จอมยุทธ์ซุปตาร์

    ตอนที่ 81 เริ่มงานถ่ายแบบของนิตยสาร Legacy Fashion Re

            หลังจากวันนั้น  ไป่ฉีไปเรียนตามปกติ  เขาได้ยินจากมู่ซื่อเฉิงว่ากลุ่มของต้าถงกับกลุ่มของหัวหน้าห้องคบกันอยู่  ไป่ฉีเลยถือโอกาสแซวต้าถงบ้างเมื่อสบโอกาส และใช้ชีวิตวัยเรียนตามปกติจนถึงวันศุกร์


            เช้าวันศุกร์

            ไป่ฉีแต่งตัวออกมารอเมิ่งชิงชิงแต่เช้า  เขารออยู่ไม่นานเมิ่งชิงชิงก็มารับ  พอเขาขึ้นรถมาเห็นเมิ่งชิงชิง  เขาก็ยกยิ้มขึ้นอย่างพึงพอใจ  เพราะหลังจากวันนั้นไป่ฉีสอนวิธีทำผมสำหรับใช้คู่กับปิ่นปักผมให้กับเธอ  ซึ่งเธอดูจะชอบมากเป็นพิเศษ  เธอเลยนำปิ่นปักผมมาใช้ทุกวัน


            “ยิ้มอะไรของนาย” เมิ่งชิงชิงถาม


            “ดีใจที่พี่ชอบของที่ผมให้ไงครับ” ไป่ฉีตอบ


            “ของสวย ๆ แบบนี้ฉันก็ต้องเอามาใช้สิ  รู้ไหมว่าปี่เซียนที่อยู่ฝ่ายธุรการบ่นว่าอยากได้บ้างด้วย” เมิ่งชิงชิงกล่าว


            “แล้วซีโม่ยังถามพี่ถึงเจ้าของปิ่นปักผมนี่ไหมครับ” ไป่ฉีถาม


            “ถามทุกวันจนน่ารำคาญเลยล่ะ  ฮิ ฮิ สงสัยคงสืบหาคนที่ให้ปิ่นปักผมไม่เจอละมั้งถึงได้มาคาดคั้นเอากับฉันน่ะ” เมิ่งชิงชิงดูสนุกสนานกับเรื่องนี้มากกว่าจะเครียดซะอีก


            “ที่จริงถ้าพี่บอกไป  ผมไม่เดือดร้อนหรอกนะ” ไป่ฉีกล่าว


            “นายไม่รู้อะไร  ซีโม่น่ะเห็นแบบนั้นก็เอาแต่ใจเป็นที่ 1 เลยล่ะ  ฉันกลัวว่าถ้าบอกไป  เขาจะหาเรื่องกลั่นแกล้งนายได้น่ะสิ” เมิ่งชิงชิงกล่าวเตือน


            “งั้นผมคงต้องรีบกลายเป็นคนที่ดังกว่าเขาเร็ว ๆ ซะแล้ว  จะได้ทำไม่ถูกรังแก” ไป่ฉีกล่าว


            “ตามสบายเถอะ  แต่อย่าหาเรื่องปวดหัวมาให้ก็แล้วกัน” เมิ่งชิงชิงกล่าว


            “อ้อ พี่ชิงชิง  เรื่องงานวันเกิดผมอาทิตย์นี้  ได้แฟนคลับผู้โชคดีมารึยังครับ” ไป่ฉีถาม


            “อื้อ ได้มาแล้วล่ะ  แล้วเรื่องที่นายกับปู่จัดการเป็นยังไงบ้าง” เมิ่งชิงชิงถาม


            “ราบรื่นดีครับ  พี่ไม่ต้องห่วง” ไป่ฉีตอบ


            ทั้ง 2 คุยกันไปตลอดทาง  ไป่ฉีเอาครีมกับน้ำหอมของมู่เทียนมาให้เมิ่งชิงชิงใช้  เธอดีใจมาก  เพราะด้วยเงินเดือนของเธอตอนนี้แค่มีพอใช้เดือนชนเดือนเท่านั้น


            “ถึงแล้ว  ไปกันเถอะ” เมิ่งชิงชิงจอดรถแล้วหันไปบอกไป่ฉี


            “ครับ” ไป่ฉีลงจากรถและเปิดประตูหลังเพื่อหยิบเอาของกินกับขนมที่เขาแวะซื้อระหว่างทางลงมาด้วย


