บทที่ 111 กลืนกิน! วิวัฒนาการ!
“ผู้อาวุโสโยวท่านแน่ใจหรือว่าแค่ข้าดูดซับวิญญาณไฟหยางศักดิ์สิทธิ์ก็จะกลับไปยังโลกเดิมได้?” ฉู่อวิ๋นเหล่มองไปที่ลูกไฟอย่างไม่ค่อยเชื่อร่างวิญญาณนี้พูดแต่เรื่องไร้สาระ การโอ้อวดเกินควร ยากจะเชื่อได้จริงๆ
โยวกูจื่อมั่นใจและพูดอย่างเย็นชา“เจ้าหนู ตอนข้าเดินทางข้ามแคว้นเจ้ายังไม่เกิดด้วยซ้ำ เชื่อข้าข้าพูดถูกแน่นอน!"
ต่อมาเมื่อเห็นว่าฉู่อวิ๋นยังคงลังเลเขาก็กล่าวเสริม “จากการสังเกตของข้าสถานที่กำเนิดของวิญญาณไฟหยางศักดิ์สิทธิ์คงจะไม่ใช่ที่นี่ คงมีใครพาเข้ามาในทำนองเดียวกัน ไข่ของสัตว์ปีศาจตัวน้อยนั่นก็ด้วย”
“มาลองคิดดู ผู้แข็งแกร่งคนนั้นคงถูกฆ่าตายเมื่อพันปีก่อนเลยวางเมล็ดวิญญาณศักดิ์สิทธิ์และไข่สัตว์ปีศาจไว้ที่นี่บางทีต่อมาคนคนนั้นอาจพบกับสิ่งที่ไม่คาดคิด เจ้าสองสิ่งนี้จึงถูกทิ้งไว้ที่นี่”
“ดังนั้น พื้นที่นี้จึงไม่ใช่โลกใบเล็กที่สมบูรณ์มันดำรงอยู่ได้เพราะพลังที่ได้รับจากวิญญาณไฟหยางศักดิ์สิทธิ์ขอเพียงเจ้าดูดซับวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ได้สำเร็จสถานที่นี้ก็จะพังทลายลงและเราทุกคนก็จะออกไปได้!”
ฉู่อวิ๋นมั่นใจเพียงครึ่งเดียวและรู้สึกเสมอว่าผู้เฒ่าคนนี้กำลังหลอกเขา เมื่อกี้ดูเหมือนเขาจะทำอะไรไม่ถูกแต่ตอนนี้เขากลับมีทฤษฎีที่ดูเหมือนไม่อาจหยั่งรู้ได้
เขามองไปรอบๆเห็นว่าที่นี่นั้นกว้างใหญ่มาก ล้อมรอบไปด้วยพลังที่วุ่นวายสัมผัสได้ถึงปราณแห่งธรรมที่แผ่ออกมา
“มาถึงตอนนี้ก็ทำอะไรไม่ได้แล้ว ลองดูสักตั้ง!” หลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่ง ในที่สุดฉู่อวิ๋นก็ตัดสินใจได้ อย่างไรเสียเขาก็ยังต้องการวิญญาณศักดิ์สิทธิ์เพื่อพัฒนาระดับทักษะของเขาเพราะตอนนี้ไม่มีทางเลือกอื่นแล้วนอกจากกลืนกินไฟนั่นเสีย
“ผู้อาวุโส จะกลืนวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ข้าต้องเตรียมการสิ่งใดบ้าง?” ฉู่อวิ๋นอดไม่ได้ที่จะถามพลางมองดูวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ที่ลุกไหม้และส่องแสงอยู่บนแท่นบูชา
เจ้าสิ่งนี้สามารถเผานักพรตวิญญาณเมื่อพันปีก่อนได้ไม่ธรรมดาเลย ถึงแม้จะยังอ่อนวัย แต่ในการวิเคราะห์ขั้นสุดท้ายก็ยังเป็นวัตถุศักดิ์สิทธิ์แห่งฟ้าดินที่เป็นที่ต้องการของผู้แข็งแกร่ง
ระหว่างทางมานี้ฉู่อวิ๋นฝึกฝนอย่างหนักด้วยตัวเองโดยไม่ได้รับคำแนะนำจากปรมาจารย์ตอนนี้เมื่อต้องมาเผชิญหน้ากับวิญญาณศักดิ์สิทธิ์สูงสุดเขาจึงกังวลไม่น้อยเพราะสุดท้ายแล้ว เขาก็เป็นเพียงเด็กหนุ่มอายุสิบหก
วินาทีต่อไปจะเปลี่ยนกระดูกเลาะเอ็น? หรือจะทำให้เขาตาย? ผลลัพธ์ไม่อาจคาดเดาได้
“ไม่จำเป็นต้องเตรียมตัว ข้าไม่ใช่นักเล่นแร่แปรธาตุสักหน่อยก่อนนี้เจ้าเคยดูดซับสายไฟเล็กๆ ของวิญญาณศักดิ์สิทธิ์มาก่อน ดังนั้นก็ลุยเลย!ห่อหุ้มมือของเจ้าด้วยพลังปราณ คว้ามันมาไว้แล้วกินมันลงไป!”
