ภานุเดินมาถึงห้องพยาบาลเพื่อที่จะมาทำแผลที่เท้าใหม่เนื่องจากผ้าพันแผลที่พันเอาไว้เริ่มที่จะหลุดออกไปบางส่วนแล้ว อย่างไรก็ตามดูเหมือนว่าเขาจะต้องทำแผลเองเสียแล้วเพราะอาจารย์เอด้านั้นไม่ได้อยู่ในห้องพยาบาลเธอทิ้งป้ายกระดาษที่เขียนข้อความเอาไว้เหมือนเดิม
ภานุได้เห็นอาจารย์เอด้าทำแผลให้กับเขารอบหนึ่งดังนั้นจึงรู้ว่าต้องทำอย่างไรบ้าง เขาเดินไปหยิบอุปกรณ์ที่ตู้เก็บของ เมื่อได้ของที่ต้องการแล้วก็ได้นั่งลงที่เก้าอี้ตัวหนึ่งและเริ่มยกเท้าของตนเองขึ้นทีละข้างเริ่มทำแผล แต่ทันใดนั้นเองประตูห้องพยาบาลก็ได้ถูกเปิดออก ภานุสงสัยว่าจะเป็นอาจารย์เอด้าหรือเปล่าที่กลับมาอย่างไรก็ตามกลับเป็นหญิงสาวที่งดงามคนหนึ่ง เธอแง้มประตูและชะโงกส่วนหัวเข้ามาในห้องพยาบาลก่อนที่จะก้าวเข้ามาครึ่งตัวเผยให้เห็นชุดตัดเย็บที่ดูประณีตที่เธอสวมใส่มันอยู่ มันคือเครื่องแบบนักเรียนหญิงของโรงเรียนทหารหัวกะทิ
“เป็นนายจริงๆ ด้วย! นายมาที่ห้องพยาบาล! ”
หญิงงามผู้นั้นกล่าววาจากับภานุเหมือนกับว่ารู้จักภานุมาก่อน แต่ชายหนุ่มกลับไม่อาจจำได้ว่าตนเองนั้นเคยพบเจอกับหญิงสาวผู้นี้มาก่อนแต่น้ำเสียงและท่าทางของเธอนั้นดูคุ้นอยู่เล็กน้อย มันทำให้เขานึกถึงหญิงสาวผู้สวมหน้ากากกระรอกในโลกใต้ดินที่ลากเขาขึ้นไปประลองบนเวที
“คุณมาหาคนผิดคนหรือเปล่าครับ? ”
ภานุรีบกล่าวปฏิเสธไปก่อนเพราะเกรงว่าหญิงงามคนนั้นจะเข้าใจผิด อย่างไรก็ตามในเวลาต่อมาก็มีเสียงของผู้หญิงอีกคนดังขึ้น ซึ่งเสียงนี้เหมือนภานุจะจำได้
“คริสติน่า! ทำไมเธอวิ่งไม่รอฉันเลย! ”
ชาร์ลอตต์ปรากฏตัวขึ้นบริเวณหน้าประตูห้องพยาบาลทำให้ดวงตาของภานุเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง เขาพึ่งจะนึกออกว่าชาร์ลอตต์นั้นก็เรียนอยู่โรงเรียนหัวกะทิเช่นเดียวกันดังนั้นการที่จะพบกับเธอในวันนี้ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกหรือเรื่องบังเอิญแต่อย่างใด
“คุณ…”
ชาร์ลอตต์เหมือนจะแสดงท่าทางสีหน้าดีใจออกมาเมื่อพบเจอกับภานุที่นั่งทำแผลอยู่ภายในห้องพยาบาล อย่างไรก็ตามสีหน้าดีใจของเธอได้หายไปอย่างรวดเร็วพร้อมกับแสดงสีหน้าโกรธเคืองออกมาแทนในขณะที่จ้องมองไปที่ภานุ
“ทำไมวันนั้นคุณต้องหนีไปด้วย ฉันยังไม่ทันได้ขอบคุณ คุณเลยสักคำ แถมชื่อคุณ…ฉันก็ยังไม่รู้จัก”
ชาร์ลอตต์กล่าวจบเธอก็ทำท่าทางเสียใจออกมาอย่างไรก็ตามภานุที่ขาดการปฏิสัมพันธ์กับผู้หญิงในวัยเดียวกันมาเป็นเวลานานทำให้ชายหนุ่มไม่สามารถรู้ได้ว่าตนเองควรจะกล่าวตอบอีกฝ่ายอย่างไร ในเวลานั้นเองหญิงงามที่เหมือนจะเป็นเพื่อนสนิทของชาร์ลอตต์ก็ได้กล่าวขึ้นมาว่า
“ชาร์ลอตต์เขาอาจจะมีธุระก็ได้ ผู้ชายคนไหนกันที่จะกล้าหนีหญิงที่งดงามและอ่อนโยนแบบเธอไปจริงไหม? ”
“จริงเหรอ? ”
สีหน้าของชาร์ลอตต์ดีขึ้นเล็กน้อย ในระหว่างนั้นภานุที่เห็นอารมณ์ที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วของชาร์ลอตต์เขาก็รู้สึกว่าผู้หญิงนั้นช่างเข้าใจยากจริงๆ ชาร์ลอตต์ได้หันหน้ากลับมามองภานุเพื่อที่จะต้องการคำตอบ ภานุได้แต่กลืนน้ำลายก่อนที่จะกล่าวความจริงที่เกิดขึ้นในวันนั้นออกไปบางส่วน
“ผมถูกเจ้าหน้าที่หน่วยพลเรือนลากตัวไปที่สถานีของพวกเขาและสอบปากคำ..”
