จอมยุทธ์ซุปตาร์

    ตอนที่ 109 งานเลี้ยงกับการโต้กลับของไป่ฉี 2 Re

            ไป่ฉีคอยใช้พลังปราณตรวจสอบเสี้ยนหรัวอยู่สักพัก  ก็พบว่าเธอออกมาจากห้องน้ำแล้ว  เขาทำการจี้จุดเพื่อให้พวกที่นอนสลบอยู่ 5 คนฟื้นขึ้น  พร้อมกับเคาะประตูห้อง


            “นั่นใครน่ะ” เสี้ยนหรัวถาม  ไป่ฉีจึงปลอมเสียงเป็น 1 ในคนของชูเฟิงก๋วงแล้วตอบกลับไป


            “คุณชูเฟิงก๋วงให้พวกเราจับไป่ฉีมา  ไม่ต้องใช้ยาของคุณแล้ว  เปิดประตูให้พวกเราด้วย” เสียงหน้าประตูดังขึ้น  เสี้ยนหรัวจึงเดินมาส่องตาแมวที่ประตูก็พบว่ามีชาย 5 คนกำลังประคองร่างไป่ฉีที่สลบอยู่  จากนั้นเธอก็เปิดประตูให้


            แต่เมื่อประตูถูกเปิดออก  สิ่งที่เธอเห็นกลับมีแต่เหล่าชายวัยกลางคนอายุราว 40 ปี  แล้วไป่ฉีที่กำลังสลบอยู่เมื่อกี้หายไปไหนกัน  สีหน้าของทั้ง 5 คนดูหื่นกระหาย  สายตาจับจ้องมาที่ตัวเธอที่นุ่งเพียงผ้าขนหนูผืนเดียว


            “ไป่ฉีล่ะ  เอาเขาเข้ามาแล้วรีบ......” ยังไม่ทันที่เสี้ยนหรัวจะกล่าวจบ  เธอก็ถูกชายคนหนึ่งปิดปาก  ส่วนที่เหลือจับยึดเธอแล้วลากเธอเข้าห้องไป  อีกคนปิดประตูและล็อกห้อง


            “นี่พวกแกคิดจะทำอะไรฉัน” เสี้ยนหรัวถูกเหวี่ยงลงที่เตียงขนาดคิงส์ไซส์ที่เธอตั้งใจจะเอาไว้ร่วมรักกับไป่ฉี  แต่สิ่งที่เธอเจอตอนนี้คือชายทั้ง 5 คนที่เป็นลูกน้องของชูเฟิงก๋วงกำลังถอดเสื้อกับกางเกงของตัวเองออก


            “อา ร้อนเหลือเกิน” ชายคนแรกพูดขึ้น


            “อึดอัดเหลือเกิน” ชายคนที่ 2 พูดขึ้น


            “ทรมานเหลือเกิน” ชายคนที่ 3 พูดขึ้น  ตัวเขากำลังปลดเข็มขัดอย่างรีบร้อน


            “แฮก แฮก ทำไมถึงอึดอัดขนาดนี้” ชายคนที่ 4 พูดพร้อมกับถอดกางเกง  สายตามองมาที่เสี้ยนหรัว


            “.......” ชายคนที่ 5 ไม่ได้พูดอะไร  เขาอยู่ในสภาพเปลือยเปล่า และกระโจนเข้าใส่เสี้ยนหรัวราวกับเสือที่เข้าตะครุบเหยื่อ  เขาเอาตัวของเขาทาบทับลงบนตัวของเสี้ยนหรัว  จากนั้นหยิบกุญแจมือที่เสี้ยนหรัวเตรียมไว้ที่หัวเตียง  นำมาล็อกที่ข้อมือทั้ง 2 ข้างของเธอ


            “อย่านะ  พวกแกจะทำอะไร  ฉันจะฟ้องชูเฟิงก๋วง  ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้” เสี้ยนหรัวขู่  หากเป็นชายหนุ่มหน้าตาดีก็ว่าไปอย่าง  นี่กลับเป็นพวก 40 อัพที่เธอไม่คิดจะแล  แต่ตอนนี้ทั้ง 5 คนได้ถูกยาปลุกกำหนัดของไป่ฉีซึ่งรุนแรงกว่าของเสี้ยนหรัวหลายเท่า  ทำให้ตอนนี้พวกเขามีความต้องการเสียจนขาดสติกันหมดแล้ว


