เสี่ยวเทียนเดินรีบเดินออกมาหา พี่สาวเมี่ยวซ่าน แล้วแจ้งว่า มีคนเข้ามาขโมยแหวนมิติของตนไป
“ ไม่ต้องห่วง ข้าจะไปบอกเสด็จพ่อให้ตามหาคนที่ขโมย แหวนมิติของเจ้า ว่าแต่ในแหวนมิติของเจ้ามีสิ่งใดสำคัญมากไหม”
“ มีขอรับ เป็นของรักของหวงของข้าที่สุด แต่พี่สาวไม่ต้องรบกวน จักพรรดิหรอกเรื่องนี้ข้าจะจัดการเอง พวกมันต้องชดใช้ สิ่งที่มันทำอย่างสาสม” เสี่ยวเทียนกล่าวจบก็เดินก้มหน้างุดงุด กลับไปที่ห้องส่วนตัว สร้างความสงสัยให้กับ เมี่ยวซ่านยิ่งนัก ว่าของรักของหวงของเสี่ยวเทียนคืออะไร
พอเสี่ยวเทียนมาถึงห้องส่วนตัว ก็นั่งสมาธิ แล้วปล่อยกลิ่นสัมผัสออกไปทั่วทั้งดินแดนแห่งนี้ เพื่อตามหากลิ่นไอที่คุ้นเคยที่สุด นั่นคือเหรียญทอง เพราะเขานำมานอนกอดด้วยทุกคืน แล้วในที่สุดกลิ่นไอของเหรียญทองของเขา ก็มาหยุดที่ ตึกใหญ่แห่งหนึ่ง ด้านหน้าเขียนว่า เป็นตำหนักราชครู เสี่ยวเทียนลืมตาขึ้นทันที
“ แกไม่รอดแน่” เสี่ยวเทียนเรียกเมฆขาวมาขี่พุ่งลอยออกไปปานสายฟ้า พี่สาวเมี่ยวซ่านออกมาเห็นก็ตกใจ
“ สงสัยคงจะเป็นของรักของหวงจริง ๆ”
เสี่ยวเทียนพอเหาะออกมา คนทั้งสี่ที่เฝ้ารอก็เห็น จึงพุ่งตัวตามเสี่ยวเทียนไปอย่างกระชั้นชิด พอเสี่ยวเทียนมาถึงหน้าตำหนักราชครู ก็ได้กลิ่นไอของเหรียญทองคำของตนเองเด่นชัดขึ้นมา จึงเรียกพลังพายุทมิฬออกมา โยนใส่ตำหนักราชครูทันที โครม !! พลังวายุทมิฬ กระแทกใส่ ตำหนักราชครูหายไปกว่าครึ่ง เสี่ยวเทียนปล่อยพายุทมิฬเข้าไปอีกสองลูก คราวนี้ตำหนักราชครูหายไปเกลี้ยงไม่มีเหลือ คนที่อยู่ด้านในถูกพัดออกไปกระจัดการจายไปทั่ว แต่มีอยู่คนหนึ่ง ที่มีกลิ่นไอของเหรียญทองของเสี่ยวเทียนเด่นชัดที่สุด ถูกเสี่ยวเทียนจับแขนเอาไว้ได้ แล้วลากลงมาจากฟ้าฟาดเข้าไปที่พื้น นอนหงายติดพื้น เสี่ยวเทียนเห็นแหวนของตน อยู่ที่นิ้วของชายผู้นี้จึงหักนิ้วของชายผู้นี้ออกทันที เป๊าะ !! แล้วดึงแหวนกลับมาพบว่า เหรียญทองร้อยล้านเหรียญนั้นหายไปห้าสิบล้านเหรียญ จึงจับหัวคนร้ายโขกไปที่พื้นอีกสามสี่ที
“ เหรียญทองที่เหลือหายไปไหน” เสี่ยวเทียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียม
“ ข้า แบ่งให้เพื่อนๆ ที่ไปด้วยกัน” เสี่ยวเทียนฟังจบ ก็ใช้มือตบเข้าที่หน้าผากเพื่อตามหาเพื่อนของคนร้าย ที่บังอาจมาปล้นเอาเหรียญทองของเขาไป ในที่สุดก็รู้
