คริสศักราช 1376 ณ เมืองชามิวลอสซึ่งตั้งอยู่ขอบชายแดนแห่งอาณาจักรวาซิลาส
ในคฤหาสน์ที่สร้างจากอิฐมอญชั้นดีโดยช่างฝีมือในแนวหน้าของอาณาจักร อาโนอิทอส เอนาส วาซิลาส บุตรชายคนที่สามแห่งจักรพรรดิวาซิลาสที่สี่ นั่งอยู่บนพำนักขณะมองไปยังชาวเมืองผู้หนึ่งที่มีสภาพน่าสมเพชมาขออาหารเบื้องหน้า
อาโนอิทอสกล่าวอย่างเ็ากับพ่อลูกตรงหน้า ขณะหยิบไวน์และไก่ย่างเครื่องเทศขึ้นกัดกิน "เ้าพวกแมลงชั้นต่ำตรงหน้า กล้าใช้เท้าที่แปดเปื้อนโสมมนั้นเข้ามาในวิหารศักดิ์สิทธิ์ของข้า เ้าคิดว่าข้าควรจะปะาเ้าสองคนเช่นใด?"
ชายผู้เป็พ่อก้มหัวและกราบอาโนอิทอสแนบพื้น พูดกับเขาอย่างจริงใจ "กระหม่อมเพอินาสผู้ต่ำต้อยมิได้ปรารถนาจะล่วงเกินเ้าชายพะย่ะค่ะ! กระหม่อมเพียงแค่อยากจะขออาหารเพื่อประทังชีวิตให้กับลูกสาว พวกข้ากระหม่อมไม่ได้กินอะไรมานับสัปดาห์แล้ว นางไร้เรี่ยวแรงแม้แต่จะเดิน ได้โปรดเ้าชายทรงเมตตาด้วยเถิดพะย่ะค่ะ!"
เหล่าทหารโดยรอบที่เห็นเพอินาสก้มกราบกับพื้นเพื่อขออาหารให้ลูกสาวที่ใกล้ตายก็มีใบหน้าที่เห็นใจและรู้สึกสงสาร แต่กลับกันอาโนอิทอสไม่ได้มีความเห็นใจใดๆแม้แต่น้อย
ชายชราคนหนึ่งในชุดนักปราชญ์เดินไปหาอาโนอิทอส ยืนที่ข้างขวาเขาแล้วโน้มตัวลงกระซิบเบาๆ "เ้าชาย ในปีนี้วาซิลาสมีปัญหาจากาหลายแห่ง ทำให้อาณาจักรขาดแคลนอาหาร แหล่งหากินของชาวเมืองถูกปิดกั้นเพราะเป็เดือนมืด ไม่มีใครสามารถออกนอกเขตเมืองได้เพราะเหล่าใต้พิภพออกมาเล่ล่อน ทำให้ชาวเมืองมีแต่ต้องพึ่งของตุนจากเดือนก่อนๆ บางรายก็เพียงพออยู่รอดจนพ้นรอบเดือนมืดไปได้ แต่บางรายก็อดอยาก มีชาวเมืองหลายคนประสบกับปัญหานี้ ส่วนใหญ่ไม่มีเสบียงพอจะกินอยู่จนพ้นเดือนมืด เพอินาสผู้นี้ฐานะยากจน เขาเองก็เป็หนึ่งในนั้นกระหม่อมว่าเราควรจะ..." ฟีโรโซฟอสกำลังจะแนะนำเ้าชายให้ช่วยเหลือพ่อลูกไป แต่อาโนอิทอสก็ตัดขึ้นก่อน
"งั้นสรุปแล้ว ตามที่เ้าบอก เ้าหมายความว่าที่พวกมันอดอยากแบบนี้เป็เพราะพวกมันจนเองอย่างนั้นหรือ?"
ใบหน้าของเหล่าอัศวินดำมืดเมื่ออาโนอิทอสพูดแบบนี้ บางคนกัดฟัน ส่วนสองพ่อลูกเพอินาสหน้าซีด
ที่ปรึกษาฟีโรโซฟอสมีสีหน้ากังวลแล้วรีบแก้ความเข้าใจผิด "เ้าชาย ปัญหานี้แรกเริ่มมาจากเราสั่งขึ้นการเก็บเกี่ยวผลผลิตจากชาวเมือง มีชาวเมืองหลายคนต้องอดอยากเพราะเรา หากเราไม่ทำอะไรเลยคนพวกนั้นอาจจะลุกขึ้นก่อฏได้ เราสามารถคลี่คลายปัญหาง่ายๆได้เพียงแค่คืนผลผลิตพวกเขาบางส่วนกลับไป--"
"บังอาจ!"
