หมอได้อนุญาตให้ เอกวิน กลับบ้านไปพักรักษาตัวที่บ้านได้แล้ว เพราะไม่มีอะไรน่าเป็ห่วงแล้ว และอีกทั้ง เอกวิน ก็รับเงินจากนายหัวครรชิต เอาไปเคลียร์ปัญหาเื่หนี้สินกับ เสี่ยกำพล เป็ที่เรียบร้อยแล้วเช่นกัน ทุกอย่างก็เข้าสู่ภาวะปกติของการดำเนินชีวิตในแต่ละวัน
“ดา เดี๋ยวตอนเย็น ดาวจะมาทานข้าวที่นี่ด้วยนะ ดาทำกับข้าวเพิ่มด้วยแล้วกัน” นายหัวครรชิต เอ่ยขึ้นหลังจากทานอาหารกลางวันกันเสร็จ
“ได้ค่ะ แล้วพี่้าอาหารอะไรเป็พิเศษไหมคะ?” วิรดา พยายามทำตัวให้เป็ปกติ และเอ่ยถามออกไป แต่จิตใจนี้สิ มันร้อนรุ่มไปหมดทั้งใจ
“ดาทำอะไรก็ได้ ดาวเขาทานอะไรก็ได้ง่ายๆ เขาไม่เื่มาก” ชายหนุ่มกล่าวขึ้น
‘ฮึ! ช่างรู้ใจกันดีจริงนะ’ วิรดา คิดในใจ
“ได้ค่ะ” วิรดา เอ่ยตอบชายหนุ่ม
พอถึงตอนเย็น แววดาวก็ขับรถมาที่บ้านของ นายหัวครรชิต โดยมีชายหนุ่มยืนรับอยู่หน้าบ้าน และส่วน วิรดา ก็กำลังจัดเตรียมอาหารมาตั้งวางบนโต๊ะอาหาร
“สวัสดีค่ะ ชิต รู้สึกดีจังที่ได้กลับมาเห็นที่นี่อีก” แววดาว เอ่ยทักทายเ้าของบ้าน
“สวัสดี ดาว ที่นี่ก็ยังเหมือนเดิมแหละครับไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง” นายหัวครรชิต กล่าวตอบ
“รวมทั้งคนด้วยหรือเปล่าคะ?” แววดาว พูดจากกำกวม
“แน่นอนสิครับ ผมก็ยังเป็เหมือนเดิมไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไร” นายหัวครรชิต กล่าว แต่กล่าวไปคนละความหมายกับ แววดาว
“เราเข้าไปข้างในกันดีกว่านะ ป่านนี้ดาคงทำอาหารเสร็จแล้ว หิวหรือยังล่ะครับ” ชายหนุ่มชวน แววดาว เข้าไปข้างในบ้าน
“หิวนิดหน่อยค่ะ” ทั้งสองคนเดินคุยกันเข้าไปในบ้านและไปยังโต๊ะอาหาร ซึ่งวิรดา ได้จัดเตรียมไว้เสร็จเรียบร้อยแล้ว
“น่าทานจังเลยค่ะ” แววดาว กล่าวและส่งยิ้มหวานให้ชายหนุ่ม
“น่าทานก็ทานเยอะๆ นะครับ ดาเขาทำอาหารอร่อยทีเดียวล่ะ” ชายหนุ่มกล่าว วิรดา เห็นดังนั้น ก็ไม่อยากที่จะอยู่เป็ กคข. และอยู่ให้เ็ปรวดร้าวในใจ จึงเดินเลี่ยงจะออกไป
“จะไปไหนดา มาทานข้าว” นายหัวครรชิต สั่งเสียงเข้ม
“ดายังไม่ค่อยหิวน่ะค่ะ ว่าจะออกไปเดินเล่นข้างนอกสักหน่อย” วิรดา เอ่ยเป็เชิงปฏิเสธกลายๆ