            ทั้งคู่มาถึงก่อนเวลา 1 ชั่วโมง  ทำให้ไป่ฉีได้มีโอกาสพูดคุยและแนะนำตัวเองกับนายแบบและนางแบบคนอื่น ๆ  แต่มีบางคนที่ตั้งตัวเป็นศัตรูกับเขาแบบเห็นได้ชัดก็มี  สาเหตุมาจากพวกนั้นไม่เข้าใจว่าไป่ฉีที่เพิ่งมีผลงานแค่งานโฆษณาของมู่เทียน  กลับได้รับงานถ่ายแบบของทาง Legacy Fashion แล้ว


            “ขอเตือนเอาไว้นะ  อย่าทำให้พวกเราเสียเวลาเข้าใจไหม  แล้วของกินพวกนั้นน่ะ  ไม่ต้องเอามาหรอก  ขยะสำหรับพวกเราทั้งนั้น” นายแบบชายคนหนึ่งพูดขึ้น


            “ไม่อยากกินก็ไม่ต้องกินสิครับ  ผมซื้อมาให้พวกพี่ทีมงานได้กินกัน  แต่ถ้ามีนายแบบหรือนางแบบคนไหนจะกิน  ผมก็ไม่ได้ใจแคบขนาดนั้น  แต่การมาว่าของที่คนอื่นเขาซื้อมาด้วยใจว่าเป็นขยะ  ผมก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าคนที่พูดแบบนั้นออกมา  ทำไมยังอยู่ในวงการนี้ได้อีก  ทั้ง ๆ ที่ตัวเองก็ไม่ได้มีชื่อเสียงอะไร” ไป่ฉีสวนกลับทันที  ทีมงานหลายคนไม่คิดว่าไป่ฉีจะแรงขนาดนี้


            “กล้าว่าฉันเหรอ  แกมีอะไรดีกว่าฉันรึไง” นายแบบชายตอนนี้เหมือนจะเลือดขึ้นหน้าไปซะแล้ว


            “อย่างแรก  เสื้อที่ผมใส่เป็นระดับไฮเอนด์  จากแบรนด์เสื้อเทียนซาน  ผมมีบ้านที่ซื้อไว้ที่เมืองหลวงด้วยเงินของตัวเอง  เป็นแชมป์รายการราชานักกิน และเป็นผู้เข้าแข่งขันที่ผ่าน 5 ด่านของรายการแอดเวนเจอร์ที่ได้รับเงินรางวัลสูงถึง 1 ล้าน 5 แสนหยวน  ผมอยากถามว่าคุณมีอะไรบ้าง  รางวัลอะไรเคยได้รึเปล่า  ด้วยการแต่งตัวที่เครื่องประดับดูเยอะเกินไป  เซนส์การแต่งตัวคุณแย่มาก  สีเสื้อผ้ากับสีผิวก็ไม่เข้ากัน  แถมแบบเสื้อกับรูปร่างก็ไม่เข้ากันเลยสักนิด  แบบนี้จะเรียกว่าเป็นมืออาชีพได้อย่างงั้นเหรอ” ไป่ฉีร่ายยาวในครั้งเดียว  หลังเขาพูดจบ  มีนายแบบนางแบบหลายคนถึงกับร้อง "อูย" หรือซี๊ดปากเลยทีเดียว  เพราะทุกจุดที่ไป่ฉีบอกมามันตรงทั้งหมด


            “ฮ่า ฮ่า ฮ่า อย่าไปถือสาเจ้าหมอนี่เลย  ไหน ๆ ก็ต้องทำงานร่วมกันอยู่แล้ว” มีนายแบบอีกคนหนึ่งเข้ามาไกล่เกลี่ยเพราะดูแล้วบรรยากาศเริ่มไม่ค่อยดีแล้ว


            หลังจากเหตุการณ์สงบลง  ทีมงานเข้ามาทานอาหารกับขนมที่ไป่ฉีซื้อมาอย่างต่อเนื่อง  ส่วนไป่ฉีตอนนี้เข้าไปที่ห้องแต่งตัว  เนื่องจากว่าทางบรรณาธิการนิตยสารเห็นว่าไป่ฉีนั้นมาแล้วจึงให้ไปเตรียมตัวก่อน  เพราะดูเหมือนนายแบบนางแบบคนอื่นจะรอทานข้าวกลางวันให้เรียบร้อยก่อน


            ในห้องแต่งตัวช่างแต่งหน้าได้รออยู่แล้ว  ไป่ฉีบอกว่าเขาจะขอแต่งหน้าเอง  ตอนแรกช่างแต่งหน้าดูเหมือนจะไม่ค่อยพอใจ  แต่หลังจากได้เห็นฝีมือของไป่ฉี  ช่างแต่งหน้าก็ชื่นชมฝีมือของไป่ฉียกใหญ่


