“หมอเทวดาเหรอครับ?”
ลุงหวงถามอย่างประหลาดใจชื่อของหมอเทวดาค่อนข้างจะเป็นที่แพร่หลายอย่างยิ่งในโลกของผู้ฝึกตนตามข่าวลือเขาคือผู้ฝึกตนที่มีความรู้ทางการแพทย์สูงส่งทั้งยังคอยช่วยเหลือผู้ฝึกตนจำนวนมากที่มีปัญหาผู้ฝึกตนในยุคนี้ไม่น้อยที่ถือว่าเป็นหนี้เขาอยู่
“ใช่แล้วครับ”
“...ผู้ฝึกตนที่มีความรู้ทางการแพทย์คนนั้นหรือ?”
แม้แต่ไป่ฟานเซียนก็ยังสนใจนางถึงขนาดถามหลิวเยี่ยนเฟยด้วยตัวเอง ทำเอาชายหนุ่มประหลาดใจไปครู่หนึ่งทีเดียว
“ต้องบอกว่าคนๆนั้นเป็นแพทย์ที่เริ่มฝึกตนจะถูกต้องกว่าครับ”
หลิวเยี่ยนเฟยพูดจบก็หัวเราะเบาๆเมื่อนึกถึงความหลัง
“ผมเคยพบอู๋เจี่ยตั้งแต่สมัยก่อนที่เขาจะเริ่มฝึกตนตอนนั้นเขาเป็นหมอที่มีชื่อเสียงอยู่ทางชนบทเรียกว่าเป็นคนที่มีพรสวรรค์ในการรักษาคนมากที่สุดคนหนึ่งที่ผมเคยเจอเลยล่ะ”
“พอเขาได้พบเข้ากับโลกแห่งการฝึกตนเขาก็เริ่มหลงใหลไปกับมัน แต่สิ่งที่คาดไม่ถึงตอนนั้นก็คือเขาเป็นเหมือนเด็กคนนี้เลยล่ะครับ”
“เขาไม่มีพลังปราณถึงจะใช้เวลาไปมากกว่า 2 ปีก็ยังไม่สามารถเข้าสู่ระดับรวมปราณขั้น 1 ได้”
ชายหนุ่มเล่าเรื่องราวในอดีตออกมาขณะที่สายตาหันไปมองยังฮุ่ยเอ๋อที่นั่งฟังอย่างตั้งใจ
ยิ่งเธอได้ยินว่ามีคนเคยเป็นเหมือนเธอทั้งคนๆนั้นยังหายดีแล้วความหวังที่จะสามารถกลายเป็นผู้ฝึกตนจึงกลับมาวนเวียนในใจเธออีกครั้ง
“ผมก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขาหลังจากนั้นแต่พอผมกลับไปเจอเขาอีกครั้ง เขาก็หายดีแล้ว ทั้งการฝึกฝนของเขายังรวดเร็วกว่าคนอื่นที่อยู่ในระดับเดียวกันด้วย”
“ตระกูลถังคงได้ข่าวมาแล้วอู๋เจี่ยจะออกจากการปิดด่านฝึกตนเร็วๆนี้ ถ้าคุณสนใจก็ลองไปพบเขาดูนะครับ”
หลิวเยี่ยนเฟยทิ้งท้ายไว้ก่อนจะขอตัวจากไปเขาไม่ได้ใช้เรื่องนี้ในการต่อรองหรือเซ้าซี้ให้ไป่ฟานเซียนยอมรับเงื่อนไขก่อนหน้านี่ทำให้ไป่ฟานเซียนเริ่มรู้สึกอยากจะช่วยเขาขึ้นมานิดหน่อย
ถ้าเขาช่วยนางหรือคนของนางนางก็พร้อมจะตอบแทน
หากว่าหมอเทวดานั่นสามารถรักษาฮุ่ยเอ๋อได้จริงนางก็ไม่รังเกียจที่จะปรุงโอสถมารักษาบาดแผลเรื้อรังที่เขากำลังประสบอยู่