ยังไม่ทันที่ฟีโรโซฟอสจะพูดจบ อาโนอิทอสทุบโต๊ะเสียงดังและตวาด เขามองฟีโรโซฟอสและเพอินาสอย่างเ็า"เ้ากำลังกล่าวว่าทั้งหมดมันเป็ความผิดของข้าเยี่ยงนั้นหรือ? ที่พวกไพร่ชั้นต่ำนั่นอดตายเป็ความผิดข้าอย่างนั้นหรือ?"
ฟีโรโซฟอสมีใบหน้าที่ร้อนรน "เ้าชาย...ข้าไม่ได้หมายความ--"
"หุบปาก!" ก่อนที่ฟีโรโซฟอสจะพูดจบ อาโนอิทอสก็ตัดบทก่อนอีกเช่นเคย เขามองฟีโรโซฟอสและเพอินาสอย่างเ็าก่อนจะกล่าว "พวกเ้าอาศัยในอาณาจักรวาซิลาสของข้าก็ย่อมต้องจ่ายภาษี ข้าจะเรียกร้องเพียงใดก็เป็สิทธิของข้า การที่ข้ายังอนุญาตให้พวกเ้าอาศัยใต้กำแพงนี้และช่วยให้พวกเ้าห่างไกลจากเงื้อมมือของพวกใต้พิภพก็นับว่าบุญมากแล้ว ข้าจะไม่ฟังคำร้องไร้สาระอันใดอีก ทหารนำตัวพวกชั้นต่ำสองพ่อลูกไปให้พ้นจากสายตาข้า!"
ฟีโรโซฟอสมองใบหน้าที่โกรธเกรี้ยวนั้นของอาโนอิทอสก็ได้แต่ถอนหายใจแล้วส่ายหน้าอย่างหมดหวัง
เหล่าทหารก็ถอนหายใจอย่างหมดหวังแล้วจำใจลากตัวเพอินาสและลูกสาวตัวน้อยออกไป
เพอินาสหน้าซีด ก้มหัวโขกกับพื้นหลายครั้งแล้วพยายามขอร้องอาโนอิทอสซ้ำแล้วซ้ำเล่าสุดชีวิตเมื่อเห็นเหตุการณ์เป็เช่นนี้ "เ้าชาย! ได้โปรดทรงมีเมตตาด้วยเถิด! ลูกสาวข้านางทนไม่ไหวอีกแล้ว! นางกำลังจะตาย! ได้โปรดท่านทรงมีเมตตาด้วย ท่านไม่ต้องเหลียวแลข้า แต่ได้โปรดอย่าทอดทิ้งลูกสาวข้า!"
สีหน้าอาโนอิทอสมีความเ็าขึ้น "เ้าไพร่สกปรก นี่เ้าคิดจะต่อต้านข้าอย่างนั้นหรือ?"
