“ ทุกคนคะฮันเตอร์ทั้ง 31 คนกลับมาแล้วค่ะครั้งนี้พวกเขาเคลื่อนไหวเร็วกว่าเดิมคาดว่าวางแผนจะโจมตีนักศึกษา ”
อาจารย์จื่อหานรีบมองไปยังหน้าจอพบว่าร่างของฮันเตอร์ทั้ง 31 คนวิ่งกลับมาด้วยความเร็ว พวกเขาไม่คิดจะปกปิดตัวตนอีกต่อไปแต่ละคนที่กลับมาล้วนแล้วถืออาวุธ เขาจึงรีบติดต่อเจ้าหน้าที่ใกล้เคียงให้รีบเข้าไประงับเหตุก่อนที่เหตุการณ์จะอันตรายไปมากกว่านี้
ภาพของเหล่าเจ้าหน้าที่วิ่งไปดักรอฮันเตอร์เกิดขึ้นหลายมุมกล้อง พวกเขาจำเป็นต้องจัดการฮันเตอร์ที่กลับเข้ามาไม่เช่นนั้นจะเกิดอันตราย
อีกฝ่ายแกล้งแสดงท่าทีว่าเป็นฮันเตอร์หลงทางแต่ตอนนี้วิ่งกลับมาด้วยความไว เมื่อครู่ที่ยอมกลับไปง่ายๆคงเพราะถูกจับได้จึงแกล้งทำเป็นยอมเเพื่อให้เหล่าเจ้าหน้าที่ตายใจ
บู้ม!
พลุสัญญาณถูกจุดขึ้นไปบนฟ้าสูงบอกให้นักศึกษาหาสถานที่หลบซ่อนตัวก่อน คืนนี้อันตรายพอสมควรหากพวกเขาวิ่งหนีอาจจะเจออันตรายที่มากยิ่งขึ้น การรอให้เจ้าหน้าที่เข้าไปช่วยเหลือจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด นอกจากจะไม่วุ่นวายแล้วเจ้าหน้าที่ยังสามารถตามหานักศึกษาได้ดีขึ้นยิ่งกว่าเดิม
ตู้ม!
เสียงปะทะกันของเจ้าหน้าที่และฮันเตอร์ในจุดแรกเริ่มต้นขึ้น ทันใดนั้นกล้องที่จับภาพก็ถูกทำลายส่งผลให้อาจารย์มองไม่เห็นจุดที่เกิดการปะทะกันเมื่อครู่ ไม่นานจุดที่สองก็เกิดขึ้นโดยฮันเตอร์ที่กลับเข้ามาเลือกทำลายกล้องปิดการมองเห็นของเหล่าอาจารย์
เมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายจะต้องเป็นมือสังหารหรือไม่ก็ผู้ร้ายเหล่าอาจารย์จึงสั่งให้เจ้าหน้าที่รีบอพยพนักศึกษาออกมาจากพื้นที่ทดสอบในทันที ตอนนี้สถานการณ์วิกฤตเกินกว่าจะหลบอยู่ในพื้นที่ทดสอบ
ตู้ม ตู้ม!
เสียงระเบิดดังขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า เหล่านักศึกษาที่เห็นพลุสัญญาณลูกที่สองต่างก็รอคอยให้เจ้าหน้าที่เข้ามาใกล้เพื่อเข้ารวมกลุ่มในการอพยพ
“ อาจารย์จื่อหาน หากเป็นแบบนี้เราได้ถูกปิดการมองเห็นทั้งหมดแน่ ฉันแนะนำให้ใช้โดรนฉุกเฉินค่ะ ”
อาจารย์ทุกท่านเห็นด้วยกับอาจารย์เจี่ยลี่ตอนนี้พวกเขาจำเป็นต้องใช้โดรนนำทาง นอกจากจะแบ่งเบาภาระของเจ้าหน้าที่แล้วยังเปิดภาพแทนกล้องที่ถูกทำลายได้อีกด้วย
หลังจากทำการอนุมัติการใช้งานโดรนบินหลายพันลำก็ได้บินออกจจากรถควบคุมเข้าสู่พื้นที่ทดสอบ ในขณะที่โดรนกำลังจะเข้าสู่ภูเขาพวกมันกลับถูกทำลายทิ้งทั้งหมดสร้างความตกใจให้กับเหล่าอาจารย์
“ หากเป็นแบบนี้ต้องมีการสูญเสียเกิดขึ้นแน่ เราต้องแบ่งกลุ่มกันแล้วค่ะ ”
เจี่ยลี่รีบบอกสิ่งที่ต้องการเธออยากให้อาจารย์แบ่งกลุ่มเพื่อช่วยเหลือนักศึกษา พลังของเจ้าหน้าที่อาจจะไม่เพียงพอจึงต้องพึ่งอาจารย์ด้วย
“ งั้นผมจะไปเอง ”
อาจารย์แต่ละท่านรีบออกจากรถควบคุมพร้อมกับพกวิทยุสื่อสารติดตัวจนเหลือเพียง 3 คนภายในรถควบคุม ได้แก่อาจารย์จื่อหาน อาจารย์สวมกั๊กที่สามารถใช้สกิลตรวจสอบได้และอาจารย์เจี่ยลี่ หน้าที่ของพวกเขาทั้งสามคนคือการบอกพิกัดให้กับอาจารย์และเจ้าหน้าที่ภายในป่า
“ อาจารย์เจี่ยลี่ ”
เจี่ยลี่จับไปที่ข้างหูหลังจากได้ยินเสียงอาจารย์เหวินอีกครั้ง
“ ตอนนี้ไม่ทันแล้ว บอกให้นักศึกษาสู้ซะ ”
“ เกิดอะไรขึ้นเหรอคะอาจารย์เหวิน ”
อาจารย์จื่อหานหันมองอาจารย์เจี่ยลี่ที่ร้องออกมาเสียงดังทั้งที่อาจารย์เหวินไม่ได้อยู่ภายในห้อง เขาจึงรู้ว่าทั้งสองอาจจะใช้ไอเทมสื่อสารกันเอาไว้ฟหกฟก
“ มีฮันเตอร์เข้ามาอีก 100 จุด พวกมันน่าจะถูกส่งเข้ามาด้วยสกิลเทเลพอร์ต ”
จื่อหานมองไปยังอาจารย์เจี่ยลี่ที่กำลังเบิกตากว้างราวกับว่ามีเรื่องน่าตกใจเกิดขึ้น
“ อาจารย์เจี่ยลี่เกิดอะไรขึ้นอย่างนั้นเหรอครับ ”
“ อาจารย์จื่อหาน มีคนเข้ามาเพิ่ม ” อาจารย์สวมเสื้อกั๊กร้องตะโกนแทรกจนทำให้อาจารย์จื่อหานหันมองหน้าจอ สิ่งที่ปรากฎคือร่างฮันเตอร์สวมใส่ชุดเกราะสีดำก่อนที่พวกเขาจะทำลายกล้องที่อยู่ใกล้ๆ ทันใดนั้นอาจารย์เจี่ยลี่ก็ได้ตอบคำถามที่ค้างคาเอาไว้จนทำให้อาจารย์จื่อหานตกตะลึงเมื่อรู้ว่านักศึกษาตกที่นั่งอันตรายมากเกินกว่าที่พวกเขาประเมินเอาไว้
“ อาจารย์เจี่ยลี่ คุณช่วยอยู่ที่นี่แล้วติดต่อทางมหาวิทยาลัยแทนผมด้วย ผมจะเข้าไปช่วยเด็กๆ ”
อาจารย์จื่อหานรีบออกจากรถควบคุมโดยมีอาจารย์เสื้อกั๊กตามออกไปด้วย หากเขาปล่อยให้ลูกหลานขุมอำนาจใหญ่ตายเรื่องคงไม่จบง่ายๆจึงต้องรีบเข้าไปช่วยเหลือก่อน