โยวกู่จือไม่สนใจจะดูเหตุการณ์น่าตื่นเต้นลูกไฟเล็กๆ ล่องลอยอยู่ในอากาศ ห่างจากฉู่อวิ๋นไปหลายก้าว
“ฮู่ว... ได้!”
หลับตาและหายใจเข้าลึกๆเพื่อสงบจิตใจ ฉู่อวิ๋นจ้องมองมันเขม็ง แสดงท่าทางที่มุ่งมั่นและก้าวไปที่แท่นบูชา
“เดี๋ยวก่อน!”
ในเวลานี้โยวกู่จือพูดออกมาอีกครั้งอย่างเคอะเขิน “เอ่อ... เจ้ามีวงแหวนอวกาศไม่ใช่หรือ? ถอดมันมาไว้ข้างนอก แล้วให้ข้าเข้าไปสิ ข้าจะได้รอด... ไม่ๆข้าจะได้รักษามันไว้ให้เจ้า! ป้องกันไม่ให้วิญญาณบริสุทธิ์เผาสมบัติล้ำค่านี้เจ้าว่าดีหรือไม่?”
“อะไรนะ?!” ฉู่อวิ๋นเหงื่อตกชายคนนี้ดูถูกเขามากเกินไปแล้ว คิดว่าเขาจะต้องล้มเหลวอย่างแน่นอนหรือ?
ฉู่อวิ๋นโกรธมากก่อนจะถอดวงแหวนแล้วโยนมันออกไปอย่างรวดเร็ว พร้อมพูดด้วยโทสะ “เหอะ!ข้ามีอาคมโบราณลึกลับ มีอันใดต้องกลัว!กลัวแต่ว่าวิญญาณศักดิ์สิทธิ์นี้ไม่แข็งแกร่งพอ!"