เพอินอสสั่นศีรษะและร้องไห้ เอาหัวโขกกับพื้น "หามิได้พะเ้าค่ะ! ข้าเพียงแค่ปรารถนาอาหารเล็กๆน้อยๆให้ลูกสาวได้ประทังชีวิต! ข้าเพียงแค่ไม่อยากให้นางอดตาย! ตราบใดที่เ้าชายมอบสิ่งที่ข้าปรารถนา ข้ายินดีจะยอมทำตามท่านทุกสิ่ง ข้ายินดียอมถวายตัวรับใช้ท่านตลอดชีวิตและยินดีพลีชีพเพื่อท่าน!" ความเป็พ่อนั้น ยามที่ลูกลำบาก หากเพื่อช่วยลูกตนเองไม่ว่าจะอะไรก็ยอมทำทั้งสิ้นแม้ต้องแลกด้วยศักดิ์ศรีหรืออิสระภาพตนเองก็ตาม
ั์ตาของอาโนอิทอสมีประกายแวววับขึ้นมา จู่ๆก็ราวกับรู้สึกสนใจ เขาจึงยิ้มแล้วกล่าว "ดี ถ้าหากเ้าเตรียมใจมาเช่นนั้นข้าก็ย่อมมอบสิ่งที่เ้าปรารถนาให้"
เมื่อเพอินาสได้ยินเช่นนั้นก็มีใบหน้าที่ใ จากนั้นรอยยิ้มแห่งความสุขก็ผุดขึ้นมา
แต่รอยยิ้มมันก็อยู่เพียงแค่ชั่วเสี้ยววินาทีจนกระทั้งอาโนอิทอสพูดสิ่งต่อมา
"ข้าจะมอบสิ่งที่เ้าปรารถนาให้ ตราบใดที่เ้ายอมถอดเสื้อผ้าของตนเองจนเหลือแต่ตัวเปล่า แล้วเดินจากคฤหาสน์ข้าวนไปรอบชามิวลอสแห่งนี้จนฟ้ารุ่ง ให้ชาวเมืองทุกคนได้เห็น ข้าจะมอบเสบียงส่วนหนึ่งของเ้าคืนไป"
หน้าของเพอินาสและลูกสาวซีดขาว ส่วนเหล่าทหารแสดงความใ ไม่คิดว่าจะมีใครที่ชั่วช้าขนาดนี้
"เ้าชาย..ข้า!" ฟีโรโซฟอสอยากจะร้องขออาโนอิทอสให้แสดงกิริยาของเชื้อพระวงศ์อย่างเหมาะสม แต่เพอินาสก็พูดขึ้นมาก่อน
"ข้าจะทำ" เพอินาสลุกขึ้นจากพื้นแล้วมองอาโนอิทอสด้วยดวงตาสองข้างอย่างจริงจัง ราวกับอยากจดจำใบหน้าของชายตรงหน้าให้ขึ้นใจ หมัดเขากำแน่น ในใจเขาแผดเผาด้วยเปลวไฟแห่งความโกรธ แต่ถึงจะโกรธเพียงใดเมื่อเพอินาสมองลูกสาวก็ทำให้หัวใจที่เครียดแค้นนั้นอ่อนบางลง เขากำมือเธอแล้วมองอาโอนิทอส "หากเพื่อช่วยให้ลูกสาวข้าอยู่รอด ข้าก็จะทำ" เพอินาสว่าแบบนั้นแล้วหันหลังกลับ
เหล่าหทารและฟีโรโซฟอสเบือนหน้าหนีด้วยความเห็นใจ
เพอินาสเปลื้องผ้าทุกชิ้นออกมา จากนั้นก็เดินออกจากคฤหาสน์ปิศาจหลังนี้ ก่อนจะตรงไปยังกลางเมือง ให้ทุกคนได้เห็นความอับอายของเขา เพอินาสไม่พูดสิ่งใด แค่เดินจากไปเงียบๆ ในหัวใจเขากำลังหลั่งน้ำตาออกมา เขาไม่คิดว่าโชคชะตาเขาจะเป็เช่นนี้ เขาเป็ชาวนาธรรมดา มีชีวิตแล้นแค้นยากลำบากอยู่แล้ว ข้าวที่เขาปลูกเขาส่งไปให้พวกเชื้อพระวงศ์ทุกปีไม่มีขาด ที่อาโนอิทอสกำลังกินอยู่ก็เป็ผลผลิตของเขา ที่มันมีชีวิตที่สุขสบายไม่อดอยากก็เพราะเขาเหล่าไพร่ที่คอยส่งภาษี แต่พอเขามาขอร้องบ้างกลับถูกตอบแทนกลับแบบนี้ เขาจะไม่มีวันลืมใบหน้าของมันตลอดชีวิต ใบหน้าของมารร้ายในคราบมนุษย์ผู้นั้น
หลังจากเพอินาสและลูกสาวจากไป อาโนอิทอสก็หยิบไก่ในจานชิ้นหนึ่งขึ้นมาก่อนจะยื่นให้ฟีโรโซฟอส
ฟีโรโซฟอสเอียงศีรษะงุนงง "เ้าชาย?"