“ อาจารย์เจี่ยลี่ มีอะไรที่ทางมหาวิทยาลัยเตรียมอะไรเอาไว้อีกไหม ”
เฉินห่าวอยากรู้ว่าคณะอาจารย์เตรียมอะไรเอาไว้อีกหรือไม่ นอกจากจะรอเจ้าหน้าที่จากทางมหาวิทยาลัยแล้วพวกเขามีอะไรเก็บซ่อนเอาไว้อีก
“ ไม่ค่ะ โดรนช่วยเหลือเมื่อครู่คือมาตรการป้องกันขั้นสุดท้ายที่เราพกมา เพราะไม่เคยเกิดเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อน ซึ่งเราประเมินเอาไว้ว่าถ้าหากโดรนถูกทำลาย การเคลื่อนไหวของอาจารย์จะจบทุกอย่างได้ทั้งหมด ”
“ ดูเหมือนครั้งนี้จะไม่ง่ายแบบนั้นนะครับ ”
“ อาจารย์เหวินเห็นอะไรอย่างนั้นเหรอคะ ”
“ อีกฝ่ายตรวจสอบได้เหมือนกับผม ทุกจุดที่เจ้าหน้าที่เคลื่อนไหวพวกมันรับรู้ทั้งหมดจนหลีกเลี่ยงการปะทะได้เกือบทุกจุด ยกเว้น 31 จุดแรกที่เข้าปะทะตรงๆเพื่อดึงความสนใจจากเจ้าหน้าที่ ส่วน 100 จุดที่มาใหม่ล้วนหลบเจ้าหน้าที่ได้หมด ”
“ มันคงวางแผนจะเล่นงานนักศึกษา ”
“ คงใช่ คุณพอจะรู้ไหมว่าเป็นฝีมือใคร ”
“ ไม่ค่ะ นับเป็นเวลาหลายสิบปีแล้วที่ไม่มีใครพยายามเล่นงานนักศึกษาเพราะสิ่งที่ปกป้องนักศึกษาไม่ใช่มหาวิทยาลัยแต่เป็นขุมอำนาจเบื้องหลังนักศึกษาแต่ละคน หากเกิดอะไรขึ้นจะเกิดการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่จึงไม่มีใครกล้าลงมือ ฉันไม่รู้จริงๆค่ะว่าครั้งนี้พวกมันวางแผนจะทำอะไร ”
เฉินห่าวไม่รู้จุดประสงค์ในการเคลื่อนไหวเช่นเดียวกัน เขาจึงถือวิสาสะนำทางนักศึกษาแต่ละคน เพราะไม่อย่างนั้นอาจจะพบเข้ากับความสูญเสียมากกว่านี้
“ ฉันอาจารย์เหวิน ใครได้ยินเสียงแล้วฟังฉันซะหากอยากรอดตาย ”
น้ำเสียงหนักแน่นดังขึ้นภายในหัวของนักศึกษาทุกคนไม่เว้นแม้แต่นักศึกษาต่างคลาส
“ เปิดไฟแล้ววิ่งเต็มฝีเท้าหากไม่อยากตาย วิ่ง! ”
เฉินห่าวรีบบอกทิศทางให้นักศึกษาแต่ละกลุ่ม ในระหว่างนี้เขาก็บอกทิศทางมือสังหารให้กับเจ้าหน้าที่ ในตอนที่นักศึกษาวิ่งเจ้าหน้าที่จะต้องเข้าไปรับมือกับมือสังหารเพื่อซื้อเวลา
อย่างไรก็ตามมีนักศึกษาบางกลุ่มหวาดกลัวน้ำเสียง พวกเขาคิดว่าอาจจะเป็นฝีมือของคนที่กำลังต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ในพื้นที่จึงหลบอยู่ที่เดิม
“ อาจารย์เจี่ยลี่ มีนักศึกษาหลายคนไม่ฟังที่ผมพูด ผมช่วยได้เท่านี้จริงๆ ”
เจี่ยลี่ไม่รู้ว่าอาจารย์เหวินทำอะไรลงไปบ้าง แต่จากสิ่งที่เขาเอ่ยออกมาดูเหมือนว่าจะชี้ทางให้กับนักศึกษาในพื้นที่ แม้จะตกใจที่อาจารย์เหวินสามารถพูดคุยกับคนที่อยู่ภายในพื้นที่ทดสอบได้ก็ตามเธอกลับต้องเก็บความตกใจนี้เอาไว้แล้วรีบผสานกับเจ้าหน้าที่จากมหาวิทยาลัยที่กำลังเดินทางมา
