ตอนที่ 77 ราชาอันเดด (2) เมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนหน้า สถานที่แห่งนี้กล่าวได้ว่าเป็นเพียงดินแดนสีขาวโพลน อาณาเขตราวกับห้องหนึ่งห้อง ขาวสนิทบริสุทธิ์ยิ่ง ขาวจนแสบแก้วตา ท่ามกลางห้องสีขาวโพลนพลันปรากฏบุคคลสองคนยืนจ้องหน้ากัน ทั้งคู่ต่างเป็นบุรุษเพศ ทว่า หนึ่งคนเป็นบุรุษหนุ่มดูอายุราวสิบห้าสิบหกปี อีกคนกลับเป็นชายชราเผ้าผมสีขาวโพลน อาภรณ์สวมใส่ของเขากลับเป็นสีดำสนิทตัดกับผิวที่ขาวผ่องดั่งหยก ชายชราผู้นั้นอยู่ในท่าทางหลังเหยียดตรงเป็นสง่า ผิวพรรณเต่งตึงราวกับคนหนุ่มสาว ชายชราผู้นี้ยังแผ่กลิ่นอายสูงส่งค้ำฟ้าออกมา มันเป็นกลิ่นอายโดยธรรมชาติราวกับมีมาตั้งแต่ต้นกำเนิด!! ในขณะเดียวกัน บุรุษหนุ่มซึ่งสวมอาภรณ์สีดำขลับ ผิวพรรณขาวผ่อง นัยน์ตาดุดันฉายแววความทรงพลัง บุรุษหนุ่มผู้นี้จับจ้องชายชราเบื้องหน้าไม่กระพริบตา ชายหนุ่มที่คิดว่าตนนั้นสูงส่งอยู่เหนือสรรพสิ่งทั้งปวง ในช่วงเวลานี้เอง ต่อหน้าชายชราแก่หงำเหงือก เขากลับไม่รู้สึกว่าตนเองนั้นสูงส่งอีกต่อไป ความรู้สึกทรนงลดลงไปหลายส่วน หนำซ้ำ มันแฝงไปด้วยความเคารพอยู่เล็กน้อย กาติรัสรู้สึกกระอักกระอ่วน สามารถนับได้นิ้วมือได้เลยที่จักรพรรดิผู้นี้รู้สึกไม่สบายใจ ชายหนุ่มเอ่ยออกอย่างฉงน “เอ่อ ท่านคือ?” น้ำเสียงสุภาพนอบน้อมอย่างที่ไม่เคยเป็น ชายชราเปรยมองชายหนุ่มหนึ่งคราก่อนกล่าวออก “หลานชายของข้า” กาติรัสรู้สึกขนลุกขนพอง น้ำเสียงทุ่มต่ำหากแต่ทรงพลังยิ่งคล้ายสามารถสะกดให้ผู้คนคล้อยตาม ชายหนุ่มปรากฏอาการรนราน จู่ๆก็มีตาเฒ่าที่ไหนไม่รู้มาเรียกตนว่าหลานชาย “ทะ---ท่านเป็นใคร?” น้ำเสียงสุภาพเอ่ยถามอีกครั้ง คราวนี้ แววตาของเขาปรากฏอาการตื่นตะลึง ด้วยความสามารถส่องสเตตัสระดับอนันต์หากแต่ภาพเบื้องหน้ากลับปรากฏเพียงความว่างเปล่า ชายชราไม่กล่าวตอบอยู่พักใหญ่ เขาส่ายศีรษะเบาๆ ฉับพลัน ห้องสีขาวโพลนผันแปรเปลี่ยนเป็นทะเลเพลิงกว้างสุดลูกหูลูกตา ภูเขาน้อยใหญ่ปกคลุมโดยรอบ ผืนธรณีต่างร้อนฉานพลางเสาลาวาพุ่งเสียดฟ้าหลายแห่งหน ความร้อนของดินแดนแห่งนี้ มันมากพอจะหลอมละลายเหล่าสิบหินที่แกร่งกล้าที่สุดในโลกต้นกำเนิด ไม่เว้นแม้แต่หินสัตชีวะ ท่ามกลางบรรยากาศดุจนรกโลกันต์ กาติรัสคล้ายตกอยู่ในห้วงภวังค์ แววตาเบิกโตกว้างเคลื่อนสายตามองโดยรอบอย่างตื่นตะลึง ในที่สุด แววตาคู่นั้นก็ได้เคลื่อนหยุดลงที่ผู้ชรา