ไป่ฉีคอยใช้พลังปราณตรวจสอบเสี้ยนหรัวอยู่สักพัก ก็พบว่าเธอออกมาจากห้องน้ำแล้ว เขาทำการจี้จุดเพื่อให้พวกที่นอนสลบอยู่ 5 คนฟื้นขึ้น พร้อมกับเคาะประตูห้อง
“นั่นใครน่ะ” เสี้ยนหรัวถาม ไป่ฉีจึงปลอมเสียงเป็น 1 ในคนของชูเฟิงก๋วงแล้วตอบกลับไป
“คุณชูเฟิงก๋วงให้พวกเราจับไป่ฉีมา ไม่ต้องใช้ยาของคุณแล้ว เปิดประตูให้พวกเราด้วย” เสียงหน้าประตูดังขึ้น เสี้ยนหรัวจึงเดินมาส่องตาแมวที่ประตูก็พบว่ามีชาย 5 คนกำลังประคองร่างไป่ฉีที่สลบอยู่ จากนั้นเธอก็เปิดประตูให้
แต่เมื่อประตูถูกเปิดออก สิ่งที่เธอเห็นกลับมีแต่เหล่าชายวัยกลางคนอายุราว 40 ปี แล้วไป่ฉีที่กำลังสลบอยู่เมื่อกี้หายไปไหนกัน สีหน้าของทั้ง 5 คนดูหื่นกระหาย สายตาจับจ้องมาที่ตัวเธอที่นุ่งเพียงผ้าขนหนูผืนเดียว
“ไป่ฉีล่ะ เอาเขาเข้ามาแล้วรีบ......” ยังไม่ทันที่เสี้ยนหรัวจะกล่าวจบ เธอก็ถูกชายคนหนึ่งปิดปาก ส่วนที่เหลือจับยึดเธอแล้วลากเธอเข้าห้องไป อีกคนปิดประตูและล็อกห้อง
“นี่พวกแกคิดจะทำอะไรฉัน” เสี้ยนหรัวถูกเหวี่ยงลงที่เตียงขนาดคิงส์ไซส์ที่เธอตั้งใจจะเอาไว้ร่วมรักกับไป่ฉี แต่สิ่งที่เธอเจอตอนนี้คือชายทั้ง 5 คนที่เป็นลูกน้องของชูเฟิงก๋วงกำลังถอดเสื้อกับกางเกงของตัวเองออก
“อา ร้อนเหลือเกิน” ชายคนแรกพูดขึ้น
“อึดอัดเหลือเกิน” ชายคนที่ 2 พูดขึ้น
“ทรมานเหลือเกิน” ชายคนที่ 3 พูดขึ้น ตัวเขากำลังปลดเข็มขัดอย่างรีบร้อน
“แฮก แฮก ทำไมถึงอึดอัดขนาดนี้” ชายคนที่ 4 พูดพร้อมกับถอดกางเกง สายตามองมาที่เสี้ยนหรัว
“.......” ชายคนที่ 5 ไม่ได้พูดอะไร เขาอยู่ในสภาพเปลือยเปล่า และกระโจนเข้าใส่เสี้ยนหรัวราวกับเสือที่เข้าตะครุบเหยื่อ เขาเอาตัวของเขาทาบทับลงบนตัวของเสี้ยนหรัว จากนั้นหยิบกุญแจมือที่เสี้ยนหรัวเตรียมไว้ที่หัวเตียง นำมาล็อกที่ข้อมือทั้ง 2 ข้างของเธอ
“อย่านะ พวกแกจะทำอะไร ฉันจะฟ้องชูเฟิงก๋วง ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้” เสี้ยนหรัวขู่ หากเป็นชายหนุ่มหน้าตาดีก็ว่าไปอย่าง นี่กลับเป็นพวก 40 อัพที่เธอไม่คิดจะแล แต่ตอนนี้ทั้ง 5 คนได้ถูกยาปลุกกำหนัดของไป่ฉีซึ่งรุนแรงกว่าของเสี้ยนหรัวหลายเท่า ทำให้ตอนนี้พวกเขามีความต้องการเสียจนขาดสติกันหมดแล้ว
