จอมยุทธ์ซุปตาร์

    ตอนที่ 36 เข้าร่วมแข่งขันกินแหลก 2 Re

            “โอ๊ะไป่เจ๋อเริ่มกินอีกครั้งแล้วครับ แถมยังเร็วมากด้วย ขนมปังหนึ่งชิ้นหนัก 100 กรัมตอนนี้เขากินไปแล้ว 42 ชิ้น เท่ากับ 4.2 กิโลกรัมเลยครับ”พิธีกรบรรยายถึงน้ำหนักที่ไป่เจ๋อกินได้ตอนนี้

             

             

            ตอนนี้ผิงฮัวที่ตามมาเป็นอันดับที่2 กินไปได้ 30 จาน ส่วนอันดับ 3 กินไปแล้ว 25 จานความเร็วในการกินของทุกคนเริ่มช้าลงแล้ว แต่เวลายังเหลืออีกตั้ง 30 นาที

             

             

            “ขอเพิ่มครับ”ไป่เจ๋อยกมือขึ้น เขาไม่พักดื่มน้ำเลยตั้งแต่เริ่มแข่งสร้างความประหลาดใจให้กับทีมงานและผู้เข้าแข่งขันคนอื่นอย่างมาก

             

             

            กล้องส่วนใหญ่หันมาถ่ายไป่เจ๋อตอนนี้ถือได้ว่าไป่เจ๋อสามารถดึงดูดความสนใจมาที่ตัวเองได้สำเร็จอย่างน้อยภาพของเขาต้องได้ออกในรายการแน่นอน

             

             

            จากที่ไป่เจ๋อดูรายการนี้ย้อนหลังเขาพบว่าผู้เข้าแข่งขันที่มีความสามารถโดดเด่น ทางรายการจะตามถ่ายชีวิตประจำวันหรือนัดให้ทำกิจกรรมบางอย่าง เช่น การนัดมาทานข้าวกับพวกรุ่นพี่นักกินแหลกซีซั่นก่อนเพื่อให้ผู้ชมได้เห็นพลังในการกินเมื่อเทียบกับนักกินแหลกซีซั่นก่อนดังนั้นไป่เจ๋อจึงต้องกินให้มาก อย่างน้อยก็ต้องมากกว่าต่านต้าน เพื่อหักหน้าแชมป์5 สมัยคนนี้ต่อหน้าสาธารณะชน

             

             

            “เหลือเวลาอีก5 นาที ไป่เจ๋อ ผู้เข้าแข่งขันหมายเลข 13 กินไปแล้ว 80 ชิ้น รวมเป็นน้ำหนัก 8กิโลกรัม ไม่รู้ว่าเขาเอาไปไว้ตรงไหนในท้องกันแน่” พิธีกรบรรยาย

             

             

            แต่ตอนนี้มีคนเริ่มนั่งไม่ติดแล้วไป่เจ๋อกำลังใกล้ทำลายสถิติที่ดีที่สุดของต่านต้านปกติถ้าเขากินขนาดนี้คงเหงื่อแตก ตาลอยแล้ว แต่นี่ไป่เจ๋อยังดูชิว ๆ หยิบขนมปังมากินเรื่อยๆ ไม่แสดงอาการอะไรเลย ส่วนคนอื่น ๆตอนนี้ต่างหยุดกันมาลุ้นไป่เจ๋อว่าจะทำลายสถิติของต่านต้านได้ไหม

             

             

            “ไป่เจ๋อนายกินเยอะขนาดนี้เดี๋ยวก็แข่งรอบ 2 ต่อไม่ไหวหรอก” ผิงฮัวกระซิบบอกไป่เจ๋อแต่ไป่เจ๋อยังคงกินต่อโดยไม่สนใจอะไร

             

             

            “ไป่เจ๋อจะล้มสถิติของต่านต้านได้รึเปล่าเรามาเอาใจช่วยกันครับ”พิธีกรพูดเชียร์ไป่เจ๋อ

             

             

            ไป่เจ๋อยังคงกินไม่หยุดตอนนี้เขามาถึงจานที่ 90 ในช่วง 1 นาทีสุดท้ายก่อนจะหมดเวลามีเสียงปรบมือดังขึ้นจากผู้เข้าแข่งขันและทีมงาน

