เทพวิวัฒน์แห่งเขาหลงเซี่ยง

    ตอนที่ 37 ศึกสัประยุทธ์มนุษย์ปีศาจ

    ร่างของ อวิ่นหนิงเจี่ย ค่อยๆร่อนลงสู่พื้นดินท่ามกลางฝุ่นควันและซากปรักหักพังของกำแพงเมืองเขาเดินก้าวออกไปเผชิญหน้ากับอสุรกายขนาดยักษ์อย่างใจเย็นท่วงท่าการเดินนั้นมั่นคงดุจขุนเขาที่ไม่มีวันสั่นคลอนแววตาที่เคยเป็นสีม่วงทองบัดนี้มีประกายสีเขียวมรกตพาดผ่านสลับไปมา บ่งบอกถึงการตื่นขึ้นของพลังธาตุไม้และปฐพีที่หลอมรวมกับสุญญตาอย่างสมบูรณ์

    “เจ้าเป็นอมนุษย์จากที่ใดบังอาจมาอาละวาดยังโลกมนุษย์...”หนิงเจี่ยเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงด้วยเจตจำนงสังหารที่เข้มข้น “ประกาศนามมาข้าไม่สังหารพวกไร้ชื่อเสียงเรียงนาม!”

    จอมอสูรร่างยักษ์หยุดชะงักมันก้มลงมองเด็กหนุ่มที่สูงเพียงระดับเอวของมันด้วยสายตาพินิจพิเคราะห์แววตาไฟนรกสีเขียวหม่นของมันวูบไหวเมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่ลึกลับจากร่างตรงหน้าก่อนที่มันจะระเบิดเสียงหัวเราะที่ทำให้ชั้นบรรยากาศสั่นสะเทือน

    “ฮ่า ฮ่า ฮ่า! ถึงว่าทำไมกล้าปากดีพลังฝึกปรือระดับครึ่งก้าวชี่ปออายุเพียงเท่านี้ช่างหายากยิ่งในโลกมนุษย์อันต่ำต้อยนี้!” มันแค่นเสียงเหี้ยม“แต่เจ้ารนหาที่ตายแท้ๆ ที่กล้าท้าทายข้า... จอมปีศาจขวานสะบั้นเศียร แห่งโลกภพภูมิมืดมิดแห่งความตาย!เหอะ เหอะ!”

    หนิงเจี่ยเหยียดยิ้มที่มุมปากแววตาเต็มไปด้วยความดูแคลน “ก็แค่... ครึ่งก้าวชีซิง (เจ็ดดารา)”

    คำพูดนี้ทำให้อากาศรอบด้านแข็งตัวไปชั่วขณะเด็กหนุ่มพลันกวักมือเรียกอย่างเยือกเย็น “เข้ามา...”

    “ก๊าซซซซซซ!!!”

    จอมปีศาจขวานสะบั้นเศียรแผดเสียงคำรามก้องกังวานประดุจเสียงฟ้าถล่มคลื่นเสียงมหาศาลขยายตัวเป็นวงกว้างกระแทกเข้าใส่กำแพงเมืองม้นโกรธแค้นที่เด็กหนุ่มปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมตัวจ้อยบังอาจดูถูกไม่เห็นมันอยู่ในสายตาเหล่าทหารและยอดฝีมือที่มีพลังฝึกปรือต่ำถึงกับกระอักโลหิตออกมาคำโตบางคนถึงกับโลหิตออกทั้งเจ็ดทวารล้มลงชักกระตุกด้วยความหวาดกลัวต่ออำนาจสะกดขวัญของมวลมารแผ่นดินใต้เท้าปริแยกออกเป็นทางยาวจากการสั่นสะเทือน

    ทว่า ในวินาทีนั้นร่างของหนิงเจี่ยพลัน "อันตรธาน" ไปจากจุดเดิมอย่างไร้ร่องรอย!

    ตู้มมมมมมมมม!

