เงียบ!
ราวกับโลกหยุดนิ่งหลังจากที่เสียงดนตรีและการร้องของชายหนุ่มสิ้นสุดลงทุกคนต่างเงียบกริบและไม่มีใครกล้าส่งเสียงอะไรออกมาแม้แต่น้อย
บอกได้เลยว่าในเวลานี้ทุกๆคนล้วนตกตะลึงและเผยสีหน้าแห่งความไม่อยากเชื่อออกมา
เป็นไปได้อย่างไร!
ทําไมเพลงๆนี้ที่ถูกร้องโดยชายหนุ่มแซ่จางถึงได้ทําให้พวกเขาเข้าถึงอารมณ์ร่วมโดยสมบูรณ์เช่นนี้ได้?
ไม่ว่าจะเป็นใครต่างก็สงสัยเพราะในตอนนั้นพวกเขาราวกับได้ถูกนําพาไปยังสถานที่ๆหนึ่งและกลายเป็นผู้ฟังที่รับรู้การบรรยายที่ชายหนุ่มต้องการจะส่งผ่านออกมาได้โดยสมบูรณ์
แตกต่างกับตอนเพลงชั่วนิจนิรันดร์ที่ถูกร้องโดยหญิงสาวแซ่ฉี
สําหรับตอนนั้นแล้วพวกเขาเพียงแค่มีอารมณ์ร่วมไปกับมัน แต่กับเพลงจรัสฟ้านั้นไม่มันเป็นอะไรที่สุดยอด และให้ความรู้สึกมหัศจรรย์เป็นอย่างมาก
บอกได้เลยว่าตอนนี้ทุกๆคนล้วนอัศจรรย์ใจไม่น้อยมันเป็นครั้งแรกที่พวกเขาเคยฟังเพลงและมีอารมณ์ร่วมไปกับมันมากมายเช่นนี้
โดยเฉพาะเนื้อเพลง...มันสมบูรณ์และสุดยอดเกินจะบรรยายไปไกลแล้ว!
แท้จริงแล้วมันเป็นเพลงที่คนในยุคเดียวกันกับพวกเขาเขียนขึ้นแน่เหรอ?
ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่
แปะแปะ แปะ
ทุกคนได้ตบมือแสดงความยินดีบอกได้เลยว่าแม้พวกเขาจะยังคงสงสัยและอัศจรรย์ใจแต่พวกเขาก็ไม่ลังเลเลยที่จะชื่นชมชายหนุ่มแซ่จางผู้ซึ่งยืนอยู่บนเวที
ชายหนุ่มคนนี้...เป็นอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญตัวจริงเสียงจริง!
แล้วจะมีสักกี่คนกันเชียวที่เทียบความสามารถกับเขาได้?
ห้ากรรมการผู้ตัดสินได้ร่วมชื่นชมและถอนหายใจไปด้วยพวกเขาสูญเสียโอกาสที่จะเป็นมิตรกับชายหนุ่มคนนี้ไปแล้ว
เฮ้อ…
มันแย่จริงๆ!
“ไม่คิดเลยว่านอกจากจะเขียนเพลงได้ในระดับสุดยอดแล้วเขายังจะเป็นนักร้องผู้เปี่ยมไปด้วยพรสวรรค์อีก’’เหวินเปามองเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยรอยยิ้ม ดูเหมือนว่าเขาจะประเมินอีกฝ่ายตํ่าเกินไป
แม่เฒ่าผิงก็คิดเช่นเดียวกันเธอในตอนนี้รู้สึกอึ้งเป็นอย่างมาก บอกได้เลยว่าตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เธอก็ยังไม่เคยเจอนักร้องคนไหนที่สามารถพาผู้ชมทั้งหมดเข้าสู่ห้วงภวังค์แห่งความรู้สึกเช่นนี้ได้เลย
น่าอัศจรรย์ใจจริงๆ!
