เช้าวันจันทร์ เลิศชัยมาถึงบริษัท วราเวช โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) ด้วยอารมณ์ที่ขุ่นมัวปนเปกับความกระสับกระส่าย
คราบน้ำกามแห้งกรังบนหน้าท้องที่เขาเพิ่งล้างออกไปเมื่อเช้า มันไม่ได้ช่วยชะล้างภาพที่ติดอยู่ในหัวของเขาออกไปด้วยเลย
ภาพของต้นหอม... ลูกสะใภ้... ที่ก้มลงเก็บช้อน
เนินอกขาวผ่องที่ทะลักออกมาจากคอเสื้อวีลึกนั่น มันตามหลอกหลอนเขาตลอดทั้งคืน แม้หลังจากที่เขาปลดปล่อยความอัดอั้นตันใจออกไปแล้วรอบหนึ่ง ร่างกายในวัย 55 ของเขากลับยังคงตื่นตัวอย่างน่าประหลาด เพียงแค่นึกถึงความนุ่มหยุ่นที่เขาจินตนาการว่าได้บีบขย้ำ ลำเนื้อใต้ร่มผ้าของเขาก็เริ่มจะตุงแข็งขึ้นมาอีกรอบ
"บ้าชิบ" เขาสบถกับตัวเองเบาๆ ขณะก้าวออกจากลิฟต์ผู้บริหารชั้นบนสุด
ห้องทำงานของเขากว้างขวาง หรูหราสมฐานะประธานผู้ก่อตั้ง โต๊ะไม้มะฮอกกานีตัวใหญ่สะท้อนแสงไฟระยิบระยับ ผนังกระจกด้านหลังเผยให้เห็นวิวเมืองกรุงเทพฯ ที่วุ่นวายอยู่เบื้องล่าง ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่เขาสร้างมันขึ้นมาจากสองมือเปล่า
เลิศชัยทิ้งร่างท้วมๆ ของเขาลงบนเก้าอี้หนังบุนวมราคาแพง มันคือบัลลังก์ของเขา ในอาณาจักรแห่งนี้ เขาคือกฎหมาย
"กาแฟครับท่านประธาน" เลขาหน้าห้องคนปัจจุบัน ซึ่งเป็ผู้ชายวัยกลางคน ไม่น่าสนใจ นำกาแฟดำเข้มข้นที่ส่งกลิ่นเหม็นไหม้เล็กน้อยอันเป็เอกลักษณ์มาวางให้
เลิศชัยรับมาจิบ อึกแรก... รสขมจัดของมันช่วยเรียกสติที่เตลิดไปไกลให้กลับมา เขาต้องทำงาน ไอ้เื่บ้ากามนั่นเอาไว้ก่อน
เขากำลังจะเปิดดูตารางงานในวันนี้ แต่เสียงเคาะประตูที่ไม่ได้นัดหมายก็ดังขึ้น
ก๊อก... ก๊อก...
