Dead Area: ล่าข้ามเขตอันตราย

    ตอนที่ 55 - อยากรู้จัก

    ตอนที่ 55 – อยากรู้จัก

     

                “อ้าว สา?” พันธกรบังเอิญเดินลงมาชั้นล่าง ก็เจอวรรณสานั่งอยู่ที่โต๊ะรับประทานอาหารพอดี เขาเดินเข้ามาหาเธอแล้วก็สังเกตเห็นว่าหน้าเธออีกฝั่งหนึ่งมีรอยแดงอยู่ เขาเลยถามว่าเกิดอะไรขึ้นกับใบหน้าของวรรณสา? ฝ่ายวรรณสาเองก็อยากบอกความจริงเหมือนกัน บอกไปเลยว่าโดนทวินนาตบ แต่ในใจลึกๆ สั่งห้ามเอาไว้ เธอเองก็รู้สึกสงสารทวินนาเหมือนกันที่ชอบพันธกร แต่พันธกรปฏิเสธ

                “ไม่มีอะไรหรอก” วรรณสาพูดเสร็จแล้วรีบเปลี่ยนเรื่องทันที “พันลงมาทำอะไร?”

                “เอ่อ” เขาเอามือกุมท้องตัวเองอย่างอายๆ “หาของกินน่ะ พันกินข้าวเย็นไม่อิ่ม ก็เลย...จะมาหาของกิน แต่ไม่รู้มีหรือเปล่า?”

                “โธ่เอ๊ย” วรรณสาส่ายหน้าออกมาแล้วก็บอก “งั้นบอกสาก็ได้ สาจะได้ทำบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปให้ทาน”

                “บะหมี่อะไรนะ?” พันธกรไม่รู้จักบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป วรรณสาเลยอธิบายออกไปว่ามันเป็นเช่นไร เธอบอกว่าแค่เอาเส้นบะหมี่ไปต้มในน้ำเดือด ใส่เครื่องปรุงจนหมด ก็พร้อมกินได้เลย

                “โห มีของสะดวกสบายแบบนั้นด้วยเหรอ? อาณาเขตนี้?” พันธกรถึงกับทึ่ง “อาณาเขตนี้มีอะไรแปลกๆ ใหม่ๆ จริงๆ นะ”

                “นั่นสิ สาก็เพิ่งมารู้จักบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปก็ที่นี่แหละ” วรรณสาบอก “เดี๋ยวสาทำให้ เอารสอะไรดี? ต้มยำ หรือว่า...”

                แล้ววรรณสาก็หยุดพูด เมื่อเห็นทวินนาเดินผ่านเข้ามาในบ้าน ทวินนามองทั้งสองคนด้วยแววตาเกลียดชัง ก่อนจะเดินปึงปังขึ้นบันไดไปเลย พันธกรก็พอจะรู้ว่าทวินนาไม่พอใจ เพราะเขาดันไปปฏิเสธคำขอของเธอเข้า แต่ไม่รู้ว่าเธอทำร้ายวรรณสา ฝ่ายวรรณสาเองก็ไม่คิดจะบอกอยู่แล้ว ไม่อย่างนั้น พันธกรได้โกรธทวินนาแน่

                “เอารสต้มยำก็ได้” พันธกรหันมาบอกหลังจากทวินนาเดินขึ้นบันไดไปแล้ว “ว่าแต่เป็นต้มยำอะไรล่ะ?”

                วรรณสาใช้เวลาไม่นานก็ต้มบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเสร็จ เธอยกชามใส่บะหมี่รสต้มยำกุ้งที่ใส่ไก่ลงไปด้วย และนำมาเสิร์ฟให้กับพันธกรที่โต๊ะรับประทานอาหาร “มาแล้วจ้า ถ้าอยากกินอีกก็ได้นะ บะหมี่มีเป็นลังเลย”

                “แค่นี้ก็พอแล้วสา” พันธกรว่าพลางใช้ส้อมตักเส้นบะหมี่เอาเข้าปาก แล้วเขาก็ถึงกับร้องออกมา “หืม! อร่อยดีจัง ทำไมอาณาเขตเราไม่มีของแบบนี้บ้าง?”