อาจารย์โหลวเพียงยิ้มแห้งๆดีแล้วที่เขาไม่ได้ตั้งตัวเป็นศัตรูกับชายหนุ่มคนนี้ไม่อย่างนั้นคงมีเพียงพระเจ้าเท่านั้นที่จะรู้ว่าเขาจะเจออะไรบ้าง
สําหรับฉีซีตอนนี้เธอเป็นคนที่ตกตะลึงมากกว่าใครๆเห็นได้ชัดว่าสีหน้าของเธอเผยความไม่อยากเชื่อออกมานัยน์ตาสั่นไหวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
นี่มันเป็นไปได้อย่างไร!
น้องชายจางเป็นคนที่เปี่ยมไปด้วยความสามารถแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่?
ในความทรงจําของเธอชายหนุ่มแซ่จางเป็นคนที่เรียบร้อยและถ่อมตนแน่นอนว่าเรื่องความสามารถของเขาเองก็เช่นกัน ไม่ได้ต่างไปจากคนธรรมดาดีไม่ดีอาจแย่กว่าในบางเรื่องด้วยซํ้า แต่ในตอนนี้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้แสดงให้เห็นแล้วว่าเขาเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ
เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง!
แค่สองถึงสามปีคนๆหนึ่งจะเปลี่ยนไปและน่าอัศจรรย์ใจได้มากถึงเพียงนี้เลยเหรอ?
ฉีซีอดเม้มริมฝีปากอันงดงามของเธอไม่ได้หัวใจของเธอเต้นถี่ระรัวด้วยความรู้สึกบางอย่างอีกครั้ง มันเป็นความรู้สึกทีซับซ้อนและไม่อาจเข้าใจได้แม้จะเป็นตัวของเธอเองก็ตาม
มีเพียงเหวินลิ่วและเสวี่ยอิ้งเท่านั้นที่รู้สึกแตกต่างจากคนอื่นๆทั้งสองคนในตอนนี้ต่างรับรู้ได้ถึงความน่ากลัวของชายหนุ่มแซ่จางอย่างแท้จริง
ทําไมเขาถึงได้น่ากลัวเช่นนี้?
เหวินลิ่วไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าตัวเองจะต้องมาเจอกับชายหนุ่มผู้มากความสามารถคนนี้ซํ้ายังเป็นอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญที่ลึกลับ ที่เขาแอบหวั่นในตอนแรกๆอีกด้วย
เสวี่ยอิ้งเองก็รู้สึกในแบบเดียวกันเธอรู้สึกเสียใจเป็นอย่างมากที่เลือกเป็นศัตรูกับหญิงสาวแซ่ฉีที่มีคนหนุนหลังระดับนี้อยู่ถึงอย่างนั้นความรู้สึกอิจฉาของเธอก็ยังไม่ได้จางหายไป กลับกันมันรุงแรงขึ้นเรื่อยๆ
ทําไม...ทําไมต้องเป็นนังผู้หญิงแซ่ฉีนั่นตลอดด้วยที่มีคนหนุนหลังแบบนี้?
ทําไมถึงไม่เป็นเธอ?!
บอกได้ว่าหญิงสาวแซ่เสวี่ยนั้นทั้งรู้สึกอิจฉาและเจ็บใจเธอไม่เข้าใจเลยว่าทําไมชีวิตของเธอถึงไม่โชคดีแบบนั้นบ้าง?
เฮ้อ…
ท้ายที่สุดเหวินลิ่วและเสวี่ยอิ้งมองหน้ากันด้วยรอยยิ้มขมขื่น ก่อนถอนหายใจออกมาพร้อมกันพวกเขาไม่สามารถกลับไปแก้ไขอะไรได้อีกแล้ว
ระหว่างนี้เองจางเจิ้นที่ยืนอยู่บนเวทีและได้รับการชื่นชมจากฝูงชน ก็พยักหน้าอย่างพึงพอใจ
หากไม่แสดงความสามารถออกมาจะมีสักกี่คนกันเชียวที่เลื่อมใส?
ดังนั้นไม่ต้องพูดถึงพวกกรรมการทั้งห้าเลยหากเขาต้องการจะมอบบทเรียนให้ใครซักคนจนหวาดกลัวจริงๆเขาจะต้องแสดงความสามารถที่แท้จริงออกมา และทําให้ทุกคนเลื่อมใสอย่างไร้ข้อกังขา
นี่แหละวิถีทางของเขา...อาจารย์จาง!