ทันใดนั้นฉู่อวิ๋นก็ระดมพลังปราณฮุ่นหยวนมาปกคลุมฝ่ามือและเอื้อมมือไปข้างหน้าโดยหวังจะจับวิญญาณไฟหยางศักดิ์สิทธิ์
แต่วิญญาณศักดิ์สิทธิ์นั้นฉลาดมากทั้งยังดูเหมือนจะรู้ว่าวิกฤติกำลังมา มันขยับร่างที่ลุกโชติช่วงไปมาและฟาดออกไปด้วยแขนเล็กๆ ที่ทำจากไฟจริง เปล่งแสงเจิดจ้า แตะเข้าที่มือของฉู่อวิ๋น
ด้วยเสียง “ปัง”ฉู่อวิ๋นถูกกระแทกจนถอยไปครึ่งก้าว แต่สิ่งนี้กลับกระตุ้นให้ชายหนุ่มไม่ยอมแพ้เขาดุเบาๆ และโจมตีอีกครั้งอย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้า
คราวนี้ ปราณฮุ่นหยวนเต็มไปด้วยพลังฝ่ามือใหญ่เปล่งประกายด้วยแสงเขาพุ่งไปคว้าดวงไฟเหนือแท่นบูชาอย่างรวดเร็วจนมองไม่เห็นแม้แต่เงา
แต่วิญญาณไฟหยางศักดิ์สิทธิ์เดิมทีเป็นดวงไฟที่ไม่มีรูปร่างคงที่ดังนั้นจึงมีความคล่องตัวและลื่นไหล ทำให้เกิดประกายไฟเล็กๆ ที่คอยหลบเลี่ยงไปมา
“ฮึ่ม!ข้าไม่เชื่อว่าจะจับเจ้าไม่ได้!” ฉู่อวิ๋นพูดกับตัวเองด้วยความโมโหเขาหนีมาจากเมืองไป๋หยาง ตลอดทางมานี้พบเจอผู้แข็งแกร่งมากมายและสามารถสังหารศัตรูได้ด้วยกระบวนท่าเดียว
ยังมีสัตว์ปีศาจเหล่านั้นที่มีร่างกายที่ทรงพลังจนแม้แต่นักรบมนุษย์ก็ยังหวาดกลัวพวกมันวิ่งอาละวาดในป่าสีเลือดนี้ถูกเขาสังหารอย่างป่าเถื่อน
ถ้าไม่มีพลังจะสู้ต่อไปอย่างไร?
ถ้าไม่มีพลังจะไปช่วยฉู่ซินเหยาได้อย่างไร?
ถ้าไม่มีพลังจะไปสู้กับฉู่เจิ้นหนานได้อย่างไร?
“หยุดหลบได้แล้ว เจ้าเป็นของข้า!ของข้า! ของข้า!” เมื่อคิดถึงสิ่งนี้ ดวงตาของฉู่อวิ๋นก็แข็งกร้าวขึ้นทันทีดวงตาของเขาสั่นไหว ระดมปราณฮุ่นหยวนอย่างเมามัน ฝ่ามือของเขาขาวโพลนไปหมดเขารีบยกมือมาตะครุบจับอย่างทรงพลัง
ทันใดนั้นดวงไฟที่ลุกโชติช่วงก็ถูกห่อหุ้มไว้ในมือของเขา ไอความร้อนยังคงปะทุฉู่อวิ๋นจับมันได้แล้ว!
“ตูม ตูม ตูม——”
วิญญาณไฟหยางศักดิ์สิทธิ์เองก็ตื่นตระหนกและยังคงเผาไหม้ดิ้นรนไม่หยุดแต่ก็ต้องพบว่าตนหนีไม่พ้นจากอุ้งมือมนุษย์ได้ถูกห่อหุ้มด้วยพลังปราณลึกลับในที่สุด
"ไอ้หนู! ถึงเวลาแล้ว!กลืนมันเข้าไปแล้วปล่อยให้พลังปราณย่อยมัน! ข้าช่วยเจ้าได้เท่านี้แล้ว”โยวกู่จือซ่อนตัวอยู่ในวงแหวนอวกาศ โดยอยู่ให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้แล้วตะโกนออกมาด้วยความตื่นตระหนก
ในขณะเดียวกันโยวกู่จือก็ตกใจเช่นกัน เบื้องหลังของชายหนุ่มคนนี้คือใครกัน? เขาสามารถโอบมือรอบวิญญาณไฟหยางศักดิ์สิทธิ์และควบคุมมันได้ย้อนกลับไปตอนนั้น เพียงยื่นมือออกไปเขาก็ถูกเผาจนตายในทันที
“ฮู่...” ในเวลานี้ฉู่อวิ๋นจ้องมองไปที่วิญญาณไฟหยางศักดิ์สิทธิ์ที่พ่นเปลวไฟออกมาบนฝ่ามือของเขาในที่สุดช่วงเวลาสำคัญนี้ก็มาถึงแล้ว!
ด้วยแสงวาบในดวงตาเขาอ้าปากกว้างแล้วกลืนวิญญาณไฟหยางศักดิ์สิทธิ์ลงไปในท้องอย่างรวดเร็วในเวลาเดียวกันเขาก็พยายามหมุนเวียนพลังปราณที่ไหลเวียนในเส้นปราณวิญญาณทั้งหกสิบสี่เส้น
“ควับ!”