                “อาณาเขตเรายากจนจะตาย” วรรณสาบอก “ที่นี่ระบบเศรษฐกิจและความอุดมสมบูรณ์มีมากกว่าอาณาเขตเรา เพราะงั้น เราต้องปกป้องอาณาเขตนี้ให้ได้นะ”

                “พันสู้ตายเลยแหละ” พันธกรพูดออกมา “พันจะไม่ยอมให้พวกเดนนรกนั่นมาทำลายอาณาเขตนี้ได้เด็ดขาด”

                วรรณสาได้ฟังก็ยิ้มออกมา ขณะมองพันธกรกินบะหมี่ต้มฝีมือเธอ ตอนนั้นเอง ณปภาก็เดินลงมาด้านล่างด้วย เธอเห็นพันธกรกำลังกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปอยู่ก็เลยถามว่าตอนเย็นกินข้าวไม่พอหรือ?

                “อ๋อ ครับ” เขายอมรับอย่างอายๆ “ตอนเย็น ผมคิดว่าผมกินอิ่มแล้ว ที่ไหนได้ เลยต้องมารบกวนอาหารของคุณน้าภา”

                “รบกวนอะไรกัน?” ณปภาบอกพลางโบกมือไปมา “อย่าไปพูดอย่างนั้นอีก อ้าว? ใบหน้าน้องสาเป็นอะไรน่ะ ทำไมแดงๆ? ไปโดนอะไรมาหรือเปล่า?”

                “อ๊ะ” วรรณสายกมือกุมหน้าฟากที่โดนทวินนาตบเข้าจึงรีบโกหกใส่ณปภา “คือ...หนู เอ่อเผลอสะดุดล้มนะคะ เอาหน้าไปชนกำแพงบ้าน ก็เลยเป็นแบบนี้”

                “ตายแล้ว” ณปภายกมือกุมอกอย่างตกใจ “ทีหลังระวังมั่งสิ นี่ดีนะที่ไม่ได้ตกบันไดเหมือนแม่ของดิน”

                “ค่ะ ทราบแล้วค่ะ หนูจะระวัง” วรรณสาบอก แล้วก็รีบเปลี่ยนเรื่องทันที “เอ่อ งั้นหนูขอตัวขึ้นไปข้างบนก่อนนะคะ พัน ล้างชามเองได้ใช่ไหม?”

                “ได้อยู่แล้ว สา ไม่ต้องห่วงหรอก” พันธกรบอกยิ้มๆ ก่อนจะซดน้ำซุปจนหมด มันอร่อยมากจริงๆ พันธกรเพิ่งจะเคยได้กินของที่ทำได้ง่ายๆ และอร่อยขนาดนี้ ฝ่ายวรรณสา เธอเดินขึ้นมาบนชั้นสองแล้ว แล้วก็ถอนหายใจ เธอไม่กล้าเข้าไปในห้องนอน เพราะต้องเจอทวินนาแน่ ในขณะที่กำลังคิดว่าจะทำอย่างไรดี? ทวินนาก็เดินออกมาพร้อมกับหมอนหนึ่งใบโดยไม่เหลือบสายตามามองวรรณสาเลย แล้วเธอก็ขึ้นไปยังห้องชั้นสาม ซึ่งเป็นห้องที่อัมพรเคยพักมาก่อน

                วรรณสาออกจะงุนงง แต่ก็รู้ได้ในทันทีว่าทวินนาคงไม่อยากร่วมห้องกับเธอ เธอเลยถอนหายใจอย่างโล่งอกแล้วก็เข้าไปในห้องนอนของพวกผู้หญิง กมลกับอัมพรที่กำลังนั่งมองทวินนาเดินออกจากห้องไป พอเห็นวรรณสา อัมพรก็ถึงกับลุกขึ้นมาทันใด

                “น้องสา เป็นไงมั่ง?” อัมพรถามอย่างออกจะเป็นห่วง แต่วรรณสาบอกว่าไม่เป็นอะไร เธอสบายดี  

                “พี่นานะ” อัมพรเริ่มจะอารมณ์เสียอีกแล้ว เธอยืนเท้าเอว “ทำไมต้องทำถึงขนาดนี้ก็ไม่รู้? ตัวเองถูกปฏิเสธแล้วก็มาโทษคนอื่นแทน แบบนี้มันขี้อิจฉาชัดๆ”

                “อย่าไปว่าพี่เขาเลยค่ะ พี่เขาน่าสงสารออก” วรรณสาบอกออกมา ทำเอาอัมพรหันมามองพลางอ้าปากค้าง

                “เขาทำกับน้องขนาดนี้ จะบอกว่าไม่เป็นไรอีกเหรอ?” อัมพรแทบไม่อยากเชื่อเลยว่าวรรณสาจะพูดอะไรแบบนี้ออกมา “เขาตบหน้าน้องนะรู้ไว้ด้วย แล้วนี่น้องพันรู้เรื่องหรือยัง?”