             

             

            “ขอเพิ่มครับ”ไป่เจ๋อยกมือเพื่อขอเพิ่ม ในจานที่ 91 เขากัดอีก 3 คำ ขนมปังก็หมดก่อนที่จะหยุดกิน ทุกคนต่างลุ้นว่าไป่เจ๋อจะอ้วกรึเปล่าถ้าเขาอ้วกก็จะถูกปรับแพ้ทันที

             

             

            “หมดเวลาครับ”เสียงของพิธีกรดังขึ้นพร้อมกับสัญญาณหมดเวลา

             

             

            ต่านต้านเหมือนถูกตบหน้าอย่างแรงเขาพูดสบประมาทไป่เจ๋อเอาไว้ ไม่คิดว่าไป่เจ๋อจะสามารถทำลายสถิติที่เขากินลงได้แต่พอนึกได้ว่าไป่เจ๋อกินไปเยอะขนาดนั้น ในรอบที่ 2 ไป่เจ๋อจะต้องตกรอบเพราะกินต่อไม่ไหวแน่

             

             

            หลังการแข่งรอบแรกจบลงไป่เจ๋อกับผิงฮัวขึ้นรถที่ทางทีมงานเตรียมไว้ให้พร้อมกับผู้ที่ผ่านเข้ารอบอีก 6 คนโดยมีต่านต้านนั้นนั่งไปด้วยแน่นอนว่าบนรถมีการถ่ายการพูดคุยกับผู้เข้าแข่งขันอีกนิดหน่อย

             

             

            “ไป่เจ๋อนายเป็นรุ่นน้องฉัน ขอถามหน่อยได้ไหม นายกินเยอะขนาดนี้จะแข่งต่อรอบบ่ายไหวไหม”พิธีกรถาม

             

             

            “ยังสบายๆ ครับ” ไป่เจ๋อยิ้ม

             

             

            “ให้มันจริงเถอะอย่าอ้วกออกมาตอนรอบ 2 ล่ะ” ต่านต้านพูดแทรกขึ้น

             

             

            “ถึงแพ้ก็ไม่เป็นไรหรอกยังไงไป่เจ๋อทำลายสถิติของคุณได้แล้ว” ผิงฮัวกล่าว

             

             

            “มันจะมีประโยชน์อะไรถ้าไม่ใช่ผู้ที่ยืนอยู่ได้เป็นคนสุดท้ายในรายการ”ต่านต้านมองผิงฮัวอย่างเหยียดหยาม

             

             

            การสัมภาษณ์บนรถจบลงผู้เข้าแข่งขันต่างนอนพักเอาแรง แต่ไป่เจ๋อกลับเดินไปหาพิธีกรรายการแทน

             

             

            “สวัสดีครับรุ่นพี่” ไป่เจ๋อกล่าวทักทาย

             

             

            “โอ้ไป่เจ๋อ นายรู้อะไรไหมก่อนการแข่งฉันได้ยินพวกทีมงานบอกว่ามีเด็กใหม่ของ LSAอยากออกสื่อ เลยมาสมัครรายการนี้เล่น ๆ พอตอนที่นายกินได้เกิน 40 จานพวกทีมงานนั่นก็เปลี่ยนมาเชียร์นายเฉยเลย ยิ่งพวกสาว ๆ นี่กรี๊ดกันใหญ่”พิธีกรกล่าว

             

             

            “รุ่นพี่ก็พูดเกินไปครับก็จริงที่ผมมาแข่งเพื่อออกสื่อ แต่ผมไม่คิดจะมาแข่งเล่น ๆ นะครับหากผมทำแบบนั้นคุณเฉินเฟิงคงไม่ให้ผมมาแน่” ไป่เจ๋อกล่าว

             

             

            “พยายามเข้าล่ะแต่บอกไว้ก่อนนะ ถึงนายจะเป็นรุ่นน้อง ฉันก็ไม่รู้หรอกนะว่ารอบต่อไปจะแข่งอะไร”พิธีกรรายการกล่าว

             

             