            ชาย 2 คนช่วยกันใช้ผ้ามัดที่ขาทั้ง 2 ข้างของเสี้ยนหรัว  พวกเขามาล้อมเตียงของเสี้ยนหรัวเอาไว้  ส่วนคนที่คร่อมบนตัวของเสี้ยนหรัว  จับสะโพกของเธอยกขึ้น  ก่อนจะเริ่มปฏิบัติภารกิจที่เขาปรารถนา


            แม้เสี้ยนหรัวจะร้องดังเพียงใด  แต่ภายนอกห้องหรือข้างห้องกลับไม่ได้ยินอะไรแม้แต่น้อย  ไป่ฉีนั้นเฝ้าดูจนกระทั่งแน่ใจแล้วว่าเสี้ยนหรัวเริ่มกิจกรรมกับคนของชูเฟิงก๋วงแล้ว  เขาจึงเดินกลับไปยังห้องจัดเลี้ยง  แต่ไป่ฉียังไม่เข้าไปทันที  เขากำลังรอตงไห่อยู่


            “หือ” ไป่ฉีแปลกใจ  ขณะเขาใช้พลังปราณตรวจสอบชูเฟิงก๋วง  เขาพบว่าเมิ่งชิงชิงกำลังทำท่าเหมือนมองหาเขาอยู่ และมีคนกำลังพยายามเข้าใกล้เธอ  ไป่ฉีพบว่าในกระเป๋ากางเกงของชายคนนี้มีผ้าเช็ดหน้าที่กำเอาไว้แน่น  เขาจึงตรวจดูความทรงจำของชายคนนี้  จนได้พบว่าชูเฟิงก๋วงเป็นคนสั่งให้ชายคนนี้นำผ้าเช็ดหน้าโปะยาสลบเตรียมที่จะใช้กับเมิ่งชิงชิง  เพื่อไม่ให้ขัดขวางแผนการของเขา  นอกจากนี้ยังให้ชายคนนี้ข่มขืนเธอพร้อมถ่ายวิดีโอไว้ข่มขู่อีกด้วย


            “ไอ้เลวนั่น  ท่าทางจะไม่อยากตายดีซะแล้ว” ไป่ฉียอมรับว่าเขาประมาทไป  ไม่คิดว่าชูเฟิงก๋วงคิดจะเล่นงานเมิ่งชิงชิงด้วย  ไป่ฉีจึงโทรหาเมิ่งชิงชิงทันที


            [ไป่ฉี  นายอยู่ไหนน่ะ] เมิ่งชิงชิงรับสายและถามไป่ฉี  เธอดูเป็นกังวลมากที่หาไป่ฉีในห้องจัดเลี้ยงไม่เจอ


            “พี่ชิงชิงรีบเดินออกมาจากห้องจัดเลี้ยงเลยครับ  ผมอยู่ตรงประตูทางออก  เดินตามปกตินะครับ” ไป่ฉีบอกแค่นั้น


            เมิ่งชิงชิงก็เข้าใจได้ทันทีว่าต้องมีเรื่องอะไรแน่ ๆ  เธอจึงทำเป็นเดินไปที่ทางออกห้องจัดเลี้ยง  ส่วนชายที่ตามเธอมานั้น  เมื่อเห็นเป้าหมายกำลังเดินออกจากห้องจัดเลี้ยง  เขาก็รีบเดินตามออกไปทันที  แต่พอเขาก้างพ้นประตูเพียงเท่านั้น  โลกของเขาก็ดับมืดลง


            เมิ่งชิงชิงมองชายคนที่ไป่ฉีเพิ่งใช้ฝ่ามือตีเข้าที่หัวจนมันล้มลงไปกองกับพื้นด้วยสีหน้าตื่นตระหนก  ถ้าไป่ฉีไม่เตือนเธอ  เธอคงไม่รู้ตัว  ความกลัวเข้าครอบงำอารมณ์ของเธอจนตัวสั่นไปหมด  ไป่ฉีเห็นแบบนั้น  เขาก็รีบคว้าเมิ่งชิงชิงเข้ามากอดแนบอกของตัวเองทันที


            “ไม่ต้องกลัวนะครับพี่  ทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว” ไป่ฉีปลอบ


