เกาซื่อกำลังวางแผนหารือเพื่อรับมือเรื่องที่เกิดขึ้นกับลูกชาย หลานชายและหลานสาว ความจริงแล้วซย่าจิ่นอวิ๋นอยากเห็นเกาซื่อเจอกับโชคร้ายจนใจจะขาด
“ท่านย่า พี่จิ่นเซวียนกับท่านอาเล็กเข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ย หากท่านต้องการป้องกันมิให้นางข่มเหงท่านได้ ก็จำเป็นต้องวางแผนรับมือให้ดี มิเช่นนั้นชีวิตของท่านก็จบเห่แน่เจ้าค่ะ” ซย่าจิ่นอวิ๋นมองเกาซื่ออย่างสะใจ นางเกลียดที่เกาซื่อไล่แม่ของนางไป ทำให้นางกลายเป็นเด็กขาดแม่ ลูกมิมีแม่ก็เหมือนต้นหญ้า[1] ชาวบ้านต่างก็นินทาว่าร้ายนางลับหลัง นางทุกข์ใจจริงๆ
“นางกล้า……” เกาซื่อหัวเราะเยาะ นังเด็กบ้าซย่าจิ่นเซวียน ต่อให้เก่งกาจเพียงใดก็คือหลานสาวของนางอยู่ดี หากกล้าใช้อำนาจข่มเหงนาง นางมิมีทางยกโทษให้แน่
“ท่านย่า พี่จิ่นเซวียนเกลียดท่านเช่นนั้น นางจะมิกล้าหรือเจ้าคะ ท่านไปหาที่ซ่อนตัวดีกว่า ข้ากลัวว่าท่านอาเขยเล็กจะมาหาเรื่องท่านเจ้าค่ะ” ซย่าจิ่นอวิ๋นเสี้ยมพลางแสร้งห่วงใยเกาซื่อ เกาซื่อกล้าถีบหลานสาวของตนเองเช่นนั้น เรื่องนี้คงส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงแน่ นางกังวลว่าชื่อเสียงของนางจะเสียหายเช่นกัน
“หลี่จวิน ข้าจะออกไปซ่อนอยู่นอกบ้านก่อน หากคนบ้านหูมา พวกเจ้าก็บอกว่าข้ามิอยู่บ้าน” เกาซื่อลังเลอยู่ครู่หนึ่งและตัดสินใจไปซ่อนตัว
“ท่านมิต้องหลบ หลบไปก็มิพ้นหรอกขอรับ” ซย่าหลี่จวินห้ามเกาซื่อ และบอกให้นางอยู่ในบ้านทำตัวว่าง่าย เพราะยังมีเขาอยู่
“เกาซุ่ยจู๋ เจ้าโผล่หัวออกมา” ทันใดนั้นเสียงตะโกนก็ดังมาจากหน้าบ้านของเกาซื่อ เสียงดังมาแต่ไกล เมื่อตั้งใจฟังดีๆ แล้วเสียงนั้นคือเสียงของสวี่ติ้งหรง เมื่อครู่พวกจิ่นเซวียนไปหาสวี่ติ้งหรงที่บ้าน นางจึงรู้ต้นสายปลายเหตุของเรื่องราวทั้งหมด เวลานี้นางจึงพาสตรีออกเรือนหลายสิบคนบุกมาที่บ้านของเกาซื่อ เพื่อขจัดภัยอันตรายแทนชาวบ้านในหมู่บ้านสกุลโจว
“สวี่ติ้งหรง เจ้าตะโกนโหวกเหวกโวยวายด้วยเหตุใด” สตรีออกเรือนในหมู่บ้านสกุลโจวนี้ นอกจากว่านซื่อผู้ล่วงลับไปแล้ว เกาซื่อเกลียดสวี่ติ้งหรงที่สุด เมื่อได้ยินเสียงของสวี่ติ้งหรง เกาซื่อก็อารมณ์ขึ้น สวี่ติ้งหรงตั้งตัวเป็นอริกับนางมาตลอด ทั้งที่สวี่ติ้งหรงเป็นเด็กกำพร้า คิดแล้วน่าโมโหยิ่งนัก