ภานุไม่กล้าพูดถึงเรื่องของการถูกข่มขู่เพราะเกรงว่าหากมีอะไรผิดพลาดจะเป็นพ่อกับแม่เขานี่แหละที่ต้องรับกรรม ชายหนุ่มไม่ได้กลัวเลยว่าตนเองนั้นจะเป็นอะไรหากเทียบกับพ่อแม่ของเขาแล้ว เขายอมแลกกับชีวิตตนเองได้เพื่อให้พวกท่านได้สุขสบาย
“เจ้าหน้าที่หน่วยพลเรือนอีกแล้วเหรอ? พวกเขาทำงานกันยังไงกันมีพยานบนรถไฟมากกว่ายี่สิบรายแต่ทำไมเขาถึงเอาตัวนายไปคนเดียว…”
คริสติน่ากล่าวถามดูเหมือนว่าเธอจะมีความไม่พอใจในการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยพลเรือนอยู่หลายส่วน อย่าว่าแต่เธอเลย หากไปถามคนทั้งเมืองที่ไม่ใช่ญาติหรือสหายของหน่วยพลเรือนพวกนั้นก็จะตอบออกมาในแบบเดียวกัน
“ผมคิดว่าเพราะผมเป็นคนฆ่าผู้ร้ายทั้งหมด เขาเลยต้องนำตัวผมไปสอบปากคำพิเศษหน่อย”
สิ่งที่ภานุกล่าวนั้นนับว่ามีความเป็นไปได้ดังนั้นหญิงสาวทั้งสองคนจึงไม่ได้สงสัยอะไรเลย การที่เด็กนักเรียนโรงเรียนทหารจะสามารถสังหารผู้ร้ายที่พกปืนทุกคนได้นั้นเรียกได้ว่ามันแปลกประหลาดเกินไป จากการสืบสวนข้อมูลของทางบ้านชาร์ลอตต์นั้น ครอบครัวของเธอค้นพบว่าพวกผู้ร้ายนั้นเป็นนักฆ่าทั้งหมดและแน่นอนว่าเป้าหมายคือชาร์ลอตต์ หากขึ้นชื่อว่านักฆ่าแล้วจะต้องเป็นมืออาชีพในการต่อสู้และฆ่าฟัน แต่กลับต้องมาตกตายด้วยมือของเด็กนักเรียนเพียงคนเดียว
หญิงสาวทั้งสองเหมือนจะพยายามคิดอะไรบางอย่าง แต่เมื่อเวลาผ่านไปสักพักก็เป็นชาร์ลอตต์ที่ได้สติก่อน เธอเห็นภานุกำลังทำแผลที่เท้าของตนเองอยู่ซึ่งแผลของภานุนั้นเรียกได้ว่าน่าเกลียดและน่ากลัวเป็นอย่างมาก หากใครมองก็ต้องหันหน้าหนี
“ทำไมคุณถึงได้รับบาดเจ็บขนาดนี้…ฉันจะรักษาให้คุณเองมาเถอะ! ”
ชาร์ลอตต์กล่าวพร้อมกับเดินเข้ามานั่งยองๆ ที่เบื้องหน้าของภานุ ก่อนที่จะยื่นมือออกไปเพื่อปลดปล่อยพลังของการรักษาออกมา ซึ่งมันเป็นพรสวรรค์ที่หายาก ภานุต้องการจะกล่าวห้ามเธอ แต่เมื่อเขานึกขึ้นมาได้ถึงท่าทางที่เธอเถียงเพื่อนของเธอที่ชื่อลิสตอนใช้พลังรักษานี้รักษาภานุครั้งแรก ชายหนุ่มจึงเลือกที่จะไม่กล่าวใดๆ ออกมา
กระแสพลังอันอบอุ่นได้แพร่เข้ามาบริเวณบาดแผลของภานุทำให้อาการเจ็บปวดค่อยๆ ลดลงอย่างช้าๆ จนในที่สุดอาการเจ็บก็ไม่มีอีก คิ้วที่ขมวดตลอดเวลาของภานุเนื่องด้วยความเจ็บปวดก็ค่อยๆ คลายออก ชายหนุ่มจ้องมองไปที่ใบหน้าอันไร้ที่ติของชาร์ลอตต์ก็รู้สึกเหมือนใจของตนเองเต้นแรงขึ้น ทำให้ต้องรีบเบือนหน้าหนีไปทางอื่นทันที ชาร์ลอตต์นั้นเห็นได้ชัดว่าฐานะของเธออยู่สูงกว่าคนยากจนอย่างภานุไปมาก ดังนั้นเรื่องของเธอกับภานุนั้นไม่มีวันที่จะเป็นไปได้