ความเป็นจริงแล้วอย่าคิดว่าไป่ฟานเซียนไม่สามารถรักษาฮุ่ยเอ๋อได้ต้องเรียกว่านางไม่รู้สาเหตุของมันเสียมากกว่า ผู้ที่เชี่ยวชาญด้านปรุงโอสถกับผู้ที่เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ย่อมแตกต่างกัน
นางเป็นถึงคนที่เคยถูกเรียกว่า“จักรพรรดินีโอสถ” ในยุคสมัยของนาง นางเป็นผู้ที่สามารถปรุงโอสถระดับ 8ซึ่งเป็นดั่งตำนานของยุคนั้นขึ้นมาได้แต่เพียงผู้เดียวเพียงแต่การปรุงโอสถกับการวินิจฉัยถึงสาเหตุของโรคมันไม่เหมือนกันนางจะไม่ยอมเสี่ยงปรุงโอสถที่มีฤทธิ์รุนแรงเหล่านั้นขึ้นมาให้คนของนางกินมั่วๆเด็ดขาด
ไป่ฟานเซียนทอดถอนหายใจในขณะเดียวกันลุงหวงก็เริ่มติดต่อขอข้อมูลจำนวนมากมาเตรียมพร้อมจากตระกูลถังเพื่อที่หากถึงวันที่หมอเทวดาออกจากการฝึกตน พวกเขาจะได้ออกเดินทางไปได้ในทันที
“ท่านปรมาจารย์ไป่ครับหมอเทวดาจะออกจากการฝึกตนในอีกเจ็ดวันข้างหน้านี้ครับ”
“สถานที่คือหมู่บ้านกลางหุบเขาในเมืองC ถ้านั่งรถยนต์ไปน่าจะใช้เวลาราวๆ 3 ชั่วโมงครับ”
“รบกวนพวกเจ้าแล้ว...”
ไป่ฟานเซียนพยักหน้ารับอย่างขอบคุณเรื่องคราวนี้ตระกูลถังยอมเป็นธุระให้นางหลายอย่างจริงๆ
“เป็นเกียรติของพวกผมครับ”ลุงหวงยิ้มแล้วค้อมตัวลงอย่างสุภาพ
“เช่นนั้นช่วงหนึ่งอาทิตย์นี้ท่านปรมาจารย์ไป่มีกำหนดการณ์หรืออยากจะทำอะไรเป็นพิเศษรึเปล่าครับ?”
พ่อบ้านชราถามขึ้นตามหน้าที่การเตรียมพร้อมเรื่องของเจ้านายคืองานของพ่อบ้านเช่นเขา
“อืม...ข้าคงจะอ่านหนังสือกระมัง?” หญิงสาวครุ่นคิดแล้วตอบอย่างไม่ใส่ใจ
“คือว่าเรื่องนั้น...หนังสือชุดหน้าอาจจะต้องใช้เวลาเสียหน่อยนะครับ” ลุงหวงพูดด้วยสีหน้าลำบากใจ
เพราะท่านปรมาจารย์ไป่คนนี้เป็นคนที่อ่านหนังสือได้ด้วยความเร็วที่น่าเหลือเชื่อปริมาณหนังสือที่คนใช้เวลาอ่านกันเป็นเดือน นางกลับอ่านจนจบทั้งหมดได้ในไม่กี่วันทั้งยังเรียนรู้ได้เร็วอย่างยิ่งลุงหวงพยายามจะสั่งให้เอาหนังสือใหม่ๆเข้ามาสับเปลี่ยนทุกวันแต่ระยะหลังมันเริ่มจะตามความเร็วในการอ่านของนางไม่ทันเสียแล้ว
“งั้นหรือ...”
ลุงหวงสังเกตเห็นสายตาเสียดายเล็กๆที่ปรากฏขึ้นมาแค่ครู่เดียวของท่านปรมาจารย์ไป่หัวของเขาเริ่มหมุนเร็วจี๋เขาต้องหางานอดิเรกอย่างอื่นมาช่วยให้ท่านหายเบื่อในช่วงนี้ไปให้ได้
นี่เองก็เป็นหน้าที่ของพ่อบ้านชั้นหนึ่ง!
“ท่านปรมาจารย์ไป่สนใจอ่านหนังสือทางอินเตอร์เน็ตแทนไหมครับ?”