“เกาซุ่ยจู๋ คนต่ำช้าไร้ยางอายเช่นเจ้า แม้แต่หานเอ๋อร์น้อยยังมิคิดจะปล่อยไป เจ้ามันเลวจนอภัยให้มิได้แล้ว” สวี่ติ้งหรงสบถออกมาหนหนึ่ง ผู้คนที่อยู่ข้างหลังจึงลุกฮือประณามเกาซื่อทันที
ในนั้นมีป้าสะใภ้ทั้งสี่คนของหานเอ๋อร์น้อยด้วย พวกนางด่าสาดเสียเทเสียเกาซื่อทีละคน เกาซื่อโดนด่าจนเละมิมีชิ้นดี
“พี่สะใภ้ชิ่งเจียทั้งหลาย เรื่องนี้เป็นเรื่องเข้าใจผิดกัน ท่านแม่ของข้าจะทำร้ายหานเอ๋อร์น้อยได้อย่างไร หานเอ๋อร์น้อยคือหลานสาวของนางนะขอรับ!” ซย่าหลี่จวินปวดหัวจนแทบระเบิด เขาต้องมาตามเก็บกวาดเรื่องเสื่อมเสียที่แม่ของเขาเป็นคนก่อ อาสะใภ้เล็กพาคนมาโวยวายเช่นนี้ ต้องเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นแล้วแน่ๆ เวลานั้นท่านแม่ถูกเหยียนซูไล่ออกมาก่อน นางจึงมิรู้ว่าหานเอ๋อร์น้อยเป็นหรือตาย
“พวกเจ้ารีบไสหัวไปจากบ้านของข้า พวกเรามิต้อนรับพวกเจ้า” ซย่าเผิงเฟยหยิบไม้กวาดมาไล่ฝูงชน แต่ทุกคนมิสนใจเขา
“ซย่าเผิงเฟย เจ้ามันเด็กสารเลว เจ้าจะต่อต้านหรือ ถึงกล้ารังแกผู้อาวุโสเช่นนี้” สวี่ติ้งหรงรีบแย่งไม้กวาดมาจากมือของซย่าเผิงเฟย และตีเขาอย่างแรงหลายที
ซย่าเผิงเฟยโดนตี เขาจึงรับมือมิทันเล็กน้อย เขากระโดดไปกระโดดมา แต่ก็หลบมิพ้น
สตรีเหล่านี้ล้วนเป็นชาวนา มีร่างกายแข็งแรง แต่ซย่าเผิงเฟยเป็นเพียงแค่เด็กเท่านั้น
“เกาซุ่ยจู๋ เจ้าเลวอย่างไรก็เลี้ยงลูกเลี้ยงหลานให้ออกมาเป็นเช่นนั้นจริงๆ ทำตามตัวอย่างมิดีมาตั้งแต่เล็ก บ้านของหูเหยียนซูมีเงิน เพราะเขาหามาเอง เจ้ามีสิทธิ์อะไรไปสั่งให้พวกเขามอบเงินให้เจ้า”
“พี่สะใภ้ใหญ่ ท่านอย่าไปพูดจาไร้สาระกับเขาเลยเจ้าค่ะ ย่าของเขาเป็นผู้เริ่มเรื่องนี้ นางก็ควรรับผิดชอบ”
พี่สะใภ้หลายคนของหูเหยียนซูรับมือมิง่ายเลย เมื่อพวกนางหันหัวหอกใส่ซย่าเผิงเฟย เกาซื่อก็โกรธทันที ซย่าเผิงเฟยคือแก้วตาดวงใจของเกาซื่อ นางทำใจว่าเขามิลงเสียด้วยซ้ำ
“อู่ข่งเซียน เจ้าหุบปากเสีย หากเจ้ากล้าดุเผิงเฟยอีกคำเดียว ข้าจะมิยกโทษให้เจ้าแน่” อู่ข่งเซียนคือพี่สะใภ้ใหญ่ของหูเหยียนซู นางมักจะวางมาดถือตนว่านางเป็นคนในตระกูลอู่ ซึ่งมิใช่ทุกคนในตระกูลอู่ที่จะร่ำรวย ย่อมมีคนธรรมดาด้วยเช่นกัน
