พ่อผัว..ยั่ว..ลูกสะใภ้ 25+

    บทที่ 1 บ้านนอก


    ผิวขาวหยาดเยิ้มของ 'บี' ลูกสะใภ้คนสวยขัดกับฝาบ้านไม้ผุๆ ของผมจนสะดุดตาตั้งแต่แรกเห็น หน้าอกอวบอัดคู่ใหญ่ของเธอดันเสื้อยืดคอกว้างสีขาวจนแทบจะทะลักออกมา ยามเธอก้มกราบแทบเท้าผม กลิ่นน้ำหอมฉุนแบบคนกรุงลอยฟุ้งเข้าจมูก ทำเอาหัวใจเหี่ยวๆ ของคนแก่รุ่นใหญ่อย่างผมกลับมาเต้นแรงตูมตามขึ้นมาทันที มันนานแค่ไหนแล้วที่ผมไม่ได้กลิ่นสาบสาวหอมกรุ่นขนาดนี้ กลิ่นเนื้อนุ่มๆ ของเด็กสาววัยยี่สิบหกปีช่างแตกต่างจากกลิ่นสาบโคลนกลิ่นน้ำยางที่ผมเจอตลอดทั้งวันสิ้นดี

    "พ่อครับ นี่บี เมียผมที่เคยเล่าให้ฟังไง"

    'โอ' ลูกชายคนเดียวของผมเอ่ยขึ้นพลางแตะไหล่เมียมัน บีเงยหน้าขึ้นมาสบตากับผม แววตาของเธอมีร่องรอยของความกังวลและอึดอัดอย่างเห็นได้ชัด ผิวพรรณของเธอมันขาวอมชมพู นุ่มนิ่มไปทั้งตัวขัดกับสภาพบ้านไม้สองชั้นเก่าๆ ของผมในต่างจังหวัดที่รายล้อมไปด้วยป่าสวนยางพารามืดครึ้ม ทางเดินเข้าบ้านยังเป็นถนนลูกรังฝุ่นคลุ้งที่ห่างไกลจากความเจริญ บีเพิ่งเคยมาที่นี่เป็นครั้งแรก และดูเหมือนเธอจะไม่ค่อยชอบใจเท่าไหร่ที่ต้องมาตกระกำลำบากในที่แบบนี้

    "ไหว้พระเถอะลูก... อยู่ที่นี่ตามสบายนะ คิดเสียว่าเป็นบ้านตัวเอง" ผมเอ่ยปากต้อนรับด้วยเสียงทุ้มต่ำและพยายามคุมน้ำเสียงให้ดูนิ่งสุขุมที่สุด ทั้งที่ในใจร้อนรุ่ม สายตายังแอบชำเลืองมองช่วงขาอ่อนขาวๆ ของบีที่โผล่พ้นกางเกงยีนส์ขาสั้นรัดรูป ยามเธอนั่งยองๆ ก้มกราบผมเมื่อครู่ บั้นท้ายกลมกลึงอวบอัดของเธอมันเบียดแน่นจนเห็นเนื้อล้นออกมาชวนให้กลืนน้ำลายเอื๊อกใหญ่

    "ค่ะคุณพ่อ..." บีตอบรับเบาๆ เสียงหวานใสน่าฟัง เธอหันไปมองรอบๆ บ้านไม้สองชั้นกึ่งปูนที่ทาสีซีดจาง ฝุ่นละอองเกาะตามซอกไม้ หลังคาสังกะสีเก่าคร่ำคร่าที่มีรอยปะผุพังปะปนอยู่ ยิ่งมองเธอก็ยิ่งขยับตัวเข้าใกล้ลูกชายผมมากขึ้นเหมือนหาที่พึ่ง

    เหตุผลที่สองผัวเมียต้องเดินทางมาที่นี่ก็เพราะโอตัดสินใจเซ็นสัญญาทำงานคุมงานก่อสร้างที่ต่างประเทศยาวถึงหนึ่งปีเต็ม มันบอกว่าอยากเก็บเงินก้อนใหญ่เพื่อกลับมาดาวน์บ้านในเมืองและสร้างอนาคตร่วมกัน มันเลยต้องขายคอนโดห้องเดิมในเมืองกรุงทิ้งเพื่อเอาเงินไปหมุนเวียนและส่งบีมาฝากไว้ให้อยู่กับผมที่บ้านนอกชั่วคราว เพราะอย่างน้อยอยู่ที่นี่ก็ไม่ต้องเสียค่าเช่าบ้านและมีผมคอยดูแลช่วยเหลือ