ชายชราปรากฏเพียงสีหน้าไร้อารมณ์ ใบหน้าราบเรียบให้ความรู้สึกเย็นเยียบสุดขั้วหัวใจ ในช่วงเวลานั้นเองที่เงาร่างใหญ่โตมหึมาค่อยๆผุดออกมาจากเบื้องหลังของผู้ชรา ในช่วงแรก ฝ่ามือโครงกระดูกใหญ่ยักษ์ดุจขุนเขาเลากาผุดขึ้นมาจากเงาของเขา บึ้ม! ฝ่ามือข้างขวาใช้ผืนธรณีเป็นเสาหลักค้ำจุน แทบจะในทันทีที่ฝ่ามือข้างซ้ายพลันผุดขึ้นมา บึ้ม! เสียงดังสะท้านกัมปนาทดังครั้งแล้วครั้งเล่า กาติรัสเคยพบเห็นอสูรกายร่างใหญ่โตมหึมามาก็มาก ทว่า ต่อหน้าสิ่งมีชีวิตเบื้องหน้า มันเป็นความใหญ่โอฬารที่มิอาจจินตนาการ!! สองฝ่ามือโครงกระดูกสูงเสียดฟ้าคว้าจับผืนปฐพี บังเกิดคลื่นสะเทือนอย่างหนักหน่วง โลกาต่างสั่นสะเทือน เพียงสามลมหายใจ ศีรษะของมันก็ได้โผล่ออกมา ใหญ่โตดุจสิบขุนเขา แววตากลวงโบ๋ของมันใหญ่ราวกับสิบบ้านเมือง เป็นความใหญ่โตที่ยากจะพรรณาออกมา ทันใดนั้นเอง โครงกระดูกตัวนั้นได้ใช้ฝ่ามือของตนค้ำร่างกายใหญ่มหึมาขึ้นมาจากเงาของชายชรา ทันทีที่สองเท้ากระทบผืนธรณี กาติรัสปิดเปลือกตานานกว่าสามนาทีแล้ว เขาปิดตาตัวเองตั้งแต่ฝ่ามือมหึมาโผล่ขึ้นมา!! ชายหนุ่มรู้สึกหวาดกลัวจนแทบคลั่ง ชั่วชีวิตนี้ไม่เคยพบเห็นอะไรที่มันใหญ่โตถึงเพียงนี้มาก่อน “เปิดตาของเจ้าเสีย” ชายชรากล่าวออกอย่างนุ่มนวล กาติรัสสัมผัสได้ถึงพลังอำนาจสุดยากแท้จะหยั่งถึง แม้ว่าตนกำลังปิดตาอยู่ หากแต่พลังสายนั้นราวกับทะลุทะลวงผ่านสายตา ส่งผลให้ตัวร่างสั่นสะท้านหลั่งเหงื่อเย็นเยียบ กาติรัสค่อยๆเปิดตาขึ้นอย่างช้าๆ เขาได้แต่หวังว่าภาพที่ตนเห็นเป็นเพียงจินตนาการอันเพ้อฝัน ฉับพลันนั้นเอง แววตาเบิกโพลงกว้างปานถลน เส้นขนต่างลุกชูชันขึ้นทั่วทั้งร่าง ภาพเบื้องหน้าราวกับมายาภาพ จักรพรรดิผู้นี้ยังสูงไม่ได้แม้แต่นิ้วเท้าของมัน!! ชายหนุ่มแหงนมองโครงกระดูกยักษ์เบื้องหน้าที่สูงดั่งไร้ก้นบึ้ง ส่วนสูงของกาติรัสยังไม่ได้แม้แต่หนึ่งส่วนพันของนิ้วเท้าของมัน!! เรียกได้ว่าเป็นครั้งแรกที่จักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่หวาดกลัวถึงขีดสุด เนื่องด้วยอดีตชาติที่แล้ว กาติรัสเป็นตัวตนสูงส่งค้ำฟ้าสามารถทอดมองโลกหล้าได้อย่างดูถูกเหยียดหยาม สามารถดูถูกสิ่งมีชีวิตอื่นได้โดยไร้ข้อกังขา ตัวตนที่สูงส่งถึงระดับนั้น ต่อหน้าสิ่งที่ราวกับมายาภาพในตอนนี้ เขารู้สึกว่าตนเองไม่ได้สูงส่งอีกต่อไป เมื่ออยู่ต่อหน้ามันราวกับตนกลายเป็นเพียงสิ่งมีชีวิตเล็กจ้อยไร้คุณค่า