“อินเตอร์เน็ต...?”ไป่ฟานเซียนหันมามอง หนังสือสมัยใหม่บางเล่มก็มีการพูดถึงเรื่องของอินเตอร์เน็ตพวกนี้อยู่บ้างเช่นกัน เพียงแต่ระยะหลังนางมุ่งความสนใจไปที่การหาสาเหตุอาการของฮุ่ยเอ๋อจึงไม่ได้ให้ความสนใจลงลึกกับมันไปมากนัก
“ใช่ครับหนังสือในอินเตอร์เน็ตมีมากกว่าที่ตีพิมพ์เป็นรูปเล่มเสียอีกทั้งยังมีพวกบทความหรือโซเชียลเน็ตเวิร์คที่ใช้ติดต่อสื่อสารกันสะดวกสบายมากๆเลยล่ะครับ”
“แล้วข้าจะหาอินเตอร์เน็ตได้จากที่ใด?”
เมื่อได้ยินหวงจื่อหานโอ้อวดสรรพคุณไป่ฟานเซียนก็เริ่มสนใจ พอได้ยินว่ามันมีหนังสือรวมถึงสื่อต่างๆมากมายยิ่งกว่าโลกภายนอกนางก็อยากจะทดลองดูว่าเจ้าอินเตอร์เน็ตนี่ดีจริงอย่างที่พ่อบ้านชราพูดหรือไม่
“ท่านปรมาจารย์ไป่รอสักครู่นะครับ”
หวงจื่อหานยิ้มอย่างดีใจที่นายหญิงของเขาเริ่มจะสนใจสิ่งอื่นบ้างนอกจากหนังสือถึงมันจะเป็นหนังสือเหมือนกันแค่ไปอยู่บนอินเตอร์เน็ตก็เถอะ
พ่อบ้านชราหายไปแค่ครู่เดียวเขาก็กลับมาพร้อมกับคอมพิวเตอร์แบบพกพาเครื่องเล็กสีขาวสะอาดตาคอมพิวเตอร์เครื่องนี้สั่งซื้อมาพร้อมกับตอนที่ตกแต่งบ้านหลังนี้ใหม่เป็นหนึ่งในสิ่งอำนวยความสะดวกในบ้านอย่างหนึ่งซึ่งถังซื่อหยวนและถังเทียนจี๋เตรียมไว้เผื่อให้ไป่ฟานเซียน
นอกจากนี้บ้านหลังนี้ยังเดินระบบอินเตอร์เน็ตไว้เรียบร้อยปกติลุงหวงจะใช้มันเพื่อติดต่อกับโลกภายนอกหรือติดตามข่าวสารบ้างประปรายจึงไม่มีปัญหาสักนิดที่ไป่ฟานเซียนเกิดอยากลองเล่นอินเตอร์เน็ตขึ้นมากะทันหันเช่นนี้
“มาแล้วครับ”
หวงจื่อหานวางคอมพิวเตอร์พกพาลงตรงหน้าไป่ฟานเซียนหญิงสาวค่อนข้างจะสนใจเจ้าสิ่งนี้ มันมีรูปร่างคล้ายๆกับโทรทัศน์แต่มีปุ่มที่มีตัวอักษรมากมายอยู่ด้านล่างแทน
ลุงหวงอธิบายวิธีการใช้คอมพิวเตอร์ให้หญิงสาวทีละขั้นตอนตั้งแต่การเปิด การปิด การเริ่มใช้งานฟังก์ชั่นต่างๆ รวมไปถึงวิธีการพิมพ์ตัวอักษร
ไป่ฟานเซียนมองไปที่มือของลุงหวงที่ค่อยๆพิมพ์ช้าๆให้ไป่ฟานเซียนดูนางสังเกตการวางมือ ลำดับการพิมพ์และวิธีการใช้งานส่วนต่างๆบนแป้นพิมพ์อย่างตั้งใจ
