สายลมยามเช้าพัดกรรโชกแรง หอบเอาใบไม้แห้งให้ปลิวว่อนไปทั่วลานฝึกด้านหลังหอเก็บกากโอสถ เสียงโลหะหนักกระทบพื้นดังสนั่นหวั่นไหว ทำลายความเงียบสงบของรุ่งอรุณ
ตึง!
ดาบยักษ์ "ทัณฑ์ปฐพี" ร่วงหลุดจากมือ กระแทกพื้นหินจนเกิดรอยร้าวลึก ฝุ่นผงฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ ถัดออกไปไม่ไกล ร่างของเย่เฉินนอนหอบหายใจรวยรินอยู่บนพื้นดิน สภาพมอมแมมและเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำ
"บัดซบ..."
เย่เฉินสบถเสียงลอดไรฟัน เขาใช้มือซ้ายที่สั่นระริกยันกายลุกขึ้นนั่ง ความรู้สึกชาหนึบแล่นพล่านตั้งแต่ปลายนิ้วขึ้นไปถึงหัวไหล่ซ้าย เขาพยายามจะฝึกเพลงดาบด้วยมือซ้ายข้างที่ไม่ถนัด เพื่อทดแทนมือขวาที่พิการ
แต่ผลลัพธ์กลับน่าสมเพช
น้ำหนักพันชั่งของดาบทัณฑ์ปฐพี ที่เขาเคยควบคุมได้อย่างใจนึกเมื่อใช้มือขวา บัดนี้กลับกลายเป็นภาระอันหนักอึ้งเมื่อย้ายมาอยู่มือซ้าย กล้ามเนื้อที่ไม่คุ้นชินกับการรับน้ำหนักทำให้การทรงตัวของเขาเสียศูนย์ ทุกครั้งที่เหวี่ยงดาบออกไป แรงเหวี่ยงมหาศาลกลับฉุดรั้งร่างของเขาให้ล้มกลิ้งไม่เป็นท่า
"แค่นี้ก็ทำมิได้..."
เย่เฉินกำหมัดแน่น เล็บจิกเข้าเนื้อจนเลือดซึม เขาเคยเป็นผู้ชนะในลานประลอง เป็นผู้สังหารกงอี้ แต่บัดนี้ เขากลับอ่อนแอยิ่งกว่าศิษย์สายนอกที่เพิ่งเริ่มฝึกยุทธ์เสียอีก
ภาพความทรงจำของเฉินมู่และหลิวหยวนที่กำลังรอเหยียบย่ำเขาในงานประลอง ผุดขึ้นมาในหัวราวกับภาพหลอน
"หากข้ายังเป็นเช่นนี้... ข้าคงมิอาจรอดชีวิตกลับมา"
เย่เฉินลุกขึ้นเดินไปที่ดาบยักษ์อีกครั้ง เขาเอื้อมมือซ้ายไปจับด้ามดาบ พยายามจัดท่าทางให้เหมือนกับตอนใช้มือขวา
ฮึบ!
เขาเกร็งกำลังยกดาบขึ้น... แต่ทันทีที่ออกแรงเหวี่ยง สมดุลร่างกายก็พังทลายลงอีกครั้ง ร่างของเย่เฉินหมุนคว้างตามแรงเหวี่ยงของดาบ ดาบยักษ์หลุดมือพุ่งเฉียดศีรษะของเขาไปเพียงเส้นยาแดงผ่าแปด ก่อนจะไปปักคาอยู่กับต้นไม้ใหญ่ด้านหลังจนหักโค่นลงมาทั้งต้น
โครม!
เย่เฉินยืนนิ่งมองดูผลงานที่ล้มเหลว เหงื่อกาฬไหลพรากเข้าตา
"ข้าผิดเอง..." เขาพึมพำกับตัวเอง แววตาที่เคยสับสนเริ่มเปลี่ยนเป็นแน่วแน่ "ข้าพยายามจะเป็น 'เย่เฉินคนเดิม' ทั้งที่ร่างกายข้าไม่ใช่คนเดิมอีกแล้ว การฝืนเลียนแบบท่าร่างของมือขวา มาใช้กับมือซ้าย... มันคือความโง่เขลา"
เย่เฉินเดินเข้าไปดึงดาบออกจากซากต้นไม้ ในเมื่อข้าไม่มีความละเอียดอ่อน... ไม่มีทักษะ... และไม่มีความถนัด...
