
“ด้วยเหตุนี้ล่ะ เ้าได้ตายไปแล้ว ต้องขอโทษจริงๆ”
“เฮ้อ”
ชายชราก้มหัวลงจนสุด โดยมีทะเลหมอกเปล่งประกายแผ่กว้างอยู่เื้ั มองไม่เห็นปลายทางเลยว่าพรมก้อนเมฆนี้กว้างยาวไปจนถึงที่ไหน แต่ที่พวกตนกำลังนั่งอยู่คือบนเสื่อทาทามิ เป็ห้องขนาดสี่เสื่อครึ่งเรียบๆ ที่ลอยอยู่บนเมฆ (ถึงจะบอกว่าห้องแต่ก็ไม่มีกำแพงหรือเพดาน) ทั้งโต๊ะเตี้ยกับตู้ชา โทรทัศน์รุ่นย้อนยุคกับโทรศัพท์สีดำ มีแต่เครื่องเรือนที่ให้ความรู้สึกเก่าแก่เรียงรายอยู่
และผู้ที่อยู่ตรงหน้าผมก็คือพระเ้า อย่างน้อยๆ เ้าตัวก็บอกแบบนั้นล่ะนะ สิ่งที่พระเ้าบอกมาคือ ดูเหมือนผมจะตายจากความผิดพลาด ถึงจะบอกว่าตายไปแล้ว แต่ตัวผมยังไม่ค่อยรู้สึกแบบนั้นสักเท่าไร
ถ้าจำไม่ผิดระหว่างกลับจากโรงเรียน อยู่ๆ ฝนก็ตกลงมา ผมจึงรีบกลับบ้าน ในพริบตาที่กำลังจะเดินตัดผ่านสวนสาธารณะที่อยู่ใกล้ๆ เพื่อเป็ทางลัด สิ่งที่เข้ามาจู่โจมผมก็คือ แสงอันเจิดจ้าและเสียงดังสนั่น
“ปล่อยฟ้าผ่าลงไปที่โลกพลาดไปหน่อยน่ะ ไม่นึกว่าจะผ่าลงไปตรงที่ที่มีคนอยู่…แถมยังพลาดจากเป้าหมายเดิมด้วย เป็เื่ที่ต้องขอโทษซ้ำแล้วซ้ำเล่าจริงๆ”

“แล้วผมที่โดนฟ้าผ่าก็เลยตายสินะครับ...งี้นี่เอง แล้วที่นี่ก็คือ ์?”
“เปล่า อยู่เหนือกว่า์ขึ้นมาอีก เป็โลกที่มีเหล่าทวยเทพอยู่...นั่นสินะ คงเรียกว่าแดนเทพล่ะมั้ง ที่จริงมนุษย์ไม่สามารถมาถึงได้หรอกนะ ข้าเรียกเ้ามาเป็กรณีพิเศษน่ะ เอ่อ...โม โมจิซึคิ...”
“โทยะ โมจิซึคิ โทยะ ครับ”
“ใช่ๆ โมจิซึคิ โทยะคุง”
พระเ้าพูดพลางเทน้ำร้อนใส่กาน้ำชาจากกาต้มน้ำที่อยู่ข้างๆ จากนั้นก็รินชาใส่ถ้วย
“ว่าแต่ เ้าจะใจเย็นเกินไปหน่อยหรือเปล่า? ตัวเองตายไปแล้วเชียวนะ ไม่คิดจะลนลานให้มากกว่านี้ หรือะโด่าข้าบ้างหรือไง”
“เพราะไม่รู้สึกว่ามันเป็ความจริงล่ะมั้งครับ? รู้สึกเหมือนอยู่ในความฝันด้วยสิ ถึงจะตื่นอยู่ แต่ต่อให้พูดอะไรไปมันก็ช่วยไม่ได้แล้วนี่ครับ”
“มองได้ทะลุปรุโปร่งเลยน่อ”
แต่ก็ไม่นึกเลย ว่าจะมาตายเอาตอนอายุสิบห้า ซู้ดดด...ผมดื่มชาเข้าไป อร่อยดีแฮะ
“แล้ว หลังจากนี้ผมจะเป็ยังไงต่อล่ะครับ? ์กับนรก ต้องไปที่ไหน?”
“เปล่าๆ เนื่องจากเ้าตายด้วยความผิดพลาดของข้า จะให้กลับไปคืนชีพทันทีก็ได้อยู่เพียงแต่ว่า...”