    "ไอ้โอ มึงจะเดินทางคืนนี้เลยเหรอวะ" ผมหันไปถามลูกชายขณะช่วยมันยกกระเป๋าเดินทางใบใหญ่สองใบขึ้นไปวางบนชานบ้านไม้ชั้นบน

    "ครับพ่อ รถทัวร์เที่ยวสุดท้ายจะผ่านปากทางตอนทุ่มตรง ผมต้องรีบไปขึ้นเครื่องที่กรุงเทพฯ ให้ทันวันพรุ่งนี้ สัญญามันเริ่มเร็วครับพ่อ" โอมันบอกพลางเช็ดเหงื่อที่ซึมตามหน้าผาก "ผมฝากบีด้วยนะพ่อ บีเขาเป็นคนเมือง ทำอะไรไม่ค่อยเป็นหรอก อาบน้ำในตุ่มน้ำก็ไม่ชิน ส้วมซึมบ้านเราก็ยังไม่เคยเข้า ผมล่ะเป็นห่วงจริงๆ แต่ไม่มีทางเลือก"

    "เออเถอะ มึงไม่ต้องห่วง เรื่องแค่นี้กูดูแลได้" ผมตอบรับพลางปัดมือบอกมัน แต่สายตาผมยังแอบเหลือบไปมองบีที่ยืนหน้าหมองอยู่ข้างล่าง

    บีกอดแขนไอ้โอแน่น หน้าอกอวบใหญ่ของเธอเบียดเข้ากับท่อนแขนของสามีจนเนื้อนุ่มยุบตัวลงไป ผมจ้องภาพนั้นไม่กะพริบใจคอสั่นไหวด้วยความอยาก ความอิจฉาลูกชายตัวดีมันแล่นริ้วขึ้นมาในหัว ทำไมชีวิตมันถึงได้เมียขาวสวยน่าเอาน่าฟัดขนาดนี้วะ ตัวผมเองอายุห้าสิบสองปี เมียก็ตายไปนานหลายปีแล้ว ทุกวันนี้มีแค่ป้าเรียมป้าข้างบ้านคอยแวะเวียนมาหาเรื่องเอากันแก้เหงาเป็นครั้งคราว แต่ป้าเรียมก็แก่ตัวผิวคล้ำแดดแห้งกร้าน ไม่เหมือนเด็กสาวเมืองกรุงผิวขาวเนียนนุ่มหยาดเยิ้มอย่างบีเลยสักนิดเดียว

    "บีจ๋า อยู่กับพ่อคร้ามห้ามดื้อนะจ๊ะ มีอะไรก็บอกพ่อได้เลย พ่อเขาใจดี" ไอ้โอหันไปพูดปลอบใจเมียพลางลูบหัวเบาๆ

    "บีไม่อยากให้โอไปเลย... หนึ่งปีมันนานมากนะโอ บีจะอยู่ยังไงล่ะ" บีทำเสียงกระเง้ากระงอด น้ำตาเริ่มคลอเบ้า แววตาสั่นระริกด้วยความเศร้าสร้อยและกังวลใจที่จะต้องถูกทิ้งให้อยู่ต่างถิ่นกับพ่อสามีที่เพิ่งเคยเจอหน้ากันไม่กี่ครั้ง

    "โถ่บี เพื่ออนาคตของเราไงจ๊ะ บีอดทนหน่อยนะ ปีเดียวเอง เดี๋ยวโอก็กลับมาแล้ว เงินที่ส่งมาให้บีจะได้เก็บไว้ดาวน์บ้านของเราไง" โอกอดปลอบเมียสาวพลางหอมแก้มขาวๆ ไปหนึ่งที ภาพผัวเมียแสดงความรักกันต่อหน้าต่อตามันทำให้ผมรู้สึกอึดอัดแปลกๆ ในใจมันอยากจะให้ไอ้โอรีบๆ เดินทางไปเสียที ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสีส้มแก่สลัว ลมเย็นพัดโชยมาปะทะผิวป่าสวนยางพาราข้างบ้านเริ่มส่งเสียงครางซู่ๆ ตามแรงลม