    เสียงปะทะที่หนักหน่วงดุจค้อนเหล็กเทวะทุบลงบนทั่งตีเหล็กดังสนั่นหวั่นไหวทุกคนบนกำแพงเมืองต่างขยี้ตาด้วยความไม่เชื่อสายตาร่างของหนิงเจี่ยไปปรากฏกายอยู่เบื้องหน้าอสูรยักษ์ในระยะประชิดตั้งแต่เมื่อใดไม่มีใครทราบ

    บัดนี้ กำปั้นขวาของหนิงเจี่ยกระชากทะลวงเข้าที่กลางลำตัวอันหนาเตอะของจอมปีศาจขวานสะบั้นเศียรอย่างแม่นยำ!

    แรงหมัดมหาศาลทำให้หน้าท้องของอสูรร้ายยุบลงเป็นรอยหมัดลึกร่างอันมหึมาของมันก้มลงทันทีพร้อมกับเสียง “อั่กๆๆ อ็อก อ็อก...”เลือดสีดำคล้ำและน้ำลายข้นหนืดไหลทะลักออกมาเป็นทางยาวสีหน้าของมันจากความโอหังเปลี่ยนเป็นความเจ็บปวดสุดแสนจะพรรณนา

    ตึง! ตึง!

    ขวานยักษ์ทั้งสองเล่มที่เคยทำลายกำแพงเมืองได้ในพริบตาพลันหลุดจากมือร่วงหล่นกระแทกพื้นดินจนฝุ่นตลบจอมปีศาจขวานสะบั้นเศียรโชเซถอยหลังไปหลายก้าวร่างกายที่แข็งแกร่งดุจเหล็กไหลของมันสั่นระริกจากการโจมตีเพียงครั้งเดียว

    ความเงียบเข้าปกคลุมสมรภูมิอีกครั้งเหล่ายอดฝีมือเมืองฝูเจิ้นมองภาพเบื้องหน้าด้วยความรู้สึกวิญญาณแทบหลุดจากร่างฉินโม่ที่เคยคิดจะลองดีกับหนิงเจี่ยถึงกับทรุดเข่าลงกับพื้นด้วยความยำเกรง

    หนิงเจี่ยค่อยๆชักหมัดกลับพลางสะบัดมือเบาๆ ราวกับเพิ่งปัดฝุ่นละอองออกจากเสื้อผ้าเขาจ้องมองอสูรยักษ์ที่กำลังพยายามพยุงกายขึ้นมาด้วยสายตาที่เย็นชา

    “ไหนล่ะ...ความน่ากลัวของโลกมวลมารที่เจ้าคุยนักคุยหนา?” หนิงเจี่ยเอ่ยเสียงเรียบ “หากความสามารถของเจ้ามีเพียงเท่านี้ มันช่างทำให้ข้าผิดหวังนัก!”

    เสียง วิ้ง วิ้ง ซิ้ง ซิ้ง ซิ้ง ดังมาจากด้านหลังของหนิงเจี่ยเนตรอัคนีบนฝักดาบของหนิงเจี่ยบัดนี้สว่างวาบเป็นสีแดงโลหิตเข้มข้น ใบดาบอัคนีเพลิงเผาผลาญร่ำร้องหมายหลุดออกจากฝักมันกระหายที่จะดูดซับแก่นแท้ของอสูรระดับสูงตนนี้

    จอมปีศาจขวานสะบั้นเศียรบัดนี้มันตั้งหลักความกราดเกรี้ยว โกรธแค้นทวีถึงขีดสุด มันคำรามลั่นจนแผ่นดินสะเทือน"เจ้ามนุษย์หน้าโง่! เจ้าคิดว่าหมัดกระจ้อยร่อยนั่นจะระคายผิวข้าอย่างนั้นหรือ?"

    หนิงเจี่ยไม่ได้ตอบคำถามนั้น บัดนี้ดวงตาเด็กหนุ่มเปลี่ยนเป็นสีเขียวมรกตโดยสิ้นเชิงแล้วรัศมีพลังทอแสงจางๆ แผ่ออกมารอบตัว

    จอมปีศาจไม่รอช้า มันพุ่งตัวเข้าหาเด็กหนุ่มด้วยความเร็วที่ขัดกับรูปร่างใหญ่โต มันเงื้อหมัดขวาสุดแรงเกิดหมัดนั้นหุ้มด้วยเปลวเพลิงสีม่วงดำที่สามารถหลอมละลายเหล็กกล้าได้ในพริบตา