อาโนทอสกล่าว "เอาเศษอาหารนี้ไปให้กับเ้ายากจนนั่นหลังจากมันเดินรอบเมืองเสร็จ"
ทันทีที่ได้ยินเช่นนี้ ดวงตาของเหล่าทหารเบิกกว้าง และหัวใจก็ลุกด้วยความหนาวเหน็บ พวกเขามองอาโนอิทอสเหมือนมองาาปิศาจ
ฟีโรโซฟอส้าจะแย้ง "เ้าชาย...ท่านสังหารศักดิ์ศรีของชายผู้นั้นอย่างรุนแรง เขาจะต้องไม่พอใจอย่างมาก หากท่านยังทำเช่นนี้อีก เขาคง.."
"ข้าบอกว่าจะคืนผลผลิตส่วนหนึ่งให้เ้าไพร่นั่นกลับไป แต่ไม่เคยบอกว่าจะคืนให้มากเพียงใด ข้าทำตามสัญญาที่ให้ไว้แล้ว วันนี้ข้าหมดธุระรับฟังคำร้องทุกข์จากชาวเมืองแล้ว ข้าไปล่ะ" ว่าแบบนั้นจบอาโนอิทอสก็ลุกขึ้นจากที่นั่งแล้วเดินออกไป
ทิ้งให้ที่ปรึกษาและเหล่าทหารมีใบหน้าที่มืดมน
ณ ทางเดินไปยังส่วนห้องรับแขก
ดรุณีในชุดคนรับใช้ผู้หนึ่งเดินเร็วมาข้างกายของอาโนอิทอส เธอกล่าว "เ้าชาย อีกราวครึ่งชั่วยามท่านมีแขกมารอพบเ้าค่ะ" เด็กสาวกล่าวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนช้อยและสงบเสงี่ยม
อาโนอิทอสแสดงท่าทางหงุดหงิด "ข้ายังพักไม่ได้อีกอย่างนั้นหรือ? ไม่ว่าใครก็ตามมาขอเข้าพบ บอกมันไปว่าข้าไม่ว่างให้มาใหม่วันพรุ่งนี้"
พาเน่สั่นหน้า "มิได้เ้าค่ะ แขกที่มารอพบท่านคราวนี้สำคัญมาก อีกทั้งท่านเป็คนตกปากรับคำกับนางเองว่าว่างในวันนี้ ถ้าหากผิดนัดจะส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงในราชวงศ์ของท่านได้นะเ้าคะ"
อาโนอิทอสเดาะลิ้นอย่างหงุดหงิด "มันเป็ใครผู้ที่จะมาเข้าพบข้า?"
พาเน่ตอบ "ลูกสาวดยุคอิสคีโรส แอสเฟล เลวี่ คู่หมั้นของท่านเ้าค่ะ"
อาโนอิทอสเผยดวงตาที่เ็า "ยัยอสูรร้ายนั่นหรอกหรือ?" ว่าแบบนั้นแล้วก็พ่นลมหายใจจากจมูกอย่างไม่สบอารมณ์ "เจอยัยนั่นทีไรแล้วทำให้ข้ารู้สึกไม่สบอารมณ์ เ้าคงจะเตรียมของว่างไว้รอข้าแก้อารมณ์เสียแล้วใช่หรือไม่?"
พาเน่มีรอยยิ้มที่ฝืดเคืองเมื่ออาโนอิทอสยกเื่นี้มา เธอกล่าวด้วยท่าทางลำบากใจ "คือว่า..เื่นี้..หม่อมฉันได้รับคำตอบมาว่าคนทำขนมประจำของท่านไม่อยู่แล้วและของว่างในคฤหาสน์ก็ไม่เหลืออีก ทำให้ในห้องรับรองนั้นไม่มีสิ่งใดเลยเ้าค่ะ"
ดวงตาของอาโนอิทอสช้อนมองคนรับใช้ร่างเล็กด้านข้างอย่างเ็า "เ้าว่าอย่างไรนะ? เ้าคนทำขนมหายไป? มันหนีไปไหน?"