ชาย 2 คนช่วยกันใช้ผ้ามัดที่ขาทั้ง 2 ข้างของเสี้ยนหรัว พวกเขามาล้อมเตียงของเสี้ยนหรัวเอาไว้ ส่วนคนที่คร่อมบนตัวของเสี้ยนหรัว จับสะโพกของเธอยกขึ้น ก่อนจะเริ่มปฏิบัติภารกิจที่เขาปรารถนา
แม้เสี้ยนหรัวจะร้องดังเพียงใด แต่ภายนอกห้องหรือข้างห้องกลับไม่ได้ยินอะไรแม้แต่น้อย ไป่ฉีนั้นเฝ้าดูจนกระทั่งแน่ใจแล้วว่าเสี้ยนหรัวเริ่มกิจกรรมกับคนของชูเฟิงก๋วงแล้ว เขาจึงเดินกลับไปยังห้องจัดเลี้ยง แต่ไป่ฉียังไม่เข้าไปทันที เขากำลังรอตงไห่อยู่
“หือ” ไป่ฉีแปลกใจ ขณะเขาใช้พลังปราณตรวจสอบชูเฟิงก๋วง เขาพบว่าเมิ่งชิงชิงกำลังทำท่าเหมือนมองหาเขาอยู่ และมีคนกำลังพยายามเข้าใกล้เธอ ไป่ฉีพบว่าในกระเป๋ากางเกงของชายคนนี้มีผ้าเช็ดหน้าที่กำเอาไว้แน่น เขาจึงตรวจดูความทรงจำของชายคนนี้ จนได้พบว่าชูเฟิงก๋วงเป็นคนสั่งให้ชายคนนี้นำผ้าเช็ดหน้าโปะยาสลบเตรียมที่จะใช้กับเมิ่งชิงชิง เพื่อไม่ให้ขัดขวางแผนการของเขา นอกจากนี้ยังให้ชายคนนี้ข่มขืนเธอพร้อมถ่ายวิดีโอไว้ข่มขู่อีกด้วย
“ไอ้เลวนั่น ท่าทางจะไม่อยากตายดีซะแล้ว” ไป่ฉียอมรับว่าเขาประมาทไป ไม่คิดว่าชูเฟิงก๋วงคิดจะเล่นงานเมิ่งชิงชิงด้วย ไป่ฉีจึงโทรหาเมิ่งชิงชิงทันที
[ไป่ฉี นายอยู่ไหนน่ะ] เมิ่งชิงชิงรับสายและถามไป่ฉี เธอดูเป็นกังวลมากที่หาไป่ฉีในห้องจัดเลี้ยงไม่เจอ
“พี่ชิงชิงรีบเดินออกมาจากห้องจัดเลี้ยงเลยครับ ผมอยู่ตรงประตูทางออก เดินตามปกตินะครับ” ไป่ฉีบอกแค่นั้น
เมิ่งชิงชิงก็เข้าใจได้ทันทีว่าต้องมีเรื่องอะไรแน่ ๆ เธอจึงทำเป็นเดินไปที่ทางออกห้องจัดเลี้ยง ส่วนชายที่ตามเธอมานั้น เมื่อเห็นเป้าหมายกำลังเดินออกจากห้องจัดเลี้ยง เขาก็รีบเดินตามออกไปทันที แต่พอเขาก้างพ้นประตูเพียงเท่านั้น โลกของเขาก็ดับมืดลง
เมิ่งชิงชิงมองชายคนที่ไป่ฉีเพิ่งใช้ฝ่ามือตีเข้าที่หัวจนมันล้มลงไปกองกับพื้นด้วยสีหน้าตื่นตระหนก ถ้าไป่ฉีไม่เตือนเธอ เธอคงไม่รู้ตัว ความกลัวเข้าครอบงำอารมณ์ของเธอจนตัวสั่นไปหมด ไป่ฉีเห็นแบบนั้น เขาก็รีบคว้าเมิ่งชิงชิงเข้ามากอดแนบอกของตัวเองทันที
“ไม่ต้องกลัวนะครับพี่ ทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว” ไป่ฉีปลอบ