สายตาของเขาเหลือบไปเห็น "โซ่ตรวนเหล็กไหล" เส้นหนาเตอะที่เขายึดมาจากคุกใต้ดินในหุบเขาหมอกดำ ซึ่งกองอยู่มุมลานฝึก
ประกายความคิดสายหนึ่งวาบขึ้นในสมอง... วิถีที่บ้าคลั่งและดิบเถื่อน
"ถ้าข้าคุมมันไม่ได้... ข้าก็จะไม่คุมมัน ข้าจะเป็นสัตว์ร้าย... ที่ปล่อยให้เขี้ยวเล็บอาละวาดตามสัญชาตญาณ!"
เย่เฉินก้มลงหยิบโซ่ตรวนเหล็กไหลขึ้นมา โซ่เส้นนี้มีความทนทานต่อความร้อนสูงและหนักอึ้งพอๆ กับอาวุธชั้นยอด เขาจัดการพันปลายโซ่ด้านหนึ่งเข้ากับด้ามดาบทัณฑ์ปฐพีอย่างแน่นหนา ส่วนอีกด้านหนึ่งพันรัดรอบข้อมือและท่อนแขนซ้ายของตนเองจนกลายเป็นเนื้อเดียวกัน
"ดาบหนักเกินไปที่จะยก... แต่ถ้าข้าไม่ต้องยกล่ะ?"
เย่เฉินสูดลมหายใจลึก นัยน์ตาเริ่มเปล่งประกายด้วยความบ้าคลั่ง เขาโคจรพลังปราณไปที่แขนซ้าย พร้อมกับกระตุ้น "เพลิงอสูรพิษ" สีทองประกายเขียว ให้ไหลผ่านเส้นเลือดลงไปสู่โซ่เหล็ก
ซู่!
โซ่ตรวนสีดำทมิฬพลันลุกโชนด้วยเปลวไฟ! ความร้อนมหาศาลทำให้ข้อต่อของโซ่ขยายตัวและอ่อนหยุ่นลง จนมันเคลื่อนไหวได้ดั่งงูที่มีชีวิต
"ไป!"
เย่เฉินไม่ได้ออกแรงยกดาบ... แต่เขาสะบัดแขนซ้ายไปด้านข้างอย่างแรง ใช้แรงเหวี่ยงจากเอวและไหล่ส่งผ่านโซ่ไปที่ตัวดาบ
วูม! วูม! วูม!
ดาบยักษ์ที่วางอยู่บนพื้นถูกกระชากให้ลอยหวือขึ้นสู่อากาศด้วยแรงเหวี่ยงหนีศูนย์กลาง! มันหมุนวนรอบตัวเย่เฉินเป็นวงกว้าง เกิดเสียงแหวกอากาศที่น่าสะพรึงกลัวดุจพายุหมุน
ฉึก!
เหล็กของโซ่บาดลึกเข้าไปในเนื้อแขนซ้ายของเย่เฉินจนเลือดไหลซึมออกมา แต่เขาไม่สนใจความเจ็บปวด เขาจดจ่ออยู่กับการควบคุม "จังหวะการหมุน" และ "การกระตุกโซ่"
ร่างของเขาหมุนคว้างไปตามแรงเหวี่ยง ดาบทัณฑ์ปฐพีที่ปลายโซ่กลายสภาพเป็นลูกตุ้มมรณะที่มีรัศมีทำการไกลกว่าดาบปกติถึงสามเท่า แถมยังมีเปลวเพลิงอสูรห่อหุ้ม สร้างวิถีการโจมตีที่คาดเดาไม่ได้และไร้รูปแบบ
"ทำลาย!"
เย่เฉินส่งจิตสังหารเล็งเป้าไปที่ก้อนหินยักษ์ขนาดเท่ารถม้าที่ตั้งอยู่ริมลานฝึก เขาบิดเอววูบหนึ่ง กระตุกโซ่ให้วิถีดาบเปลี่ยนทิศกะทันหัน
เปรี้ยง! ตูมมมม!
เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว! ก้อนหินยักษ์ไม่ได้แค่แตกออก... แต่มันถูกแรงปะทะอันดิบเถื่อนบดขยี้จนกลายเป็นฝุ่นผงในพริบตา! แรงสะท้อนกลับกระชากร่างของเย่เฉินให้เซถลาไปเล็กน้อย แต่โซ่ที่พันรอบแขนช่วยกระจายแรงกระแทกไม่ให้ข้อมือหัก
เย่เฉินยืนหอบหายใจ มองดูผลงานตรงหน้าด้วยความพึงพอใจ เขายกแขนซ้ายขึ้น ดาบยักษ์ที่ปลายโซ่ค่อยๆ แกว่งช้าลงและตกลงสู่พื้น
"ไม่ต้องมีกระบวนท่าสวยงาม... ไม่ต้องมีความแม่นยำดุจจับวาง... มีเพียงแรงเหวี่ยงและการทำลายล้างที่ป่าเถื่อน นี่คือวิถีดาบของสัตว์ร้าย... วิถีดาบอสูรเหวี่ยง"
แต่ทว่า... ปัญหาเรื่องการต่อสู้เพิ่งจะคลี่คลาย ปัญหาที่ใหญ่กว่ายังรออยู่
เย่เฉินหันกลับไปมองเตาหลอมยาที่ตั้งอยู่หน้าหอ ดาบใช้แรงเหวี่ยงได้... แต่การปรุงยาต้องการความละเอียดอ่อน เขาจะใช้มือซ้ายข้างเดียว... ควบคุมทั้งไฟและสมุนไพรพร้อมกันได้อย่างไร?
เย่เฉินนั่งขัดสมาธิอยู่หน้าเตาหลอมทองแดง เหงื่อเม็ดโป้งผุดพรายเต็มหน้าผาก เบื้องหน้าของเขา... คือซากสมุนไพรที่ไหม้เกรียมดำเป็นตอตะโก
"มิได้การ..."
เย่เฉินสบถอย่างหัวเสีย เขาพยายามใช้มือซ้ายเพียงข้างเดียวในการหยิบจับสมุนไพรและควบคุมไฟไปพร้อมกัน แต่จังหวะเวลามันไม่สัมพันธ์กัน
"ข้าต้องหาทางอื่น..."
เย่เฉินหลับตาลง พยายามสงบจิตใจที่ว้าวุ่น เขาหวนนึกถึงตอนที่เขาปรุงยาด้วยเลือดในหอเก็บกากยา... ตอนนั้นเขาใช้ "เลือด" เป็นตัวประสาน แต่สิ่งที่ควบคุมกระบวนการทั้งหมดจริงๆ คือ "จิตวิญญาณ" ที่ได้รับการยกระดับ
"มือขวาขยับไม่ได้... แต่จิตของข้ายังขยับได้"
เย่เฉินลืมตาโพลง ประกายแสงสีทองวาบผ่านนัยน์ตา "ในเมื่อข้าไม่มีมือที่จะจับวาง... ข้าก็จะใช้ 'จิต' บัญชามัน!"
เขาเพ่งสมาธิไปที่สมุนไพรกองใหม่ที่วางอยู่บนโต๊ะ ส่งกระแสจิตวิญญาณออกไปโอบล้อมพวกมันราวกับมือที่มองไม่เห็น ต้นหญ้าวิญญาณสามต้นค่อยๆ ลอยขึ้นจากพื้นอย่างเชื่องช้า สั่นระริกเล็กน้อยตามแรงสมาธิที่ไม่นิ่ง
"ไป!"
เย่เฉินสะบัดนิ้วมือซ้าย "เพลิงอสูรพิษ" สีทองประกายเขียวพุ่งเข้าไปใต้เตาหลอม ลุกโชนขึ้นทันที
"ลงไป!"