พระเ้าพูดจาอ้ำอึ้ง ทำไมกันนะ มีปัญหาอะไรหรือเปล่าหว่า
“ข้าไม่สามารถให้เ้ากลับไปคืนชีพที่โลกเดิมของเ้าได้น่ะ ขอโทษนะ แต่กฎมันเป็แบบนั้น ต้องขอโทษจริงๆ ที่เอาแต่ความสะดวกของทางนี้ แล้วก็ คือว่า”
“ครับ”
“ข้าอยากให้เ้าไปคืนชีพที่โลกอื่นน่ะ ไปเริ่มต้นชีวิตที่สองที่นั่น ตามนั้นล่ะ ก็เข้าใจความรู้สึกนะว่ารับไม่ได้ แต่ว่า”
“...ก็ได้นะครับ?”
พอผมพูดแทรกตอบกลับไปทันที พระเ้าก็มองมาทางนี้ด้วยการทำหน้าเหลอหลา
“เข้าใจเื่ของทางนั้นแล้วด้วย ไม่คิดจะดึงดันอย่างเปล่าประโยชน์หรอกครับ แค่ได้คืนชีพก็น่าขอบคุณแล้วด้วยสิ แค่นั้นก็ดีพอแล้วล่ะครับ”
“...เ้าเป็คนที่บุคลิกดีจริงๆ น่อ ถ้าไปเกิดที่โลกโน้นต้องได้เป็คนใหญ่คนโตแน่...ต้องขอโทษจริงๆ นะ”
พระเ้าทำท่าห่อเหี่ยว เนื่องจากผมเป็พวกที่เรียกว่าหลานติดปู่ ก็เลยรู้สึกทนไม่ได้ขึ้นมา ไม่ต้องคิดมากขนาดนั้นก็ได้แท้ๆ ยิ่งกว่านั้นถึงผมจะไม่ได้มีจิตศรัทธาอะไร แต่ก็ไม่ได้บ้าถึงขนาดไปแว้งกัดพระเ้าประมาณ “กล้าดียังไงถึงมาฆ่าผม! รับผิดชอบมาซะ!” ด้วยสิ
ก็รู้สึกเสียดายที่จะไม่ได้เจอกับพ่อแม่หรือเพื่อนสนิทอีก แต่จะให้มาตำหนิพระเ้าอยู่ตรงนี้มันก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา แล้วปู่ก็เคยบอกไว้ว่า จงเป็คนที่ยอมยกโทษให้กับความผิดพลาดของคนอื่น ถึงแม้จะไม่ใช่คนแต่เป็พระเ้าก็เถอะ
“อย่างน้อยเพื่อเป็การไถ่บาป มีอะไรอยากได้บ้างไหม ถ้าอยู่ในระดับที่เหมาะสมก็ให้ได้นะ?”
“อืม ถึงจะพูดแบบนั้นก็เถอะ...”
อันดับหนึ่งก็คือให้กลับไปคืนชีพที่โลกเดิม แต่เื่นั้นมันเป็ไปไม่ได้ แล้ว ถ้าจะมีล่ะก็ คงเป็ของที่มีประโยชน์ในโลกที่จะไปหลังจากนี้ล่ะมั้ง...
“โลกที่ผมต้องไปหลังจากนี้เนี่ย เป็ที่แบบไหนเหรอครับ?”
“เทียบกับโลกเดิมของเ้าแล้ว เป็โลกที่กำลังพัฒนาล่ะนะ นั่นไง ที่เรียกว่ายุคกลางในโลกเดิมของเ้าน่ะ ประมาณครึ่งหนึ่งก็ใกล้ๆ ่นั้นล่ะ แต่ว่า ทั้งโลกไม่ใช่ว่าจะอยู่ระดับนั้นกันทั้งหมดหรอกนะ”
อืม ท่าทางระดับความเป็อยู่จะลดลงไปมากเลยแฮะ ตรงจุดนั้นแหละที่น่าเป็ห่วงว่าจะทำอะไรได้บ้าง ตัวผมที่ไม่ได้มีความรู้อะไรมากต้องกระโจนลงไปในโลกแบบนั้นมันจะไม่เป็ไรเหรอ อ๊ะ
“คือว่า อยากขออย่างหนึ่งน่ะ”
“โอ้ อะไรล่ะ ไม่ว่าอะไรก็ให้ได้นะ?”