ทันทีที่วิญญาณศักดิ์สิทธิ์เข้าสู่ร่างกายฉู่อวิ๋นก็รู้สึกว่าร่างกายของเขาลุกเป็นไฟ!
ร้อน
ร้อนเหลือเกิน!
คล้ายมีดวงอาทิตย์สิบดวงในร่างกายกำลังแผดเผาลุกโชนเจิดจ้าอย่างยิ่ง!
ยามนี้ฉู่อวิ๋นนั่งนิ่งขัดสมาธิทันที สร้างผนึกการฝึกฝนด้วยมือของเขาควบคุมพลังปราณฮุ่นหยวนห่อหุ้มวิญญาณไฟศักดิ์สิทธิ์อย่างระมัดระวังและเริ่มฝึกฝนตามวิถีกลั่นกรองศักดิ์สิทธิ์
“ตูม!”
แม้ว่าวิญญาณศักดิ์สิทธิ์จะถูกพลังปราณฮุ่นหยวนปรามลงแล้วแต่มันก็เป็นวัตถุวิญญาณ เมื่อรู้ว่าจะถูกดูดซับมันก็ต่อสู้อย่างหนักและกลายเป็นดวงอาทิตย์ที่แผดเผา ลุกไหม้ ทำลายทุกอย่าง!
ครู่หนึ่งก็มีลูกไฟสีแดงสดหมุนเวียนอยู่บนร่างกายของฉู่อวิ๋น ซึ่งมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าน่าทึ่งมาก
“ร้อนมาก!!”
ฉู่อวิ๋นขมวดคิ้วและกัดฟันเขาเหงื่อออกมากจนร่างกายชุ่มชื้นคล้ายเปียกฝน
เหงื่อที่หลั่งออกมาแห้งเหือดไปจากนั้นก็ได้ยินเสียงคำรามพร้อมกับลูกไฟศักดิ์สิทธิ์ที่ลุกโหมรุนแรงอุณหภูมินั้นน่ากลัวมาก คล้ายว่าแม้แต่พื้นที่นี้ก็จะถูกเผาไปด้วย!
ทันใดนั้น ฉู่อวิ๋นก็ถูกห่อหุ้มด้วยไฟศักดิ์สิทธิ์ร่างกายลุกเป็นไฟ และเสื้อผ้าทั้งหมดบนร่างกายของเขาก็ถูกเผาเป็นจุณ
“เจ้าเด็กนี่...เขาจะทำสำเร็จได้หรือไม่นะ? น่ากลัวเกินไปแล้ว...” ส่วนหนึ่งของพื้นที่ซึ่งเต็มไปด้วยความวุ่นวายแหวนวงหนึ่งลอยอยู่ในอากาศ และโยวกู่จือก็ซุ่มซ่อนอยู่ข้างในด้วยความตกตะลึง
วิญญาณไฟศักดิ์สิทธิ์นี้กำลังต่อต้านคิดจะเผาฉู่อวิ๋นให้ตาย เขาจะรอดจากภัยพิบัติครั้งนี้ได้อย่างปลอดภัยหรือ? ดูไปแล้วน่ากลัวยิ่งนักคนทั้งตัวถูกรายล้อมไปด้วยลูกไฟศักดิ์สิทธิ์ขนาดใหญ่
ตอนนี้ พื้นที่มืดมิดเล็กๆนี้สว่างไสวไปหมดแล้ว ไฟตรงกลางพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า เจาะทะลุฟ้าดินเมฆหมอกถูกแผดเผากระจัดกระจาย ราวกับเสาเพลิงขนาดมหึมา
และฉู่อวิ๋นก็อยู่ตรงกลางเปลวไฟของเสาศักดิ์สิทธิ์!