โดยไม่รอช้าจางเจิ้นยกยิ้มขึ้นแล้วตะโกนออกไป
“ผมคือใคร?’’
ถึงเสียงของเขาจะไม่ได้ดังมากแต่มันก็มากพอที่จะทําให้ทุกคนภายในห้องได้ยินได้
ทุกคนที่ได้ยินจึงไม่ลังเลเลยที่จะตะโกนออกไปพร้อมกันว่า
“อาจารย์จาง!’’
“คุณคือ...อาจารย์จางผู้ไม่เป็นสองรองใคร!’’
“อาจารย์ผู้เชี่ยวชาญที่เหนือชั้นที่สุดในโลก!’’
“...’’
พริบตาทั่วทั้งห้องโถงใหญ่ก็ได้เต็มไปด้วยเสียงดังลั่นสนั่นของฝูงชน
อาจารย์จาง!
นี่เป็นความเคารพและความชื่นชมที่ไม่เคยมีให้เห็นมาก่อนในประวัติศาสตร์ของอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญ!
และก็เป็นครั้งแรกด้วยที่ชายหนุ่มแซ่จางรู้สึกได้ถึงความสําเร็จอันยิ่งใหญ่อย่างแท้จริงแต่เมื่อมันไม่ใช่เป้าหมายของเขา เขาจึงเพียงแค่มีความสุขไปกับมันเล็กน้อย
แน่นอนว่าคนอื่นๆไม่ได้เป็นเหมือนกับจางเจิ้นกรรมการผู้ตัดสินทั้งห้าและสองอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญ รวมไปถึงเหวินเปากับฉีซีทั้งหมดนี้ล้วนตกตะลึงกับเหตุการณ์ตรงหน้าเป็นอย่างมาก
นี่เป็นการสถาปนาตัวเองที่ยิ่งใหญ่ที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย!
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่…
การสถาปนาแห่งอาจารย์จางได้จบลงราวกับไม่เคยเกิดขึ้นทําให้ผลแพ้ชนะระหว่างเสวี่ยอิ้งและฉีซีถูกตัดสินออกมาอย่างรวดเร็วดังนั้นหลังจากที่รู้ว่าหญิงสาวแซ่ฉีเป็นผู้ชนะที่ผ่านการออดิชันแล้วทุกคนก็ต่างเริ่มแยกย้ายกันไป โดยที่ก่อนพวกเขาจะจากไป พวกเขาได้เข้ามาทักทายชายหนุ่มแซ่จางอย่างพอเป็นพิธี
“อาจารย์จาง...คุณเป็นคนแรกเลยรู้ไหมที่ได้เป็นไอดอลของผม?’’
“อาจารย์จาง...คุณมีความสามารถมากมายขนาดนี้ทําไมถึงเพิ่งมาปรากฏตัวล่ะ?’’
“อาจารย์จาง...คุณมีความสนใจในวงการบันเทิงตอนนี้ไหมมีโอกาสมากน้อยแค่ไหนที่คุณจะเข้าร่วมกับวงการบันเทิง?’’
“อาจารย์จาง…’’
ราวกับไอดอลที่ถูกรุมล้อมไปด้วยนักข่าวจางเจิ้นรู้สึกเหนื่อยเป็นอย่างมากกับการที่จะต้องตอบคําถามของคนเหล่านี้
เฮ้อ…
จางเจิ้นแอบถอนหายใจออกมาเงียบๆตอนนี้เขาเข้าใจแล้วว่าพวกคนดังรู้สึกยังไง ดีนะที่เขาตัดสินใจไปแล้วว่าจะเลือกเดินในเส้นทางไหนเขาจึงอดรู้สึกดีใจขึ้นมาไม่ได้
วงการบันเทิงอย่างนั้นเหรอ?
ถ้าแบบนี้การตัดสินใจไม่เข้าร่วมก็ถือว่าถูกแล้วล่ะ!