จิตสั่งการดุจประกาศิต! สมุนไพรที่ลอยอยู่พุ่งลงไปในปากเตาหลอมอย่างแม่นยำ
แต่ทว่า... ปัญหาที่แท้จริงเพิ่งจะเริ่มต้น ทันทีที่เย่เฉินแบ่งสมาธิไปคุมสมุนไพร... เปลวเพลิงสีเขียวมรกตในเตาก็เกิดอาการพยศ! มันสัมผัสได้ว่าจิตของผู้เป็นนายอ่อนกำลังลง มันจึงพุ่งย้อนกลับมาตามเส้นชีพจรแขนซ้าย หมายจะเจาะทะลวงเข้าสู่สมองเพื่อกัดกินดวงจิต!
"อึก!"
เย่เฉินกัดฟันกรอด ความรู้สึกปวดร้าวแล่นปราดเข้าสู่ขมับราวกับมีเข็มพิษนับพันเล่มทิ่มแทงสมอง ภาพหลอนของวิญญาณอาฆาตในวิหารใต้ดินผุดขึ้นมาหลอกหลอน
นี่ไม่ใช่แค่การปรุงยา... แต่มันคือการต่อสู้! เขาต้องแบ่งสมาธิเป็นสองส่วน... ส่วนหนึ่งคอยประคองสมุนไพรให้หลอมละลายอย่างสมบูรณ์แบบ อีกส่วนหนึ่งต้องทำสงครามกับไฟมารที่พยายามจะยึดครองร่าง!
"อย่าได้บังอาจ..."
เลือดกำเดาสีแดงสดไหลหยดลงมาจากจมูกของเย่เฉิน หยดลงบนพื้นหิน ร่างกายของเขาสั่นสะท้าน เส้นเลือดปูดโปนทั่วใบหน้า แต่ดวงตายังคงจับจ้องไปที่เตาหลอมเขม็ง
"หลอมรวม!"
เย่เฉินระเบิดพลังจิตเฮือกสุดท้าย บีบอัดสมุนไพรและไฟให้ผสานกัน
ตูม!
เสียงระเบิดเบาๆ ดังขึ้นในเตา ฝาเตาเปิดออก... กลิ่นหอมจางๆ ลอยออกมา พร้อมกับเม็ดยาสีดำคล้ำที่กลิ้งออกมา มันไม่ใช่ยาระดับสูงที่สมบูรณ์แบบ... แต่มันก็เป็นรูปเป็นร่าง และมีฤทธิ์ยาอัดแน่นอยู่ภายใน
"ทำได้..."
เย่เฉินหอบหายใจอย่างหนักหน่วง แม้จะทุลักทุเลและเจ็บปวดเจียนตาย... แต่วิธีนี้ได้ผล
"ท่านพี่เย่! แย่แล้วขอรับ!"
เสียงตะโกนของจางเว่ยดังขึ้นที่หน้าประตูหอเก็บกากโอสถ ประตูไม้ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง เจ้าอ้วนวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา ใบหน้าซีดเผือด
"หอคุมกฎ..." จางเว่ยหอบหายใจตัวโยน "มีคำสั่งพิเศษจากผู้อาวุโสหลิวหยวน... ให้ 'ตรวจร่างกาย' และ 'วัดระดับชีพจร' ผู้สมัครเข้าร่วมงานประลองทุกคนก่อนวันงาน! โดยอ้างว่าเพื่อป้องกันการโกงและการใช้ยาเพิ่มพลัง!"
เย่เฉินชะงักกึก นัยน์ตาสีดำสนิทหรี่ลงจนเป็นเส้นคมกริบ "ตรวจร่างกาย..."
เขาก้มลงมองแขนขวาที่ห้อยตกลงข้างลำตัว หากถูกตรวจสอบ... ความลับเรื่องแขนพิการจะถูกเปิดเผยทันที และตามกฎ... เขาจะถูก "ตัดสิทธิ์"
"หลิวหยวน..." เย่เฉินพึมพำชื่อศัตรู "มันไม่ได้ต้องการเอาชนะข้าบนเวที... แต่มันต้องการ 'กำจัด' ข้าออกไปก่อนที่การแข่งจะเริ่ม"
"พวกมันกำลังมาทางนี้ขอรับ! อีกไม่เกินหนึ่งเค่อ!" จางเว่ยร้อนรน
"สงบสติอารมณ์ซะ"
เย่เฉินลุกขึ้นยืนช้าๆ รัศมีกดดันบางอย่างแผ่ออกมาจากร่าง "พวกมันอยากตรวจนักใช่หรือไม่?"
