ตอนที่ 8 พบกันอีกครั้ง
หลังจากค่ำคืนอันแสนวายป่วง วาดฝันก็ตั้งใจว่าจะงดเที่ยวกลางคืนไปอีกพักใหญ่เื่ที่เหมือนแพรเล่าให้ฟังยังคงตามหลอกหลอนเธออยู่ไม่หาย ความอับอายที่ตัวเองก่อวีรกรรมเอาไว้ทำให้วาดฝันได้แต่ภาวนาว่าอย่าได้พบเจอผู้ชายคนนั้นอีก ใน่เวลาดังกล่าววาดฝันจึงเพียงใช้ชีวิตวนลูปอยู่กับการจัดการร้านคาเฟ่ของตนเองหรือไม่ออกไปชอปปิ้งกับเหมือนแพรบ้างตามประสาเพื่อนสาว
บ่ายวันหนึ่ง ขณะที่วาดฝันกำลังนั่งเล่นโทรศัพท์อยู่ที่ห้องรับแขก เสียงฝีเท้าหนักแน่นก็ดังพร้อมกับเสียงเรียกเบาๆ “วาด” เสียงทุ้มนุ่มของทรงกลด น้องชายฝาแฝดของวาดฝันดังขึ้นมาจากทางด้านหลัง
วาดฝันและทรงกลดเป็ฝาแฝดกัน พวกเขาอาศัยอยู่ด้วยกันเพียงสองพี่น้องในบ้านหลังใหญ่หลังจากที่พ่อแม่ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตั้แ่ทั้งคู่ย่างเข้าวัยรุ่น ทรงกลดรูปร่างสูงโปร่งผิวขาว หน้าตาคมคายละม้ายคล้ายคลึงกับวาดฝัน แต่กลับดูสุขุมและมีแววตามุ่งมั่นเฉียบคมกว่าพี่สาวอย่างเห็นได้ชัด อาจเป็เพราะั้แ่พ่อแม่เสียชีวิตทรงกลดก็เข้ารับ่กิจการของที่บ้านทำให้เขาต้องรับผิดชอบครอบครัวและดูเป็ผู้ใหญ่กว่าวาดฝันมากนักในขณะที่วาดฝันนั้นค่อนข้างเรียบง่าย เธอเปิดร้านคาเฟ่เล็กๆ และใช้ชีวิตชิลๆอย่างไม่ลำบากอะไร
วาดฝันละสายตาจากโทรศัพท์ พร้อมเงยหน้าขึ้นมองทรงกลดอย่างมีคำถาม
“เย็นนี้จะมีแขกมาทานข้าวที่บ้านนะ” ทรงกลดเอ่ยปากบอกวาดฝันให้รู้ตัวเนื่องจากเขารู้ดีว่าแฝดผู้พี่นั้นค่อนข้างเก็บตัวและไม่ค่อยชอบพบเจอคนแปลกหน้าเท่าใดนัก
วาดฝันเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยอย่างสงสัย “ใครหรือ”
“หุ้นส่วนที่กลดกำลังจะร่วมโครงการด้วย ฝันอยู่เจอเขาหน่อยก็ดี ต่อไปคงได้เจอกันอีกบ่อยๆ”
“อืม...” วาดฝันตอบกลับอย่างไม่ค่อยสนใจเท่าใดนักปกติเื่ธุรกิจของครอบครัวเธอมักปล่อยให้ทรงกลดจัดการแทบทุกอย่างอยู่แล้ว
เมื่อถึงเวลาอาหารเย็น วาดฝันก็แต่งตัวด้วยชุดเดรสสีขาวเรียบง่ายแต่ก็ยังคงดูสวยงามตามสไตล์ของเธอ เธอแต่งหน้าอ่อนๆ พอให้ใบหน้าดูสดใสขึ้นเล็กน้อยก่อนจะเดินลงมายังห้องรับประทานอาหารที่อยู่ชั้นล่างของบ้าน
เมื่อวาดฝันเดินเข้ามาในห้องรับประทานอาหาร ทรงกลดยืนรอต้อนรับแขกอยู่ที่หน้าประตูห้องเมื่อเห็นวาดฝันเดินเข้ามา เขาก็หันมายิ้มให้พี่สาวอย่างอบอุ่น
“วาด...คุณภูทัชใกล้มาถึงแล้ว” ทรงกลดบอกกับวาดฝันด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นเล็กน้อยการได้ร่วมงานกับภูทัชนั้นจะยิ่งทำให้ธุรกิจของเขามั่นคงมากยิ่งขึ้น
“ภูทัช...” วาดฝันชะงักไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินชื่อดังกล่าวแต่ก่อนที่เธอจะได้ถามอะไรต่อ ร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มในชุดสูทสีเทาเข้มก็ก้าวเท้าเข้ามาภายในบ้านใบหน้าคมคาย ดวงตาคมเข้ม และรอยยิ้มมุมปากที่แฝงไปด้วยเสน่ห์เย้ายวน…
คุณภูทัช!