            “เธอฝีมือดีขนาดนี้  ถ้าเป็นสไตลิสต์  พี่ว่ารุ่งแน่” ช่างแต่งหน้าสาวกล่าว  ขณะที่ไป่ฉีที่แต่งตัวเรียบร้อยแล้วกำลังลุกเดินออกไป  ไป่ฉีหันมายิ้มด้วยรอยยิ้มกระชากใจสาวที่เขาฝึกมาหมาด ๆ เมื่อไม่นานนี้  ก่อนจะกล่าวต่อไปว่า


            “เพราะผมถนัดเป็นนายแบบมากกว่าน่ะครับ” แล้วไป่ฉีก็เดินออกจากห้องแต่งตัวไป


            เมื่อไป่ฉีออกมาจากห้องแต่งตัว  เขาก็กลายเป็นจุดสนใจของนายแบบนางแบบที่ตอนนี้กำลังทานมื้อกลางวันกันอยู่  จังหวะที่ไป่ฉีเดินออกมาเป็นช่วงเดียวกับที่ซีโม่เปิดประตูเข้ามาในสตูดิโอของ Legacy Fashion พอดี ด้วยท่าทางการเดินของไป่ฉีก็พอจะบอกได้ว่าเขาเป็นมืออาชีพอย่างเห็นได้ชัด


            “ถ้าไม่ได้มาเห็นกับตาตัวเองฉันคงไม่เชื่อว่าไป่ฉีจะเป็นมือใหม่” ฉีฟงกล่าว  ซีโม่จึงหันมาหาฉีฟง


            “ยังไงเหรอครับ” ซีโม่ถาม


            “นายเป็นนายแบบแนวหน้าก็จริง  แต่ยังอ่านบรรยากาศรอบตัวคนไม่ออกสินะ  บรรยากาศที่เด็กคนนั้นแผ่ออกมามันดูสูงส่งเกินกว่าจะเป็นของพวกหน้าใหม่ในวงการน่ะ  ฉันที่ทำงานในวงการบันเทิงมาแล้วหลายปีสามารถบอกได้เลย” ฉีฟงกล่าว  ขณะเดียวกันสายตาก็จับจ้องไปที่ไป่ฉี


            “ขอฝากด้วยนะครับ” ไป่ฉีเดินมากล่าวอย่างสุภาพกับช่างภาพที่ทาง Legacy Fashion จ้างมาในวันนี้


            “ขอดูฝีมือเธอหน่อยนะว่าสมกับที่เมิ่งเจี่ยให้เครดิตเธอรึเปล่า” บรรณาธิการนิตยสาร Legacy Fashion กล่าว  ไป่ฉียิ้มแล้วเดินไปยังจุดถ่ายภาพทันที


            “เริ่มได้เลย” หลังช่างภาพพูดขึ้น  ทุกอย่างก็อยู่ในความเงียบ  ไป่ฉีเริ่มโพสท่าไปเรื่อย ๆ  ทุกท่วงท่าสื่ออารมณ์ออกมาได้ตรงกับธีมของเสื้อผ้า  รูปแบบท่าโพสที่หลากหลาย  บางท่าพวกเขาไม่เคยเห็นมาก่อน  แต่กลับเข้ากับธีมเสื้อผ้าได้อย่างอัศจรรย์  ไป่ฉีทำให้เสื้อผ้าที่เขาใส่ราวกับมีชีวิต  มีพลังแผ่ออกมาจนแทบจะจับหรือสัมผัสได้ทีเดียว


            “เสี่ยวเหลียง  เขาใช้ได้ไหม” มีเสียงชายแก่ดังขึ้นแผ่วเบาที่ข้างบรรณาธิการนิตยสาร


            “เหล่าเมิ่ง มาแล้วเหรอ  ถ้าจะให้พูดก็คงพูดได้คำเดียวว่าสมบูรณ์แบบละมั้ง  ฉันสังเกตตั้งแต่เขาเดินเข้ามาในสตูดิโอแล้ว  รูปร่างหน้าตา  ทรงผม  การแต่งกาย  ท่าทางและบุคลิก  หากไม่บอกว่าเป็นหน้าใหม่ในวงการ  ฉันคงนึกว่าเป็นนายแบบชื่อดัง  มากประสบการณ์ไปแล้ว” บรรณาธิการกล่าว