“ อาจารย์เจี่ยลี่ พวกมันเข้าถึงนักศึกษากลุ่มหนึ่งแล้ว ”
ไม่ใช่แค่นักศึกษาที่ไม่เชื่อเสียงภายในหัว เจ้าหน้าที่ก็ไม่เชื่อเช่นเดียวกันเพราะกลัวว่าจะเป็นพลังของศัตรูที่ทำให้ไขว้เขว
เฉินห่าวเห็นว่าการหลบหนีมีคนเชื่อเขาเพียง 50 % ส่วนที่เหลือกำลังหลบซ่อนและวิ่งไล่ตามเสียง เมื่อเห็นว่าคืนนี้จะต้องมีการสูญเสียแน่นอนเขาจึงเดินเข้าไปปลุกลูกสาวที่กำลังหลับฝันหวาน มีทางเดียวที่เขาจะช่วยลูกศิษย์ในคลาสได้คือพึ่งพลังของเธอ
“ เป่าเป้ยครับ ป๊ะป๋าขอโทษนะที่มาปลุกดึกๆดื่นๆ ”
“ มีอายัยเหยอคะ ” เด็กน้อยใช้มือทั้งสองขยี้ตาเบาๆด้วยท่าทางงัวเงีย
“ มีคนใจร้ายบุกเข้าไปโจมตีพี่พี่ของเป่าเป้ย ช่วยพาพี่พี่มาหาเป่าเป้ยให้หน่อยได้ไหมครับ ”
“ หยูจะพายายาม ”
เฉินห่าวพาลูกสาวออกไปนอกบ้านแล้วปลดค่ายกลออกเพื่อให้เป่าเป้ยใช้พลังจากภายในนี้ได้ จากนั้นจึงเริ่มให้เธอเปิดใช้งานสกิลเทเลพอร์ต ในระหว่างนี้เขาไม่ลืมบอกให้นักศึกษาแต่ละกลุ่มที่อยู่ภายในคลาสจับไปยังตุ๊กตาแมลงสาบที่พกติดไปคนละตัว
“ แมงฉาบ แมงฉาบของเป่าเป้ย ”
“ แมงฉาบมานี่มา ”
“ แมงฉาบมาหาเป่าเป้ยเย็วเข้า ”
“ มา! ”
มือน้อยๆชูขึ้นเหนือศรีษะทันใดนั้นก็ได้ปรากฎวังวนทั้ง 13 บานเปิดขึ้นพร้อมกัน นักศึกษาที่จับแมลงสาบเอาไว้ต่างก็ถูกดึงตัวออกมาจากพื้นที่ทดสอบก่อนจะมองไปยังอาจารย์เหวินและเป่าเป้ยน้อยที่กำลังชูมือขึ้นฟ้าสูงทุกคนจึงรู้ว่าเป่าเป้ยเป็นคนช่วยออกมา
“ มีใครเป็นอะไรไหม ”
เด็กหลายคนอยู่ในท่าทางสั่นกลัวเนื่องจากมีพลังของเลเวล 100 ปะทุภายในป่า มันเกินขอบเขตที่พวกเขาจะรับมือได้ ทางฝั่งของเหมยลี่และหลี่อิงยังคงปลอดภัย ทว่าเมื่อครู่ถ้าหากถูกดึงมาช้าเกินไปอาจจะถูกเล่นงานเช่นเดียวกัน
“ พี่ชายเฉิน ไม่สิ อาจารย์เหวินเกิดอะไรขึ้นเหรอคะ ทำไมเมื่อกี้มีคนชุดดำบุกมาหาเรากัน ”
เหมยลี่เป็นฝ่ายตั้งคำถาม ทุกคนพยักหน้าสงสัยอยากให้อาจารย์เหวินช่วยอธิบายว่าเกิดอะไรขึ้น พวกเขาเจอชายสวมชุดดำ 1 - 2 คน หากเมื่อครู่ไม่ถูกดึงออกมาก่อนคงจะมีการปะทะกันเกิดขึ้น
“ อาจารย์ก็ยังไม่รู้จุดประสงค์ของพวกมัน ”
เฉินห่าวบอกให้นักศึกษาไปหลบใกล้ๆกับรถของอาจารย์เจี่ยลี่ที่กำลังใช้ไอเทมติดต่อกับอาจารย์และเจ้าหน้าที่ภายในพื้นที่ล่า ทันใดนั้นยานรบจากทางมหาวิทยาลัยก็เดินทางมาถึงโดยคนที่ลงมามีด้วยกัน 31 คน พวกเขาเป็นกลุ่มแรกที่ขอไปกับทางมหาวิทยาลัย อย่างไรก็ตามมีอีก 100 คนกำลังเดินทางตามมาในอีก 10 นาที