เสี่ยวเทียนอัดพลังจิตอสูรเข้าใส่หัวของคนร้าย แล้วเดินเข้าไปด้านใน ไม่นานหัวของคนร้ายก็เกิดระเบิดออกมา ตูม !! ตำหนักราชครูพังทลายยับเยินไปหมดแล้วแต่ว่าด้านหลังมีที่พักอีกสิบกว่าหลัง มีคนร้ายอยู่อีก เสี่ยวเทียนไม่รอช้า บุกเข้าทำลายบ้านพักของจวนราชครู จนพังยับเยินไม่มีเหลือแม้แต่หลังเดียว ได้เหรียญทองกลับมีอีก 10 ล้านเหรียญ ยังเหลืออีก สี่สิบล้านเหรียญทอง เสี่ยวเทียนใช้นิ้วนับอย่างใจเย็น
“ มันเข้าไปในวังหลวง ฮึ่ม คิดหรือว่า เอาเงินของข้าไปแล้วจะลอยนวลไปได้”
เสี่ยวเทียนพุ่งตัวเข้าไปต่อที่วังหลวงของดินแดนห้วงสวรรค์บรรพกาล ที่มีจักรพรรดิเมี่ยวจง ประทับอยู่ ซึ่งกำลังคุยเรื่องงานที่ทหารนับหมื่นหายไปคืนเดียวนับหมื่นคน กับ ราชครูนักพรตดำเสิ่นกงเป้า
แต่ไม่ทันที่จะคุยกันจบ ก็ได้ยินเสียง พายุพัดพระราชวังทั้งหลายหายไปหลายหลัง ทุกคนคิดว่า เกิดจากภัยธรรมชาติ ต่างก็หมอบลงกันทั้งหมด
เสี่ยวเทียน พุ่งร่างเข้าไปที่โรงครัว เพราะเสี่ยวเทียนรู้ว่ามี คนร้ายกำลังกินอาหารอยู่ในโรงครัว พอเห็นเข้า โรงครัวก็พังระเนระนาดไปหมดแล้ว เหลือคนร้ายนั่งถือตะเกียบอ้าปากค้าง หน้าชามบะหมี่ เสี่ยวเทียนไม่พูดมาก เคลื่อนกายเข้าไป ต่อยเข้าที่ใบหน้า หัวทิ่มไปในชามบะหมี่ โครม ! คนร้ายสลบคาโต๊ะ
เสี่ยวเทียนคว้าถุงเงินออกมานับ พบว่ามีอยู่ สิบล้านเหรียญ เหลืออีก สามสิบล้านเหรียญ เสี่ยวเทียนหันกลับไปพบว่ามีทหารออกมาขวางเสี่ยวเทียนมากมาย
เสี่ยวเทียนปล่อยพายุทมิฬออกมาอีกครั้ง คราวนี้ทั้งสิ่งปลูกสร้างกับทหารทั้งหลาย ต่างกระเด็นกระดอนไปจนราบไม่มีเหลือ เสี่ยวเทียนมองเห็นคนร้ายที่ยังมีเหรียญทองของตนอีก ที่แท้มันเฝ้าอยู่ที่ท้องพระโรงนี่เอง
“ เอาเหรียญทองที่เอาของข้าไปคืนมาเสียดีๆ ข้าอาจเว้นโทษตายเจ้า” เสี่ยวเทียนเดินมายืนต่อหน้าบัลลังก์ ของจักรพรรดิเมี่ยวจง กับ ราชครูเสิ่นกงเป้า
โดยมีทหารองครักษ์ทั้งสองคน ที่มีเงินเหรียญของเสี่ยวเทียน คนละ สิบห้าล้านเหรียญ มองมาที่เสี่ยวเทียนด้วยอารมณ์หวาดกลัว
“ เดี๋ยวก่อน เสี่ยวเทียนนี่มันอะไรกัน เจ้ามาทำลายวังของข้าเพราะเรื่องเงินแค่นี้เหรอ?” จักรพรรดิเมี่ยวจงเอ่ยถามเสี่ยวเทียนด้วยความโกรธ
“ นี่มันเป็นของรักของหวงของข้า มันยังเหลืออีก สามสิบล้านเหรียญที่พวกมันขโมยไปเมื่อวาน เอาคืนมานะ” เสี่ยวเทียนพูดจบก็ปล่อยพลังสายฟ้าออกจากฝ่ามือ พุ่งเข้าใส่ ทหารองครักษ์ทั้งสองคน เปรี้ยง ๆ แต่ว่าถูกพลังจากคทาสีดำ ของนักพรตดำเสิ่นกงเป้าปล่อยพลังเข้ามาสกัดเอาไว้ได้