“เ้านี่ จะทำให้สามารถใช้ที่โลกโน้นได้หรือเปล่าครับ?”
ผมที่พูดเช่นนั้น ก็หยิบของอย่างหนึ่งออกมาจากกระเป๋าของชุดนักเรียน โทรศัพท์มือถืออเนกประสงค์ที่เหมือนแผ่นโลหะเล็กๆ หรือที่เรียกกันว่า สมาร์ทโฟน
“เ้านี่น่ะหรือ? ก็ทำได้อยู่... แต่จะมีข้อจำกัดหลายอย่างนะ ถ้าไม่เป็ไรล่ะก็...”
“ยกตัวอย่างเช่น?”
“เ้าจะทำการแทรกแซงโดยตรงแทบไม่ได้เลย อย่างการโทรกับส่งเมลไปที่โลกเดิม หรือเขียนลงเว็บไซต์น่ะ ถ้าแค่ดูแค่อ่านก็ไม่มีปัญหา นั่นสินะ...ทำให้โทรหาข้าได้ด้วยละกันน่อ”
“เหลือเฟือเลยครับ”
ถ้าหากดึงข้อมูลจากโลกเดิมมาได้ มันจะกลายเป็อาวุธได้ค่อนข้างมากเลย ต้องใช้ประโยชน์ในการทำอะไรบางอย่างได้ไม่ผิดแน่
“แบตเตอรี่ก็จะทำให้ชาร์จได้ด้วยพลังเวทของเ้าละกันน่อ เท่านี้ก็ไม่ต้องห่วงเื่แบตฯ หมดแล้ว”
“พลังเวท? โลกโน้นมีพลังแบบนั้นอยู่ด้วยเหรอครับ? ถ้างั้น อย่างพวกเวทมนตร์ก็?”
“มีสิ อะไรกัน ถ้าเป็เ้าล่ะก็ เดี๋ยวก็ใช้ได้ทันทีเลยล่ะ”
จะใช้เวทมนตร์ได้งั้นเหรอ แบบนั้นก็น่าสนุกดีนะ ชักจะอดใจรอไปต่างโลกไม่ไหวแล้วสิ
“เอาล่ะ ได้เวลาไปคืนชีพแล้วล่ะมั้ง”
“ขอบคุณที่ช่วยดูแลหลายๆ เื่นะครับ”
“ไม่หรอก จะว่าไปเดิมทีก็เป็ความผิดของทางนี้ล่ะนะ โอ้ แล้วก็เื่สุดท้าย”
เมื่อพระเ้ายกมือขึ้นมาเล็กน้อย แสงอันอบอุ่นก็ห่อหุ้มรอบตัวผม
“ถ้าไปคืนชีพแล้วตายทันทีมันก็ไม่มีความหมายน่อ จะเพิ่มความสามารถพื้นฐาน ความสามารถทางร่างกาย แล้วก็อื่นๆ อีกหลายอย่างให้ละกัน เท่านี้ถ้าไม่ใช่เื่ที่รุนแรงมากๆ ก็ไม่ตายหรอก ตราบเท่าที่ไม่ใช่พระเ้าพลาดทำสายฟ้าตกใส่อีกน่ะนะ”
พระเ้าพูดเช่นนั้นพลางหัวเราะแบบตำหนิตนเอง ทำเอาผมหัวเราะตามไปด้วย
“พอส่งไปครั้งหนึ่งแล้ว ข้าก็จะไม่สามารถแทรกแซงโลกเบื้องล่างในฐานะพระเ้าได้อีก ถือว่าเป็ของขวัญชิ้นสุดท้ายละกัน”
“ขอบคุณมากครับ”
“ถึงจะเข้าไปยุ่งไม่ได้ แต่ถ้าแค่ปรึกษาล่ะก็ทำได้นะ ถ้ามีปัญหาล่ะก็ ไม่ว่าเมื่อไหร่ก็ติดต่อมาได้เลย”
พระเ้าพูดเช่นนั้นพร้อมชี้ไปที่สมาร์ทโฟนในมือของผม ถึงจะคิดว่าไม่ควรโทรหาพระเ้าแบบเล่นๆ แต่ถ้ามีปัญหาขึ้นมาจริงๆ ก็ต้องขอยืมพลังกันหน่อยล่ะ
“งั้นก็ ไว้เจอกันใหม่นะ”
พริบตาต่อจากที่พระเ้ายิ้มให้ สติของผมก็ขาด่ไป