เสี่ยวเหอลืมตาพบว่าตัวเองอยู่ในห้องนอนที่งดงามมาก เป็เตียงนอนไม้แกะสลักรูปนกข่งเชวี่ย [1] ผ้าห่มและผ้าปูเป็ผ้าแพรอย่างดี มีม่านสีเขียวสด นางงุนงงว่าเกิดอะไรขึ้น ไม่แน่ใจว่าที่นี่คือที่ใด ไม่ใช่ว่านางเป็ไข้หรือ
หญิงสาวลุกขึ้นเดินออกไปนอกห้องนอนก็มีสาวน้อยหน้าตาน่ารัก รีบวิ่งมาหา
“ฮูหยินตื่นแล้วหรือเ้าคะ?” สาวน้อยถาม
เสี่ยวเหอได้แต่กะพริบตางุนงง ยังไม่ทันตอบอะไรสาวน้อยก็วิ่งไปเอาอ่างน้ำมาให้นางล้างหน้าล้างปาก ทั้งยังเตรียมชุดที่งดงามมาก ปักเลื่อมระยิบระยับมาให้นางใส่
“แม่นาง เ้าเข้าใจผิดแล้วข้าไม่ใช่ฮูหยินของเ้า” เสี่ยวเหอพยายามบอกว่าตัวเองไม่ใช่ฮูหยินอะไรนั่นและไม่ใส่ชุดนี้ แต่สาวน้อยคนนั้นกลับเรียกสาวใช้อีกเจ็ดแปดคนเข้ามาช่วยนางแต่งตัว นางทัดทานไม่ไหวจึงได้แต่ทำตาม
“นายท่านกำลังรออยู่เ้าค่ะ” สาวน้อยคนนั้นพูด ทั้งยังเดินนำทางพาเสี่ยวเหอไปหานายท่าน
หญิงสาวสับสนงุนงง ทุกสิ่งแปลกใหม่ นางยอมเดินตามสาวน้อยอย่างว่าง่าย เข้าไปในห้องซึ่งมีหนังสือตำรามากมาย ดูก็รู้ว่าเ้าของจวนนี้ต้องร่ำรวยมากแน่
‘หรือบางทีระหว่างข้านอนหลับ เพราะนอนนานเกินไป ท่านพ่อท่านแม่จึงขายข้าให้ใครไปแล้ว?’ เสี่ยวเหอนึกสงสัย แม้ในใจไม่ได้หวาดกลัวอะไรมาก
เสี่ยวเหอเห็นชายวัยกลางคนกำลังอ่านตำราอยู่ อายุประมาณสี่สิบกว่าปี แต่ก็ยังอกผายไหล่ผึ่ง ดูแข็งแรง สูงใหญ่ ที่สำคัญสายตาคล้ายชิงถิงอย่างที่สุด นางได้แต่จ้องมองจนลืมทักทาย เพราะรู้สึกคิดถึงสายตาเช่นนั้นเหลือเกิน
‘บางทีคนผู้นี้อาจเป็ญาติของเขา’ หญิงคิด
“นั่งสิ” ชายแก่ผู้นั้นบอก
เสี่ยวเหอนั่งลงบนโต๊ะน้ำชาเล็กๆ สาวน้อยที่พานางมาก็ถอยออกไปอยู่ด้าน ชายแก่นั่งลงฝั่งตรงข้าม นางยังคงไม่อาจละสายตาจากั์ตาของเขา
“เ้ามองสิ่งใด” ชายแก่ถาม
“ท่านเป็ใคร?” นางไม่ตอบแต่กลับถามคำถามแทน
คราแรกชายชราผู้นั้นก็ขมวดคิ้วสงสัย แต่เพียงครู่เดียวก็คล้ายนึกอะไรได้ ก่อนจะทำตาโตและยิ้มจนเห็นฟันขาวๆ เรียงตัวสวยงาม