                “ยังค่ะ” วรรณสาพูดแล้วขอร้อง “พี่พร อย่าบอกพันนะคะว่าเกิดอะไรขึ้น หนูไม่อยากให้พี่นาเสียใจไปมากกว่านี้”

                “นี่เขาทำถึงขนาดนี้ ยังจะไปปกป้องอีกเหรอ?” กมลก็เห็นด้วยกับอัมพร “น้องสาใจดี เป็นแม่พระเกินไปแล้ว เขาเล่นทำถึงขนาดนี้ เป็นพี่นะ พี่จะไม่ยอมความ พี่จะเอาเรื่องไปฟ้องน้องพัน”

                “อย่าเลยค่ะ อย่าทำเลย” วรรณสาร้องห้ามเอาไว้ ทำเอาอัมพรกับกมลถอนหายใจออกมา ก่อนที่เธอจะกวักมือเรียกให้วรรณสาขึ้นมานอนบนเตียงที่มีขนาดใหญ่ นอนได้ถึงสี่คนทีเดียว วรรณสาก็เลยก้าวขึ้นเตียง ก่อนจะล้มตัวลงนอนไปเลย ราบไปกับเตียง

                “นี่ แน่ใจนะว่าจะไม่เอาเรื่อง” อัมพรที่นอนข้างๆ วรรณสาถามขึ้นมาทันที วรรณสาก็หันไปตอบอัมพร

                “ไม่เอาเรื่องแน่นอนค่ะ” วรรณสาบอกออกมา “หนูหลับก่อนนะพี่ ดึกแล้ว พรุ่งนี้ต้องไปโรงเรียน”

                “อืม” อัมพรเลยลุกจากเตียงไปปิดไฟในห้อง ห้องมืดลงทันที แล้วอัมพรก็เดินกลับมาขึ้นเตียงนอนใหม่ แล้วก็นอนหลับไปเลย ส่วนวรรณสา เธอยังนอนไม่หลับ เธอมองขึ้นไปบนเพดานที่เป็นชั้นสาม ไม่รู้ว่าทวินนาตอนนี้จะเป็นอย่างไร? แล้วเธอก็ผล็อยหลับไปตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่รู้?

                เช้าวันรุ่งขึ้น พวกผู้ชายก็ผลัดกันแปรงฟันก่อนจะมาอาบน้ำร่วมกันเหมือนเคย ฝ่ายผู้หญิงก็เข้าห้องน้ำทีละคน ทวินนาเดินลงมาที่ชั้นสองเพื่อจะเข้าห้องน้ำด้วย อัมพรที่กำลังจะเข้าห้องน้ำไป พอเห็นทวินนา เธอก็หยุดพลางถือผ้าเช็ดตัวเอาไว้ และบอกให้ทวินนาเข้าไปก่อนก็ได้

                “ไม่เป็นไร พี่เข้าคนสุดท้ายก็ได้” ทวินนาบอกพลางเหลือบตามองวรรณสา วรรณสาเองก็มองทวินนาเหมือนกัน แต่มองแค่แป๊บเดียว เธอก็หันหน้าไปทางอื่น แล้วพวกผู้หญิงก็อาบน้ำกันจนเสร็จ วรรณสาแต่งตัวด้วยชุดไปรเวทเช่นเดิม แล้วก็สะพายกระเป๋าไปโรงเรียน ทรัพย์สิน วาสุกรีก็เช่นกัน ส่วนทวินนา วันนี้ เธอก็จะไปเรียนเหมือนกัน เธอเลยแต่งตัวด้วยชุดไปรเวทลงมาทานอาหารด้านล่างด้วย

                “วันนี้น้องวาจะไปบ้านน้องปัทอีกหรือเปล่า?” ณปภาถามขึ้นมา ทำเอาวาสุกรีที่กำลังจะตักแกงเข้าปากถึงกับสำลักแล้วไอโขล่กๆ อย่างน่าสงสาร ณปภาที่เห็นดังนั้น เธอก็ถามว่าเขาเป็นอะไรหรือเปล่า?