“ยายแก่ เรื่องเลวร้ายที่เจ้าทำมันน้อยนักหรือ?ครานั้นที่เนี่ยนเนี่ยนตั้งครรภ์เซวียนเซวียน เจ้าให้หลานสาวของเจ้าไปล่อลวงหลี่จวิน จนเรื่องเลยเถิดเกินแก้ไข ต่อมาเมื่อเซวียนเซวียนเกิด เจ้าก็มักจะทำร้ายนาง ส่งนางไปแต่งกับคุณชายบ้านซ่ง เพื่อเงินสินสอด เวลานี้เจ้ายังนำหายนะมาสู่หลานสาวของข้าอีก” อู่ข่งเซียนเป็นตัวละครที่ยอดเยี่ยมยิ่งนัก นางรู้ว่าคนเช่นใดควรพูดด้วยอย่างไร นางได้ยินเรื่องของจิ่นเซวียนกับซ่งจื่อเฉินแล้วนับถือจิ่นเซวียนยิ่งนัก เฉียวซื่อกับโจวหลี่เจิ้งตกอยู่ในกำมือของจิ่นเซวียนทั้งหมด คนเช่นนี้จะเป็นคนธรรมดาได้หรือ?
อีกอย่างหนึ่งคือนางอยากใช้ความสัมพันธ์เครือญาตินี้ ตีสนิทกับจิ่นเซวียน นางมีลูกสาวหน้าตางดงาม แต่น่าเสียดายที่ขาขวามีปัญหา เท้าของนางผิดรูปตั้งแต่เกิด อู่ข่งเซียนจึงอยากขอให้จิ่นเซวียนช่วยรักษาให้ลูกสาวของนาง
“ท่านอาเล็ก เรื่องหานเอ๋อร์น้อย เป็นเรื่องเข้าใจผิดกันจริงๆ ขอรับ ท่านแม่ของข้ามิได้ตั้งใจขอรับ” ซย่าหลี่จวินหน้าดำคร่ำเครียด ท่านแม่มิได้กำลังเพิ่มปัญหาให้เขาหรือ?ทั้งที่นางรู้ว่าทุกคนมาที่บ้าน เล็งเป้ามาที่นาง แต่นางก็ยังเอะอะต่อหน้าฝูงชนอีก
“……ท่านแม่ ท่านหยุดสร้างปัญหาเสียที” ซย่าหลี่จวินเอ่ยขัดเกาซื่อ เกาซื่อมิพอใจในตัวเขายิ่งนัก นางมิคิดว่าลูกชายจะตะคอกใส่นางเช่นนี้
“เกาซุ่ยจู๋ เจ้าไสหัวออกมาเดี๋ยวนี้” ซย่าหลี่เจิ้งมาแล้ว เขามาที่บ้านของเกาซื่อพร้อมกับหูเหยียนซู ซย่าชุนอวิ๋น จิ่นเซวียน ซ่งจื่อเฉินและซ่งเฉวียน
หูเหยียนซูอุ้มหานเอ๋อร์น้อยเอาไว้ หานเอ๋อร์น้อยซุกตัวอันสั่นเทาของนางในอ้อมกอดของหูเหยียนซู นางรู้สึกหวาดกลัวเมื่อเห็นเกาซื่อ
“พี่เขย……” ซย่าจิ่นอวิ๋นเห็นซ่งจื่อเฉินยืนอยู่ข้างกายของจิ่นเซวียน นางก็มีทั้งความอิจฉาริษยา และความเกลียดชังปะปนกัน มินานมานี้ซ่งจื่อเฉินยังเป็นเพียงคนพิการที่เดินเหินมิสะดวก แต่มาวันนี้เขากลับลุกขึ้นยืนได้แล้ว รูปร่างของเขาสูงใหญ่กำยำ น่าหลงใหลยิ่งนัก บุรุษรูปงามหล่อเหลาเช่นนี้หายากในแผ่นดิน นางเสียเปรียบซย่าจิ่นเซวียนจริงๆ หากเขาเป็นบุรุษของนาง คงดียิ่งนัก!