คริสติน่าที่เห็นท่าทางของภานุก็เหมือนจะรู้บางอย่างด้วยสัญชาตญาณของเธอ เธอจ้องมองไปที่ชายหนุ่มพร้อมกับยิ้มออกมาอย่างมีเลศนัย
บาดแผลที่เท้าค่อยๆ ถูกรักษาจนหายสนิท นั่นยิ่งแสดงให้เห็นว่าพลังรักษาของชาร์ลอตต์นั้นน่าอัศจรรย์ขนาดไหน บางทีหากเธอพัฒนาพรสวรรค์ของเธอต่อไปได้อีกแขนที่ขาดออกจากกันเธออาจจะสามารถเชื่อมมันได้ หรือบางทีแขนที่ขาดและโดนทำลายไปอาจจะงอกออกมาใหม่ได้ด้วยพลังนี้ของเธอ
“เสร็จแล้ว…แค่นี้คุณก็สามารถเข้าร่วมการประลองในรอบบ่ายได้อย่างหายห่วง”
ภานุพยักหน้าและกล่าวขอบคุณเธอก่อนที่จะเก็บของที่เขาออกมาจากตู้เก็บอุปกรณ์และเดินออกจากห้องพยาบาลไปพร้อมๆ กับสองสาวที่เดินตามมาด้วย
“นายเคยฝึกฝนศิลปะการต่อสู้มาก่อนเหรอ? ”
“ทำไมนายต่อสู้เก่งจัง? ”
“นายล้มนักสู้ระดับหนึ่งทั้งๆ ที่นายยังไม่ได้เป็นระดับหนึ่งได้ยังไงกัน? ”
ตลอดทางเดินนั้นคริสติน่าพูดมากไม่หยุด ภานุเองก็ขี้เกียจจะตอบคำถามของเธอดังนั้นเมื่อเธอถามอะไรเขาก็พยักหน้าตอบๆ ไปเท่านั้นโดยที่ไม่รู้ว่าคำตอบนั้นถูกหรือผิด ชาร์ลอตต์ที่ฟังอยู่ข้างๆ เองก็ดูจะรู้สึกได้ว่าเพื่อนของเธอนั้นพูดมากเกินไปจึงได้กล่าวออกมาว่า
“คริสติน่าเธอถามเยอะไปแล้ว เธอไม่คิดว่าเขาจะรำคาญบ้างเหรอ? ”
“ชิ! เขาเป็นแฟนเธอหรือไงทำไมเธอถึงบ่นแทนเขา! เธอดูเขาสิฉันถามอะไรไปเขาก็ไม่เคยตั้งใจตอบฉันดีๆ เลย เห็นชัดๆ ว่าเขาตอบแบบผ่านๆ”
คริสติน่ากล่าวพร้อมกับทำสีหน้าน้อยใจให้กับภานุอย่างไรก็ตามภานุนั้นเพียงยิ้มออกมาอย่างขมขื่นเท่านั้น เขาไม่ได้คุยเก่งเหมือนกับเธอบทสนทนาระหว่างทั้งสองจึงดูน่าเบื่อ
“นายชื่อภานุใช่ไหม ฉันได้ยินจากการประกาศการประลองในรอบของนาย”
“อืม”
ภานุพยักหน้าเป็นเชิงบอกว่าใช่ การตอบคำถามของภานุนั้นยิ่งมายิ่งทำให้คริสติน่าหงุดหงิด เธอกำลังสูญเสียความมั่นใจในตนเองไปเมื่อคุยกับเขา มันราวกับว่าเสน่ห์ของเธอไม่เพียงพอที่จะดึงดูดภานุได้
“คุณภานุขอบคุณมากๆนะคะที่คุณช่วยฉันเอาไว้ ทั้งตอนที่สัตว์ร้ายหลุดออกมาที่หน้าสถานีและตอนที่อยู่บนรถไฟ”
ชาร์ลอตต์กล่าวออกมาแน่นอนว่าภานุนั้นมีปฏิกิริยาตอบสนองในทันทีแตกต่างจากตอนที่คริสติน่าถามอย่างสิ้นเชิง
“คุณจำผมเมื่อตอนหน้าสถานีรถไฟได้ด้วย? ”
“แน่นอนว่าฉันต้องจำได้ สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในแบบเดียวกันถึงสองครั้งจะให้ฉันลืมคุณได้ยังไงคะ”
“….”