พาเน่มีใบหน้าที่สั่นเครือ "ท่าน...ท่าน...ท่านไล่เขาออกไปเมื่อสามวันก่อนเพราะทำกูเกลไม่ถูกปากท่านเ้าค่ะ ตอนนี้เขาเก็บข้าวของกลับไปอยู่ที่บ้านแล้วเ้าค่ะ"
อาโนอิทอสมองพาเน่ด้วยดวงตาแดงเดือด จากนั้นยกมือขึ้นก่อนจะตบหน้าเธอฉาดหนึ่งอย่างแรง ร่างเล็กของพาเน่ล้มลงกับพื้น เหล่าคนรับใช้โดยรอบต่างใกับสิ่งที่เกิดขึ้น
อาโนอิทอสตวาด "ถ้าหากเ้าไร้ค่านั่นไม่อยู่แล้วงั้นเ้าก็หาคนทำขนมคนใหม่เสียสิ! เื่เพียงแค่นี้ต้องให้ข้าบอกด้วยอย่างงั้นหรือ!? เ้ามันไร้ค่าเสียจริงๆ!" อาโนอิทอสว่าแบบนั้นแล้วเดินจากไปอย่างเสียอารมณ์
พาเน่นั่งร้องไห้อยู่บนพื้นกุมหน้าด้วยความเจ็บขณะคนรับใช้คนอื่นๆมองเธออย่างสงสาร พาเน่เป็คนรับใช้คนเดียวในคฤหาสน์ที่ปฏิบัติกับอาโนอิทอสอย่างซื่อสัตย์และจริงใจตลอดมา พาเน่ไม่สนแม้กระทั้งบุคลิกที่เลวร้ายของอาโนอิทอสที่ทำให้ไม่มีคนรับใช้ในคฤหาสน์คนไหนอยากอยู่ใกล้เขา อาโนอิทอสมีแค่พาเน่คนเดียวที่รับใช้เขาด้วยความรักเคารพนับถือ ทว่าถึงอย่างนั้นอาโนอิทอสก็ยังทำแบบนั้นกับเธอได้ลงคอ เหล่าข้ารับใช้มองอาโนอิทอสอย่างขยะแขยง
ภายในห้องรับแขก
อาโนอิทอสนั่งรอคู่หมั้นตนเองอยู่ที่นี่พักหนึ่งด้วยความเบื่อหน่าย เขารอและรออยู่แบบนั้นนานจนถึงครึ่งชั่วยามและตัดสินใจจะออกไป แต่ตอนนั้นเอง ร่างของหญิงสาวในชุดสีม่วงก็เดินเข้ามาในห้องนี้ เธอมีผมสีดำยาวสลวย มีผิวพรรณที่ขาวผ่อง และมีรูปร่างที่งดงาม อย่างไรก็ตาม ทำลายความงามนั้นเธอมีแววตาที่เ็าและเวลามองอาโนอิทอสมันก็ยิ่งเ็าขึ้น แววตาที่ไม่เป็มิตรนั้นทำให้อาโนอิทอสไม่พอใจอยู่เสมอ
เวลาทีเลวี่นั่งลงตรงหน้าอาโนอิทอสแล้วเธอก็มองเขาด้วยแววตาเ็าคู่นั้น
เลวี่มองอาโนอิทอสอยู่นาน จนกระทั้งเธอกล่าว "หม่อมฉันได้ยินว่าฝ่าาขึ้นส่วยเมื่อปีก่อนอย่างกระทันหัน ทำให้สองเดือนที่ผ่านมามีชาวเมืองมากมายมาร้องทุกข์เื่อาหาร พวกเขาไม่สามารถปรับตัวกับคำเรียกร้องที่รวดเร็วเกินไปของฝ่าาได้ บวกกับปัญหาที่เรามีกับชาวเอซโทรชในตอนนี้ทำให้ขาดแคลนเสบียงอย่างหนัก ฝ่าาไม่คิดว่าท่านควรจะโอนอ่อนต่อชาวเมืองของท่านกว่านี้หรือเพคะ?"