                “มะ ไม่เป็นไรครับ แค่น้ำซุปมันลงหลอดลมพอดี” เขาไอออกมาอีกสองสามที ก่อนจะกลับมาเป็นปกติ “ไม่ไปหรอกครับ กลับมากินข้าวบ้านน้าภาดีกว่า”

                “ทำไมล่ะ? อาหารบ้านปัทไม่อร่อยเหรอ?” ณปภาถามอย่างอยากรู้ วาสุกรีเลยบอกว่าไม่ใช่แบบนั้น อาหารอร่อยพอๆ กัน แต่เขาเกรงใจณปภาที่อุตส่าห์เลี้ยงอาหารพวกเขา เขาก็เลยไม่อยากกินข้าวที่บ้านของปัทมา

                “โธ่ ไม่เป็นไรหรอก น้าไม่ได้โกรธอะไรเลย” ณปภาบอกออกมา แล้วก็ยิ้มด้วยสายตาเจ้าเล่ห์ “แต่สาวๆ ชวนไปบ้านหลายครั้งแบบนี้ มีอะไรกันหรือเปล่าจ๊ะ?”

                ปราชญาที่ได้ยินอย่างนั้นก็หันมายิ้มให้วาสุกรีพร้อมกับหัวเราะ ฝ่ายวาสุกรีที่ไม่รู้เรื่องอะไร เขาก็ถาม “ไม่มีอะไรนี่ครับ ปัทเขาไม่เห็นจะพูดอะไรเลย”

                “แต่เธอเล่นชวนไปบ้านหลายต่อหลายครั้งแบบนี้” ณปภาว่าออกมาอย่างยินดี “ไม่รู้เหรอว่ามันหมายความว่าอะไร?”

                “เอ๋?” วาสุกรีออกจะสงสัย แต่ณปภาก็เป็นฝ่ายบอกปัดไปเอง แล้วย้ำกับทุกคนว่าต้องมากินข้าวเย็นที่บ้านวันนี้ เธอจะเตรียมอาหารมื้อพิเศษเอาไว้ให้ เธอบอกว่ามีแซลม่อนย่างให้ทุกคนด้วย

                “หูว มีแซลม่อนด้วย” ปฏิคมที่กำลังตักข้าวคำสุดท้ายเข้าปากพูดออกมา “งั้นวันนี้ ผมอยู่บ้านทั้งวันดีกว่า จะได้ไม่ถูกคนอื่นๆ แย่งปลาแซลม่อนไป”

                “แหม น้ามีวัตถุดิบเยอะจะตาย กินได้ทั่วถึงหมดแหละ” ณปภาบอกออกมา และหลังจากมื้อเช้าเสร็จสิ้น วรรณสาก็ยกจานชามไปล้างเพื่อช่วยเหลือณปภาก่อนจะเดินออกไปพร้อมกับพวกทรัพย์สินเพื่อจะไปโรงเรียน ส่วนพันธกร เขาออกไปเยี่ยมพสุกับแม่ของพสุที่โรงพยาบาลก่อน

                พันธกรมาถึงโรงพยาบาลก็ขึ้นไปบนชั้นสอง และเข้าไปเยี่ยมแม่ของพสุกับพสุ ก็เจอพสุอยู่กับแม่จริงๆ ด้วย เขาเลยเดินมาพลางถือถุงกับข้าวที่วรรณสาทำง่ายๆ มาให้ด้วย

                “อ้าว ไอ้พัน?” พสุทักทายเขาขึ้นมา “วันนี้มีอะไรติดตัวมาด้วยล่ะ? ของกินของสาอีกล่ะสิ?” เขาคาดเดาได้ถูกต้อง

                “ถูกต้องนะคร้าบ!” พันธกรว่าอย่างอารมณ์ดี พลางมองไปที่แม่ของพสุ พบว่าเธอยังนอนหลับอยู่ ผ้าพันแผลยังไม่ได้เอาออกจากศีรษะ พันธกรถามอาการแม่ของพสุว่าเป็นอย่างไรบ้าง? ดีขึ้นบ้างไหม?

                “ดีขึ้นแล้ว” พสุกล่าวอย่างยินดี “เมื่อวานแม่พอจะจำอะไรได้บ้างแล้ว จำชุดที่ตัวเองชอบใส่ได้ ทุกอย่างกำลังดีขึ้นเรื่อยๆ ฉันดีใจมากเลย”

                “เออ ดีแล้ว” แล้วพันธกรก็ไปขอจานชามมาจากนางพยาบาลเพื่อมาใส่กับข้าวให้พสุกิน พสุมองลงไปในชามแกงที่เป็นสีน้ำตาล แล้วเขาก็ถามว่านี่คืออะไรหรือ?