‘ช่างเหมือนชิงถิงเหลือเกิน หากเขายังคงมีชีวิตอยู่และได้ใช้ชีวิตจนแก่เฒ่า เขาก็คงจะมีหน้าตาเช่นนี้’ เสี่ยวเหอคิด แต่เมื่อนึกถึงภาพที่คนรักล้มลง ความเศร้าโศกเริ่มทำให้นางรู้สึกหายใจไม่สะดวก นางจึงพยายามพูดคุยกับผู้าุโตรงหน้าแทน
“ท่านเป็ญาติของชิงถิงหรือไม่?” นางถาม
ชายแก่คนนั้นกลับยิ้มกว้างกว่าเดิมก่อนจะถามว่า
“เ้าไม่เคยพบข้ามาก่อนหรือ ครั้งนี้เป็ครั้งแรกที่พบข้าใช่หรือไม่” ทั้งรอยยิ้มและแววตาของชายแก่ส่องประกายราวกับพบของล้ำค่า
ถึงหญิงสาวจะรู้สึกประหลาดกับสายตาที่มองมา แต่ก็พยักหน้ารับ
ชายแก่ผู้นั้นรีบลุกขึ้นราวกับจะวิ่งมากอดนาง เสี่ยวเหอใจึงรีบลุกถอยหนีจนติดกำแพง แต่เหมือนชายคนนั้นจะคิดได้และหยุดตัวเองไว้ก่อน
เสี่ยวเหอจ้องมองเขาและเริ่มกลัวชายชรา
‘เคยได้ยินว่า ญาติฝั่งแม่ของชิงถิงร่ำรวยมาก ดูจากเสื้อผ้าและหน้าตาของชายแก่คนนี้คงจะเป็ท่านตาของเขากระมัง ได้ยินว่าเคยประกาศตัดขาดกับท่านแม่ของชิงถิงเพราะนางแต่งงานกับบุรุษยากจน
แต่ไม่คิดว่าจะร่ำรวยมากเช่นนี้ บ้านชิงถิงยากจนมาก ท่านตากลับร่ำรวย ไม่เคยดูดำดูดีชิงถิงและน้องๆ สักครั้ง’ เมื่อเสี่ยวเหอคิดได้เช่นนี้ก็ยิ่งโกรธชายชราตรงหน้า นางเข้าใจผิด สรุปเอาเองว่าชายแก่เป็ท่านตาของชิงถิง
“หิวหรือไม่” ท่านตาของชิงถิงถาม
เสี่ยวเหอส่ายหัว ตั้งใจจะรีบไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด เพราะสายตาของท่านตาร้อนแรงมากไป จนนางเริ่มจะรู้สึกหวั่นๆ และไม่ชอบใจ แต่ชายชราคนนั้นก็สั่งให้เตรียมจัดโต๊ะอาหาร ไม่สนใจเสียงปฏิเสธของนาง
ทั้งโต๊ะแต่อาหารที่เสี่ยวเหอชอบ ท่านตาเรียกนางให้กลับไปนั่งที่โต๊ะเพื่อทานข้าวอีกครั้ง นางไม่อยากอยู่ต่อ แต่อย่างไรก็ต้องรักษามารยาทบ้าง จึงได้แต่นั่งลงกินข้าวตามที่ชายแก่้า
ระหว่างมื้ออาหาร ผู้าุโพยายามจะคีบอาหารให้นางหลายครั้ง ก่อนจะชะงักและนั่งกินต่ออย่างเงียบๆ แต่เสี่ยวเหอจะไม่รู้ได้อย่างไรว่าเขาแอบมองนางบ่อยมาก ส่งสายตาร้อนแรง ราวกับสายตาของชิงถิงที่มองนาง และแทบจะเผาไหม้นางทุกครั้ง