            “รุ่นพี่อยากเพิ่มเรตติ้งรายการไหมครับพอถึงสถานที่แข่ง รุ่นพี่ลองให้ผมทายอาหารที่เป็นโจทย์ในแต่ละรอบดูสิครับ”ไป่เจ๋อกล่าว

             

             

            “หืมน่าสนใจนี่ ฉันจะลองเชื่อนายดู หวังว่านายคงตอบถูกนะ” พิธีกรกล่าว

             

             

            “ไม่ต้องห่วงครับผมจะทำให้ความสามารถนี้เป็นจุดเด่นที่ผู้ชมจะจำผมได้” ไป่เจ๋อยิ้ม ก่อนจะแยกไปนอนเพราะเขาเริ่มที่จะเมารถอีกแล้ว(สาเหตุที่ตอนนั่งบนรถกับพี่ชิงชิงแล้วไป่เจ๋อหลับตลอดก็เพราะแบบนี้แหละ)

             

             

            รถบัสของทางรายการขับไปยังเมืองข้างๆ ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องสวนสตรอเบอรี่พวกผู้เข้าแข่งขันแวะทานสตรอเบอรี่ที่สวนนิดหน่อยก่อนจะเดินทางไปที่วัดที่ใหญ่ที่สุดของเมืองนี้

             

             

            รถบัสมาจอดที่ตีนเขาทางขึ้นวัดซึ่งทีมงานรายการได้ขึ้นไปเตรียมงานอยู่ก่อนแล้ว ส่วนพิธีกรก็นำผู้เข้าแข่งขันเดินขึ้นบันไดไป

             

             

            “เอาล่ะครับทุกคนเรามาถึงกันแล้ว สถานที่เป็นวัด แน่นอนว่าไม่มีอาหารประเภทเนื้อสัตว์บังเอิญผมได้ยินมาว่าไป่เจ๋อทายของกินรอบแรกได้ถูกก่อนจะเห็นมันซะอีกงั้นครั้งนี้ลองทายดูซิครับว่าเราจะแข่งกินอะไรกัน” พิธีกรให้ไป่เจ๋อลองทายอาหาร

             

             

            “ให้ผมทายเหรอครับอืม...” ไป่เจ๋อหลับตา แล้วสูดลมหายใจเข้านิดหน่อย ก่อนจะลืมตาขึ้น

             

             

            “เป็นผักทอดทานคู่กับข้าวต้มน้ำชาครับ” หลังไป่เจ๋อพูดชื่ออาหารออกมาทีมงานหลายคนตกใจจนทำของหล่นเสียงดัง พวกเขามั่นใจว่าของกินแต่ละรอบมีเพียงพวกเขาที่รู้ แล้วทำไมไป่เจ๋อถึงทายได้แม่นยำราวกับตาเห็นแบบนี้ล่ะ

             

             

            “งั้นมาดูกันว่าไป่เจ๋อจะทายถูกรึเปล่ารบกวนทีมงานเอาอาหารที่เราจะใช้แข่งคราวนี้มาให้ดูหน่อยว่ามันคืออะไร”พิธีกรผายมือไปยังทีมงานที่เดินยกถาดที่มีข้าวต้มน้ำชา มีผักทอดแพวางด้านบนพิธีกรชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะดำเนินรายการต่อ

             

             

            “โอ้โหแม่นอย่างกับตาเห็น นายมีเส้นสายในกองถ่ายทำรายการเรารึเปล่าเนี่ย” พิธีกรแซว

             

             

            “จะไปมีได้ยังไงล่ะครับผมเป็นดาราหน้าใหม่ เรื่องเส้นสายหรือสนิทกับใครเนี่ยไม่มีหรอกครับ”ไป่เจ๋อไหวไหล่

             

             

            “เวอร์ไปมั้งต้องมีคนบอกแน่ ๆ” ต่านต้านพยายามเปิดประเด็นโจมตีไป่เจ๋อ

             

             

            “ขนาดคุณไม่มีส่วนได้ส่วนเสียในการแข่งทีมงานเขายังไม่บอกคุณเลยนี่ครับ” ไป่เจ๋อสวนกลับทันที

             

             