            “หึหึ เธอคิดว่าเขาเหมาะจะร่วมงานกับฉันไหม” เมิ่งเจี่ยถาม  ขณะที่สายตายังคงจ้องไปที่ไป่ฉี


            “จากประสบการณ์ของฉัน  เขาน่าจะพร้อมแล้ว” บรรณาธิการตอบ


            “อืม  งั้นฉันไปก่อน  พอดียังต้องกลับไปเตรียมงานโอต์ กูตูร์ที่จะจัดขึ้นในเดือนหน้า” เมิ่งเจี่ยกล่าวจบ  เขาก็เดินออกไปจากสตูดิโอไปทันที


            ส่วนซีโม่ที่ตอนนี้กำลังทานมื้อกลางวัน  เขามองไป่ฉีตาไม่กระพริบจนฉีฟงต้องบอกให้เขาเริ่มทานมื้อกลางวันได้แล้ว  เพราะต้องไปเตรียมตัวที่ห้องแต่งตัวอีก


            “เขาน่าดึงดูดกว่าที่ผมคาดเอาไว้  ตอนเห็นภาพในเว็บว่ายอดแล้ว  แต่พอมาเห็นตอนเขาทำงานแล้วเล่นเอาความมั่นใจของตัวเองหดหายไปเลย” ซีโม่กล่าว  ความรู้สึกที่เขารู้สึกตอนนี้ไม่ได้มีแค่เขาคนเดียว  หากแต่นายแบบและนางแบบหลายคนที่ต้องถ่ายงานในวันนี้ต่างก็รู้สึกเหมือนกัน


            “โอเค  ขอบคุณมาก  เธอไปเปลี่ยนชุดได้เลยแล้วมาถ่ายต่อ  เพราะดูเหมือนคนอื่นยังไม่พร้อมกัน” ช่างภาพกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น  ตั้งแต่เริ่มถ่าย  ไป่ฉีแทบไม่ต้องให้เขาบอกอะไรเลย  เขาทำอย่างเดียวคือรัวชัตเตอร์เพื่อไม่ให้พลาดท่าที่ไป่ฉีโพสออกมาแม้แต่ท่าเดียว


            ระหว่างที่ไป่ฉีกำลังเปลี่ยนชุด และแต่งหน้าใหม่  นายแบบกับนางแบบคนอื่น ๆ เริ่มพูดคุยกันเอง  ถึงความสามารถของไป่ฉีที่ถือเป็นหน้าใหม่ในวงการ  ส่วนซีโม่นั้นเขาเดินมาหาเมิ่งชิงชิงที่อยู่ในสตูดิโอด้วย  แต่สิ่งที่ทำให้เขาดูอารมณ์ไม่ดีคือการที่เห็นเมิ่งชิงชิงใช้ปิ่นปักผมนั่นอีกแล้ว


            “ชิงชิง  ปิ่นนี่มันดูโบราณไปนะ  ฉันว่าเธอไม่ควรที่จะใช้มัน” ซีโม่กล่าว


            “สวยดีออก  ถ้าหากมันดูโบราณไปเดี๋ยวทีหลังฉันปรับชุดให้มันดูโบราณมั่งดีกว่า” เมิ่งชิงชิงใช้นิ้วชี้ทาบที่คาง  ดวงตามองบนราวกับกำลังนึกภาพที่ตัวเองใส่ชุดโบราณดู


            “ไม่เห็นเข้ากับเธอสักนิด” ซีโม่ยิ่งหงุดหงิดขึ้น


            “นายเป็นอะไรของนาย  อารมณ์ไม่ดีตลอดเลยนะช่วงนี้” เมิ่งชิงชิงถาม


            “เพราะไอ้ปิ่นปักผมนี่แหละที่ทำฉันไม่สบอารมณ์” ซีโม่ตอบ


            “ถามจริง ๆ เถอะซีโม่  ตั้งแต่เด็ก  เวลานายห้ามอะไรฉันเคยฟังไหม” เมิ่งชิงชิงเริ่มหงุดหงิด  เธอรู้สึกรำคาญมากตอนนี้  เห็นทีต้องเล่นบทโหดซะแล้ว


            “ไม่” ซีโม่กล่าว


            “งั้นก็หยุดพูดเรื่องนี้  เพราะยังไงนายก็ห้ามฉันไม่ได้” เมิ่งชิงชิงกล่าว


            “แต่ตามประเพณี  การรับปิ่นปักผมจากผู้ชาย  จะถือเป็นของหมั้น  การที่เธอรับไว้แสดงว่าเธอยอมรับหมั้นเขานะ” ซีโม่กล่าว