"ใคร?" เขาขมวดคิ้ว
"อ้อเองค่ะ ท่านประธาน"
เสียงที่ตอบกลับมาทำให้เลิศชัยแปลกใจเล็กน้อย "เจ๊อ้อ" หรือ คุณอรุณี หัวหน้าฝ่ายบัญชีาุโ เธอเป็หนึ่งในลูกน้องที่ทำงานกับเขามาั้แ่บริษัทยังเป็แค่ตึกแถวเล็กๆ เป็คนที่เขาไว้ใจที่สุดในเื่เงินๆ ทองๆ
ปกติเจ๊อ้อจะไม่ขึ้นมาหาเขาที่ห้องนี้นอกเสียจากจะเป็การประชุมงบประจำไตรมาส หรือมีเื่ "คอขาดบาดตาย" จริงๆ
"เข้ามา"
ประตูไม้บานหนักเปิดออก ร่างของหญิงวัยกลางคนอายุ 45 รูปร่างท้วมเล็กน้อยในชุดยูนิฟอร์มบริษัทที่ดูอึดอัดเล็กน้อยเดินเข้ามา เจ๊อ้อมีสีหน้าไม่สู้ดีนัก แว่นตาหนาเตอะของเธอบดบังความกังวลในดวงตาไว้ไม่อยู่ ในมือของเธอมีแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลหนาปึกหนึ่ง
"มีอะไรเจ๊อ้อ หน้าตาเหมือนคนปวดขี้" เลิศชัยถามตรงๆ ตามสไตล์ของเขา
"เอ่อ... คือ... อ้อไม่แน่ใจน่ะค่ะท่าน" เจ๊อ้อลังเล เธอก้าวมาที่โต๊ะ วางแฟ้มลงเบาๆ "อ้อตรวจเจอความผิดปกติบางอย่างในบัญชีจัดซื้อน่ะค่ะ... โดยเฉพาะส่วนที่เกี่ยวกับค่าน้ำมันเชื้อเพลิงกับค่าซ่อมบำรุงรถขนส่ง"
เลิศชัยหรี่ตาลง "ผิดปกติยังไง?"
"คือ... ตัวเลขมันสูงขึ้นมาประมาณ 15% ใน่สามเดือนที่ผ่านมาค่ะ อ้อลองเช็คกับฝ่ายขนส่งแล้ว เขาก็ยืนยันว่ารอบวิ่งเท่าเดิม รถก็ไม่ได้เสียบ่อยขึ้น"
"แล้วยังไงต่อ"
"อ้อเลยลองไล่ดูใบแจ้งหนี้ย้อนหลังค่ะ... แล้วก็เจอ... นี่ค่ะ" เจ๊อ้อเปิดแฟ้ม ดึงเอกสารปึกหนึ่งออกมา "มันมีซัพพลายเออร์เ้านึง ที่เพิ่งเริ่มเข้ามาดีลกับเราเมื่อ 4 เดือนก่อน ชื่อ... บริษัท สยามนภขนส่ง จำกัด"
"แล้วมันทำไม?" เลิศชัยเริ่มหงุดหงิด
"บริษัทนี้... อ้อลองให้เด็กไปเช็คที่อยู่ตามที่จดทะเบียนแล้วค่ะ... มันเป็แค่ห้องแถวปิดทึบ ไม่มีป้ายบริษัท ไม่มีอะไรเลยค่ะท่าน" เสียงของเจ๊อ้อเบาลง "แล้วที่แปลกกว่านั้น... คนที่อนุมัติ PO (ใบสั่งซื้อ) ทั้งหมดของเ้านี้... คือ... คุณตะวันค่ะ"
สิ้นเสียงของเจ๊อ้อ หัวใจของเลิศชัยก็กระตุกวูบ
ตะวัน... ไอ้ลูกชายไม่เอาไหนของเขา
ความรู้สึกตื่นตัวจากเื่เมื่อคืนหายวับไปทันที ถูกแทนที่ด้วยความเย็นเยียบที่แล่นไปทั่วสันหลัง
"คุณตะวันอนุมัติวงเงินได้ไม่เกินห้าแสนไม่ใช่เหรอ" เลิศชัยถามเสียงเรียบ พยายามควบคุมอารมณ์
"ใช่ค่ะ... แต่ PO ทั้งหมดนี่... มันถูกซอยย่อยค่ะท่าน ครั้งละสี่แสนเก้าบ้าง สี่แสนห้าบ้าง แต่มาถี่มาก... สามเดือนที่ผ่านมา ยอดรวมที่จ่ายให้บริษัทสยามนภขนส่งนี่... มัน... มันห้าล้านกว่าบาทแล้วค่ะ"
ห้าล้าน!