            แม้ต่านต้านจะโกรธแต่เขาก็ทำอะไรไป่เจ๋อไม่ได้เพราะยังไงเขาเองก็มีชื่อเสียงระดับหนึ่งตอนนี้แค่รอให้ไป่เจ๋อพลาดในการแข่งรอบนี้ แล้วเขาจะเหยียบไป่เจ๋อให้จมโคลนไปเลย

             

             

            พิธีกรพูดคุยกับผู้เข้าแข่งขันสักพักทีมงานก็พาผู้เข้าแข่งขันไปนั่งประจำที่ เพื่อเตรียมแข่งขันในรอบนี้

             

             

            เวลานี้เป็นช่วงบ่ายต้องมาแข่งกินกลางแจ้งแบบนี้ ทำให้เหงื่อของทุกคนไหลออกมามากไป่เจ๋อยกมือเพื่อขอผ้าเย็นมาเช็ดหน้ากับคอ และมีคนขอผ้าเย็นเหมือนไป่เจ๋อด้วยเช่นกัน

             

             

            แต่อาจเป็นเพราะไป่เจ๋อทำการฝึกบุคลิกภาพท่าทางการใช้ผ้าเย็นซับเหงื่อ ทำให้เขาดูมีเสน่ห์ เซ็กซี่จนสาวน้อยสาวใหญ่มองกันตาค้าง แม้แต่ทีมงานชายบางคนยังต้องลอบกลืนน้ำลาย

             

             

            “เขาดูดีมากอนาคตต้องดังแน่”

             

             

            “บ้าจริงท่องไว้เราเป็นผู้ชาย ๆ ๆ ๆ”

             

             

            “เด็กอายุ15 ทำไมน่ากินแบบนี้ โอ๊ย ถ้าได้กิน ต่อให้ติดคุกเจ๊ก็ยอม”

             

             

            “เจ๊ใจเย็น ๆ เห็นแก่ลูก 3 คนของเจ๊บ้างเถอะ”

             

             

            ขนาดผิงฮัวยังจ้องไป่เจ๋อตาไม่กระพริบเมื่อไป่เจ๋อเห็น เขาก็หยุดเช็ดเหงื่อแล้วกลับมาหลับตาทำสมาธิก่อนการแข่งขันจะเริ่มขึ้น

             

             

            “เราจะเริ่มถ่ายกันแล้วพร้อมนะ” ผู้กำกับรายการกล่าวขณะเดียวกันพิธีกรก็เข้าประจำตำแหน่งเพื่อดำเนินการแข่งขัน

             

             

            “ทุกอย่างพร้อมแล้วการแข่งกินข้าวต้มน้ำชากับผักทอด เป็นเวลา 45 นาที เริ่มได้”พิธีกรเขาเป่านกหวีดเป็นสัญญาณเริ่มการแข่งขัน

             

             

            ผู้เข้าแข่งขัน7 คนต่างเร่งกิน เพื่อให้ตัวเองได้ขึ้นนำก่อน มีเพียงไป่เจ๋อที่ค่อย ๆกินด้วยความเร็วปกติ ไม่ได้รีบร้อนอะไร

             

             

            [ขอเพิ่มครับ/ค่ะ]ทั้ง 7 คนแทบจะพูดขึ้นพร้อมกัน ตอนนี้พวกเขานำไป่เจ๋อไปแล้ว

             

             

            “ไป่เจ๋อนี่กินสบายเกินไปรึเปล่าหรือกินไม่ไหวแล้วเนี่ย” พิธีกรเข้าแซว

             

             

            “ผมแค่ไม่อยากกินเร็วเกินไปน่ะครับ”ไป่เจ๋อยิ้ม เพราะแป้งที่ทอดนั้นจะต้องดูดน้ำแล้วจะขยายตัว หากกินเร็วเหมือนคนอื่นไม่นานจะต้องช็อตจนต้องหยุดกินกลางเกมแน่นอนและช่วงนั้นไป่เจ๋อถึงจะเร่งกินเพื่อแซง เพราะหากเขานำตั้งแต่แรกรายการมันจะไม่ตื่นเต้น เขาควรแกล้งทำเป็นกินไม่ค่อยลงทำตัวให้ดูเสียเปรียบสักหน่อย