พ่อบ้านชราค่อนข้างจะประทับใจอย่างยิ่งกับความเร็วการเรียนรู้ของหญิงสาวเพราะหลังจากที่เขาทำให้ดูไม่นานท่านปรมาจารย์ไปก็เริ่มจะสามารถพิมพ์ตัวอักษรออกมาเป็นประโยคได้บ้างแล้วถึงจะช้าไปสักหน่อยแต่ก็เป็นการเริ่มต้นที่ดี
“ท่านปรมาจารย์ไป่ครับผมจะสอนวิธีใช้งานเว็บไซต์นะครับ”
ลุงหวงเริ่มขั้นต่อไปเขาทำการเปิดบราวเซอร์พื้นฐานขึ้นมา แล้วชี้ไปยังช่องตรงกลางให้ไป่ฟานเซียนดู
“ในช่องนี้หากท่านปรมาจารย์ไป่ต้องการจะค้นหาสิ่งใด ก็พิมพ์ลงไปได้เลยครับ”เขาทดลองพิมพ์ว่าหนังสือเข้าไปทันใดนั้นก็ปรากฏเว็บไซต์มากมายที่สามารถอ่านหนังสือออนไลน์ออกมาให้เลือก
ไป่ฟานเซียนกวาดสายตาดูผ่านหน้าจอนางพบว่ามีรายชื่อหนังสือจำนวนมากรวมถึงบทความมหาศาลที่นางสามารถกดเลือกเข้าไปอ่านได้อย่างสะดวกสบายอย่างยิ่ง
“ข้าพอจะเข้าใจแล้ว...”
ไป่ฟานเซียนพยักหน้ารับความเร็วการเรียนรู้ของนางทำให้แค่ไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงที่พ่อบ้านชราเริ่มสอนนางก็สามารถใช้งานเจ้าคอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ตนี้อย่างคล่องมือ
ความได้เปรียบของนางก็คือนางจะไม่ลืมในสิ่งที่ถูกสอนนอกจากนี้นางยังค้นพบว่าหากไม่รู้จะแก้ปัญหาอย่างไรก็แค่พิมพ์ลงไปในช่องค้นหานั้นมันก็จะมีวิธีมากมายขึ้นมานำเสนอนาง สิ่งนี้มันสะดวกสบายและถูกใจนางอย่างยิ่ง
“เอาล่ะค่อยๆอ่านไปนะครับ เดี๋ยวผมจะไปเอาชามาเสิร์ฟ” ลุงหวงถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อเห็นว่าไป่ฟานเซียนเริ่มจมลงไปในโลกของหนังสือนอกจากนี้เขายังช่วยไป่ฟานเซียนสร้างบัญชีผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ตขึ้นมาบัญชีหนึ่งแล้วผูกเอาบัญชีธนาคารที่มีเงินจำนวนหนึ่งของตระกูลถังเอาไว้ให้นางเลือกซื้อหนังสือที่จำเป็นต้องชำระราคาก่อนอ่าน
เรียกได้ว่าเขาเตรียมตัวได้อย่างรอบคอบจริงๆ!
ก่อนจะออกไปพ่อบ้านชราก็ชะงักราวกับนึกขึ้นได้ เขาเดินกลับมาหานายหญิงของบ้านแล้วถามขึ้นว่า
“ท่านปรมาจารย์ไป่ครับมันมีเว็บไซต์หนึ่งที่เป็นเหมือนชุมชนของผู้ฝึกตนท่านปรมาจารย์ไป่อยากจะเข้าไปดูไหมครับ?”