หลังมื้ออาหาร เสี่ยวเหอรีบขอตัวกลับ ถึงแม้จะยังไม่รู้ว่าจะกลับไปที่ใด และตัวเองมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไรก็ตาม ชายแก่คนนั้นดูก็รู้ว่าไม่เต็มใจ แต่ก็ไม่ได้ทัดทาน ทั้งยังเดินออกมาส่งที่หน้าจวนด้วยตัวเอง
“ให้สาวใช้ไปส่งเ้าเถิด เอาเงินไปด้วย อยากกินอยากได้ อยากใช้อะไรก็ซื้อเต็มที่ เงินไม่พอก็ให้มาเอาเพิ่มได้” เสียงทุ้มต่ำของผู้าุโกล่าว
“ไม่ต้องเ้าค่ะ ข้าขอบคุณท่านมาก แต่ข้าต้องกลับแล้ว” นางพยายามปฏิเสธและร่ำลาตามมารยาท
คนผู้นี้ร่ำรวยจนสามารถยกถุงเงินให้นางซึ่งเป็คนแปลกหน้าได้ง่ายดาย แต่กลับไม่เคยช่วยเหลือบ้านของชิงถิงซึ่งเป็หลานแท้ๆ เสี่ยวเหอจึงไม่ค่อยชอบใจนัก
“หากไม่ได้ใช้ค่อยเอามาคืน” ชายแก่พูดและยัดเงินใส่มือสาวใช้
เสี่ยวเหอไม่คิดจะใช้เงินนั่น แต่ไม่อยากอยู่นานเพราะสายตาของตาเฒ่านี่แทบจะลวกนางอยู่แล้ว นางอยากไปจากที่นี่ให้ได้ก่อน ค่อยคิดหาทางให้สาวใช้เอาเงินคืน
หญิงสาวรีบลาและรีบจาก แต่เดินเพียงไม่กี่ก้าว ชายแก่คนนั้นก็วิ่งตามมาขวางทางนางไว้ คล้ายจะทำใจปล่อยนางไปไม่ได้ มองนางด้วยสายตาที่นางอธิบายไม่ถูก รู้สึกเพียงแค่ว่าเหมือนชิงถิงมาก
“ข้าอยากจะบอกเ้า ข้าชื่อว่าชิงถิง ที่นี่คือบ้านของเ้า ข้าจะรอเ้ากลับมา..” เขาเสียงสั่นเครือ คล้ายอยากจะพูดอะไรอีก แต่ก็ไม่ได้พูด
เสี่ยวเหอแปลกใจเล็กน้อย แต่ก็คำนับเป็มารยาทและรีบเดินจากไป ไม่ได้สนใจความหมายในคำพูดนั้น เพราะก็มีหลายคนที่ตั้งชื่อลูกหลานให้คล้ายผู้ใหญ่ในบ้าน
เสี่ยวเหอรู้สึกว่าสายตาของท่านตาผู้นั้นช่างร้อนแรงเกินทน จำเป็ต้องรีบไปให้ไกลๆ
คืนนั้นเสี่ยวเหอเข้าพักที่โรงเตี๊ยมโดยมีสาวใช้ของชายแก่ดูแลจัดการให้ทุกอย่าง นางพยายามคิดทบทวนว่าเกิดอะไรขึ้น ตัวเองไปอยู่ที่นั่นได้อย่างไร แต่ก็คิดไม่ออก
ยิ่งคิดก็ยิ่งปวดหัว โชคดีที่ด้ายแดงยังคงอยู่ที่ข้อมือ นางจึงรู้สึกเบาใจ เวลาปวดหัวมากๆ หญิงสาวจะยกข้อมือมากุมด้ายแดงไว้ ทำเช่นนี้แล้วคล้ายว่าจะหายปวดหัวได้บ้าง และนอนหลับไปเช่นนั้น
ในความฝัน เสี่ยวเหอก็ยังคงฝันเห็นชิงถิงถูกแทงจากด้านหลังทะลุมาด้านหน้าตรงอก ซ้ำๆ บางครั้งก็เป็พี่สาว
[1] นกยูง