“อะ---อันเดด” น้ำเสียงสั่นเครือยิ่ง รูม่านตาหดรีดเล็กลงอย่างสุดขั้ว ถึงร่างกายของมันจะใหญ่โตมหึมา ไม่ทราบด้วยเหตุอันใด กาติรัสกลับสามารถเห็นรูปร่างของมันได้ทั้งหมดราวกับมีพลังงานบางอย่างดลบันดาลให้เขาได้มีโอกาสมองกายาที่ใหญ่โอฬาร ในช่วงเวลานั้นเองที่หนึ่งฝ่ามือมหึมาได้แหวกวาดกวาดอากาศ บึ้ม! บึ้ม! บึ้ม! เสียงดังสะท้านก้องกัมปนาทส่งผลให้โลกานั้นสั่นสะเทือน เพียงการโบกมือครั้งเดียว ดาวเคราะห์นับสิบได้ถูกทำลายลง กาติรัสตกตะลึงอย่างสุดขั้ว เขาลืมความรู้สึกเช่นนี้ไปแล้ว ความรู้สึกที่แววตาของตนได้เบิกกว้างปานถลักออกมา ฉับพลันนั้น ปากใหญ่ราวสิบบ้านเมืองก็ได้อ้ากว้างจนสุดกราม เสียงกู่คำรามของมันน่าพรั่งพรึงสยดสยองอย่างสุดขั้ว กาติรัสรู้สึกอยากจะร้องไห้ออกมา เสียงของมันให้ความรู้สึกหวาดผวาเสียยิ่งกว่าเสียงของภูติผีในขุมนรกโลกันต์ ทันใดนั้นเอง ดาวดาราและดาวเคราะห์โดยรอบต่างเกิดระเบิดขึ้นอย่างพร้อมเพรียง กาติรัสตกตะลึงงันและหวาดกลัวเขาอยากจะชิงฆ่าตัวตาย!! รูปลักษณ์ของมันเหมาะกับคำว่า “ความชั่วร้ายที่แท้จริง” แม้กระทั่งเทพปีศาจหรือจอมมารล้วนมิอาจทัดเทียมกับมันได้ ราวกับว่า เป็นตัวตนที่สร้างมาเพื่อดุลอำนาจพลัง ไม่สิ… สิ่งนี้สมควรเรียกว่าสิ่งแปลกปลอมเลยด้วยซ้ำไป!! การมีตัวตนของมันสมควรทำลายสมดุลของทุกสรรพสิ่ง ทำลายลงโดยไม่เหลือซาก!! “ตันตนบ้าบออันใดกัน…” กาติรัสกล่าวพลางฟันกระทบกันดัง กรอดๆ ชายหนุ่มราวกับลืมตัวตนของตัวเองไปเลย ลืมตัวตน,ลืมเป้าหมาย ลืมแม้กระทั่งว่าตนกำลังทำอะไรอยู่ ห้วงความคิดกลายเป็นขาวโพลน สองตาคู่นั้นจ้องมองเรือนมายาเบื้องหน้าอย่างโง่งม “ข้ามีเวลาไม่มากแล้ว หลานของข้าจงก้าวมาหาข้าเสีย ให้ปู่ได้ปลดอำนาจสายเลือดของเจ้า ให้โลหิตของเจ้าได้กลายเป็นโลหิตที่บริสุทธิ์" ชายชรากล่าวน้ำเสียงนุ่มนวลยิ่ง ภายใต้ความนุ่มนวลนั้น มันกลับดูทรงพลังคล้ายทำให้ผู้คนคล้อยตามได้โดยง่าย แม้เบื้องหลังของผู้ชราจะมีโครงกระดูกยักษ์มหึมายืนตระหง่าน กาติรัสกลับก้าวเข้าไปหาชายชราอย่างไม่รู้ตัว ในที่สุด ฝ่าเท้าพลันชะงักงันตรงหน้าของผู้ชรา ชายชราไม่รอช้าพลันเอื้อมจับสัมผัสระหว่างคิ้วของกาติรัส แทบจะในทันที กาติรัสกระโจนตัวออกห่างในพริบตา สีหน้าปรากฏความโล่งอกอยู่ไม่น้อยราวกับว่าเพิ่งรักษาสิ่งสำคัญประหนึ่งชีวิตเอาไว้ได้ “โลหิตของสัตว์เทพบรรพกาล ข้ายอมให้ท่านทำลายสิ้น เว้นแต่ว่า ท่านจะทำลายสายโลหิตของเพลิงอมตะไม่ได้เด็ดขาด แม้มันจะไหลเวียนอยู่น้อยนิด ข้าขอแค่ให้สายโลหิตนี้ได้ไหลเวียนในกายข้า” กาติรัสกล่าวอย่างหนักแน่น ชายหนุ่มปฏิเสธสายเลือดอันเดดบริสุทธิ์อย่างไม่ลังเล เขาไม่ทราบว่าตนปกป้องสายโลหิตของเพลิงอมตะไปทำไม สิ่งเดียวที่เขารู้สึก คือความเจ็บปวดรวดร้าวคล้ายหัวใจจะแตกสลายราวกับว่าถ้าเขายอมให้สายโลหิตนี้สลายไป ตนเองจะต้องเสียใจไปชั่วชีวิต “เจ้าแน่ใจแล้วรึ? สายเลือดอันเดดบริสุทธิ์จะทำให้เจ้าทรงพลังกว่าเดิมนับพันเท่าหมื่นเท่า" ชายชรากล่าวคล้ายโน้มน้าวหากแต่น้ำเสียงนั้นแข็งกร้าวอย่างที่สุดราวกับการบังคับขู่เข็ญ “ถ้าเจ้ายอมมีสายเลือดไม่ครบถ้วนสมบูรณ์เช่นนั้น พลังที่แท้จริงของมันย่อมแสดงออกมาไม่ถึงหนึ่งส่วนพัน” กาติรัสขมวดคิ้วเป็นปมแน่น “ข้าแน่ใจ!!” น้ำเสียงหนักแน่นอย่างยิ่งยวดราวกับว่าสามารถเอาชีวิตของตนเป็นเดิมพัน “หลานของข้า…” น้ำเสียงแหบพร่า แววตาเข้มแข็งของผู้ชรา ฉับพลัน มันวาบผ่านไปด้วยความรู้สึกอาลัยอาวรณ์ “เป็นปู่ก็เลือกเช่นเจ้า สายเลือดบริสุทธิ์เยี่ยงปู่ตอนนี้ มันไม่มีความรู้สึกเลย…” ในช่วงเวลานั้นเองที่ราวกับชายชราหายวับไป กาติรัสเบิกตาโพลงกว้าง สัมผัสตรวจจับของเขาทรงพลังเพียงใดเขาย่อมรู้ดี ทว่า ต่อหน้าชายชราผู้นี้ มันมิอาจมองเห็นแม้กระทั่งภาพติดตา ทันใดนั้นเองที่ชายชราได้มาปรากฏขึ้นต่อหน้ากาติรัส ฝ่ามือของผู้ชราสัมผัสระหว่างคิ้วของกาติรัส เพียงพริบตาเดียว พลังงานบางอย่างก็ได้ไหลเวียนเข้ามา เป็นขุมพลังที่ทรงอำนาจยิ่ง จักรพรรดิรู้สึกตื่นเต้นอย่างที่สุด หัวใจอันด้านชาของมันกลับมาเต้นถี่ระรัวจนราวกับกระเด็นออกมาจากอก ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก กาติรัสสัมผัสได้ในทันใด โลหิตของสัตว์เทพบรรพกาลในกายตนกำลังถูกสายโลหิตเส้นนั้นกลืนกิน สายโลหิตเส้นนี้ราวกับอำนาจพลังด้านลบ เป็นพลังงานด้านลบอย่างสุดขั้ว!! ไม่เพียงแค่กลืนกินโลหิตของสัตว์เทพบรรพกาลภายในร่างเท่านั้น มันคล้ายราวกับจะกลืนกินชายหนุ่มไปทั้งตัว ภาพเบื้องหน้าเริ่มเลือนลางขึ้น กาติรัสรู้สึกราวกับว่าตนกำลังสูญเสียจิตใจและความนึกคิด ฉับพลันนั้นเอง มือของชายชราก็ได้คลายออก กาติรัสกระพริบตาหนึ่งคราคล้ายไม่เชื่อสิ่งที่ตนเห็น