เย่เฉินเดินไปหยิบ "เข็มเงิน" เล่มยาวออกมาจากกล่องเครื่องมือ เขามองดูปลายเข็มที่แหลมคม
"ในเมื่อมันบีบให้ข้าไม่มีทางถอย... ข้าก็จำต้องใช้วิธีที่เจ็บปวดที่สุด"
เย่เฉินถลกแขนเสื้อขวาขึ้น เผยให้เห็นผิวเนื้อสีดำคล้ำ
"จางเว่ย... ไปเตรียมน้ำร้อนและผ้าสะอาดมา... ข้าจะ 'ปลุก' แขนข้างนี้ให้ตื่นขึ้นมา แม้จะเป็นเพียงชั่วคราว... และต้องแลกด้วยความเจ็บปวดเจียนตาย... แต่มันก็เพียงพอที่จะตบตาพวกมันได้"
ณ ลานประลองกลางแจ้ง
ธงทิวหลากสีสะบัดพริ้วไหวตามแรงลม บนอัฒจันทร์เนืองแน่นไปด้วยผู้คนจนแทบไม่มีที่ยืน เสียงโห่ร้องดังกระหึ่ม
บนแท่นประธาน... ผู้อาวุโสหลิวหยวนลุกขึ้นยืน เขาจ้องมองลงมาที่เย่เฉินด้วยสายตาของผู้ชนะที่ถือไพ่เหนือกว่า มุมปากยกยิ้มอำมหิต
"ประกาศ!" เสียงของผู้คุมกฎสนามดังสนั่น "คณะกรรมการมีมติให้ 'ตรวจสอบร่างกายและวัดระดับชีพจร' ผู้เข้าแข่งขันทุกคน! ผู้ใดที่มีร่างกายไม่สมบูรณ์ หรือมีร่องรอยการใช้วิชามาร... จะถูก ตัดสิทธิ์ ทันที!"
หน่วยตรวจสอบในชุดขาวเดินตรงเข้ามาหาเย่เฉินเป็นคนแรก ราวกับรู้เป้าหมายอยู่แล้ว
"เชิญทางนี้ ศิษย์น้องเย่..." หัวหน้าหน่วยตรวจสอบแสยะยิ้ม "ข้าขอตรวจแขนขวาของเจ้าหน่อย... ได้ยินว่าเจ้าบาดเจ็บมาหนักมิใช่รึ?"
บรรยากาศตึงเครียดจนแทบขาดผึง ทุกสายตาจับจ้องมาที่เย่เฉิน
เย่เฉินค่อยๆ เงยหน้าขึ้น แววตาของเขาไร้ซึ่งความหวาดกลัว แต่กลับลุกโชนด้วยไฟแห่งการต่อสู้
"อยากตรวจนักใช่หรือไม่?"
เย่เฉินยื่นแขนขวาออกไปข้างหน้าอย่างช้าๆ... ภายใต้แขนเสื้อยาวนั้น เข็มเงินสามเล่มปักลึกลงไปในจุดชีพจร กระตุ้นให้เลือดลมไหลเวียนอย่างบ้าคลั่งจนเส้นเลือดปูดโปน
ทว่า... รอบๆ แขนข้างนั้น กลับมี "ไอร้อนระอุสีเขียวจางๆ" แผ่ออกมาปกคลุมบางเบา มันคือเพลิงอสูรพิษที่เขาจงใจปล่อยออกมาข่มขู่!
"ก็ลองดูสิ..." เย่เฉินเอ่ยเสียงเรียบ แต่ดวงตาจ้องเขม็งไปที่มือของผู้ตรวจสอบ
"แต่ระวังหน่อยนะ... ไฟของข้ามันค่อนข้าง 'ดุ' หากมือเจ้าพองขึ้นมา... อย่าหาว่าข้าไม่เตือน"
ผู้ตรวจสอบชะงักมือกลางอากาศ สัมผัสได้ถึงไอร้อนที่แผ่ออกมาจากแขนนั้น... ร้อนจนขนแขนของมันเริ่มไหม้!
[จบตอนที่ 59]