
นามปากกา.Writelazy