อาโนอิทอสยกชาขึ้นดื่ม เมื่อวางชาลงก็มองเลวี่อย่างเ็า "นี่คืออาณาจักรของข้า ข้าจะทำอย่างไรก็ได้ เ้าพวกนั้นอาศัยใต้อ้อมอารีของข้าก็ย่อมต้องรับใช้ข้าเป็ธรรมดา อาณาจักรข้ากฏของข้า"
เลวี่มองอาโนอิทอสอย่างเ็า "ท่านคงจะยังมิได้ลืมว่าเมืองชามิวลอสแห่งนี้เป็เมืองที่พ่อของท่านฝากฝังให้ท่านปกครองแต่เพียงแค่นั้น มันหาได้เป็เมืองของท่านไม่ แต่เป็ของพ่อของท่าน จักรพรรดิแห่งวาซิลาสต่างหาก"
อาโนอิทอสนั่งไขว้ห้างแล้วแสยะยิ้มให้เลวี่ "แต่ถึงอย่างนั้น ตาแก่นั่นมอบดินแดนนี้ให้ข้าแล้วตอนนี้มันก็เป็ของข้าข้าจะทำอย่างไรกับมันก็ได้ กรรมสิทธิ์ของที่นี่อาจจะยังเป็ของพ่อข้า แต่เ้าคิดอย่างนั้นหรือว่าดินแดนเขตชายแดนเล็กๆที่ไร้ความเจริญเช่นนี้พ่อข้าคิดจะเหลียวแล? เพราะตาแก่นั่นเห็นว่าที่นี่ไร้ค่ามันจึงมอบมันให้ข้าไม่ใช่รึยังไง?"
เลวี่กัดฟันกรอด "ฝ่าา โปรดระวังคำพูดของท่านด้วย ถึงจะมีสายเืเดียวกันแต่การดูิ่จักรพรรดิก็เท่ากับดูิ่เราดยุคที่รับใช้พ่อของท่านด้วย"
อาโนอิทอสหัวเราะ "เหอะ ทำเป็พูดดี ตระกูลอิสคีโรสก็เป็แค่ตระกูลดยุคที่ตกอับ แทบจะไม่ต่างจากเมอร์ควิสปลายแถวอยู่แล้ว ใยต้องทำตัวสูงศักดิ์ด้วย? ที่พ่อข้ากับพ่อเ้าจับเราหมั้นกันก็เพราะไม่มีดยุคดีๆที่ไหนอยากรับเราแล้ว ดังนั้นตัวเลือกที่เป็ไปได้เดียวที่จะขับไล่ไสส่งเราก็คืออิสคีโรส ขยะก็ต้องอยู่กับขยะ พวกเ้าไม่ได้มีค่าในสายตาของราชวงศ์ขนาดนั้นหรอก"
เลวี่มองอาโนอิทอสอย่างเ็า "ท่านจะดูถูกหม่อมฉันและตระกูลหม่อมฉันยังไงก็เชิญ แต่หม่อมฉันขอเพียงอย่างเดียว อย่างน้อยท่านช่วยปฏิบัติกับชาวเมืองของท่านให้ดีกว่านี้ได้หรือไม่?"
อาโนอิทอสแสยะยิ้มเ็า "เ้าช่างใจดีต่อพวกไพร่ในเมืองนี้จริงๆ ถ้าข้าจำไม่ผิด คราวก่อนที่ข้าสั่งลงโทษยาจกคนหนึ่งที่มันบังอาจขโมยอาภรณ์ในคฤหาสน์ข้า ก็เป็เ้าที่ออกมาช่วยมันไกล่เกลี่ยด้วยนี่? เยื้อใยระหว่างอิสคีโรสและชาวชามิวลอสแน่นแฟ้นยิ่งนัก ดูเหมือนการที่ปู่เ้าเคยผู้ปกครองเมืองนี้มาก่อนจะทำให้เ้าผูกพันกับที่นี่พอสมควรสินะ?"
ดวงตาของเลวี่สั่นเครือ
เหมือนกับจับจุดอ่อนได้ อาโนอิทอสแสยะยิ้มเ็า "ชาวชามิวลอสช่างน่าอิจฉาเสียนี่กะไร ที่มีสตรีงามหายากดั่งน้ำค้างร้อยปีมาห่วงใย" อาโนอิทอสว่าแบบนั้นก่อนรอยยิ้มเ็าจะเปลี่ยนเป็รอยยิ้มชั่วร้าย เขาพูดต่อ "แต่น่าเสียดาย ที่พวกมันจะไม่มีโอกาสได้อยู่กับเทพธิดาของมันนานนัก เพราะข้ากำลังจะยกเมืองแห่งนี้ให้พวกเอซโทรซ"
ทันทีที่ได้ยินแบบนั้นดวงตาของเลวี่เบิกกว้างและใบหน้าเธอเปลี่ยนเป็ใ "ฝ่าา! ท่านหมายความว่าอย่างไร!?"