                “เห็นสาบอกว่าเป็นต้มโคล้งปลากรอบน่ะ” พันธกรบอกออกมา เขาเองก็ไม่รู้จักเหมือนกัน “แต่น่าจะอร่อย หอมดีทีเดียว หอมสมุนไพร สาทำอาหารเก่งมากนะ ฝีมือพอๆ กับน้าภาเลย”

                “เออ ขอบใจ” พสุว่าแล้วตักแกงราดใส่ข้าวก่อนจะกินเข้าไป แล้วเขาก็ถึงกับชมเปาะ “โอ้โห อร่อยมาก ไม่เผ็ดเลย เปรี้ยวกำลังดี ไปบอกสาด้วยนะว่าขอบคุณมากที่อุตส่าห์ทำอาหารมาให้กินทุกวันเลย”

                “เออ เดี๋ยวจะบอกให้” พันธกรบอก แล้วก็คุยกับพสุอะไรไปนิดหน่อย เขามองนาฬิกาข้อมืออีกครั้ง ก็พบว่าใกล้เวลาจะเข้าแถวแล้ว เขาเลยบอกกับพสุ “งั้นฉันไปเรียนก่อนนะเว้ย ไว้เจอกันตอนเย็น จะซื้ออาหารมาฝากเหมือนเคย”

                “เออ ขอบคุณ” พสุว่าพลางตักข้าวกินเข้าไปอย่างเอร็ดอร่อย พันธกรเลยยิ้มให้แล้วก็เดินออกจากห้องพักคนไข้รวมไป ออกจากโรงพยาบาลและมุ่งไปตามทางไปโรงเรียน พอเขามาถึงก็เข้าแถวพอดี พันธกรกำลังจะเดินไปเข้าแถวอยู่แล้ว แต่ก็นึกขึ้นได้ถึงเรื่องเพื่อนของบ๊อบที่หาว่าเขาเป็นคนร้าย เขาเลยค่อยๆ เดินออกจากสนามไป และตัดสินใจจะไม่เข้าห้องเรียนในวันนี้

                “เฮ้อ เมื่อไหร่ไอ้ดินจะเลิกเฝ้าแม่ซะที? แล้วมาโรงเรียนกับเรา?” พันธกรบ่นขึ้นมาเมื่ออยู่ในห้องน้ำชาย “เราเลยไม่มีเพื่อนเลยสักคน”

                ฝ่ายทวินนาก็มาเข้าแถวที่แถวระดับชั้นม.หก ขณะอาจารย์กำลังอบรมสั่งสอนนักเรียน ชนินทร์ที่อยู่อีกห้องกับเธอก็แอบมองเธออยู่จากที่ไกลๆ แล้วพออาจารย์ปล่อยเด็กขึ้นห้อง ชนินทร์ก็เดินตรงมาหาทวินนาทันที

                “คุณทวินนา” ชนินทร์เรียกเธอเอาไว้ ทำเอาทวินนาหันมามองอย่างสงสัย แล้วเธอก็นึกออกว่าเขาเป็นใคร?

                “อ้าว? นายคนเมื่อคืน” ทวินนาตอบกลับ “ไม่เข้าห้องเรียนเหรอ?”

                “ขอผมเข้าไปเรียนห้องหนึ่งด้วยได้ไหม?” ชนินทร์ถามออกมา ทำเอาทวินนาสงสัย ว่าทำไมเขาต้องทำแบบนี้ด้วย?

                “ทำไมทำแบบนี้ล่ะ?” เธอถามเขาออกมา “ทำไมไม่เขาห้องตัวเอง? ทำไมต้องมาเรียนห้องหนึ่งด้วย?”

                “แหม นักเรียนจะเข้าห้องไหนก็ได้ทั้งนั้นแหละครับ ขึ้นอยู่กับพลังสมอง” ชนินทร์บอกออกมา “ผมเองก็ใช่ว่าจะไม่เก่ง รับรองเรียนกับคุณได้แน่นอน”

                “เดี๋ยว” ทวินนาหยุดเขาไว้ก่อน พลางชี้มาที่ตัวเอง “เรียนกับฉัน? หมายความว่าไง? ทำไมเราต้องเรียนด้วยกันด้วย?”