    ก่อนที่โอจะเดินทาง ผมจัดแจงทำกับข้าวเย็นง่ายๆ เลี้ยงส่งมัน มีแกงส้มปลากดใส่หน่อไม้ดองฝีมือผมเอง กับผัดผักบุ้งไฟแดงบ้านๆ บีนั่งพับเพียบเรียบร้อยอยู่บนพื้นไม้กระดาน เธอพยายามจับช้อนส้อมตักกับข้าวใส่จานอย่างเก้ๆ กังๆ ยามที่เธอเอื้อมมือตักแกง คอเสื้อยืดของเธอก็คว้านลึกจนผมแอบเห็นร่องอกขาวโพลนลึกสุดใจ หัวนมสีชมพูรำไรแทบจะโผล่ออกมาอวดสายตาคนแก่ ผมแสร้งทำเป็นเคี้ยวข้าวไปพลางชวนไอ้โอคุยเรื่องงานเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ แต่สายตาชั่วๆ มันคอยแต่อยากจะก้มลงไปมองร่องอกขาวๆ ของสะใภ้ตลอดเวลา

    "อุ๊ย เผ็ดจังค่ะ" บีสะดุ้งตัวโยนเมื่อตักแกงส้มคำโตเข้าปาก ริมฝีปากบางเฉียบของเธอเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อ บีรีบหยิบแก้วน้ำดื่มอึกใหญ่จนหยดน้ำไหลหยดลงมาตามคางเรียวผ่านลำคอขาวผ่องลงไปในสาบเสื้อยืด ผมมองตามหยดน้ำนั้นตาค้างจินตนาการไปไกลถึงความฉ่ำแฉะข้างใน

    "กับข้าวบ้านนอกมันรสจัดน่ะลูก คราวหลังพ่อจะทำรสอ่อนๆ ให้นะ" ผมรีบเอ่ยปากเอื้อเฟื้อ บีเงยหน้าขึ้นมายิ้มให้ผมอย่างขอบคุณ ริมฝีปากที่เจ่อแดงจากความเผ็ดนั้นมันชวนให้ผมอยากจะดึงเธอเข้ามาจูบเสียจริง

    เมื่อเวลาทุ่มตรงมาถึง เสียงแตรรถทัวร์ดังแว่วมาจากปากทางถนนใหญ่ท้ายซอย โอบอกลาเมียรักและก้มกราบลาผม ผมเดินไปส่งมันขึ้นมอเตอร์ไซค์รับจ้างที่จ้างมารับปากซอยบ้าน บียืนเกาะเสารั้วบ้านโบกมือลาสามีด้วยน้ำตานองหน้า แสงไฟหน้ารถมอเตอร์ไซค์ค่อยๆ ลับหายไปในความมืดมิดของถนนลูกรัง เหลือทิ้งไว้เพียงความเงียบสงัดและกลิ่นดินชื้นยามค่ำคืน

    ผมเดินกลับเข้ามาในบ้าน พบบีนั่งคู้เข่าร้องไห้กระซิกๆ อยู่บนแคร่ไม้ไผ่ใต้ถุนบ้านไหล่บางสั่นเทา บรรยากาศรอบตัวช่างเงียบเหงาและเยือกเย็น มีเพียงแสงไฟจากนีออนเก่าหลอดเดียวกระพริบถี่ๆ ส่งเสียงครางหึ่งๆ เสียงจิ้งหรีดเรไรและเสียงอึ่งอ่างเริ่มร้องระงมมาจากดงกล้วยข้างบ้านพอบอกให้รู้ว่าพายุกำลังจะมา

    "ร้องไห้ทำไมลูก... ไอ้โอมันไปทำงานหาเงิน เดี๋ยวก็กลับมาแล้ว" ผมเดินเข้าไปใกล้แล้วเอ่ยถามเสียงเบา พลางนั่งลงข้างๆ บนแคร่ไม้ไผ่

    "บีเหงาค่ะพ่อ... บีไม่เคยต้องห่างจากโอเลย แล้วที่นี่ก็น่ากลัวจัง มืดสลัวไปหมด ลมก็พัดแรงยังกับจะมีพายุเลยค่ะ" บีเงยหน้าขึ้นมาพูดพลางเอามือปาดน้ำตา ผิวหน้าขาวๆ ของเธอเปื้อนน้ำตาจนดูเปียกชื้น ยิ่งเพิ่มความน่าสงสารและน่าเอ็นดูให้กับผมเป็นทวีคูณ กลิ่นหอมแป้งเด็กอ่อนๆ จากเนื้อตัวของเธอโชยมาปะทะจมูกผมในระยะประชิด หัวใจผมเต้นระรัวยามที่สบตาหวานซึ้งคู่นั้น