    "ว้าก!!!!" ปีศาจร้ายแผดเสียงก้อง

    ทว่า ในสายตาของหนิงเจี่ยหมัดนั้นกลับดูเชื่องช้าเหลือเกิน เขามิได้ถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียวในขณะที่หมัดของปีศาจจะปะทะใบหน้า หนิงเจี่ยเพียงแค่เอียงคอหลบเพียงเล็กน้อยลมจากแรงหมัดตัดผ่านเส้นผมของเขาไปเพียงไม่กี่มิลลิเมตรแรงอัดอากาศจากการต่อยครั้งนั้นพุ่งไปทำลายกำแพงเมืองด้านหลังของเด็กหนุ่มงจนถล่มลงมาเวทย์ป้องกันเมืองแตกร้าวเป็นใยแมงมุม  เด็กหนุ่มเหลือบตามองเบื้องหลังแว่บหนึ่ง

    "ต้องล่อมันออกไปไกลจากบริเวณนี้ก่อน..."หนิงเจี่ยพึมพำ

    ชายหนุ่มร่างเลือนหายไปจากบริเวณที่ยืนอยู่เขาปรากฎตัวอีกครั้งบริเวณด้านหลังจอมปีศาจเพื่อไม่ให้พลังทำลายล้างจากการต่อสู้สร้างความเสียหายให้กับชีวิตและทรัพย์สินของเมืองฝูเจิ้น

    จอมปีศาจขวานสะบั้นเศียรโกรธแค้นจนนัยน์ตากลายเป็นสีเลือดร่างใหญ่โตของมันเคลื่อนไหวด้วยความเร็วที่ไม่น่าเชื่อ มันพุ่งหมัดเข้าใส่หนิงเจี่ยไม่ยั้งทุกลูกหมัดคือการทำลายล้างระดับภัยพิบัติ แต่มนุษย์เบื้องหน้ากลับหลบหลีกไปตามจังหวะการโจมตีนั้นอย่างลื่นไหล

    เมื่อจอมปีศาจเหวี่ยงหมัดซ้ายตามมา หนิงเจี่ยใช้ฝ่ามือเพียงข้างเดียว"ปัด" ข้อมือของมันเบาๆ แต่ด้วยการคำนวณทิศทางที่แม่นยำทำให้แขนอันทรงพลังของปีศาจเสียหลักไปกระแทกกับพื้นดินจนเกิดหลุมลึก

    หนิงเจี่ยดีดตัวจากพื้นดินร่างของเขากลายเป็นเส้นแสงพุ่งเข้าหาหน้าอกของจอมปีศาจ เขาใช้พลังกายเนื้อซึ่ล้วนๆนี้เกราะอสูรโลกันตร์ทีสวมอยู่ลวดลายบนหน้าอกก่อตัวเป็นรูปหัวใจอสูรที่เต้นเป็นจังหวะแผ่ออร่าความร้อนที่ช่วยลดพลังทำลายจากการโจมตีจากหมัดธาตุไฟที่พุ่งเข้ามา "แรงเหวี่ยง" และ "ความเร็ว" จากการฝึกฝนร่างกายมาจากสมรภูมยอดเขาอเวจีและมิตินรกภูมิรวมอยู่ในหมัดขวาของเขาพุ่งเข้าใส่ยอดอกของปีศาจอย่างจัง

    เปรี้ยง!

    เสียงปะทะดังสนั่นยิ่งกว่าเสียงฟ้าร้องผิวหนังที่ว่ากันว่าเป็นสุดยอดของสายอสูรยุบบุ๋มลงไปตามแรงหมัด ร่างมหึมาของจอมปีศาจถึงกับผงะถอยหลังไปหลายสิบเมตรเท้าของมันลากครูดไปกับพื้นจนเป็นทางยาว

    "เป็นไปไม่ได้!มนุษย์ไม่มีทางมีแรงมหาศาลขนาดนี้!" จอมปีศาจขวานสะบั้นเศียรคำรามด้วยความสับสนและหวาดกลัวมันตัดสินใจรวบรวมพลังทั้งหมดไว้ที่ปากเตรียมพ่นลำแสงทำลายล้างที่สามารถล้างบางทั้งทวีป

    มวลสารสีดำทมิฬรวมตัวกันเป็นวงกลมขนาดใหญ่ที่หน้าปากของมัน"ตายไปซะพร้อมกับเมืองนี้ซะ!"