“พี่จิ่นเซวียน พี่เขย พวกท่านมาถึงเมื่อใดหรือ?” ซย่าจิ่นอวิ๋นปรับอารมณ์ นางมองซ่งจื่อเฉินด้วยรอยยิ้มเต็มใบหน้า ซ่งจื่อเฉินกล่าวอย่างเย็นชา
“ข้าจำได้แล้ว เจ้าก็คือน้องสาวอนุของเซวียนเซวียน” คำว่าน้องสาวอนุของซ่งจื่อเฉิน ทำให้ซย่าจิ่นอวิ๋นกระดากอาย แม้ว่าแม่ของนางจะยังอยู่ในตระกูลซย่า แต่นางก็เป็นลูกสาวอนุที่มิมีหน้ามีตาอยู่ดี
“อวิ๋นเอ๋อร์คารวะพี่เขย” ซย่าจิ่นอวิ๋นย่อตัวลงด้วยใบหน้ายิ้มแย้มงดงาม นางคารวะซ่งจื่อเฉิน และเขาก็ผงกศีรษะรับอย่างสุภาพ
“เซวียนเซวียน เจ้าช่วยข้าเกลี้ยกล่อมท่านอาเล็กของเจ้าหน่อย เรื่องหานเอ๋อร์น้อย ข้ามิได้ตั้งใจจริงๆ” เกาซื่อเดินมาตรงหน้าจิ่นเซวียน นางจับมือขอให้จิ่นเซวียนช่วยพูดขอร้องแทนนาง
เรื่องนี้ส่งผลกระทบกับนางยิ่งนัก หัวหน้าตระกูลก็อยู่ตรงนี้ด้วย นางกลัวจริงๆ
“ท่านย่า หากหานเอ๋อร์น้อยมิบังเอิญพบกับสามีของข้า เกรงว่าจะเกิดเรื่องกับนางแล้วเจ้าค่ะ” จิ่นเซวียนต้องการบอกกับเกาซื่อกลายๆ ว่าอยากให้นางช่วยขอร้องนั้น มันเป็นไปมิได้
“แม่เฒ่า วันนี้ข้าเรียกท่านปู่หลี่เจิ้งมา เพราะอยากตัดความสัมพันธ์ญาติกับท่านต่อหน้าเขา หากข้าต้องนับญาติกับท่านต่อ ข้ากลัวว่าลูกสาวของข้าจะถูกท่านฆ่าเอา” หูเหยียนซูเอ่ยขัดเกาซื่อด้วยเสียงเฉียบขาด เกาซื่อกลัวสายตาดุดันของเขา ตัดความสัมพันธ์ญาติพี่น้องหรือ ปัญหาทวีความร้ายแรงขึ้นเรื่อยๆ บางทีนางอาจจะถูกหัวหน้าตระกูลถอนชื่อออกตระกูลซย่า
“เกาซุ่ยจู๋ น้องอาคุนของข้ามิอยู่บนโลกนี้แล้ว ถึงแม้ว่าข้าจะมิใช่พี่ชายแท้ๆ ของเขา แต่ในฐานะหัวหน้าตระกูลแล้ว ข้ามีสิทธิหย่าเจ้าแทนเขา” ซย่าหลี่เจิ้งต่อคำพูดของหูเหยียนซูอย่างรวดเร็ว เมื่อพวกเกาซื่อได้ยินเช่นนั้น ก็หน้าซีดเผือดโดยพลัน!
เชิงอรรถ
[1] ลูกมิมีแม่ก็เหมือนต้นหญ้า หมายถึง มิมีแม่นั้นลำบาก เปรียบเหมือนต้นหญ้าที่ต้องสู้ตามลำพัง