            “ขออยู่แบบนี้สักพักนะ” เมิ่งชิงชิงซุกหน้ากับอกแกร่ง  กลิ่นของไป่ฉีทำให้เธอผ่อนคลายอย่างแปลกประหลาด  ทุกครั้งที่เธอเครียดนอนไม่หลับ  เธอมักจะนอนหลับบนตัวของไป่ฉี  มันช่วยให้เธอหลับลงได้  จนช่วงหลังเธอคิดว่าเธอติดกลิ่นของไป่ฉีเข้าซะแล้ว


            'ตาบ้านี่ ฉันติดกลิ่นนายแบบนี้กลับไปอยู่ห้องตัวเองจะนอนหลับไหมเนี่ย' เมิ่งชิงชิงคิด


            ไป่ฉียืนนิ่งให้เมิ่งชิงชิงซุกหน้ากับอกของเขา  ตัวของเธอเริ่มหยุดสั่นแล้ว  เมื่อเธอเงยหน้าขึ้นมา  ใบหน้าของเธอแดงระเรื่อ  ทำให้ไป่ฉีหันซ้ายหันขวา  เมื่อพบว่าไม่มีใคร  เขาจึงประทับริมฝีปากอย่างแผ่วเบาบนหน้าผากของเธอ


            “อ๊ะ” เมิ่งชิงชิงตกใจ  เธอไม่คิดว่าไป่ฉีจะทำแบบนี้  แต่มันก็ทำให้ความกลัวเมื่อครู่ในหัวเธอปลิวหายไปทันที


            “มันได้ผลใช่ไหมครับ” ไป่ฉียิ้ม


            “อือ” เมิ่งชิงชิงก้มหน้า  ไป่ฉีคลายอ้อมกอดของเขา  ก่อนจะถอดเสื้อของตัวเอง  เพื่อนำมามัดคนร้ายที่ยังคงสลบอยู่  เขาสาบานว่าจะต้องให้มันชดใช้อย่างสาสม  โดยเฉพาะคนบงการ


            ตอนแรกไป่ฉีว่าจะให้เมิ่งชิงชิงไปหาคนมาช่วย  แต่หากมีพวกมันคนอื่นอีก  เขาก็กลัวว่าเธอจะได้รับอันตราย


            “อ้าว ไป่ฉีเกิดอะไรขึ้น” เฉินเฟิงที่เดินออกมาเพื่อจะไปเข้าห้องน้ำ  ก็เห็นไป่ฉีที่เปลือยท่อนบน  กำลังเอาเสื้อมัดมือชายคนหนึ่งที่นอนสลบอยู่กับพื้น


            “ไอ้หมอนี่มันคิดจะโปะยาสลบพี่ชิงชิงน่ะครับ  ผมมาเห็นจังหวะที่มันหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมา  เลยซัดมันจนสลบครับ” ไป่ฉีกล่าว  จากนั้นเฉินเฟิงก็ตีสีหน้าจริงจังทันที


            “เดี๋ยวฉันโทรตามตำรวจสักครู่” เฉินเฟิงให้ทีมงาน 5 คนออกมาช่วยกันคุมตัวชายคนนี้ไว้ก่อน  ตามด้วยโทรไปยังสถานีตำรวจ  แต่ไป่ฉีได้หยุดเอาไว้  เขาบอกว่าอีกเดี๋ยวตำรวจก็มา


            “พวกนายเฝ้ามันเอาไว้” เฉินเฟิงกล่าว  แต่สายตาเขาก็เหลือบเห็นคนที่กำลังเดินมาที่ห้องจัดเลี้ยง  คนที่เดินมานั้นคือตงไห่  ด้านหลังน่าจะเป็นทนายส่วนตัวของเขา  ถัดไปอีกเป็นตำรวจประมาณ 10 นายได้


            “สวัสดีครับคุณตงไห่” ไป่ฉีหันไปตามทิศทางที่เฉินเฟิงมอง  เมื่อเห็นว่าเป็นตงไห่  เขาก็กล่าวทักทายทันที


            “สวัสดีไป่ฉี  ว่าแต่ทำไมอยู่สภาพนั้นล่ะ หรือว่าเมา” ตงไห่ที่เห็นไป่ฉีในสภาพเปลือยท่อนบนก็แซวเขาเล็กน้อย


            “พอดีชายคนนี้จะโปะยาสลบผู้จัดการผม  ผมเลยจัดการซัดจนสลบ  แต่ไม่รู้จะหาอะไรมัดเลยใช้เสื้อตัวเองแทนครับ” ไป่ฉีอธิบาย