“ กล้าขัดขวางข้า หรือว่าท่านสมรู้ร่วมคิดกับมันคิดขโมยทองของข้า งั้นก็ต้องรับโทษเช่นกัน” เสี่ยวเทียนไม่สนใจว่าเป็นใครแล้ว หากมาขโมยทองคำของเขาต้องรับโทษทุกคน เสี่ยวเทียนปล่อยพลัง พายุทมิฬเข้าใส่ลูกแรก แต่ราชครูเสิ่นกงเป้าใช้น้ำเต้าดูดพลังวายุทมิฬเข้าไปจนหมด เสี่ยวเทียนดึงพลังสี่ธาตุออกมาปรากฏเป็นร่าง สิงโตปฐพี หมาป่าวายุ อินทรีสายฟ้า และ มังกรวารี พลังสัตว์ทั้งสี่ธาตุพุ่งเข้าโจมตี นักพรตเสิ่นกงเป้าเพียงคนเดียว ทำให้ พระราชวังถูกทำลายเสียหายไปมากมาย ขณะที่เสี่ยวเทียนทำการโจมตีอยู่นั้น มิติที่ได้กักขัง องค์หญิงเมี่ยวซ่านก็ถูกทำลายลง ทำให้ศิษย์ทั้งสอง กับองครักษ์ทั้งสองคน มองเห็นเจ้าแม่กวนอิมที่กำลังนั่งสวดมนต์อยู่ในศาลากลางน้ำได้อย่างชัดเจน ทั้งหมดจึงรีบเข้าไปหาเจ้าแม่ทันที
“ อาจารย์ ในที่สุดข้าก็เจอท่านแล้ว” หงไห่เอ๋อ กับหลงหนี่เข้าคุกเข่าต่อหน้า
พร้อมทั้งองครักษ์ทั้งสองคน
“ พวกเจ้าเรียกข้าว่าอะไรนะ” เจ้าแม่กวนอิมถูกดูดความจำเก็บไปไว้ในลูกแก้วโดยที่เสิ่นกงเป้า นำไปเก็บไว้
“ ท่านคือ เจ้าแม่กวนอิม พวกเราคือต้าเหวยและกวนอู เป็นองครักษ์ของท่าน
นี่คือ หงไห่เอ๋อกับหลงหนี่เป็นลูกศิษย์ของท่าน” ต้าเหวยรีบรายงานทันที
“ ท่านถูกดูดความจำออกไป ทำให้ท่านลืมเลือนอดีตไป” กวนอูรีบเอ่ยย้ำ
“ ใช่แล้วอาจารย์ ครั้งนั้นท่านถูกเสด็จพ่อของท่านวางยา ทำให้ท่านถูกดึงความทรงจำออกไป” หลงหนี่มังกรสาวน้อย รีบเอ่ยด้วยเช่นกัน
“ ใช่แล้ว พวกเราสืบมาว่า ความทรงจำของท่านถูกเสิ่นกงเป้าเก็บเอาไว้ ท่านรอสักครู่ พวกเราจะไปเอามาให้ท่านเอง” หงไห่เอ๋อรีบบอกออกมา
“ แล้วเด็กที่ชือ เสี่ยวเทียนเป็นศิษย์ของข้าหรือเปล่า” เจ้าแม่กวนอิมเอ่ยด้วยความสงสัย ทำให้ทั้งสี่คนต่างมองตากันด้วยความมึนงง
“ เรื่องนี้พวกเราไม่ทราบ”
“ เอาล่ะ ถ้าเช่นนั้น พวกเจ้าก็ไปช่วยเขาหน่อย เขาแค่เด็กหลงทาง และยังเด็กนัก ดูแล้วน่าสงสารแถมยังถูกแย่งของรักของหวงไปอีก รีบๆ ไปช่วยเขาด้วยก็แล้วกัน”
เจ้าแม่เอ่ยแล้วมองเห็นเสี่ยวเทียนกำลังสู้ กับเสิ่งกงเป้าอย่างหน้าดำคร่ำเครียด