ทั้งสองคนสนทนากันอย่างลื่นไหล ทำให้คริสติน่าหน้าบึ้งตึงและคิดว่าตนเองเป็นส่วนเกิน อย่างไรก็ตามเธอนั้นยังคงไม่ยอมแพ้และพยายามแทรกเพื่อมีส่วนร่วมในการสนทนาตลอดเวลา และทั้งสามก็ได้กลายเป็นเพื่อนกันจริงๆ
คริสติน่ารู้สึกว่าภานุนั้นมีนิสัยที่ไม่เลว แม้ว่าบางครั้งเขาจะดูทึ่มและเงียบขรึมไปสักหน่อย แต่นับว่าเป็นผู้ชายที่สามารถพึ่งพาได้ ในขณะเดียวกันชาร์ลอตต์นั้นมีความประทับใจในตัวชายหนุ่มอยู่แล้วจึงเป็นเพื่อนกันได้และสนิทกันอย่างรวดเร็ว
“คุณชาร์ลอตต์? ”
เสียงของชายคนหนึ่งดังขึ้นไล่หลังของทั้งสามขัดขวางการสนทนา ภานุหันหลังกลับไปและพบว่าเป็นชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาใส่เครื่องแบบโรงเรียนทหารหัวกะทิชาย ภานุเหมือนจะรู้สึกคุ้นๆ กับชายหนุ่มคนนั้น ดังนั้นจึงพยายามทบทวนความทรงจำ
ภายในวันที่วานรวายุหลุดออกมาจากการจับกุมนั้นในขณะที่ภานุได้เข้าไปต่อสู้กับสัตว์ร้ายตัวนั้น ชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาคนนี้ก็เป็นคนที่พาชาร์ลอตต์หนีไปจากสถานการณ์ในตอนนั้น ภานุนึกขึ้นมาได้ก็มองไปที่ชายหนุ่มคนนั้นด้วยสายตาพิจารณา
“ดาวิด เป็นนายอีกแล้วนายจะตามมาเซ้าซี้เพื่อนของฉันไม่เลิกเลยใช่ไหม? ”
คริสติน่านั้นเป็นคนปากจัดอยู่แล้วเมื่อเห็นคนที่พยายามจะจีบเพื่อนของเธอ และเพื่อนของเธอไม่มีทางชอบเขาเธอจึงออกปากแทนเพื่อนของเธออย่างไม่ไว้หน้าอีกฝ่าย ดูเหมือนชาร์ลอตต์เองก็ไมได้มีความตั้งใจจะหยุดเพื่อนสนิทของเธอเช่นเดียวกัน
ในขณะที่ดาวิดต้องการจะตอบโต้วาจาของคริสติน่านั้นเสียงของหญิงสาวคนหนึ่งก็ได้ดังขึ้นมาจากเบื้องหลังของดาวิด
“ดาวิดมีเวลาว่างพอดีเพราะว่าเขาได้ประลองเสร็จไปแล้ว ฉันเลยพาเขามาด้วยเธอมีปัญหาอะไรเหรอคริสติน่า”
หญิงงามคนหนึ่งได้ปรากฏตัวขึ้นเธอมีความงามที่ด้อยกว่าคริสติน่าเล็กน้อย แต่มันเพียงเล็กน้อยจริงๆ เมื่อภานุมองไปที่เธอเขาก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วออกมาเพราะเขาจำเธอได้
“ลิส? ฉันไม่ได้มีปัญหาอะไรหรอก แต่ฉันแต่ไม่ชอบหน้าเขาเท่านั้น รวมถึงเธอด้วย! ”
ภานุที่สังเกตอยู่ด้านข้างรู้สึกได้ถึงกลิ่นไม่ดี เขารู้สึกเหมือนกับว่าเรื่องร้ายๆ กำลังจะเกิดขึ้น เมื่อสายตาของคริสติน่าและลิสผสานกันและเหมือนเกิดประกายไฟขึ้น