                “ผมชื่นชมคุณนะครับ” ชนินทร์บอกออกมาจากใจจริง “ชื่นชมทหารเด็กม.ปลายที่กล้าหาญ ออกรบแทนพวกเรา เป็นที่พึ่งให้พวกเรา ผมอยากมีเพื่อนเป็นคนแบบคุณ ก็เลยอยากตีสนิทด้วย”

                “นายบ้าไปแล้ว” ทวินนาบอกเขาออกมาอย่างไม่พอใจ “ฉันไม่ได้กล้าหาญอะไรขนาดนั้นหรอก แล้วจะมาตีสนิทกับคนอย่างฉัน? บอกไว้ก่อนนะว่าฉันไม่ธรรมดานะ”

                “แหม ยังไม่ทันได้ลองเลย” ชนินทร์บอกกับเธอยิ้มๆ “นะครับ ให้ผมไปเรียนห้องหนึ่งกับคุณด้วยนะ เด็กๆ จะไปเรียนห้องไหนก็ได้ตามใจชอบ ไม่มีกฎบังคับในข้อนี้ ให้ผมเรียนกับคุณนะครับ”

                ทวินนาถึงกับงุนงงในท่าทีของชนินทร์ ว่าทำไมเขาต้องลงทุนทำถึงขนาดนี้ด้วย? แต่เธอก็ไม่ได้อยากปฏิเสธ เธอเลยพยักหน้าออกมา “เอ้า ก็ได้ นายเสนอตัวเข้ามาเองนะ”

                “ขอบคุณครับ คุณทวินนา” ชนินทร์บอก ทวินนามองมาที่เขาอีกครั้งแล้วก็นึกขำขึ้นมา ชนินทร์ที่เห็นดังนั้นเลยถามว่าเธอขำเขาเรื่องอะไรหรือ?

                “ไม่ต้องเรียก ‘คุณ’ ก็ได้” ทวินนาบอกออกมา เธอเริ่มอารมณ์ดีแล้ว “เรียกนาเฉยๆ ก็ได้ เหมือนที่ฉันเรียกนายว่านายไง โอเคไหม?”

                “คุณพูดเองนะ” ชนินทร์บอกกับเธอ “งั้นผมเรียกคุณว่านาละกัน เรียกผมว่านายหรือนินก็ได้ ได้ทั้งสองอย่าง”

                “จ้า นายนิน” ทวินนายิ้มให้แก่เขา “แบบนี้ โอเคไหม?”

                ชนินทร์เปรยรอยยิ้มออกมา และก็เดินตามทวินนาเข้าไปในห้องม.หกทับหนึ่งทันที เขาเข้ามานั่งข้างๆ เธอที่โต๊ะยังว่างอยู่ จากนั้น อาจารย์ประจำวิชาแรกก็เข้ามา ทั้งห้องจึงได้เริ่มเรียนกัน

                ฝ่ายพันธกร เขาก็มาฆ่าเวลาที่ห้องสมุด แต่ก็ไม่รู้จะอ่านอะไรดี? เพราะเขาก็ไม่ใช่พวกชอบอ่านหนังสือเสียด้วย เขาไปหยิบหนังสือนิยายมาเล่มหนึ่ง ค่อนข้างหนาอยู่พอควร เขาเปิดไปสองสามหน้า ก็ตัดสินใจปิดมันลงเหมือนเดิม ก่อนจะเอาไปเก็บคืนที่เดิม

                “เฮ้อ” เขาถอนหายใจออกมาแล้วก็ตัดสินใจนั่งฟุบหลับไปกับโต๊ะเลย จนถึงเวลาพักเที่ยง ปัทมารีบกินข้าวอย่างรวดเร็ว และก็เข้ามาในห้องสมุดเพื่อทำหน้าที่ยืมและคืนให้แก่เด็กนักเรียนคนอื่น พอดี พันธกรก็ตื่นขึ้นมาพอดี เขาหันไปมองทางด้านหน้า ก็เห็นปัทมากำลังทำหน้าที่ยืมคืนหนังสือให้แก่เด็กนักเรียนคนอื่นๆ อยู่ แล้วปัทมาก็มองเห็นเขา

                “อ้าว?” ปัทมาพอจะจำหน้าเขาได้ เขาเองก็เป็นหนึ่งในทหารเด็กม.ปลายเช่นกัน “เพื่อนของวาใช่หรือเปล่า?” เธอเดินเข้ามาและถามเขาออกมา พันธกรก็พยักหน้า

                “ใช่ครับ” เขาตอบ “แล้วพี่ชื่อปัทมาใช่หรือเปล่า?”