เฉินห่าวพยายามชี้นำทางให้เจ้าหน้าที่และนักศึกษาอีกเช่นเคย เดิมทีไม่มีใครกล้าเชื่อเขา ตอนนี้เริ่มมีคนตัดสินใจเชื่อเพราะการต่อสู้ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ
เหล่านักศึกษาที่ไม่กล้าออกวิ่งตัดสินใจวิ่งตามเสียงของเฉินห่าวก่อนที่พวกเขาจะเจอเข้ากับเจ้าหน้าที่แล้วให้พาออกมา ทันใดนั้นเจ้าหน้าที่อีก 100 คนก็มาสมทบก่อนจะวิ่งเข้าไปในพื้นที่ทดสอบของมหาวิทยาลัยในทันที
เฉินห่าวกลับไม่นิ่งนอนใจ เขาคิดว่าการช่วยนักศึกษาจะเป็นการเพิ่มคะแนนให้กับเขาจึงพยายามนำทางต่อไปเรื่อยๆ ในขณะที่กำลังนำทางนี้เองเขากลับพบว่าเป่าเป้ยที่อยู่ในอ้อมแขนหายไป เฟยหลงที่อยู่ข้างๆแสดงท่าทางตกใจเช่นเดียวกันที่จู่ๆคุณหนูก็หายไปจากอ้อมแขนของพ่อ
“ บัดซบ ”
ทุกคนได้ยินเสียงดังภายในหัวขึ้นพร้อมกัน มันเป็นเสียงที่เต็มไปด้วยความโกรธที่ปะทุออกมา
“ ดูเหมือนว่ามันจะเป็นคนชี้เป้าให้ทางอาจารย์จริงๆ ”
“ แล้วจะให้ทำยังไงกับเด็กน้อยคนนี้ ”
มือสังหารสองคนหันมองหน้ากัน พวกมันได้รับหน้าที่ให้ขัดขวางโดรนจากเหล่าอาจารย์และจับตามองดูว่ามีการส่งคนมาช่วยเหลือมากแค่ไหน ทว่าพวกมันเห็นสิ่งผิดปกติเนื่องจากเจ้าหน้าที่ทำงานได้รวดเร็วเกินไปจึงพยายามมองหาต้นตอคนที่ทำให้อาจารย์รับมือพวกมันได้ง่ายขึ้น ก่อนจะเจอชายคนหนึ่งอุ้มลูกสาวใช้มือแตะไปยังหางคิ้วของตนเองราวกับกำลังส่งโทรจิตระยะไกล พวกมันจึงลองขโมยลูกสาวอีกฝ่ายออกมาดูก่อนจะพบว่าการคาดการณ์ของพวกมันเป็นจริง
ขณะที่กำลังช่างใจว่าจะทำอย่างไรดีนั้น พวกมันก็พบเข้ากับเสียงร้องตะโกนภายในหัวจึงรู้ว่าถูกพบตัวแล้ว
“ เอาไง ”
“ พาเด็กหนีไป อย่าพึ่งฆ่าไม่งั้นแย่แน่ ”
ชายที่ใช้เทเลพอร์ตรีบเคลื่อนย้ายหนีในทันที มันจำเป็นต้องดึงอาจารย์คนนี้ออกมาให้ได้เพื่อที่แผนจะง่ายขึ้น
แต่แล้วมันก็ได้ยินเสียงดังภายในหัวเช่นเดิมทั้งที่เทเลพอร์ตออกมาไกลหมายความว่าตอนนี้มันยังอยู่ในอาณาเขตตรวจสอบของอีกฝ่าย
“ เหลือจะเชื่อ มีสกิลที่ตรวจสอบได้ไกลขนาดนี้ด้วยเหรอ ”
มือสังหารเทเลพอร์ตต่อไปแล้วก็ยืนรอดูว่าจะมีอะไรหรือเปล่า หลังจากที่มันไม่พบจิตสังหารจึงรออยู่เงียบๆพลางมองดูเด็กน้อยที่เหมือนกำลังจะร้องไห้แต่กลับกลัวจึงกลั้นน้ำตาเอาไว้ก่อน
“ อย่าร้องไม่งั้นฉันจะฆ่าเธอแน่ ”
“ คุณเป็นคนใจร้ายเหรอ ”
“ ใช่ ถ้าเธอร้องไห้ฉันจะควักลูกตาของเธอ ”
เป่าเป้ยพยักหน้าหงึกหงัก ในระหว่างนี้เธอก็ได้ยินเสียงของคุณพ่อภายในหัวบอกให้เทเลพอร์ตออกมาจากคนใจร้าย เพียงแต่ว่าเธอทำไม่ได้อีกฝ่ายสวมกำไลบางอย่างเอาไว้ที่ข้อเท้า