            “ใช่  ฉันยอมรับเขา  นายควรจะยินดีกับฉันนะที่ฉันจะไม่ขึ้นคานน่ะ” เมิ่งชิงชิงกล่าว


            “แต่ฉัน ชะ..... ฮึ่ย” ซีโม่หันหลังกลับ  เขาขยี้หัวตัวเองด้วยความหงุดหงิดแล้วเดินจากไป


            “ดูเหมือนเขาจะชอบพี่นะ” ไป่ฉีที่อยู่ ๆ ก็โผล่มาด้านหลังทำให้เมิ่งชิงชิงสะดุ้งด้วยความตกใจ


            “ชอบแล้วยังไงล่ะ  สำหรับฉัน  ซีโม่เป็นเพื่อนสมัยเด็ก  หากเขาบอกชอบฉันก่อนนาย  ป่านนี้นายได้น้ำตาเช็ดหัวเข่าไปแล้ว” เมิ่งชิงชิงกล่าว


            “ถือว่าผมโชคดีที่รีบตัดสินใจล่ะนะ  งั้นขอตัวไปถ่ายงานต่อนะคุณผู้จัดการ” ไป่ฉีพูดจบ  เขาก็เดินไปให้ช่างภาพถ่ายรูปต่อ


            ไป่ฉีถ่ายแต่ละชุดเสร็จอย่างรวดเร็ว  หลังผ่านไป 1 ชั่วโมง  งานของไป่ฉีก็เสร็จเรียบร้อย  ทำให้เขาได้มานั่งสบาย ๆ กับเมิ่งชิงชิง  เพื่อรอดูฝีมือของซีโม่


            “ดูนายไม่วิตกเลยนะไป่ฉี” เมิ่งชิงชิงถาม


            “เขายังทำให้เมิ่งเจี่ยยอมรับไม่ได้  แล้วผมมีอะไรจะต้องกลัวเขากัน” ไป่ฉีตอบ


            “นายรู้ได้ยังไง” เมิ่งชิงชิงถาม


            “เมื่อกี้ตอนถ่ายชุดแรก  ปู่เมิ่งเจี่ยมาดู และการที่เขาไม่อยู่ดูซีโม่  ก็เป็นเครื่องยืนยันได้แล้ว” ไป่ฉีตอบ


            “นายเห็นด้วยเหรอ  ฉันไม่ทันได้สังเกตเลย” เมิ่งชิงชิงถาม


            หลังจากนั้นไป่ฉีก็ได้เห็นฝีมือของซีโม่  ดูเหมือนอีกฝ่ายจะมีฝีมือพอตัว  แต่ก็อยู่แค่ในระดับแนวหน้าของประเทศเท่านั้น  ถ้าให้เทียบกับเมิ่งเจี่ยที่เคยเป็นท็อปซูเปอร์โมเดลระดับโลกแล้ว  ซีโม่คงเป็นแค่เด็กน้อยเพิ่งหัดเดินเท่านั้น


            “ไปกันเถอะพี่ชิงชิง  ไม่มีอะไรให้ดูแล้วล่ะ” ไป่ฉีลุกขึ้นจัดเสื้อผ้าของเขาเล็กน้อย


            “เอ๋ จะไปแล้วเหรอ” เมิ่งชิงชิงถาม


            “ครับ  ผมจะได้กลับไปเข้าคลาสที่ศูนย์  แล้วก็กลับไปเคลียร์งานที่อาจารย์สั่งวันนี้ด้วย” ไป่ฉีตอบ


            เมิ่งชิงชิงลุกขึ้นและเดินไปกล่าวลาบรรณาธิการพร้อมกับไป่ฉี   ก่อนที่ทั้ง 2 จะเดินออกจากสตูดิโอไป  ในจังหวะนั้นซีโม่ที่เพิ่งถ่ายเสร็จ เขาเห็นช่วงที่เมิ่งชิงชิงเดินออกไปพอดี  ดวงตาของเขามองแผ่นหลังของเธอด้วยความเจ็บปวด  ก่อนจะพึมพำเบา ๆ ออกมา


            “ทำไม  มันถึงเจ็บปวดขนาดนี้นะ” ซีโม่เอามือกุมที่บริเวณอกซ้าย  เขารู้สึกเหมือนสูญเสียบางอย่าง

    _________________________

    ใกล้หมดสต็อกแล้วววววว =x=

    คล้ายกับเรื่องจอมยุทธ์ซุปตาร์ ที่คุณอ่าน