ในความเป็นจริงแม้ว่าจะได้รับความช่วยเหลือจากพลังปราณฮุ่นหยวน แต่ฉู่อวิ๋นก็ยังคงเจ็บปวดอย่างยิ่งมันเป็นความรู้สึกแสบร้อนในจิตวิญญาณของเขาจนเกือบทนไม่ไหวอยู่หลายครั้ง
แต่เมื่อคิดว่าสถานการณ์ของฉู่ซินเหยายังคงอันตรายอย่างยิ่งเขาก็อดทนกัดฟันสู้ต่อ ดวงตาของเขาสว่างจ้า แผ่รัศมีอันน่าเกรงขามของเขาออกมา
“ก็แค่วิญญาณไฟหยางศักดิ์สิทธิ์ ข้าไม่เชื่อว่าข้าจะดูดซับเจ้าไม่ได้!ย๊า!” ฉู่อวิ๋นกุมมือทั้งสองข้างแน่น พลังปราณฮุ่นหยวนไหลออกมาอย่างดุเดือด
ในที่สุดหลังจากที่วิญญาณไฟศักดิ์สิทธิ์ไหลเวียนเป็นเวลานาน มันก็เริ่มเสถียร
เปลวไฟของเสาศักดิ์สิทธิ์ก็หดตัวลงและกลายเป็นหมอกแสงสีแดงค่อยๆ เคลื่อนเข้าสู่ร่างกายฉู่อวิ๋น
ในเวลาเดียวกันวิญญาณไฟศักดิ์สิทธิ์ก็ยอมจำนนและไหลเข้าสู่จุดตันเถียนของฉู่อวิ๋น ทันใดนั้นวงแหวนวิญญาณก็ปรากฏขึ้นพร้อมแสงที่ส่องสว่างชัด ลึกลับยิ่ง และดูดวิญญาณศักดิ์สิทธิ์เข้าไปในหลุมเล็กๆแห่งหนึ่ง
นั่นคือวงแหวนห้าวิญญาณที่บันทึกไว้ในแผนที่ห้าวิญญาณตอนนี้มันปรากฏขึ้นมาแล้ว!
“ติ๊ง!”
ยามนี้มีเสียงศักดิ์สิทธิ์ลึกลับดังขึ้น วงแหวนวิญญาณลึกลับหมุนวนอย่างรุนแรงก่อตัวเป็นวังวนอย่างรวดเร็ว!
“ควับ ควับ ควับ-”
ฉู่อวิ๋นเปลือยเปล่าและประหลาดใจมากเพราะเขารู้สึกว่ารูขุมขนทั่วทั้งร่างเปิดออกร่างกายของเขาดูเหมือนจะเชื่อมต่อกับฟ้าดิน เชื่อมโยงกับจักรวาลแม้แต่วิญญาณกระบี่บาปสวรรค์ที่อยู่ในทวารรับแสงศักดิ์สิทธิ์ก็สั่นตามอย่างบ้าคลั่ง!
“ตูม--”
ในห้วงอวกาศอันมืดมิดและโดดเดี่ยวเกิดเสียงฟ้าร้องดังขึ้น พายุที่วุ่นวายหมุนวน เหมือนกับเวลาที่ท้องฟ้าเปิดเบื้องบนมีดวงตะวันส่องกล้า เบื้องล่างมีเงาพระจันทร์เต็มนภาและดวงดาวในท้องฟ้าเบื้องล่างก็หลั่งไหลไปทุกทิศทุกทาง
ทันใดนั้นพื้นที่นี้ก็แปลกตาไปในทันที ด้วยเสียงศักดิ์สิทธิ์อันกึกก้องเหมือนกับว่าโลกใบเล็กกำลังถือกำเนิดและก่อตัวขึ้น ทุกสิ่งก็หมุนวนไปรอบๆ ฉู่อวิ๋นและเร็วขึ้นเรื่อยๆ!
“เวิ้ง——”
เสียงลึกลับดังสะท้อนออกมาคล้ายกำลังทำลายความลับของสวรรค์ ในตอนนี้ ตะวัน จันทราดาราที่พร่างพรายต่างก็กลายเป็นพลังวิญญาณและพุ่งเข้าสู่ร่างของฉู่อวิ๋นอย่างรวดเร็วโดยไม่ผ่านวิญญาณกระบี่บาปสวรรค์ .