โลกเบื้องหน้าราวกับเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ลาวาที่กำลังพุ่งสูงเสียดฟ้า ภูเขาที่กำลังระเบิด แม้กระทั่งโครงกระดูกมหึมา สรรพสิ่งราวกับเด่นชัดขึ้นคล้ายอยู่ใกล้เพียงเอื้อมมือ ต่อให้รายละเอียดมันจะมากมายเพียงใด เขาก็เห็นมันได้อย่างชัดเจน เส้นของลาวาที่กำลังปะทุ ไอน้ำของอากาศ ห่าพิรุณเพลิงนับพันหยดที่กระเด็นออกมาจากลาวา ในสายตาของเขา ชายหนุ่มล้วนจำแนกแยกแยะได้อย่างชัดเจน ทันทีที่ค่าสเตตัสปรากฏขึ้น ชื่อ:กาติรัส อันเดลัส(เพศชาย) อายุ:15ปี เผ่าพันธุ์:มนุษย์กึ่งอันเดด อายุขัยโดยธรรมชาติ:อนันต์ เลเวล:10,001 พลังกาย:50,124,120 พลังเวทย์:51,190,040 อาชีพ:จักรพรรดิผีดิบ “ทะลวงขอบเขตเลเวลหมื่น!!” กาติรัสกล่าวอย่างตื่นตระหนก ขอบเขตเลเวลหมื่นสำหรับทุกชีวิตบนโลกต้นกำเนิด มันเป็นขอบเขตคล้ายการวิวัฒนาการสู่ขั้นที่ยิ่งใหญ่กว่า เซลล์ในร่างกายจะผลัดเปลี่ยนและทรงพลังมากขึ้นนับสิบเท่า ทันทีที่กาติรัสกวาดตามองหาผู้ชรา ใบหน้าของชายชราปรากฏเพียงรอยยิ้มอิ่มเอมดูอบอุ่นอย่างที่สุดราวกับตนได้กระทำสิ่งที่ค้างคาใจมานานให้มันบรรลุเสียที เพียงพริบตาเดียว ห้วงมิติคล้ายถูกฉีกกระชาก ทัศนียภาพบิดเบี้ยวถึงสุดขีด กาติรัสปิดตาลงด้วยความวิงเวียนศีรษะ เพียงสามลมหายใจ กาติรัสก็ได้เปิดตาขึ้น ภาพสุดเหนือจินตนาการดั่งมายาฝันได้แปรเปลี่ยนเป็นโขดหินเรียงราย ภาพเบื้องหน้านั้นมีเพียงแค่หินธรรมดาๆ กาติรัสเลิกคิ้วขึ้นสูง ได้แต่ถามในใจว่าสถานที่แห่งนี้คือที่ใด ด้วยสัมผัสที่เพิ่มพูนขึ้นอย่างมหาศาล ชายหนุ่มกลับสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนเบาๆ มันดูเหมือนจุดเกิดแรงสั่นสะเทือนนี้อยู่ห่างจากตนพอสมควร ในช่วงเวลานั้นเองที่ผมสีเงินยาวสลวยปรากฏขึ้นในครรลองสายตา ภูติตัวเล็กจิ๋วปรากฏขึ้นจากความว่าง ใบหน้านั้นมีเพียงหยาดน้ำตาไหลหลั่งริน “นายท่านบ้า!! ท่านบ้าบิ่นเกินไปแล้ว!! ข้าเกือบหัวใจวายตายแล้วนะเจ้าคะ!!” เดซี่กล่าวงอแงราวกับเด็กไม่รู้จักโต ยิ่งกล่าวน้ำตายิ่งพรั่งพรูออกมา “เกิดอันใดขึ้น?” กาติรัสเอ่ยถามสีหน้าขึงขังยิ่ง แววตาคู่นั้นมองออกไปข้างนอกถ้ำ เดซี่บุ้ยปาก กาติรัสเมินภูติน้อยอย่างสิ้นเชิง “เด็กสาวที่ชื่อลาซิเฟียช่วยท่านเอาไว้จากอสูรมฤตยู ตอนนี้เธอสมควรกำลังต้านกองทัพอสูรอยู่เจ้าค่ะ” ฉับพลัน กาติรัสพลันลุกขึ้นพรวด สัมผัสอันคุ้นเคยแท้จริงแล้วเป็นลาซิเฟีย