“ชุมชนของผู้ฝึกตน?”ไป่ฟานเซียนเลิกคิ้วอย่างแปลกใจ
แต่นางก็แอบจะสนใจไม่ได้ในยุคนี้นางจะหาผู้ฝึกตนสักคนก็ช่างยากเย็นนางเองก็อยากจะรู้ว่าโลกของผู้ฝึกตนในยุคนี้มันเป็นอย่างไรเช่นกัน
“งั้นผมจะเข้าให้นะครับ”ลุงหวงขออนุญาตเลื่อนคอมพิวเตอร์พกพามาไว้ตรงหน้า ชายชราไม่ได้พิมพ์ไปที่ช่องค้นหาแต่พิมพ์ในช่องที่ไว้กรอกชื่อเว็บไซต์โดยตรง
ทั้งเมื่อเข้าไปแล้วยังต้องกรอกรหัสบางอย่าง เมื่อเขาเลื่อนกลับมา ก็ปรากฏเว็บไซต์ที่ที่ดูทันสมัยงดงามอย่างเหลือเชื่อขึ้นมาเว็บหนึ่ง
แน่ล่ะเพราะนี่เป็นสถานที่รวมตัวในอินเตอร์เน็ตของเหล่าผู้ฝึกตนในประเทศจะต้องได้รับรหัสจากผู้ที่เป็นสมาชิกอยู่ก่อนจึงจะเข้ามาได้ ทั้งยังได้รับเงินสนับสนุน รวมถึงเว็บนี้ยังเก็บค่าบริการบางอย่างเช่นในส่วนของการซื้อขายข้อมูลหรือการประมูลสิ่งของที่เว็บไซต์ได้รับส่วนแบ่งเป็นเปอร์เซ็นต์
เมื่อทุนหนาขนาดนี้หากปรากฏออกมาเป็นแค่เว็บไซต์ง่ายๆที่ดูไร้ราคาเหล่าผู้ฝึกตนก็คงจะไม่มีใครมาใช้บริการแล้ว
ไป่ฟานเซียนค่อยๆไล่ดูหัวข้อต่างๆในเว็บไปเรื่อยๆมันมีตั้งแต่ข่าวล่าสุด ห้องซื้อขายข้อมูล ห้องประมูลไปจนถึงห้องที่สามารถตั้งกระทู้พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอยู่ด้วย
ไป่ฟานเซียนกดเข้าไปในห้องพูดคุยด้านในนั้นมีกระทู้มากมายที่มีคนแวะเข้ามาโต้ตอบกันตลอดเวลา ตั้งแต่ข่าวคราวล่าสุดการจัดอันดับของปรมาจารย์ในยุทธภพ สอบถามปัญหา รวมไปถึงถกเถียงเรื่องการฝึกตนอีกด้วย
นั่นจึงเป็นสิ่งที่นางสนใจนางอยากจะรู้มานานแล้วเช่นกันว่าแนวคิดในการฝึกตนของยุคสมัยนี้เป็นอย่างไรยอกจากนี้นางอาจจะสามารถหาเหตุผลที่พลังฝึกตนของยุคสมัยนี้ตกต่ำลงถึงเพียงนี้ได้ก็ได้
กระทู้มากมายเรียงกันเป็นหลายร้อยกระทู้ไป่ฟานเซียนเลือกกดสุ่มๆเข้าไปดูสักอันหนึ่งกระทู้นี้เป็นกระทู้ที่มีคนเข้ามาพูดคุยกันค่อนข้างมาก
มันมีชื่อที่ค่อนข้างน่าสนใจว่า“ถาม-ตอบ ปัญหาโอสถ”
คนที่ตั้งกระทู้นั้นดูจะเป็นคนที่ค่อนข้างมีชื่อเสียงคนหนึ่งทั้งยังเป็นนักปรุงโอสถระดับ 3 ขั้นสูงสุด บางครั้งบางคราเขาก็สามารถปรุงโอสถขั้น4 ออกมาได้ ทำให้ค่อนข้างจะเป็นที่เคารพนับถือไม่น้อย
ในกระทู้นั้นจะมีนักปรุงโอสถมากมายแวะเวียนเข้ามาถามปัญหาเกี่ยวกับโอสถหรือวัตถุดิบซึ่งนักปรุงโอสถคนนั้นก็จะคอยตอบปัญหาทุกข้อให้ทำตัวดั่งผู้เชี่ยวชาญคนหนึ่งและได้รับคำชื่นชมสรรเสริญมาไม่น้อย
ไป่ฟานเซียนจะไม่มีปัญหาอะไรเลยแต่เมื่อยามที่นางเลื่อนอ่านคำถามและคำตอบบางส่วนในกระทู้นั้นแล้วนางกลับขมวดคิ้วขึ้นมาจนเป็นปม
...นี่มันค่อนข้างจะ
ขัดใจนางอย่างยิ่ง!
“หวงจื่อหาน...ข้าสามารถพิมพ์ลงไปในกระทู้เหล่านี้ได้บ้างหรือไม่?”