สัตว์ธาตุทั้งสี่ของเสี่ยวเทียน พอถึงสุดท้ายก็ต้านพลังของเสิ่นกงเป้าไม้ได้ถูกทำลายไปจนหมด เสี่ยวเทียนยังไม่ยอม พลังธาตุฟ้าดึงเอาต้นไม้พุ่งเข้าจู่โจมเสิ่นกงเป้า แล้ว ก็อาวุธอีกมากมายทั้งหมด ให้พุ่งเข้าจุ่โจมพร้อมกันอีกครั้ง แต่เสิ่นกงเป้ามีพลังถึงขั้นเทียนจุนไปแล้ว ของแบบนี้ไม่สามารถทำอะไรมันได้ แล้วอีกสี่คนก็พุ่งตัวเข้ามา เพื่อช่วยเสี่ยวเทียนอีกแรง กุมารไฟหงไห่เอ๋อ พ่นไฟออกจากปาก หลงหนี่กลายร่างเป็นมังกร พ่นไฟเข้าใส่อีกคน ส่วนต้าเหวย ก็ใช้กระบี่เทพสวรรค์ ปล่อยลำแสงเข้าใส่ ส่วนกวนอู ก็ควงง้าวมังกรเขียงฟาดเข้าใส่ เสิ่นกงเป้า
เสียงดัง ตูม ๆ ๆ ๆ ๆ !!!! เสี่ยวเทียนค่อยๆหลบออกมา แล้วใช้พลังจิตไปคว้าคอสองคนนั้นแล้วดึงร่างมันออกมา แล้วทุบไปคนละสองที แล้วเอาเงินของตนเองกลับมาได้จนครบ
“ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ไม่มีใครสามารถเอาเงินของข้าไปได้แล้ว เดินลอยนวลเช่นนี้” เสี่ยวเทียนหัวเราะกับตัวเอง อย่างสบายใจ แล้วก็ค้นหา กระบี่อัสนีสายฟ้าของตนเองอีก
แล้วพบว่า อยู่กับ จักรพรรดิเหมี่ยวจงนี่เอง
“ ท่านลุง นี่ท่านคิดจะเก็บกระบี่อัสนีสายฟ้า ของข้าด้วยรึ” เสี่ยวเทียนเดินเข้าไปหาพร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
“เปล่าเลย พวกทหารมันเก็บได้ แล้วนำมาถวายให้ข้า มันอยู่ในคลังสมบัติ เจ้าไปเอาได้เลย”
“ งั้นรึ”
“ ใช่ในนั้นมีของมีค่าอีกมาก หากเจ้าอยากได้ก็เอาไปเลย”
“ ฮ้า นี่ท่านพูดจริงๆ นะ” เสี่ยวเทียนดีใจยิ่งนัก รีบไปท้องพระคลังทันที แต่ไม่ทันแล้ว เสิ่นกงเป้า จับสี่คนได้เอาไว้ในกรงขังเวทย์เรียบร้อยแล้ว แล้วใช้ฝ่ามือดูดร่างเสี่ยวเทียนเข้าไปหาอีก
“ เฮ้ย เราไม่รู้จักกัน นี่เจ้ามาทำร้ายข้าทำไมกันเนี่ย” เสี่ยวเทียนส่งเสียงร้องลั่น
“ ไม่รู้จัก แล้วสิ่งที่เจ้าทำกับข้านี่คืออะไร” เสิ่นกงเป้าโกรธจัด ที่เสี่ยวเทียนทำลายแผนการต่างๆ ของเขาจนเละเทะไปหมด เขากำลังจะยืดครองดินแดนห้วงสวรรค์บรรพกาลนี้จะสำเร็จอยู่แล้ว และ ยังจะได้อภิเษกสมรสกับ องค์หญิงสามเมี่ยวซ่านอีก
แต่ว่าวันนี้ ทหารนับหมื่น ตำหนักราชครู และองครักษ์ของล้วนถูกทำลายสิ้น หนำซ้ำยังพังมิติ ที่เขาสร้างขังเจ้าแม่กวนอิมเอาไว้จนแตกละเอียด จนปล่อยให้ศิษย์เจ้าแม่มาบอกความจริงให้รู้จนได้ นี่เป็นเพราะทองคำแท้ๆ ทีเดียว ทีลูกน้องดันไปปล้นของเสี่ยวเทียนมา ช่างน่าเจ็บใจเสียจริง ๆ