                “อ๋อ ใช่” ปัทมาพยักหน้ารับพลางมองไปที่ประตูหน้า หวังว่าวาสุกรีจะเข้ามา แต่ก็ไม่เห็นเขาเข้ามาเลย พันธกรที่รู้ทัน เขาก็บอก

                “พี่วาไม่มาหรอก” เขาบอกปัทมา ทำเอาเธอถึงกับหันหน้ามามองเขา ว่าเขารู้ได้อย่างไรว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่?

                “พี่เขายังทำหนังสือเตรียมสอบวิชาคณิตศาสตร์ไม่เสร็จเลย เพราะงั้น เขาคงไม่มายืมหนังสืออื่นหรอกครับ” พันธกรว่าอย่างรู้ทัน ทำเอาปัทมาหน้าแดงด้วยความเขินอาย แล้วเธอก็ถาม

                “แล้วน้องรู้ได้ไงว่าพี่กำลังรอวาอยู่?” เธอถามอย่างอยากรู้จริงๆ พันธกรก็เลยตอบออกไป

                “พี่สนใจพี่วาใช่ไหมล่ะ?” พันธกรพูดแล้วก็ยิ้ม ทำเอาปัทมาปฏิเสธออกมาเลย

                “ไม่ใช่ ไม่ใช่” ปัทมารีบโบกไม้โบกมือ “ไม่จริง เป็นไปไม่ได้”

                “ปฏิเสธแบบนี้แสดงว่าใช่แล้วล่ะ” พันธกรบอกออกมา “นี่ พี่ปัท ถ้าชอบก็บอกออกไปว่าชอบเลย มัวแต่ไม่กล้าแบบนี้ เดี๋ยวก็ชวดหรอก”

                “พี่ขอกลับไปทำงานก่อนนะ” ปัทมาที่เขินอายสุดขีดก็กลับไปยังเค้าน์เตอร์เดิม และเธอก็ทำหน้าที่ของเธอต่อไป พันธกรแอบอมยิ้ม ก่อนจะลงไปด้านล่างโรงอาหาร เพื่อหาข้าวกิน

                ครั้น พอเรียนเสร็จ ชนินทร์ก็ชวนทวินนาไปบ้านเขา ทำเอาเธอถึงกับงุนงง “ทำไมฉันต้องไปบ้านนายด้วยล่ะ นิน?”

                “แหม ก็ให้พ่อแม่รู้จักกับทหารเด็กม.ปลายไงครับ” ชนินทร์ตอบอย่างสุภาพ “พ่อแม่ผมคงภูมิใจน่าดูที่มีเพื่อนเป็นถึงทหารประจำอาณาเขต”

                “ฉันไม่ไปหรอก” ทวินนาปฏิเสธออกมาทันใด ทำเอาชนินทร์ทำหน้ามุ่ยไปเลย

                “โธ่ ไปหน่อยไม่ได้หรือครับ?” ชนินทร์ขอร้องวิงวอนต่อทวินนา “พ่อกับแม่ผมอยากเจอพวกเด็กทหารม.ปลายมานานแล้ว ให้พวกท่านได้เจอนาบ้างเถอะครับ”

                “เอ๊ะ!” ทวินนาที่กำลังหงุดหงิดอยู่ก็หันมาโพล่งใส่ชนินทร์ทันที “ก็บอกว่าไม่อยากไปไง! อย่ามาบังคับกันได้ไหม?”

                ชนินทร์ถึงกับอึ้งไปเลย และเขาก็ค่อยๆ พยักหน้า ก่อนจะบอก “ครับ” เขาพูดออกมาคำเดียวแล้วก็พูดต่อ “ผมจะไม่บังคับนาละ ไม่เป็นไรหรอก”

                “เดี๋ยว...” ทวินนาจะเรียกเขาแล้ว แต่เขาก็หันหลังเดินหนีไปเลย ทวินนาถอนหายใจออกมา เมื่อพบว่าตัวเองอารมณ์ร้อนไปหน่อย ความจริง เธอไม่น่าไปต่อว่าเขาเลย

                “พรุ่งนี้ค่อยขอโทษละกัน” ทวินนาว่ากับตัวเอง ก่อนจะเดินลงบันไดจากอาคาร ในตอนนั้นเอง พันธกรก็ไปซื้อกับข้าวที่ร้านในโรงอาหาร แล้วถือไปให้พสุ เขาเดินออกจากเขตโรงเรียนไป ก่อนจะไปยังโรงพยาบาล