ทันทีที่มันเข้าสู่ร่างกายพลังวิญญาณก็วิ่งไปตามเส้นทางของวิถีในทันทีและในพริบตามันก็กลายเป็นพลังปราณอันบริสุทธิ์ ซึ่งไม่เพียงเติมเต็มจุดตันเถียนเท่านั้นแต่ยังขัดเกลาร่างกายของฉู่อวิ๋นด้วย
หลังจากนั้นไม่นานก็มีเสียง “ควับ”ดังขึ้น พลังปราณกลายเป็นพายุหมุนที่ไหลผ่าน นี่คือพายุยุทธ์เป็นสัญญาณว่านักรบวิญญาณได้ทะลวงไปถึงระดับเก้าของขอบเขตควบแน่นพลังปราณแล้ว
กล่าวอีกนัยหนึ่งในเวลาเพียงชั่วพริบตา ฉู่อวิ๋นก็ทะลวงผ่านสองระดับติดต่อกันและได้มาถึงจุดสูงสุดของขอบเขตควบแน่นพลังปราณแล้ว!
แต่พลังวิญญาณยังคงไหลเวียนอย่างต่อเนื่องคล้ายไม่มีที่สิ้นสุด!
“นี่มัน... น่าทึ่งมาก!”ฉู่อวิ๋นตกตะลึง ตอนนี้เขาไม่ได้ทำอะไรเลย คล้ายตนเองจะเป็นศูนย์กลางของโลกโดยมีพลังวิญญาณพุ่งเข้าหา!
“ควับ!”
วินาทีต่อมาพายุยุทธ์ก็เริ่มเปลี่ยนไปอีกครั้ง มันควบแน่นอย่างต่อเนื่องและในที่สุดก็กลายเป็นของเหลวพลังปราณหยดหนึ่งนี่เป็นสัญญาณของการทะลวงเข้าสู่ขั้นมหาสมุทร หัวใจของฉู่อวิ๋นเต้นเร็วขึ้นเขาไม่คิดว่าพลังของวิญญาณศักดิ์สิทธิ์นั้นจะยิ่งใหญ่ขนาดนี้!
เขากลายเป็นนักรบขั้นมหาสมุทรแล้วหรือ?! นี่มันเหลือเชื่อเกินไป!
“ควับ ควับ ควับ!”
วงแหวนวิญญาณในจุดตันเถียนยังคงหลั่งไหลไม่สิ้นสุดพลังปราณถูกสร้างขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อเวลาผ่านไปหยดพลังปราณจะรวมตัวกันเป็นก้อน ก่อตัวเป็นทะเลสาบ แม่น้ำ และมหาสมุทร!
ระดับแรกของขั้นมหาสมุทร...
ระดับสี่ของขั้นมหาสมุทร...
ระดับเจ็ดของขั้นมหาสมุทร!
ในยามนี้ระดับพลังยุทธ์ของฉู่อวิ๋นก็มาถึงระดับเจ็ดของขั้นมหาสมุทรอย่างไม่คาดคิด!นี่มันน่ากลัวเกินไปแล้ว!
แต่ฉู่อวิ๋นที่ตอนแรกมีความสุขมากก็ต้องตกใจเพราะเขาพบว่าด้วยการปรับระดับพลังยุทธ์ของเขาอย่างรวดเร็วร่างกายของเขาก็จะแตกสลายและพังทลายไปเช่นกัน!
“ไอ้หนู! หยุด! หยุดดูดซับได้แล้ว!การฝึกฝนของเจ้าสูงขึ้นมากจนกายเนื้อเจ้าทนไม่ไหวแล้ว!ถ้ายังดูดซับอยู่จะระเบิดตายเอานะ!” เสียงเป็นกังวลของโยวกู่จือดังมาจากไกลๆ
“อะไรนะ? ระเบิด!?”
ฉู่อวิ๋นตกใจอย่างยิ่งดูเหมือนว่าการฝึกฝนที่เพิ่มขึ้นนั้นมากเกินไป!ร่างกายในตอนนี้ของขอบเขตควบแน่นพลังปราณยังไม่อาจทนได้ ทำอย่างไรดี?