ส่วนเสี่ยวเทียนก็เริ่มร่ายพระเวทย์ของนางพญาควายป่า เรียกอัญเชิญพลังพระแม่กาลี ออกมา แล้วร่างของเสี่ยวเทียนก็ขยายใหญ่ขึ้นกลายเป็นร่างของพระแม่กาลีมีแขนโผล่ออกมา แปดแขน กลายร่างเป็นยักษ์ตัวใหญ่กว่าราชวัง แล้วถีบเปรี้ยง ! ร่างของเสิ่นกงเป้าไม่เคยเจอภาพเช่นี้มาก่อนก็ตกใจ ถูกอัดจนกระเด็นไป
กรงที่ขัง คนของเจ้าแม่ทั้งสี่ พังยับเยินทั้งหมดหลุดออกมา เสี่ยวเทียนไล่ทุบจนร่างของเสิ่นกงเป้าบี้แบนไปกับพื้น จนหมดสภาพ พยายามจะหนีก็ถูกฟาดด้วยไม้กระบอง จนร่วงมาอีก
“ ฮ่า ฮ่า ฮ่า นึกว่าจะแน่ ลุกขึ้นมาอีกซิ รู้ไหมข้าเป็นใคร” เสี่ยวเทียนหัวเราะชอบใจใช้เท้ากระทีบเข้าใส่เสิ่นกงเป้าไม่ยั้ง จนมันจมดินไป จากนั้นร่างอันใหญ่โตของพระแม่กาลี ที่เสี่ยวเทียนอัญเชิญมา ก็หายไปกลับมาเป็นเสี่ยวเทียนตัวน้อยเช่นเดิม เสี่ยวเทียนสงสัย ทำไมอัญเชิญมาได้ไม่ถึงนาทีเลย ก็หายไปแล้ว เสี่ยวเทียนท่องพระเวทย์อัญเชิญอีก แต่ก็ไม่กลับมาแล้ว
“ เฮ้อ สงสัยคงมีพลังไม่พอ จึงอัญเชิญมาได้แค่สามสิบวินาทีเท่านั้น”
แล้วร่างของเสิ่นกงเป้า ก็ค่อยลอยขึ้นมาอีกครั้ง มันมองหน้าเสี่ยวเทียนอย่างโกรธแค้น เสี่ยวเทียนยกมือบอกว่า
“ ใจเย็น ๆ คุยกันก่อนแค่เรื่องเข้าใจผิดกัน ข้าได้เงินคืนแล้ว ก็จบๆ กันไปเถิดนะ”
“ ไม่อัญเชิญเทพของเจ้ามาอีกล่ะ มาเลย ข้าพร้อมจะสู้กับเทพของเจ้าแล้ว” คราวนี้ร่างของเสิ่นกงเป้าขยายใหญ่ขึ้น จนใหญ่กว่าเทพที่เสี่ยวเทียนเชิญมาเสียอีก
“ ซวยแล้วซิ อาจารย์เมื่อไรท่านจะมาเสียทีข้าจะแย่แล้วนะ” เสี่ยวเทียนส่งเสียงเรียกออกไปอีกครั้ง แต่แล้วเท้าอันใหญ่โตของเสิ่นกงเป้า ก็เหยียบเข้ามาใส่เสี่ยวเทียนทันที แว๊ป ! เสี่ยวเทียนหนีหายไปปรากฏด้านหลัง แล้วขว้างเข็มสังหารเข้าต้นคอ แต่ก็ไม่ได้ผลอะไร กลับถูกมือของเสิ่นกงเป้า ที่งอกขึ้นมาอีกข้างหนึ่งจากข้างหลังกระแทกเข้าใส่จนร่างปลิว เหมือนว่าวขาด
เสี่ยวเทียนกระเด็นไปชน สิ่งปลูกสร้าง จนร่างแทบจะลุกไม่ขึ้น เวลานี้เสิ่นกงเป้ามีแขนงอกมา กลายเป็นสี่แขน มันกระโดดสูงเข้ามาเพื่อเหยียบ เสี่ยวเทียนให้จมดินไป ตูม !! ฝุ่นควันตลบอบอวลไปทั่ว แต่ว่าเท้าของเสิ่นกงเป้าไม่สามารถกดร่างของเสี่ยวเที่ยนให้จมดินได้ เพราะว่าเสี่ยวเทียน ใช้มือเงายักษ์ออกมายันเอาไว้
“ อาจารย์ ท่านมาแล้ว” เสี่ยวเทียนเอ่ยออกมาน้ำหู น้ำตาไหลที่ได้พบกับอาจารย์เสียที