    "บ้านนอกก็แบบนี้แหละลูก มืดค่ำก็ไม่มีแสงสีเหมือนในเมืองหรอก อยู่ๆ ไปเดี๋ยวก็ชินเอง" ผมพูดปลอบพลางถือวิสาสะเอื้อมมือแกร่งที่หยาบกร้านจากการทำงานหนักไปแตะที่ไหล่บางของบีเพื่อแสดงความเอ็นดู บีสะดุ้งเล็กน้อยแต่ไม่ได้ขยับหนี สัมผัสจากผิวเนื้อนุ่มๆ ใต้เสื้อยืดตัวบางทำเอาผมรู้สึกเสียวแปลบไปทั่วท้องน้อยลามไปถึงปลายแก่นกายจนมันเริ่มขยายตัวแข็งขืนขึ้นมาดุนกางเกงเล

    "บีรู้สึกเหนียวตัวจังค่ะคุณพ่อ แต่อาบน้ำไม่เป็น... ห้องน้ำอยู่ข้างนอกบ้านเหรอคะ" บีถามพลางกวาดสายตามองไปทางครัวหลังบ้านที่มืดมิด

    "เออ ห้องน้ำอยู่ข้างหลังบ้านนู่น เป็นห้องส้วมสังกะสีมุงปูนเตี้ยๆ มีตุ่มน้ำมังกรตั้งอยู่ข้างใน น้ำในตุ่มพ่อตักจากบ่อบาดาลเย็นเจี๊ยบสะใจดีแท้ล่ะ" ผมอธิบายพลางชี้ทาง

    "บีกลัวค่ะพ่อ... ข้างนอกมันมืดมากเลย ลมก็พัดใบไม้ปลิวว่อน บีกลัวผี กลัวตุ๊กแกด้วยค่ะ" บีพูดเสียงสั่นพลางทำท่าขนลุกขนชัน ร่างกายอวบอัดสั่นสะท้านจนหน้าอกสองข้างสั่นกระเพื่อมตามไปด้วย

    "งั้นเดี๋ยวพ่อไปเปิดไฟหลังบ้านให้ แล้วจะยืนเฝ้าหน้าห้องน้ำให้เองดีไหม บีจะได้สบายใจ" ผมเสนอทางออกด้วยความหวังดี (แต่แฝงเจตนาชั่วร้ายในใจ)

    "จริงเหรอคะคุณพ่อ! ดีจังเลยค่ะ บีขอบคุณพ่อมากๆ นะคะ" สีหน้าของบีเปลี่ยนเป็นดีขึ้นทันตาเห็น เธอยิ้มกว้างจนเห็นลักยิ้มเล็กๆ สองข้างแก้ม ความกลัวของเธอลดลงเมื่อรู้ว่ามีพ่อสามีตัวใหญ่กำยำคอยปกป้องอยู่ใกล้ๆ

    ผมเดินนำบีไปทางหลังบ้าน ไฟนีออนสีเหลืองสลัวท้ายครัวสว่างขึ้น เผยให้เห็นห้องส้วมสังกะสีเก่าๆ ตั้งตระหง่านอยู่ใต้ร่มเงาต้นมะม่วงใหญ่ ลมพัดกิ่งมะม่วงเสียดสีกับหลังคาสังกะสีดังเอี๊ยดอ๊าดชวนขนลุก บีหอบเอาผ้าขนหนูสีชมพูผืนบางและสบู่เหลวเดินตามหลังผมมาติดๆ เธอชะโงกหน้ามองเข้าไปในห้องน้ำที่สลัวๆ แล้วกลืนน้ำลาย

    "พ่อห้ามเดินไปไหนนะคะ ยืนอยู่ตรงนี้เลยนะ" บีกำชับเสียงเข้มพลางชี้จุดที่ผมยืนอยู่ข้างประตูสังกะสีเก่า

    "เออ พ่อยืนอยู่ตรงนี้แหละ ไม่ไปไหนหรอก อาบน้ำเถอะ จะได้ขึ้นบ้านนอน" ผมรับคำพลางยืนกอดอกพิงเสาไม้ใกล้ๆ

    บีปิดประตูห้องน้ำสังกะสีดังปัง พร้อมเสียงลงกลอนไม้เก่าๆ ไม่นานนักผมก็ได้ยินเสียงขันพลาสติกตักน้ำในตุ่มราดรดตัวเสียงดังซ่า... ซ่า... น้ำตักจากบ่อบาดาลมันเย็นจัดทำเอาบีส่งเสียงอุทานอุ๊ยๆ ออกมาเบาๆ ทุกเสียงตักน้ำ เสียงผิวเนื้อกระทบน้ำมันกระตุ้นจินตนาการของคนแก่ใจชั่วอย่างผมให้คิดฟุ้งซ่าน ผมขยับเข้าไปใกล้ประตูสังกะสีผุๆ แอบมองผ่านรอยแตกขนาดเท่าปลายนิ้วก้อยตรงขอบประตูไม้