“ขออยู่แบบนี้สักพักนะ” เมิ่งชิงชิงซุกหน้ากับอกแกร่ง กลิ่นของไป่ฉีทำให้เธอผ่อนคลายอย่างแปลกประหลาด ทุกครั้งที่เธอเครียดนอนไม่หลับ เธอมักจะนอนหลับบนตัวของไป่ฉี มันช่วยให้เธอหลับลงได้ จนช่วงหลังเธอคิดว่าเธอติดกลิ่นของไป่ฉีเข้าซะแล้ว
'ตาบ้านี่ ฉันติดกลิ่นนายแบบนี้กลับไปอยู่ห้องตัวเองจะนอนหลับไหมเนี่ย' เมิ่งชิงชิงคิด
ไป่ฉียืนนิ่งให้เมิ่งชิงชิงซุกหน้ากับอกของเขา ตัวของเธอเริ่มหยุดสั่นแล้ว เมื่อเธอเงยหน้าขึ้นมา ใบหน้าของเธอแดงระเรื่อ ทำให้ไป่ฉีหันซ้ายหันขวา เมื่อพบว่าไม่มีใคร เขาจึงประทับริมฝีปากอย่างแผ่วเบาบนหน้าผากของเธอ
“อ๊ะ” เมิ่งชิงชิงตกใจ เธอไม่คิดว่าไป่ฉีจะทำแบบนี้ แต่มันก็ทำให้ความกลัวเมื่อครู่ในหัวเธอปลิวหายไปทันที
“มันได้ผลใช่ไหมครับ” ไป่ฉียิ้ม
“อือ” เมิ่งชิงชิงก้มหน้า ไป่ฉีคลายอ้อมกอดของเขา ก่อนจะถอดเสื้อของตัวเอง เพื่อนำมามัดคนร้ายที่ยังคงสลบอยู่ เขาสาบานว่าจะต้องให้มันชดใช้อย่างสาสม โดยเฉพาะคนบงการ
ตอนแรกไป่ฉีว่าจะให้เมิ่งชิงชิงไปหาคนมาช่วย แต่หากมีพวกมันคนอื่นอีก เขาก็กลัวว่าเธอจะได้รับอันตราย
“อ้าว ไป่ฉีเกิดอะไรขึ้น” เฉินเฟิงที่เดินออกมาเพื่อจะไปเข้าห้องน้ำ ก็เห็นไป่ฉีที่เปลือยท่อนบน กำลังเอาเสื้อมัดมือชายคนหนึ่งที่นอนสลบอยู่กับพื้น
“ไอ้หมอนี่มันคิดจะโปะยาสลบพี่ชิงชิงน่ะครับ ผมมาเห็นจังหวะที่มันหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมา เลยซัดมันจนสลบครับ” ไป่ฉีกล่าว จากนั้นเฉินเฟิงก็ตีสีหน้าจริงจังทันที
“เดี๋ยวฉันโทรตามตำรวจสักครู่” เฉินเฟิงให้ทีมงาน 5 คนออกมาช่วยกันคุมตัวชายคนนี้ไว้ก่อน ตามด้วยโทรไปยังสถานีตำรวจ แต่ไป่ฉีได้หยุดเอาไว้ เขาบอกว่าอีกเดี๋ยวตำรวจก็มา
“พวกนายเฝ้ามันเอาไว้” เฉินเฟิงกล่าว แต่สายตาเขาก็เหลือบเห็นคนที่กำลังเดินมาที่ห้องจัดเลี้ยง คนที่เดินมานั้นคือตงไห่ ด้านหลังน่าจะเป็นทนายส่วนตัวของเขา ถัดไปอีกเป็นตำรวจประมาณ 10 นายได้
“สวัสดีครับคุณตงไห่” ไป่ฉีหันไปตามทิศทางที่เฉินเฟิงมอง เมื่อเห็นว่าเป็นตงไห่ เขาก็กล่าวทักทายทันที
“สวัสดีไป่ฉี ว่าแต่ทำไมอยู่สภาพนั้นล่ะ หรือว่าเมา” ตงไห่ที่เห็นไป่ฉีในสภาพเปลือยท่อนบนก็แซวเขาเล็กน้อย
“พอดีชายคนนี้จะโปะยาสลบผู้จัดการผม ผมเลยจัดการซัดจนสลบ แต่ไม่รู้จะหาอะไรมัดเลยใช้เสื้อตัวเองแทนครับ” ไป่ฉีอธิบาย