“เด็กโง่ ข้าหาเจ้าตั้งนาน ที่แท้เข้ามาห้วงสวรรค์บรรพกาลนี่เอง รอข้าจัดการไอ้ตัวประหลาดนี่ก่อน แล้วเราค่อยกลับบ้านกัน” อาจารย์ลู่เอินเอ่ยจบ ก็จับเท้าของเสิ่นกงเป้าบิดอย่างรวดเร็วเหมือนบิดผ้า ขาของเสิ่นกงเป้าม้วนเป็นเกลียว กระดูกแหลกเหลวไม่มีชิ้นดี อ๊ากกกกกกก !! เสิ่นกงเป้าส่งเสียงร้องอย่างโหยหวน แล้ว อาจารย์ลู่เอินก็กระชากขาของ เสิ่นกงเป้าออกมาจนขาดออกจากกัน แล้วยิงดัชนีเพลิงสุริยันไปอุดขาของมันเอาไว้ ไม่สามารถงอกออกมาได้อีก ปล่อยพลังคมมีดวายุออกจากมือทั้งสองข้าง กลายเป็นมีดยักษ์พุ่งเข้าไปตัดแขนทั้งสี่ข้าง จนขาดสะบั้น
ร่างของเสิ่นกงเป้าลงมาเป็นมนุษย์ตัวจ้อยเช่นเดิม อาจารย์ลู่เอิน ตบไปที่หัวของเสิ่นกงเป้าทีเดียว ร่างกลายเป็นฝุ่นขึ้เถ้าไปจนหมดไม่มีเหลือ แล้วเก็บน้ำเต้าดูดวิญญาณเอาไว้ แล้วปล่อยจิตออกไปที่ชั้นใต้ดิน ของตำหนักราชครูที่ถูกทำลายไป แล้วฉีกมิติออกไปหยิบวิญญาณอมตะของเสิ่นกงเป้า มาบีบจนแหลกสลายไป แล้วหยิบดวงแก้ว สีขาวบริสุทธิ์ออกมา แล้วนำออกมาไว้ในมือของเสี่ยวเทียน
“ นี่คงเป็นของๆ พี่สาว” พี่สาวเมี่ยวซ่านรับดวงแก้วจากเสี่ยวเทียนแล้วก็นำมาประทับที่หน้าผาก พอดวงแก้วเข้าไปรวมร่างกับพี่สาวเมี่ยวซาน ร่างของพี่สาวเมี่ยวซ๋านก็กลายเป็นเจ้าแม่กวนอิมแต่งชุดสีขาว ยืนอยู่บนดอกบัว มือซ้ายถือแจกันสวรรค์ แล้วมือขวาถือกิ่งหลิววิเศษ
“ ขอบใจเจ้ามากนะเสี่ยวเทียน” เจ้าแม่กวนอิมกลับมามีความทรงจำเหมือนเดิมแล้วก็เอ่ยปากขอบใจเสี่ยวเทียน
“ พี่สาวตอนนี้ดูสวยจัง” เสี่ยวเทียนยืนมองตาค้าง
“ เอาล่ะ ต่อไปที่นี่ข้าจะจัดการต่อเอง เจ้ากลับไปโลกของเจ้าได้แล้ว”
“ เดี่ยวก่อน เสด็จพ่อของพี่สาว ยังไม่ได้คืนกระบี่อัสนีสวรรค์ให้ ข้าเลยนะ” เสี่ยวเทียนรีบเอ่ยออกมด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
เจ้าแม่กวนอิมยิ้มเล็กน้อย แล้วก็ใช้มือฉีกมิติออกมาแล้ว นำกระบี่อัสนีสวรรค์มาให้ แต่พอเสี่ยวเทียนได้รับแล้วกลับทำสีหน้าเหมือนยังอยากได้อะไรเพิ่มเติม จนเจ้าแม่รีบเอ่ยขึ้น
“ โลกนี้เป็น ห้วงสวรรค์บรรพกาล ทองคำของที่นี่ไปใช้กับโลกเจ้าไม่ได้หรอก เด็กน้อย ลดความโลภลงหน่อย อย่าไปยึดตึดกับมันมากนัก เจ้ารับนี่ไป นี่คือน้ำทิพย์สวรรค์ ด้านในมีสามหยด มันสามารถชุบชีวิต คนตายไปแล้วไม่เกินสามวันให้ฟื้นได้สามครั้ง” แล้วก็มีขวดหยกสีขาวลอยออกมาต่อหน้าเสี่ยวเทียน จากนั้นเจ้าแม่ก็ใช้มือปล่อยพลังแสงส่งร่างของหลี่เทียนกลับไป แล้วเอ่ยออกมาเบาๆ ว่า
“ ขอบคุณท่านมาก ท่านมหาเทพหลี่เทียน”.....