เลิศชัยรู้สึกเหมือนถูกตบหน้าฉาดใหญ่ เขาไม่ได้โกรธเื่เงินห้าล้าน บริษัทเขามีมูลค่าเป็พันล้าน เงินแค่นี้ไม่ทำให้ขนหน้าแข้งร่วง แต่เขาโกรธที่มันคือ "ลูกชาย" เขา
"เอกสารทั้งหมดนี่... มีใครรู้อีกไหมนอกจากเธอกับฉัน"
"ไม่มีค่ะ อ้อดึงเอกสารตัวจริงออกมาเองทั้งหมด แล้วสั่งให้เด็กคนที่ไปเช็คที่อยู่ปิดปากเงียบไว้ก่อน อ้อ... อ้อไม่กล้าทำอะไร เพราะมันเกี่ยวกับคุณตะวัน..." เจ๊อ้อหน้าซีด
"ดี" เลิศชัยพยักหน้า "ทิ้งแฟ้มนี้ไว้ที่นี่ แล้วเธอกลับไปทำงานตามปกติ ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไม่ต้องพูดเื่นี้กับใครอีก... แม้แต่ผัวเธอ เข้าใจไหม?"
"ค่ะ! ค่ะท่าน" เจ๊อ้อรับคำ รีบโค้งตัวแล้วเดินจ้ำอ้าวออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว
ปัง!
ทันทีที่ประตูห้องปิดลง เลิศชัยก็ทุบกำปั้นลงบนโต๊ะเต็มแรง!
"ไอ้ลูกเวรตะไล!!"
เขาคำรามลั่นห้องทำงานที่เก็บเสียงอย่างดี ความโกรธมันพุ่งปรี๊ดขึ้นสมอง ไอ้ลูกไม่รักดี! เขาส่งเสียให้มันเรียนจนจบเมืองนอกเมืองนา ให้ตำแหน่งใหญ่โตในบริษัท แม้จะเป็ตำแหน่งลอยๆ ให้เงินเดือนหกหลัก ให้บ้าน ให้รถ... แต่มันกลับมา "ขโมย" เงินของเขา!
เลิศชัยใช้เวลาทั้งบ่ายวันนั้นอย่างเงียบเชียบ
เขาบอกเลขาหน้าห้องว่า "ห้ามใครรบกวนเด็ดขาด ไม่ว่าเื่จะด่วนแค่ไหน"
เขาล็อคประตูห้องทำงานจากด้านใน
เขาไม่ได้ตรวจสอบแค่เอกสารที่เจ๊อ้อเอามาให้ เขามีสิทธิ์เข้าถึงเซิร์ฟเวอร์กลางของบริษัทในฐานะ CEO เขานั่งอยู่ที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ ไล่ดูอีเมลภายในของตะวันย้อนหลังสามเดือน ไล่ดูประวัติการอนุมัติเอกสารในระบบ ERP (Enterprise Resource Planning) ของบริษัท
มันชัดเจนยิ่งกว่าชัดเจน
ไอ้ตะวันมันสร้างบริษัทผีนี้ขึ้นมาจริงๆ เขาเห็นความพยายามโง่ๆ ของมันในการสร้างใบแจ้งหนี้ปลอม ค่าซ่อมบำรุงที่ไม่มีอยู่จริง ค่าน้ำมันที่เบิกเกินความจำเป็
เขาไล่ดูจนถึงบัญชีธนาคารที่โอนเงินไป... บริษัท สยามนภขนส่ง จำกัด
เลิศชัยยกหูโทรศัพท์สายตรง เขาไม่ได้โทรหาทนาย แต่โทรหาเพื่อนเก่าที่เป็ผู้บริหารระดับสูงของธนาคารนั้น
"เฮีย... ผมเลิศชัยนะ... มีเื่ให้ช่วยหน่อย"
เขาใช้เวลาคุยสายนั้นไม่ถึงสิบห้านาที แค่บอกชื่อบริษัทและเลขที่บัญชี "ผมอยากรู้ว่าใครคือผู้มีอำนาจลงนามเบิกถอนเงินบัญชีนี้... ด่วนที่สุด และต้องลับที่สุด"
เพื่อนของเขาไม่ถามอะไรมาก แค่บอกว่า "รอสิบนาที"
สิบนาทีนั้น เลิศชัยนั่งไม่ติดเก้าอี้ เขาเดินวนไปวนมาในห้องทำงานเหมือนเสือติดจั่น ความโกรธมันจุกอยู่ที่คอหอย
ถ้ามันเป็คนอื่น... ถ้าเป็ผู้จัดการฝ่ายไหนก็ตาม... ป่านนี้เขาคงให้ฝ่ายกฎหมายลากคอมันเข้าคุกไปแล้ว! แต่นี่มันคือตะวัน... ลูกชายคนเดียวของเขา... เืในอกของเขา
กริ๊ง...