จากนั้นตำรวจก็แก้เสื้อที่มัดออกแล้วส่งคืนให้กับไป่ฉี ก่อนจะคุมตัวชายคนนั้นไปที่รถคุมขังที่พวกเขาเตรียมมาด้วย ทางตำรวจจัดการเคลียร์เหล่าลูกน้องของชูเฟิงก๋วงที่อยู่ข้างนอกห้องจัดเลี้ยงทันที
“เรียบร้อยแล้วสินะ ไป่ฉี พวกเราไปกันเถอะ” ตงไห่กล่าวพร้อมกับผลักประตูห้องจัดเลี้ยงเข้าไป ด้านข้างของตงไห่เป็นชายมีอายุ น่าจะสัก 50 กว่า ๆ เดินตามไปด้วย ไป่ฉีคิดว่าเขาคงเป็นทนายความแน่ ๆ ไป่ฉียกยิ้มขึ้น แล้วจับมือชิงชิงพากันเดินเข้าไปในห้องจัดเลี้ยง โดยมีตำรวจเดินตามหลังเข้าไปด้วย
เมื่อตงไห่ปรากฏตัวขึ้นก็เรียกความสนใจจากคนที่อยู่ในห้องจัดเลี้ยงแล้ว แต่ตงไห่กลับเดินมาพร้อมตำรวจ ยิ่งทำให้เป็นจุดสนใจเข้าไปใหญ่ ส่วนชูเฟิงก๋วงนั้นรู้สึกสังหรณ์ไม่ค่อยดี เขาจึงค่อย ๆ หลบออกทางประตูที่ใกล้ที่สุด
“จะไปไหน ผู้บริหารชู” ตงไห่ชี้มาทางชูเฟิงก๋วงที่กำลังคลานไปกับพื้น ตอนนี้ชูเฟิงก๋วงตกเป็นเป้าสายตาของคนทั้งห้องจัดเลี้ยง จึงรีบลุกขึ้นก่อนจะตีเนียนว่าตนเองทำปากกาหล่นจึงก้มลงไปหา
“ไง ผู้บริหารตง งานที่ฉันจัด ไม่คิดว่านายจะมา” ชูเฟิงก๋วงกล่าวชช
“งั้นเหรอ คนนี้แหละครับคุณตำรวจ ชูเฟิงก๋วง” ตงไห่กล่าว ตำรวจเข้าไปจับกุมตัวชูเฟิงก๋วงทันที
“ปล่อยฉัน ตงไห่ แกแจ้งจับฉันข้อหาอะไร” ชูเฟิงก๋วงถาม ตงไห่มองชายร่างอ้วนตรงหน้าก่อนจะยกยิ้มขึ้น
“ข้อหาฉ้อโกง ฉันมีหลักฐานว่าแกโกงเงินบริษัท ทั้งเอกสารกับคลิปเสียงและคลิปวิดีโอ โดยใช้อำนาจของตนในทางไม่ชอบ ผ่านทางการซื้อลิขสิทธิ์นิยายมาทำละคร จังหวะดีที่แกกำลังทำแบบเดียวกันกับนิยายของไป่ฉี ฉันเลยให้เขาช่วยฉันหาหลักฐานเอาผิดแกไงล่ะ” ตงไห่กล่าว ชูเฟิงก๋วงหันไปมองไป่ฉีทันที
“ที่แท้แกสมรู้ร่วมคิดกับไอ้ตงไห่เพื่อจะกำจัดฉันงั้นเหรอ” ชูเฟิงก๋วงตวาดใส่ไป่ฉี
“งั้นเรามาว่ากันถึงความผิดใหม่ดีไหมครับ คุณได้ร่วมมือกับเสี้ยนหรัว เพื่อวางยาผมในน้ำอัดลมแก้วที่ผมทำหก หากตำรวจไปเก็บหลักฐานจากคราบน้ำที่หก จะต้องเจอส่วนผสมของมันแน่นอน” ด้วยคำพูดของไป่ฉี ทำให้ชูเฟิงก๋วงได้แต่ก่นด่าไป่ฉีในใจ เด็กหนุ่มคนนี้กะจะเหยียบเขาให้จมดินเลยใช่ไหม
“แกรู้ตั้งแต่เมื่อไหร่” ชูเฟิงก๋วงถาม
“รู้ตั้งแต่คุณจะพาผมเดินไปที่โต๊ะของเสี้ยนหรัวแล้ว โชคดีของผมที่น้ำอัดลมนั่นหกไปซะก่อน” ไป่ฉีตอบ