    แต่ก่อนที่มันจะได้ปลดปล่อยพลัง หนิ่งเจี่ยพลันปรากฏตัวขึ้นตรงหน้ามันอีกครั้ง ท่ามกลางกระแสพลังที่บ้าคลั่ง หนิงเจี่ยเข้าถึงตัวในระยะประชิดเขาใช้มือข้างหนึ่งกดคางของจอมปีศาจให้เงยขึ้นทำให้ทิศทางของลำแสงพุ่งขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศแทน

    และในจังหวะที่จอมปีศาจเปิดช่องว่างที่ลำคอบรรยากาศรอบกายของอวิ่นหนิงเจี่ยพลันเปลี่ยนจากความพริ้วไหวเป็นความหนักแน่นดุจบรรพตหมื่นชั่งรวบรวมสมาธิจิตลงสู่จุดศูนย์รวมปราณแรงกดดันปฐพีมหาศาลพุ่งเข้ามากดทับจนแผ่นดินใต้เท้าของเขายุบตัวลงเป็นวงกว้างหมัดขวาของเขาค่อยๆ กำแน่น ปรากฏกระแสปราณสีม่วงทองหมุนวนจนอากาศเกิดเสียงระเบิด เปรี๊ยะปะ ราวกับสายฟ้าที่ถูกบีบอัดไว้ในกำมือ นี่คือ เก้าหมัดปั่นป่วนฟ้า...กระบวนท่าที่สอง... สะท้านฟ้าสะเทือนดิน!

    ทว่าในวินาทีที่กำปั้นกำลังจะสัมผัสผิวกายหยาบกระด้างของจอมปีศาจมุมปากที่ฉีกยิ้มอย่างวิปริตของมันกลับทำให้สัญชาตญาณในร่างเตือนภัยเด็กหนุ่มสัมผัสถึงอันตรายที่พุ่งมาทางด้านหลัง พริบตานั้นขวานยักษ์สองเล่มที่เคยนอนสงบนิ่งอยู่บนพื้นดินกลับสั่นสะเทือนและพุ่งทะยานขึ้นราวกับมีชีวิตพวกมันหมุนควงเป็นกงจักรสังหารตัดผ่านอากาศจากทางด้านหลังของหนิงเจี่ยด้วยความเร็วสูงเกินกว่าจะมองทันเป้าหมายคือการสับร่างของเด็กหนุ่มให้แยกเป็นสามส่วนในคราวเดียว

    วูบ!

    ความกดอากาศอันมหาศาลกดทับแผ่นหลังทว่าในเสี้ยววินาทีแห่งความตาย ร่างเด็กหนุ่มพลันเคลื่อนร่าง วิ้ง! ร่างเลือนไปจากตำแหน่งเดิมในเสี้ยววินาทีทิ้งไว้เพียงภาพติดตาที่กำลังถูกสายฟ้าสีม่วงทองเผาไหม้จนเลือนหายไป ทิ้งไว้เพียงระลอกคลื่นอากาศที่บิดเบี้ยวขวานทั้งสองเล่มพุ่งผ่านจุดที่เขาเคยยืนอยู่ไปเพียงไม่กี่มิลลิเมตรก่อนจะร่วงหล่นลงสู่มือมหึมาทั้งสองข้างของปีศาจยักษ์ที่รอรับอยู่พอดี

    จอมปีศาจกระชับด้ามขวานในมือแน่นพลางมองไปยังพื้นที่ว่างเปล่าเบื้องหน้าด้วยแววตาขุ่นมัว หอบหายใจ มันพ่นลมหายใจออกทางจมูกเป็นไอความร้อนหนาทึบพร้อมกับเดาะลิ้นอย่างขัดใจ ระคนตกตะลึงและหวาดหวั่น “ทำไมเด็กมนุษย์ผู้นี้ถึง.....แกร่งแกร่งเกินไปแล้ว!!!

    คล้ายกับเรื่องเทพวิวัฒน์แห่งเขาหลงเซี่ยง ที่คุณอ่าน