ชายหนุ่มรุดหน้าตรงดิ่งไปทางลาซิเฟีย เพียงสิบลมหายใจ เขาก็ทิ้งห่างออกมาจากตัวถ้ำราวสามร้อยเมตรแล้ว ในครรลองสายตาพลันปรากฏกองทัพสัตว์อสูรมากกว่าหมื่นตน หนำซ้ำ ภาพเบื้องหน้าราวกับทะเลโลหิตอย่างแท้จริง เป็นทะเลโลหิตที่ทอดยาวกว้างไกล เนื่องด้วยเรือนร่างของเยติมีขนาดใหญ่โตจนเด่นสดุดตา กาติรัสจึงพยายามกวาดมองหาลาซิเฟียอย่างรวดเร็ว ในช่วงเวลานั้นเองที่เยติตัวหนึ่งได้ถูกสบั้นออกนับหลายสิบส่วน มันกลายเป็นจุดสนใจของชายหนุ่ม ในที่สุด กาติรัสก็เห็นลาซิเฟีย ทว่า แม้จะห่างไกลกว่ากิโลเมตร ชายหนุ่มก็สามารถสัมผัสได้ถึงพลังกายในร่างของเธอ พลังกายในร่างของลาซิเฟียนั้นแห้งเหือดอย่างมากราวกับถูกใช้ออกจนหมดสิ้น กาติรัสกัดริมฝีปากอย่างคับแค้นใจ ชายหนุ่มกำหมัดแน่นจนหลั่งโลหิตสีแดงฉาน กาติรัสพลันมุ่งตรงเข้าหาลาซิเฟียด้วยความเร็วสูงสุด เพียงพริบตาเดียว ชายหนุ่มก็มาปรากฏอยู่ข้างกายเธอ ลาซิเฟียร่วงหล่นใส่อ้อมแขนของเขา ใบหน้าที่ดูอ่อนเพลียถึงขีดสุดยิ่งทำให้กาติรัสรู้สึกสะเทือนใจอย่างยิ่งยวด ในความนึกถึงของชายหนุ่ม เขาได้แต่กล่าวโทษตัวเอง เป็นเพราะความอ่อนแอของตนจึงนำพาให้ผู้อื่นต้องเดือดร้อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับบุคคลที่ราวกับเป็นสหายคนแรกในชีวิต “พยายามได้ดีมาก” ฉับพลัน แววตาอันเคียดแค้นทรงอำนาจได้กวาดมองเหล่าอสูรเบื้องหน้า สีหน้าอำมหิตสุดขั้วราวกับเทพปีศาจก็มิปาน “ทำร้ายสหายของข้า! สมควรสูญพันธ์!!” เพียงพริบตาเดียว ศาสตราวุธราวกับดาบหักก็ได้ปรากฏขึ้นในฝ่ามือซ้ายของชายหนุ่มราวกับปรากฏขึ้นจากความว่าง หนึ่งมือกวาดราชันพิษกลืนโลกาแฝงด้วยความเคียดแค้นถึงขีดสุด ฉัวะ!! โลกเบื้องหน้าราวกับถูกตัดออกเป็นสองส่วน เยตินับพันพลันถูกสบั้นออกเป็นสองซีก ใบหน้าอำมหิตของพวกมัน ตอนนี้สีหน้าเหล่านั้นกลับมีเพียงความหวาดกลัวจับจิต แววตาทรงพลังราวกับไม่กลัวตายเหล่านั้น ปรากฏเพียงความตื่นตะลึงลาน เยตินับหมื่นต่างวิ่งพล่านหนีตาย ภาพที่ราวกับฝัน อสูรกายร่างยักษ์กำลังหนีมนุษย์ร่างเล็กจ้อย ทว่า มนุษย์ผู้นี้ ในสายตาของพวกมันต่างเปรียบดั่งเทพมรณะที่พร้อมฉุดพรากชีวิตน้อยๆของมันไป ..สเตตัสปัจจุบัน...
ชื่อ:กาติรัส อันเดลัส(เพศชาย) อายุ:15ปี เผ่าพันธุ์:มนุษย์กึ่งอันเดด อายุขัยโดยธรรมชาติ:อนันต์เลเวล:10,001 พลังกาย:50,124,120 พลังเวทย์:51,190,040 อาชีพ:จักรพรรดิผีดิบ