เลวี่ใ แม้แต่ฟีโรโซฟอสที่ยืนด้านหลังก็ใ
อาโนอิทอสแสยะยิ้ม "ข้าได้ติดต่อกับพวกเอซโทรซ ข้าทำข้อตกลงกับพวกมันบอกว่าจะยกชามิวลอสแห่งนี้ให้แลกกับตำแหน่งดยุคและทอง 10,000 ตำลึง พวกมันรับปากหากข้าช่วยพวกมันยึดเมืองนี้สำเร็จ"
เลวี่ลุกขึ้นแล้วตวาด "ฝ่าา! ท่านรู้หรือไม่ว่าท่านกำลังทำอะไรอยู่!?"
อาโนอิทอสตอบ "สิ่งเดียวที่ข้ารู้คือข้ารู้ว่าข้ากำลังพัฒนาชีวิตตัวเอง สถานะในราชวงศ์ของข้าตอนนี้ไม่ต่างจากขยะไร้ค่าที่รอโดนท่านพ่อเขี่ยทิ้ง ไม่มีใครสนใจข้าเพราะความไร้ความสามารถของข้า ในเมื่อการเป็เ้าชายไม่ได้ทำให้ชีวิตดีขึ้นข้าก็ยอมลดตัวลงเป็ดยุคแต่รวยขึ้น"
เลวี่มองอาโนอิทอสอย่างผิดหวัง ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความโศกเศร้าและเสียใจ "ท่านเป็อะไรของท่าน...ทำไมถึงได้ตกต่ำลงมาถึงเพียงนี้ ท่านไม่เหมือนชายที่หม่อมฉันรู้จักในอดีต ถึงกับฏต่อแผ่นดินเพื่ออำนาจและเงินทองท่านไม่เหมือนท่านคนเดิมแม้แต่นิดเดียว"
เลวี่กล่าวอย่างเสียใจ มองเพื่อนสมัยเด็กที่เคยเคารพอย่างเสียใจและผิดหวังก่อนจะหลั่งน้ำตาเล็กๆออกมา เธอมองเขาแล้วหันหลังกลับก่อนจะถอดแหวนวงหนึ่งบนนิ้วนางออกไป เธอบอก "หม่อมฉันฝืนทนอยู่กับท่านต่อไปแบบนี้ไม่ไหวอีกแล้ว จนถึงตอนนี้หม่อมฉันทนท่านเพราะคิดว่าวันหนึ่งท่านจะกลับมาเป็คนเดิม แต่หม่อมฉันคิดว่าท่านที่หม่อมฉันเคยรู้จักไม่มีอยู่จริงั้แ่แรกแล้ว ถ้าเป็เช่นนั้นเราก็ถอนหมั้นกันเสียเถอะ" หญิงสาวว่าแบบนั้นก่อนจะเดินออกไป
ดวงตาของอาโนอิทอสสั่นระลอกหนึ่ง แต่ก็แค่ชั่วครู่เดียวเท่านั้นความเ็าก็กลับเข้าดวงตา แล้วลืมตัวตนไร้ค่าของเลวี่ไป
ณ ทางเดินไปยังห้องบรรทม
อาโนอิทอสกับฟีโรโซฟอสเดินคู่กันมาอย่างสงบ ขณะเดินตรงไปห้องนอนก็พลางคุยกันวิธีต่อรองกับพวกเอซโทรซพลาง
"ที่ปรึกษา เ้าเองก็ได้ยินแผนการที่ข้าจะฏแล้วถือว่าเ้าลงเรือลำเดียวกันกับข้า งั้นข้าจะร้องขอตำแหน่งจากพวกเอซโทรซให้เ้าด้วยอีกคน เ้าช่วยข้าคิดทีว่าข้าจะทำเช่นไรจึงจะสามารถบังคับให้พวกมันมอบของตอบแทนให้เรามากกว่านี้ได้?"