“ส่วนความผิดต่อมา แกส่งคนไปโปะยาสลบเมิ่งชิงชิงนอกห้องจัดเลี้ยง ดีที่ไป่ฉีรู้ตัว ไม่งั้นหญิงสาวคนหนึ่งอาจจะมีแผลใจไปตลอดชีวิต แกนี่มันเลวจริง ๆ” ตงไห่กล่าวด้วยน้ำเสียงที่บ่งบอกว่าเขารังเกียจชูเฟิงก๋วงมาก ส่วนผู้คนรอบข้างต่างตกใจกับสิ่งที่ชูเฟิงก๋วงและเสี้ยนหรัวกระทำ ยิ่งเสี้ยนหรัวที่เป็น PD ชื่อดังที่มีรายการมากมาย และยังได้รับรางวัลจำนวนมาก ถึงจะมีข่าวว่าเธอชอบกินเด็ก แต่ก็ไม่คิดว่าเธอจะทำรุนแรงขนาดนี้
“ยังไงก็ต้องไปสู้กันในชั้นศาล” ชูเฟิงก๋วงทำใจดีสู้เสือ พูดออกไป
“หึหึ แต่ว่าแกจะมีปัญญาจ้างทนายรึเปล่านะ เพราะทางบริษัทมีคำสั่งปลดแกออกจากการเป็นผู้ถือหุ้น ส่วนหุ้นทั้งหมดที่แกถืออยู่จะยังคงอยู่ในมือแกต่อไปจนกว่าคดีจะสิ้นสุด เมื่อถึงตอนนั้นศาลคงนำหุ้นส่วนนี้ออกขายเพื่อนำเงินมาใช้หนี้ให้กับความเสียหายที่แกก่อ แถมบัญชีเงินฝากและทรัพย์สินของแกจะถูกระงับชั่วคราว จนกว่าคดีจะสิ้นสุด เพื่อตรวจสอบว่าทรัพย์สินส่วนไหนที่แกได้มาจากการยักยอกเงินของบริษัทบ้าง คุยกันแค่นี้ พาตัวไปได้เลยครับคุณตำรวจ” ตงไห่กล่าว
“มันไม่จบแค่นี้แน่ตงไห่ รวมทั้งแกด้วยไป่ฉี ฉันจะไม่มีวันลืมความแค้นนี้แน่” เสียงของชูเฟิงก๋วงค่อย ๆ ห่างไกลไปเรื่อย ๆ
“ยังไงผมฝากเรื่องการคัดค้านการประกันตัวด้วยนะครับ ดูท่าทางคนคนนี้หากให้ประกันตัวออกมาคงไม่พ้นกลับมาเล่นงานผมกับพี่ชิงชิงแน่” ไป่ฉีกล่าว ชายวัย 50 ที่เป็นทนายพยักหน้าให้เขา ก่อนจะเดินไปกับตำรวจ
“เดี๋ยวนะ ชูเฟิงก๋วงถูกจับ แล้วใครจะจ่ายค่าอาหารพวกนี้ล่ะ” ทีมงานคนหนึ่งกล่าวขึ้น ทุกคนที่นึกขึ้นได้ รีบวางแก้ววางจานลงทันทีราวกับนัดกันไว้
“ไม่ต้องห่วง ฉันจะเป็นคนจ่ายเอง” ตงไห่กล่าวอย่างอารมณ์ดี มันสมควรฉลอง เพราะชูเฟิงก๋วงมักขัดแข้งขัดขาเขาประจำ เมื่อมันถูกจับ ก็สมควรฉลอง
จากนั้นเสียงเฮของคนในห้องจัดเลี้ยงก็ดังขึ้น พวกเขากล่าวขอบคุณตงไห่และดื่มกินกันต่อ ราวกับไม่เคยเกิดเรื่องจับกุมชูเฟิงก๋วงมาก่อน ส่วนไป่ฉีกับเมิ่งชิงชิงได้ขอเฉินเฟิงกลับก่อน เพราะเมิ่งชิงชิงเพิ่งเจอเรื่องเมื่อครู่ทำให้เธอยังมีอาการหวาดกลัวอยู่
เมื่อถึงที่ห้องเช่า ไป่ฉีอุ้มเมิ่งชิงชิงเข้าไปในห้องน้ำ ก่อนที่ทั้ง 2 คนจะถอดเสื้อและผลัดกันอาบน้ำให้กัน คืนนั้นเมิ่งชิงชิงนอนอยู่บนตัวของไป่ฉี เธอใช้อกแกร่งของไป่ฉีต่างหมอน และนอนหลับไปอย่างง่ายดาย