            จากนั้นตำรวจก็แก้เสื้อที่มัดออกแล้วส่งคืนให้กับไป่ฉี  ก่อนจะคุมตัวชายคนนั้นไปที่รถคุมขังที่พวกเขาเตรียมมาด้วย  ทางตำรวจจัดการเคลียร์เหล่าลูกน้องของชูเฟิงก๋วงที่อยู่ข้างนอกห้องจัดเลี้ยงทันที


            “เรียบร้อยแล้วสินะ  ไป่ฉี  พวกเราไปกันเถอะ” ตงไห่กล่าวพร้อมกับผลักประตูห้องจัดเลี้ยงเข้าไป  ด้านข้างของตงไห่เป็นชายมีอายุ  น่าจะสัก 50 กว่า ๆ เดินตามไปด้วย  ไป่ฉีคิดว่าเขาคงเป็นทนายความแน่ ๆ  ไป่ฉียกยิ้มขึ้น แล้วจับมือชิงชิงพากันเดินเข้าไปในห้องจัดเลี้ยง  โดยมีตำรวจเดินตามหลังเข้าไปด้วย


            เมื่อตงไห่ปรากฏตัวขึ้นก็เรียกความสนใจจากคนที่อยู่ในห้องจัดเลี้ยงแล้ว  แต่ตงไห่กลับเดินมาพร้อมตำรวจ  ยิ่งทำให้เป็นจุดสนใจเข้าไปใหญ่  ส่วนชูเฟิงก๋วงนั้นรู้สึกสังหรณ์ไม่ค่อยดี  เขาจึงค่อย ๆ หลบออกทางประตูที่ใกล้ที่สุด


            “จะไปไหน  ผู้บริหารชู” ตงไห่ชี้มาทางชูเฟิงก๋วงที่กำลังคลานไปกับพื้น  ตอนนี้ชูเฟิงก๋วงตกเป็นเป้าสายตาของคนทั้งห้องจัดเลี้ยง  จึงรีบลุกขึ้นก่อนจะตีเนียนว่าตนเองทำปากกาหล่นจึงก้มลงไปหา


            “ไง  ผู้บริหารตง  งานที่ฉันจัด ไม่คิดว่านายจะมา” ชูเฟิงก๋วงกล่าวชช


            “งั้นเหรอ  คนนี้แหละครับคุณตำรวจ  ชูเฟิงก๋วง” ตงไห่กล่าว  ตำรวจเข้าไปจับกุมตัวชูเฟิงก๋วงทันที


            “ปล่อยฉัน  ตงไห่  แกแจ้งจับฉันข้อหาอะไร” ชูเฟิงก๋วงถาม  ตงไห่มองชายร่างอ้วนตรงหน้าก่อนจะยกยิ้มขึ้น


            “ข้อหาฉ้อโกง  ฉันมีหลักฐานว่าแกโกงเงินบริษัท  ทั้งเอกสารกับคลิปเสียงและคลิปวิดีโอ  โดยใช้อำนาจของตนในทางไม่ชอบ  ผ่านทางการซื้อลิขสิทธิ์นิยายมาทำละคร  จังหวะดีที่แกกำลังทำแบบเดียวกันกับนิยายของไป่ฉี  ฉันเลยให้เขาช่วยฉันหาหลักฐานเอาผิดแกไงล่ะ” ตงไห่กล่าว  ชูเฟิงก๋วงหันไปมองไป่ฉีทันที


            “ที่แท้แกสมรู้ร่วมคิดกับไอ้ตงไห่เพื่อจะกำจัดฉันงั้นเหรอ” ชูเฟิงก๋วงตวาดใส่ไป่ฉี


            “งั้นเรามาว่ากันถึงความผิดใหม่ดีไหมครับ  คุณได้ร่วมมือกับเสี้ยนหรัว  เพื่อวางยาผมในน้ำอัดลมแก้วที่ผมทำหก  หากตำรวจไปเก็บหลักฐานจากคราบน้ำที่หก  จะต้องเจอส่วนผสมของมันแน่นอน” ด้วยคำพูดของไป่ฉี  ทำให้ชูเฟิงก๋วงได้แต่ก่นด่าไป่ฉีในใจ  เด็กหนุ่มคนนี้กะจะเหยียบเขาให้จมดินเลยใช่ไหม


            “แกรู้ตั้งแต่เมื่อไหร่” ชูเฟิงก๋วงถาม


            “รู้ตั้งแต่คุณจะพาผมเดินไปที่โต๊ะของเสี้ยนหรัวแล้ว  โชคดีของผมที่น้ำอัดลมนั่นหกไปซะก่อน” ไป่ฉีตอบ