ฟีโรโซฟอสแอบหลั่งน้ำตาออกมาไม่ให้อาโนอิทอสเห็น เขาค่อยๆปาดมันออกแล้วหันใบหน้าที่ผิดหวังมองไปที่อาโนอิทอสอย่างจริงจัง ราวกับอยากจะหาเสี้ยวความหวังสุดท้ายว่าอาโนอิทอสไม่ได้คิดจะเอาจริงกับข้อตกลงที่พูดจริงๆ
แต่มันก็มีเพียงแค่ความผิดหวังเมื่อในตาของอาโนอิทอสมีเพียงแค่ความมืดบอดและความโลภ
ฟีโรโซฟอสส่ายหน้าอย่างผิดหวังแล้วบอกอย่างเ็า "หากฝ่าาปรารถนาจะเรียกร้องมากกว่านี้ ท่านก็ต้องทำให้พวกเอซโทรซเห็นประโยชน์ในการร่วมมือกับท่านมากกว่านี้ บางทีท่านอาจจะให้ข้อมูลของเมืองหลวง ที่ตั้งค่ายทหารจุดหลบหนี จุดลอบเข้า ให้พวกมัน พวกมันจะได้เข้ายึดประเทศท่านได้ง่ายๆ" ฟีโรโซฟอสตั้งใจพูดประชด คราวนี้เขาไม่มองอาโนอิทอสเหมือนที่มองอีกฝ่ายแบบเ้าชายมาโดยตลอด แต่มองเหมือนกำลังมองคนไร้ค่าคนหนึ่ง
"โอ ความคิดนั้นไม่เลวยิ่งนัก สมกับเป็ที่ปรึกษา" น่าขำยิ่งนัก ที่นอกจากอาโนอิทอสจะไม่รู้ว่าฟีโรโซฟอสประชด อาโนอิทอสยังคิดเก็บความคิดนั้นเข้าสมอง
ฟีโรโซฟอสรู้สึกหมดหวังกับเ้าชายคนนี้จริงๆเขาจึงไม่พูดอะไรกับคนแบบนี้อีกแล้วเดินจากมา
ฟีโรโซฟอสเดินจากอาโนอิทอสมาได้ 100 หลา เขาก็เอนหลังพิงกำแพงอย่างเหนื่อยล้า ใบหน้าเต็มไปด้วยความผิดหวังขณะดวงตาหลั่งน้ำตาออกมา
ฟีโรโซฟอสร้องไห้ออกมาขณะนึกถึงหน้าประสกนิกรมากมายที่ต้องมาทนทุกข์ทรมานเื่ราวต่อจากนี้เพราะขยะไร้ค่าจากเชื้อพระวงศ์คนหนึ่ง มีชาวเมืองมากมายที่บริสุทธิ์ที่มีครอบครัว พวกเขาเ่าั้เป็คนดีและพวกเขาต้องมาทนอยู่กับผู้นำเลวร้ายแบบนี้ ฟีโรโซฟอสรู้สึกเสียใจแทนพวกเขาที่ต้องมาทนกับอาโนอิทอส
ฟีโรโซฟอสแค่หวัง หวังอย่างยิ่งว่าขอแค่เศษเสี้ยวเล็กๆ เศษเสี้ยวเล็กๆก็ยังดี เขาอยากให้อาโนอิทอสทำตัวเหมือนมนุษย์มากขึ้น
เปรี้ยง!!!
ทันใดนั้นเอง ระหว่างที่กำลังด่าอาโนอิทอสในใจ เสียงฟ้าผ่าก็ดังขึ้นด้านหลังฟีโรโซฟอส ฟีโรโซฟอสใแล้วรีบหันกลับไปดู ตรงนั้นเขาก็พบว่าจุดที่ฟ้าผ่าเป็จุดที่อาโนอิทอสยืนอยู่พอดี
ด้วยความใและร้อนรนฟีโรโซฟอสรีบวิ่งไปดูอาการของอาโนอิทอส เขาเห็นอาโนอิทอสหมดสติจึงจะไปเรียกคนมาช่วย แต่ว่าตอนที่กำลังจะไปเรียกคนมาช่วย เขาก็รู้สึกเหมือนมีใครบางคนจับขาเขาไว้
ฟีโรโซฟอสก้มลงกลับไปดูก็พบว่าอาโนอิทอสกำลังจับขาเขาไว้และกำลังมองเขาด้วยแววตาที่ให้ความรู้สึกที่แตกต่าง
น่าแปลก มันไม่มีความหยิ่งยโสหรือความเ็าภายในนั้น
อาโนอิทอสถามฟีโรโซฟอส "สวัสดีชาวโลก ข้าพเ้ามาอย่างสันติ ที่นี่ปีใดรึ?"