เมื่อเห็นว่าผิวหนังเริ่มแตกออกทีละนิ้วด้วยความสิ้นหวัง ฉู่อวิ๋นก็กัดฟันเสี่ยงชีวิต เขาควบคุมวงแหวนวิญญาณในจุดตันเถียนให้หยุดและเรียกวิญญาณไฟหยางศักดิ์สิทธิ์ ตะโกนในใจ “ช่วยด้วย!”
ในความว่างเปล่าวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ดูเหมือนจะเข้าใจคำพูดของฉู่อวิ๋น ทันใดนั้นมันก็ตื่นขึ้นมาไฟศักดิ์สิทธิ์เผาไหม้ท้องฟ้า ปล่อยไฟหยางออกมา และเผาจุดตันเถียนทั้งหมด!
“ตูม ตูม ตูม!”
อุณหภูมิที่นี่สูงขึ้นอย่างรวดเร็วทะเลแห่งพลังปราณก็เดือดพล่าน หลังจากนั้นไม่นานจุดตันเถียนก็เต็มไปด้วยพลังปราณดั้งเดิมและมันก็กำลังจะระเบิด!
จะจัดการกับปราณที่แข็งแกร่งจำนวนมากเช่นนี้ได้อย่างไร?
ในสถานการณ์วิกฤติ จิตใจของฉู่อวิ๋นเปลี่ยนไปมาอย่างรวดเร็วและทันใดนั้นเขาก็คิดจะทำลายศูนย์รวม และบีบอัดพลังงานปราณทั้งหมดให้เป็นก้อน
ในไม่ช้าแก่นแท้ของเหลวในจุดตันเถียนก็ไม่มีอีกต่อไปมีเพียงพายุยุทธ์ลูกใหญ่เพียงห้าลูกเท่านั้น ซึ่งตั้งอยู่ที่ห้าจุดของวงแหวนวิญญาณพวกมันงดงาม ทรงพลัง กระชับและเฉียบคม
“สวรรค์! นี่มันอะไรกัน?!” เมื่อมองดูมวลอากาศขนาดยักษ์ทั้งห้าในจุดตันเถียนของตนเองฉู่อวิ๋นก็ตกตะลึงอย่างยิ่ง เขาไม่เคยคิดว่าจะพัฒนาพายุยุทธ์ได้ถึงห้าระดับ
ยิ่งไปกว่านั้นพายุแต่ละลูกยังมีขนาดมหึมา ใหญ่กว่านักรบที่จุดสูงสุดของขอบเขตควบแน่นพลังปราณ!
พลังยุทธ์จะเพิ่มขึ้นถึงเพียงใด? แม้แต่ฉู่อวิ๋นเองก็ไม่อาจทราบได้
“ตูม--”
ทันใดนั้นพื้นที่มืดมิดก็เริ่มเงียบลง ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และดวงดาวหายไปเสียงฟ้าร้องและเสียงแห่งธรรมก็เบาบางลง พลังอันวุ่นวายก็สงบนิ่งสถานที่แห่งนี้จะพังทลายลงในไม่ช้า และจะกลับสู่โลกแห่งความเป็นจริงในทันที
ในเวลานี้ ฉู่อวิ๋นยังคงนั่งขัดสมาธิหลับตาและตั้งสมาธิมั่น จิตวิญญาณของเขาว่างเปล่าเขาเริ่มคุ้นเคยกับร่างยุทธ์ใหม่ร่างนี้ ก่อนจะค่อยๆ ซ่อมแซมร่างกายที่หักพังเข้าสู่ภาวะสละตน
ในเวลาเดียวกันวิญญาณกระบี่บาปสวรรค์ในทวารรับแสงก็เกิดการเปลี่ยนแปลงบางอย่างเช่นกันในโถงกระบี่แปดบัญชรมีเสียงคำรามดังก้อง แสงอันมืดมิดของประตูหายไปบานประตูอันใหญ่เปิดออกอีกสองบาน...