            “ส่วนความผิดต่อมา  แกส่งคนไปโปะยาสลบเมิ่งชิงชิงนอกห้องจัดเลี้ยง  ดีที่ไป่ฉีรู้ตัว  ไม่งั้นหญิงสาวคนหนึ่งอาจจะมีแผลใจไปตลอดชีวิต  แกนี่มันเลวจริง ๆ” ตงไห่กล่าวด้วยน้ำเสียงที่บ่งบอกว่าเขารังเกียจชูเฟิงก๋วงมาก  ส่วนผู้คนรอบข้างต่างตกใจกับสิ่งที่ชูเฟิงก๋วงและเสี้ยนหรัวกระทำ  ยิ่งเสี้ยนหรัวที่เป็น PD ชื่อดังที่มีรายการมากมาย และยังได้รับรางวัลจำนวนมาก  ถึงจะมีข่าวว่าเธอชอบกินเด็ก  แต่ก็ไม่คิดว่าเธอจะทำรุนแรงขนาดนี้


            “ยังไงก็ต้องไปสู้กันในชั้นศาล” ชูเฟิงก๋วงทำใจดีสู้เสือ  พูดออกไป


            “หึหึ แต่ว่าแกจะมีปัญญาจ้างทนายรึเปล่านะ  เพราะทางบริษัทมีคำสั่งปลดแกออกจากการเป็นผู้ถือหุ้น  ส่วนหุ้นทั้งหมดที่แกถืออยู่จะยังคงอยู่ในมือแกต่อไปจนกว่าคดีจะสิ้นสุด  เมื่อถึงตอนนั้นศาลคงนำหุ้นส่วนนี้ออกขายเพื่อนำเงินมาใช้หนี้ให้กับความเสียหายที่แกก่อ  แถมบัญชีเงินฝากและทรัพย์สินของแกจะถูกระงับชั่วคราว  จนกว่าคดีจะสิ้นสุด  เพื่อตรวจสอบว่าทรัพย์สินส่วนไหนที่แกได้มาจากการยักยอกเงินของบริษัทบ้าง  คุยกันแค่นี้  พาตัวไปได้เลยครับคุณตำรวจ” ตงไห่กล่าว


            “มันไม่จบแค่นี้แน่ตงไห่  รวมทั้งแกด้วยไป่ฉี  ฉันจะไม่มีวันลืมความแค้นนี้แน่” เสียงของชูเฟิงก๋วงค่อย ๆ ห่างไกลไปเรื่อย ๆ


            “ยังไงผมฝากเรื่องการคัดค้านการประกันตัวด้วยนะครับ  ดูท่าทางคนคนนี้หากให้ประกันตัวออกมาคงไม่พ้นกลับมาเล่นงานผมกับพี่ชิงชิงแน่” ไป่ฉีกล่าว  ชายวัย 50 ที่เป็นทนายพยักหน้าให้เขา  ก่อนจะเดินไปกับตำรวจ


            “เดี๋ยวนะ  ชูเฟิงก๋วงถูกจับ  แล้วใครจะจ่ายค่าอาหารพวกนี้ล่ะ” ทีมงานคนหนึ่งกล่าวขึ้น  ทุกคนที่นึกขึ้นได้  รีบวางแก้ววางจานลงทันทีราวกับนัดกันไว้


            “ไม่ต้องห่วง  ฉันจะเป็นคนจ่ายเอง” ตงไห่กล่าวอย่างอารมณ์ดี  มันสมควรฉลอง  เพราะชูเฟิงก๋วงมักขัดแข้งขัดขาเขาประจำ  เมื่อมันถูกจับ  ก็สมควรฉลอง


            จากนั้นเสียงเฮของคนในห้องจัดเลี้ยงก็ดังขึ้น  พวกเขากล่าวขอบคุณตงไห่และดื่มกินกันต่อ  ราวกับไม่เคยเกิดเรื่องจับกุมชูเฟิงก๋วงมาก่อน  ส่วนไป่ฉีกับเมิ่งชิงชิงได้ขอเฉินเฟิงกลับก่อน  เพราะเมิ่งชิงชิงเพิ่งเจอเรื่องเมื่อครู่ทำให้เธอยังมีอาการหวาดกลัวอยู่