เสียงโทรศัพท์สายตรงดังขึ้น เขารีบคว้าหูมาแนบ
"ว่าไงเฮีย"
"เรียบร้อย... ชื่อผู้มีอำนาจลงนาม... ตะวัน วราเวช... คนเดียว"
เลิศชัยหลับตาลงช้าๆ กำหมัดแน่นจนสั่น
"ขอบใจมากเฮีย เื่นี้ห้ามหลุดไปไหน"
เขาวางสาย...
หลักฐานมัดตัวดิ้นไม่หลุด มันไม่ได้แค่ยักยอก... มันวางแผนมาอย่างดี! ไอ้ลูกชั่ว! เงินห้าล้านนี่มันจะเอาไปทำอะไร? หนี้พนัน? หรือเอาไปเปย์อีหนูที่ไหน?
ความโกรธของพ่อที่ถูกลูกชายทรยศมันรุนแรงจนเขาอยากจะพังข้าวของในห้องให้แหลกลาญ
เขาอยากจะเรียกมันมาตบให้หน้าหัน อยากจะกระทืบมันให้จมตีน!
เลิศชัยหอบหายใจหนักๆ พยายามสงบสติอารมณ์ เขาเดินไปที่ผนังกระจก มองลงไปเบื้องล่าง รถราที่วิ่งขวักไขว่ดูเล็กเหมือนมดปลวก
เขาทำยังไงกับมันดี?
แจ้งตำรวจ? ...ตระกูลวราเวชจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน ข่าวออกไป หุ้นบริษัทร่วงแน่ ไล่มันออก? ...แล้วมันจะไปทำมาหากินอะไรเป็? สุดท้ายก็กลับมาเป็ภาระเขาอยู่ดี เรียกมันมาด่า? ...มันเคยฟังเขาที่ไหน?
เขากำลังจนปัญญา... โกรธจนคิดอะไรไม่ออก
สายตาของเขาเลื่อนกลับมาที่โต๊ะทำงาน... และมันก็ไปหยุดอยู่ที่ "สิ่งหนึ่ง"
กรอบรูปสีเงินที่ตั้งอยู่มุมโต๊ะ
มันเป็รูปถ่ายครอบครัวที่ไปเที่ยวทะเลกันเมื่อปีก่อน... เขายืนอยู่ตรงกลาง พยายามยิ้มอย่างภาคภูมิใจ ข้างๆ คือตะวันที่ทำหน้าเบื่อโลก...
และอีกข้าง... คือต้นหอม
ในรูปนั้น... ต้นหอมใส่ชุดว่ายน้ำวันพีซสีฟ้าสดใส แม้จะเป็ชุดวันพีซ แต่มันก็ไม่อาจปกปิดความยิ่งใหญ่ของหน้าอกคู่นั้นได้เลย มันดันชุดว่ายน้ำจนตึงเปรี๊ยะ เผยให้เห็นร่องอกลึกที่เขาจำได้ดีจากเมื่อคืน...
จู่ๆ... ความโกรธที่มันเดือดพล่านอยู่เมื่อครู่นี้... มันก็เริ่มสงบลง
ไม่สิ... มันไม่ได้สงบลง...