                เมื่อมาถึงห้องพักคนไข้รวม ก็เห็นพสุกำลังนอนฟุบหลับอยู่กับเตียงของแม่พสุที่ก็หลับเช่นกัน พันธกรกำลังตัดสินใจว่าจะปลุกพสุดีหรือไม่? แล้วเขาก็ตัดสินใจไม่รบกวน แต่แขวนถุงใส่กับข้าวที่เขาอุตส่าห์ซื้อมาให้ ให้ไว้กับพสุ ก่อนจะเดินออกไปจากห้องพักคนไข้รวม

                เขาเดินมาถึงบ้านของณปภา ในตอนนั้นเอง วาสุกรีกับทรัพย์สินก็เพิ่งกลับมาเหมือนกัน ทรัพย์สินถามเขาทันทีถึงเรื่องของเพื่อนของบ๊อบว่ามากล่าวหาอะไรเขาอีกหรือเปล่า?

                “คือ ผม” พันธกรถอนหายใจก่อนจะยอมรับความจริง “ผมไม่ได้เข้าห้องเรียนครับ ผมไม่รู้”

                “ให้พี่จัดการดีกว่า” ทรัพย์สินอาสาเสนอตัวขึ้นมาให้ “นะ จะได้ไปโรงเรียนได้เสียที”

                “ไม่เป็นไรหรอกครับ” พันธกรกล่าวอย่างเกรงใจ แต่ทรัพย์สินกลับขัดขึ้นมา

                “ไม่เป็นไรได้ไง? ยังมีคนเข้าใจผิดน้องพันอยู่นะ นี่ขนาดคุณนนท์ไปพูดแล้วยังไม่ยอมฟังกันอีก” ทรัพย์สินส่ายหน้าออกมา แล้วพวกเขาก็ได้กลิ่นปลาแซลม่อนที่กำลังย่างอยู่ในครัว ทรัพย์สินเอามือกุมท้องอย่างรู้สึกหิว วาสุกรีเองก็เช่นกัน

                “อาณาเขตนี้สมบูรณ์จริงๆ นะ อาหารมีเต็มไปหมดเลย” พันธกรว่าขึ้นมา ทรัพย์สินเองก็เห็นด้วย แล้วพันธกรก็มองเห็นวาสุกรี เขาเลยบอกว่ากับวาสุกรีว่าวันนี้ เขาไปหลบในห้องสมุดแล้วก็เจอปัทมาด้วย

                “แล้วมันเป็นยังไงล่ะ? เจอปัทแล้วเกี่ยวอะไรกับพี่?” วาสุกรีถามอย่างไม่รู้เรื่อง พันธกรก็เลยตัดสินใจบอกออกไป

                “ท่าทางเขาจะสนใจพี่นะ” พันธกรกล่าวพลางอมยิ้ม “พี่ไม่รู้สึกอะไรเลยเหรอ?”

                “เฮ้ย บ้า” วาสุกรียังไม่เชื่อตามที่พันธกรบอก “เป็นไปไม่ได้ เธอไม่ได้คิดอะไรกับพี่หรอก”

                “พี่ยังไม่รู้อีกเหรอ?” พันธกรถามตามจริง “เธอเล่นชวนไปบ้านหลายต่อหลายครั้งขนาดนี้ เลี้ยงข้าวด้วย แล้วก็พยายามทำตัวสนิท แบบนี้เขาเรียกสนใจครับ”

                “เลิกพูดเรื่องนี้เถอะ” วาสุกรีบอกให้พันธกรหยุดพูด ก่อนจะเดินเข้าไปในบ้าน ซึ่งณปภากำลังเตรียมอาหารอยู่ เมื่อเธอเห็นพวกทรัพย์สินกลับมาแล้ว เธอก็ยิ้มแฉ่ง

                “มื้อเย็นนี้พิเศษเชียวนะ มีปลาแซลม่อนด้วย” เธอบอกออกมา “รอให้พวกเธอมากันครบก่อน ค่อยกินนะ”

    คล้ายกับเรื่องDead Area: ล่าข้ามเขตอันตราย ที่คุณอ่าน

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    [จบแล้ว] นครแห่งบาป - City of Sin

    [จบแล้ว] นครแห่งบาป - City of Sin

    นิยาย แฟนตาซี
    282K 1440
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    จุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】

    จุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    3.06M 3586
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34
    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 1 เหนือพิภพ)

    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 1 เหนือพิภพ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.45M 659