“ไม่หิวก็ต้องทาน ถึงเวลาทานข้าวแล้ว” ชายหนุ่มสั่งเชียบขาด จึงทำให้ วิรดา ต้องเดินกลับมานั่งทานข้าวด้วย
“ชิตไม่ต้องเข้มงวดก็ได้มั้งค่ะ เขายังไม่หิวก็ปล่อยเขาเถอะค่ะ” แววดาว กล่าวขึ้น เพราะในใจก็ไม่อยากให้ วิรดา อยู่ทานข้าวด้วยเช่นกัน
“ไม่ได้หรอกครับ ถึงเวลาทานก็ต้องทานด้วยกัน” ชายหนุ่มเอ่ยออกไป ซึ่งทำให้ แววดาว แอบมองมายัง วิรดา อย่างไม่พอใจ ที่ชายหนุ่มกำลังให้ความสำคัญกับคนของเขามากเกินกว่าเหตุ หรือว่าจะไม่ใช่คนของเขาในแบบธรรมดา แววดาว สงสัย
“ชิต ทานนี่หน่อยนะคะ นี่ของโปรดคุณนี่คะ” แววดาว เอ่ยพร้อมกับตัก มัสมั่นเนื้อลงไปในจานข้าวให้ชายหนุ่ม
“คุณยังจำได้ด้วยเหรอครับ? ผมนึกว่าคุณจะลืมไปแล้วซะอีก” ชายหนุ่มเอ่ยถามยิ้มๆ
“จำได้สิคะ ดาวไม่เคยลืมอะไรเกี่ยวกับตัวคุณเลยแม้แต่นิดเดียว” แววดาว กล่าวพลางยิ้มหวานส่งให้ชายหนุ่ม
ซึ่งการกระทำของทั้งคู่ทำให้ วิรดา ทั้งอึดอัดใจ ทั้งเ็ป ทำไมต้องมาให้เธอมานั่งดูคนเขาหวานกันอย่างนี้ด้วย วิรดา แทบจะกลืนข้าวไม่ลงเลยทีเดียว
ทานข้าวไปได้นิดหนึ่ง วิรดา ก็รวบช้อนส้อม
“อิ่มแล้วเหรอ?” ชายหนุ่มเอ่ยถามขึ้น
“ค่ะอิ่มแล้ว ดาขอตัวนะคะ” ว่าแล้วหญิงสาวก็เดินออกจากที่นั้นทันที โดยไม่หันมามองว่าสองคนนี้จะทำอะไร หรือทำยังไงกัน เธอขอหลบไปเลียแผลใจก่อนก็แล้วกัน ไม่อยากรับรู้อะไรแล้ว เขาสองคนอยากทำอะไรกัน จะไปไหนกันต่อ หรืออะไรยังไง ก็เื่ของพวกเขา
วิรดา ขึ้นมาบนห้องนอน น้ำตาแห่งความเ็ปพรั่งพรูออกมาอย่างกลั้นเอาไว้ไม่อยู่ ทำไมเธอต้องมาตกอยู่ในภาวะเช่นนี้ด้วย ทำไมเขาต้องทำเธอแบบนี้ด้วย ไม่สงสารเธอบ้างหรือไง หัวใจเธอมันก็แค่ก้อนเนื้อก้อนหนึ่งที่มันเต้นอยู่ในอก มีเืมีเนื้อไหลหล่อเลี้ยงอยู่ และมันก็เจ็บเป็ ปวดเป็เหมือนกัน จะย้ำยีอะไรกันนักกันหนา แค่นี้เธอยังไม่มีค่า ไม่มีราคาพออีกหรือไง หรือจะต้องให้เธอต้องเ็ปจนตายไปเลยนะถึงจะพอใจ เธอก็แค่มาชดใช้หนี้ที่ไม่ได้ก่อขึ้น ควรจะเห็นใจเข้าใจเธอบ้างสิ
เมื่อวิรดา ร้องไห้ออกมาจนหนำใจแล้ว ก็หยิบผ้าเช็ดตัวเดินเข้าห้องน้ำ เพื่อชำระล้างร่างกาย
๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