แต่มันกำลัง "เปลี่ยนรูป"
เลิศชัยจ้องมองภาพของต้นหอมในชุดว่ายน้ำ... แล้วเขาก็เหลือบมองแฟ้มเอกสารหลักฐานการยักยอกเงิน 5 ล้านบาทที่วางอยู่ข้างๆ
ความโกรธ... ความแค้น... ความปรารถนา... ความใคร่...
ทุกอย่างมันปนเปมั่วสุมกันอยู่ในหัวของเขา จนเกิดเป็ "ไอเดีย" หนึ่งขึ้นมา
"ไอเดียดีๆ" ที่ชั่วร้ายจนเขานึกไม่ถึง
เขาหัวเราะออกมาเบาๆ... "หึ... หึหึ..."
ไอ้ตะวัน... ไอ้ลูกโง่... มันไม่รู้ตัวเลยว่ามันเพิ่งทำอะไรลงไป
มันไม่ได้ขโมยเงิน 5 ล้านไปจากเขา...
แต่มันกำลัง "จ่าย" ค่าอะไรบางอย่างให้เขาต่างหาก
เลิศชัยมองรูปต้นหอมอีกครั้ง... จินตนาการถึงเนินอกขาวๆ ที่เขาเห็นเมื่อคืน... จินตนาการถึงการได้ "ดูด" และ "เลีย" มัน...
ใช่... 5 ล้านบาท แลกกับการได้ "" สิ่งที่เขาใฝ่ฝันมาตลอด... มันก็ไม่เลวนัก
รอยยิ้มปรากฏขึ้นที่มุมปากของเลิศชัย ความโกรธเกรี้ยวหายไปหมดแล้ว เหลือเพียงแววตาของนักล่าที่คำนวณแผนการอย่างเ็า
เขาไม่ใช่ "พ่อที่ถูกหักหลัง" อีกต่อไป
เขาคือ "เ้าหนี้"... ที่กำลังจะไปทวงหนี้จากลูกหนี้...
แต่เขาจะไม่ทวงจากตะวัน...
เขารู้ดีว่าต้องทวงจากใคร... ถึงจะได้ "ดอกเบี้ย" ที่คุ้มค่าที่สุด
เลิศชัยเดินกลับไปนั่งที่เก้าอี้ประธานของเขา ความรู้สึกแข็งขืนที่เคยหายไปตอนที่เขาโกรธ มันกลับมาอีกครั้ง... แข็งกว่าเดิม... รุนแรงกว่าเดิม... เพราะตอนนี้มันไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยความใคร่เพียงอย่างเดียว...
มันขับเคลื่อนด้วย "อำนาจ"
เขารู้แล้วว่าต้องทำยังไง
เลิศชัยหยิบแฟ้มเอกสารหลักฐานทั้งหมดใส่ลิ้นชักโต๊ะทำงานและล็อคมันอย่างดี จากนั้น เขาก็ยกหูโทรศัพท์... แต่ไม่ใช่สายภายใน
เขากดเบอร์มือถือที่เขาจำได้ขึ้นใจ... เบอร์ของลูกสะใภ้ของเขา
รอไม่นาน... ปลายสายก็กดรับ
"ฮัลโหล... สวัสดีค่ะคุณพ่อ" เสียงหวานใสของต้นหอมดังมาตามสาย
เลิศชัยเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ มืออีกข้างที่ว่างอยู่ เริ่มลูบไล้เป้ากางเกงที่ตุงนูนของตัวเองเบาๆ
"ต้นหอม..." เขาพยายามดัดเสียงให้ดูเคร่งขรึมและกังวล
"พรุ่งนี้... เธอยุ่งหรือเปล่า? เข้ามาหาพ่อที่ออฟฟิศหน่อยสิ... พ่อมีเื่ 'สำคัญ' เกี่ยวกับตะวัน... อยากจะคุยกับเธอเป็การส่วนตัว"