             

             

            “เห็นไหมผมบอกแล้ว อยากเอาชนะผมด้วยการทำลายสถิติมันไม่มีประโยชน์หรอก ดูสิตอนนี้เขากินไม่ไหวแล้วใช่ไหม” ต่านต้านพูดเหยียดหยามเต็มที่ส่วนไป่เจ๋อมองต่านต้านแล้วก็ส่งยิ้มให้อีกฝ่าย นั่นทำให้ต่านต้านรู้สึกขนลุกขึ้นมา

             

             

            ‘อะไรกันเด็กนั่นกำลังเสียเปรียบอยู่ไม่ใช่รึไงทำไมยังยิ้มอยู่ได้ล่ะ’ ต่านต้านคิด

             

             

            ผ่านไป30 นาที ตอนนี้มีผู้เข้าแข่งขันบางคนเริ่มออกอาการบ้างแล้วพวกเขามีท่าทีกลืนข้าวกับน้ำชาไม่ค่อยลงทางผิงฮัวนั้นเธอยังไม่มีอาการให้เห็นมากนัก เธอกินไปแล้ว 28 ถ้วยขณะที่ไป่เจ๋อกินไปแล้ว 20 ถ้วย แม้จะห่างกันแค่ 8 ถ้วยแต่ไป่เจ๋อตอนนี้ก็อยู่อันดับสุดท้ายที่มีโอกาสตกรอบสูงมาก

             

             

            “ไป่เจ๋อเหลืออีก 15 นาที ถ้าไม่ทำอะไรสักอย่างนายตกรอบแน่” พิธีกรพูดกระตุ้นไป่เจ๋อเขารู้สึกไม่ดีที่ไป่เจ๋อทำท่าเหมือนจะถอดใจ

             

             

            “งั้นมาจบเกมนี้กันเถอะครับ”ไป่เจ๋อพูดพร้อมกับเริ่มเร่งความเร็วในการกินของตัวเอง

             

             

            คำพูดของไป่เจ๋อทำให้ผู้เข้าแข่งขันคนอื่นหันมาทางเขาพร้อมกัน‘อะไรนะ นี่นายจะบอกว่าที่กินชิว ๆ ก่อนหน้านี้คือออมมือเรอะ’นั่นความคิดที่ผุดขึ้นในหัวผู้เข้าแข่งขันทุกคน

             

             

            “โอ้ไป่เจ๋อเร่งแล้ว ตอนนี้กำลังไล่ขึ้นมาเรื่อย ๆ เลยครับ” พิธีกรกล่าวต่านต้านที่ตอนแรกกำลังยิ้มอย่างได้ใจนั้น ตอนนี้รอยยิ้มของเขาได้หายไปแล้ว

             

             

            “ขอเพิ่มครับ”ไป่เจ๋อเสียงดังฟังชัด ทีมงานรีบนำชามข้าวต้มน้ำชามาให้หลายคนตื่นเต้นว่าไป่เจ๋อนั้นจะสามารถหนีการตกรอบได้รึเปล่า

             

             

            “เหลือเวลาอีก5 นาที ที่นำอยู่ตอนนี้คือ ผิงฮัว กินไปได้ 35 ชาม”พิธีกรยังคงรายงานจำนวนชามของผู้เข้าแข่งขันคนอื่นอย่างต่อเนื่องตอนนี้ความเร็วของผิงฮัวตกลงมาก ส่วนไป่เจ๋อดูพยายามมากเพื่อที่จะตีตื้นขึ้นมาเขาสามารถหลุดจากอันดับสุดท้ายมาได้

             

             

            “เหลือเวลาอีก5...4…3…2…1 หมดเวลาครับ”พิธีกรเป่านกหวีดอีกครั้งเพื่อเป็นสัญญาณว่าการแข่งขันสิ้นสุดลงแล้ว

             

             

            “เราได้ผู้ชนะ4 อันดับแรกแล้ว อันดับที่ 1 ได้แก่…”

    คล้ายกับเรื่องจอมยุทธ์ซุปตาร์ ที่คุณอ่าน