            เมื่อถึงที่ห้องเช่า  ไป่ฉีอุ้มเมิ่งชิงชิงเข้าไปในห้องน้ำ  ก่อนที่ทั้ง 2 คนจะถอดเสื้อและผลัดกันอาบน้ำให้กัน  คืนนั้นเมิ่งชิงชิงนอนอยู่บนตัวของไป่ฉี  เธอใช้อกแกร่งของไป่ฉีต่างหมอน  และนอนหลับไปอย่างง่ายดาย


            ตอนเช้า

            มีข่าวการจับกุมผู้บริหารของ LSA ชูเฟิงก๋วง และ PD เสี้ยนหรัว  สำหรับเสี้ยนหรัวนั้นยังไม่ได้เข้าไปอยู่ในคุก  แต่เธอนั้นรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล  โดยมีจิตแพทย์คอยดูแลอย่างใกล้ชิด  


            ผู้สื่อข่าวรายงานว่าตำรวจพบเธออยู่ในห้องพักของโรงแรมที่ชูเฟิงก๋วงถูกจับ  ตอนเปิดเข้าไปในห้องพวกเขาได้กลิ่นน้ำกามโชยออกมา  สภาพภายในห้องเต็มไปด้วยน้ำเหนียวสีขาวขุ่นเปรอะเปื้อนไปทั่วห้อง  บนเตียงมีชายวัย 40 จำนวน 5 คนหายใจรวยรินในสภาพเปลือยเปล่า  ส่วนเสี้ยนหรัวที่นอนอยู่ตรงกลาง  เธอมีดวงตาเหม่อลอย  มีน้ำตาไหลออกมา  ดูราวกับคนไม่มีชีวิตจิตใจ  ตามเส้นผมและตัวของเสี้ยนหรัวเต็มไปด้วยน้ำกามที่เริ่มแห้งบ้างแล้ว  แพทย์ที่ได้ตรวจร่างกายของเสี้ยนหรัวได้รายงานอาการของเธอว่าช่องคลอดและทวารหนักฉีกขาดจากการรองรับอวัยวะเพศมากกว่า 1 ในช่องทางเดียว  นอกจากนี้ในห้องยังตรวจพบกล้องหลายตัวที่อัดการร่วมรักครั้งนี้ไว้ตั้งแต่เริ่มต้น


            ไป่ฉีที่ดูข่าวในสมาร์ทโฟนตอนเช้า  ระหว่างกำลังนั่งรถไปถ่ายแบบนิตยสารอีกฉบับที่เขารับงานเอาไว้  เรียกว่าช่วงนี้เขาเนื้อหอมมาก  มีแบรนด์เสื้อผ้าหลายแบรนด์ต้องการให้เขามาเป็นพรีเซนเตอร์  หรือแม้แต่ตอนนี้เริ่มมีการเชิญเขาให้เข้าร่วมเดินแบบในงานแฟชั่นโชว์บ้างแล้ว  แต่ยังเป็นแบรนด์ภายในประเทศเท่านั้น  ซึ่งไป่ฉียังไม่ได้ตัดสินใจอะไร

    _________________________________

    ที่ศูนย์ฝึกอบรม LSA ไป่ฉีที่เพิ่งเลิกคลาสเดินลงมาหาชิงชิงที่รออยู่ข้างล่าง เขาเห็นป้าจางกับพี่ชิงชิงกำลังกินส้มกันอยู่ไป่ฉี : ป้าจางสวัสดีครับป้าจาง : อ้าวไป่ฉี มา ๆ มากินส้มกันชิงชิง : ส้มอร่อยมากเลย นายลองกินดูสิไป่ฉี : ไม่เอาครับ ผมไม่อยากหัวขาดป้าจาง : กินส้มแล้วจะหัวขาดได้ยังไงชิงชิง : นั่นสิไป่ฉี : ก็นี้มันส้มโชกุน เอามากินเดี๋ยวก็ถูกท่านโชกุนสั่งตัดหัวหรอกครับชิิงชิง : ....... (ส้มร่วงหลุดจากมือ)ป้าจาง : ......... (ส้มที่กำลังแกะเปลือกร่วงลงกับพื้น)ชิงชิง : นั่นมันชื่อส้ม ไม่ใช่ส้มจากสวนท่านโชกุน

    ไป่ฉี : งั้นเหรอครับ ^^

    คล้ายกับเรื่องจอมยุทธ์ซุปตาร์ ที่คุณอ่าน