วาดฝันถึงกับยืนตัวแข็งทื่อ ราวกับถูกสาปให้กลายเป็หินหัวใจของเธอเต้นแรงขึ้นมาทันทีอย่างควบคุมไม่ได้ ใบหน้าแดงก่ำพร้อมกับเืลมที่สูบฉีดทั่วร่างกาย ผู้ชายที่เธอสร้างวีรกรรมเอาไว้และพยายามหลบหน้าหลบตาเขามาตลอดบัดนี้ปรากฏตัวขึ้นต่อหน้าเธออย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง
“คุณภูทัช...เชิญด้านในครับ” ทรงกลดปรี่เข้าไปต้อนรับแขกคนสำคัญในทันทีก่อนจะหันมาแนะนำแฝดผู้พี่ “คุณภูทัช...นี่วาดฝัน พี่สาวฝาแฝดของผม” “วาด...นี่คุณภูทัช”
ภูทัชยกยิ้มขึ้นที่มุมปากพร้อมเลิกคิ้วให้กับวาดฝันอย่าง้าทักทาย
วาดฝันพยายามรวบรวมสติที่กระจัดกระจายให้กลับคืนมา ก่อนจะฝืนยิ้มตอบภูทัชอย่างเป็มิตรที่สุดเท่าที่จะทำได้
“สะ...สวัสดีค่ะ คุณภูทัช” วาดฝันตอบเสียงแ่พยายามซ่อนอาการประหม่าของตัวเองไว้ภายใต้ท่าทีที่ดูสงบนิ่ง
“สวัสดีครับ...คุณวาดฝัน”ภูทัชกล่าวทักทายพร้อมกับเรียกชื่อหญิงสาวอย่าง้าเน้นคำ
“เชิญนั่งก่อน” ทรงกลดผายมือเชิญภูทัชไปที่โต๊ะอาหารที่ถูกจัดเตรียมเอาไว้เป็อย่างดี
ตลอดมื้ออาหาร วาดฝันพยายามที่จะทำตัวให้เป็ปกติที่สุดเธอตักอาหารใส่จานอย่างเงียบๆ ก้มหน้าก้มตากินข้าวโดยไม่พูดอะไรเลยพยายามหลีกเลี่ยงการสบตาภูทัชให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
ในขณะที่ทรงกลดและภูทัชกำลังพูดคุยเื่การร่วมธุรกิจกันอย่างออกรสออกชาติวาดฝันได้แต่นั่งฟังเงียบๆ ไม่ได้แสดงความคิดเห็นใดๆ ทั้งสิ้น เธอไม่ค่อยมีความรู้เื่ธุรกิจ และไม่ค่อยสนใจเื่การลงทุนมากนักสิ่งที่เธอสนใจในตอนนี้มีเพียงแค่การหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับภูทัชเท่านั้น
ในใจของเธอเต็มไปด้วยความกระอักกระอ่วนใจ เธอชายตามองภูทัชเป็ครั้งคราวราวกับอยากรู้ว่าเขาจะจดจำเธอได้หรือไม่
แต่ด้วยท่าทางที่เรียบเฉยของภูทัชทำให้วาดฝันผ่อนลมหายใจออกมาอย่างนึกโล่งใจ“เขาคงจำเราไม่ได้สินะ...ก็ดีเหมือนกัน”
“คุณภูทัชได้ลองพิจารณาเื่การร่วมลงทุนในโครงการกาสิโนแห่งใหม่ของพวกเราแล้วหรือยัง”ทรงกลดรุกถามในทันทีที่มีโอกาส
“ก็มีความเป็ไปได้อยู่มาก”ภูทัชตอบกลับทรงกลด แต่สายตากลับปรายตามองวาดฝันที่เอาแต่ก้มหน้าก้มตาอยู่ที่จานข้าว“ดูท่าคุณวาดฝันจะอร่อยกับอาหารมื้อนี้มาก หรือไม่เธอก็คงเบื่อเื่ที่พวกเราพูดคุยกันอยู่ไม่น้อย”ภูทัชพูดอย่างหน้าตาย ในขณะที่ทรงกลดได้แต่เลิกคิ้วอย่างแปลกใจ ผิดกับวาดฝันที่แทบจะสำลักอาหารแต่เธอก็ยังคงก้มหน้างุดต่ำอยู่เช่นเดิม
“คุณภูทัชอย่าถือวาดเลย รายนี้เขาไม่ค่อยสนใจเื่พวกนี้หรอกครับวาดเขาชอบใช้ชีวิตชิลๆ ไปวันๆ”
คำพูดของทรงกลดทำเอาวาดฝันถึงกับเม้มปากแน่นอย่างขัดเคืองเธอรู้สึกเหมือนถูกน้องชายประจานต่อชายหนุ่มตรงหน้า
“เื่ธุรกิจกลดก็ดูอยู่แล้ววาดจะไปทำอะไรได้” วาดฝันบ่นกระปอดกระแปดออกมาแต่เมื่อเห็นสายตาของภูทัชที่มองคล้ายขบขันนิดๆ ก็ทำให้วาดฝันถึงกับพ่นลมหายใจออกมา“กลดคุยธุระกันต่อเถอะ วาดอิ่มแล้ว ขอตัวก่อน” วาดฝันพูดจบก็เดินเลี่ยงออกไปอย่างงอนๆ
ทรงกลดส่ายหน้าอย่างเอ็นดูในขณะที่ภูทัชกลับเหลียวมองตามร่างบางไป รอยยิ้มบางผุดขึ้นบนใบหน้าคมเข้มเพียงแวบหนึ่งนิ้วมือถูวนไปมาอย่างใช้ความคิด “วาดฝัน...” เสียงพึมพำในลำคอดังแ่ขึ้นมาก่อนจะหันเหความสนใจกลับมาที่บทสนทนาตรงหน้าอีกครั้ง