ตอนเช้า
มีข่าวการจับกุมผู้บริหารของ LSA ชูเฟิงก๋วง และ PD เสี้ยนหรัว สำหรับเสี้ยนหรัวนั้นยังไม่ได้เข้าไปอยู่ในคุก แต่เธอนั้นรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล โดยมีจิตแพทย์คอยดูแลอย่างใกล้ชิด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าตำรวจพบเธออยู่ในห้องพักของโรงแรมที่ชูเฟิงก๋วงถูกจับ ตอนเปิดเข้าไปในห้องพวกเขาได้กลิ่นน้ำกามโชยออกมา สภาพภายในห้องเต็มไปด้วยน้ำเหนียวสีขาวขุ่นเปรอะเปื้อนไปทั่วห้อง บนเตียงมีชายวัย 40 จำนวน 5 คนหายใจรวยรินในสภาพเปลือยเปล่า ส่วนเสี้ยนหรัวที่นอนอยู่ตรงกลาง เธอมีดวงตาเหม่อลอย มีน้ำตาไหลออกมา ดูราวกับคนไม่มีชีวิตจิตใจ ตามเส้นผมและตัวของเสี้ยนหรัวเต็มไปด้วยน้ำกามที่เริ่มแห้งบ้างแล้ว แพทย์ที่ได้ตรวจร่างกายของเสี้ยนหรัวได้รายงานอาการของเธอว่าช่องคลอดและทวารหนักฉีกขาดจากการรองรับอวัยวะเพศมากกว่า 1 ในช่องทางเดียว นอกจากนี้ในห้องยังตรวจพบกล้องหลายตัวที่อัดการร่วมรักครั้งนี้ไว้ตั้งแต่เริ่มต้น
ไป่ฉีที่ดูข่าวในสมาร์ทโฟนตอนเช้า ระหว่างกำลังนั่งรถไปถ่ายแบบนิตยสารอีกฉบับที่เขารับงานเอาไว้ เรียกว่าช่วงนี้เขาเนื้อหอมมาก มีแบรนด์เสื้อผ้าหลายแบรนด์ต้องการให้เขามาเป็นพรีเซนเตอร์ หรือแม้แต่ตอนนี้เริ่มมีการเชิญเขาให้เข้าร่วมเดินแบบในงานแฟชั่นโชว์บ้างแล้ว แต่ยังเป็นแบรนด์ภายในประเทศเท่านั้น ซึ่งไป่ฉียังไม่ได้ตัดสินใจอะไร
_________________________________
ที่ศูนย์ฝึกอบรม LSA ไป่ฉีที่เพิ่งเลิกคลาสเดินลงมาหาชิงชิงที่รออยู่ข้างล่าง เขาเห็นป้าจางกับพี่ชิงชิงกำลังกินส้มกันอยู่ไป่ฉี : ป้าจางสวัสดีครับป้าจาง : อ้าวไป่ฉี มา ๆ มากินส้มกันชิงชิง : ส้มอร่อยมากเลย นายลองกินดูสิไป่ฉี : ไม่เอาครับ ผมไม่อยากหัวขาดป้าจาง : กินส้มแล้วจะหัวขาดได้ยังไงชิงชิง : นั่นสิไป่ฉี : ก็นี้มันส้มโชกุน เอามากินเดี๋ยวก็ถูกท่านโชกุนสั่งตัดหัวหรอกครับชิิงชิง : ....... (ส้มร่วงหลุดจากมือ)ป้าจาง : ......... (ส้มที่กำลังแกะเปลือกร่วงลงกับพื้น)ชิงชิง : นั่นมันชื่อส้ม ไม่ใช่ส้มจากสวนท่านโชกุนไป่ฉี : งั้นเหรอครับ ^^