    ภาพเบื้องหลังช่องไม้กระดานทำเอาตาผมเบิกค้าง ลมหายใจสะดุดติดขัด บีกำลังสลัดเสื้อยืดและกางเกงขาสั้นออกไปพ้นตัว เหลือเพียงร่างเปลือยเปล่าขาวผ่องดุจหยวกกล้วยตั้งตระหง่านอยู่ในความมืดสลัว หน้าอกคู่โตของบีมันหย่อนคล้อยตึงเปรี๊ยะตามธรรมชาติ ยามเธอก้มตัวตักน้ำหัวนมสีชมพูระเรื่อชี้ชันสู้ลมหนาว สะโพกผายกลมกลึงและบั้นท้ายขาวเนียนอวบอัดมีรอยบุ๋มตรงแก้มก้นชวนให้ลูบคลำ ร่องรักส่วนล่างของเธอเปียกโชกไปด้วยน้ำที่ราดลงมา มีขนสีดำดกดำปกคลุมรำไรล้อมรอบกลีบเนื้ออูมเป่ง

    ผมยืนลูบท่อนเนื้อตัวเองผ่านกางเกงเลจนมันแข็งปั๋งดุจท่อนเหล็ก ความเสียวซ่านแล่นพล่านไปทั่วตัว อยากจะพังประตูเข้าไปกดร่างขาวๆ นั้นกระแทกรูเสียวให้สมอยาก แต่ต้องหักห้ามใจกลัวความแตก กลัวลูกสะใภ้จะตื่นตระหนกและวิ่งหนีกลับเมืองกรุงไปเสียก่อน ผมได้แต่ยืนสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ดมกลิ่นสบู่อ่อนๆ ที่ลอยโชยมาตามซอกประตูไม้ผุๆ ด้วยความกระสันอยาก

    ไม่นานนัก เสียงตักน้ำก็เงียบลง บีสวมผ้าถุงกระโจมอกเดินเปิดประตูออกมา ผมรีบดึงมือออกจากเป้ากางเกงแสร้งทำเป็นยืนหันหลังมองป่าสวนยางพาราเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

    "อาบเสร็จแล้วค่ะพ่อ เย็นชื่นใจดีจังเลย" บีพูดพลางใช้ผ้าขนหนูผืนเล็กเช็ดผมที่เปียกชื้น ผิวกายของเธอขาวผ่องมีหยดน้ำเกาะพราวทั่วหัวไหล่เนียนและหน้าอกอวบอัดที่เบียดรัดอยู่ในผ้าถุงกระโจมอกจนเห็นเนินเนื้อขาวล้นทะลัก กลิ่นตัวของเธอหอมกรุ่นปนกลิ่นแป้งหอมจนผมแทบคลั่ง

    "เออ... ดีแล้ว ขึ้นบ้านเถอะ ลมชักจะแรงแล้ว เดี๋ยวจะไม่สบายเอา" ผมบอกพลางเดินนำเธอกลับขึ้นบ้านไม้

    ผมพาบีขึ้นมาบนบ้านชั้นสอง ห้องนอนเก่าของไอ้โออยู่ขวามือ มีเตียงไม้ผุๆ และฟูกนอนเก่าที่มีฝุ่นจับอยู่บ้าง ผมช่วยดึงเชือกกางมุ้งสีขาวเก่าๆ ที่มีรอยปะให้เธออย่างทะนุถนอม บีเดินตามเข้ามาในมุ้ง ร่างกายของเธอยังมีกลิ่นสบู่อ่อนๆ ลอยฟุ้งกระจายอยู่ในมุ้งแคบๆ ผมก้มลงผูกเงื่อนเชือกมุ้งกับหัวเตียงทำให้ตัวผมเกือบจะเบียดชิดกับตัวเธอ บีเงยหน้ามองผมด้วยแววตาหวั่นไหว ลมหายใจอุ่นๆ ของเธอเป่ารดต้นคอผมจนขนลุกซู่

    "ขอบคุณคุณพ่อมากนะจ๊ะที่คอยช่วยบีทุกอย่างเลย ถ้าไม่มีพ่อบีคงแย่แน่ๆ" บีพูดเสียงเบา แววตาสั่นระริกมีความซาบซึ้งใจ

    "ไม่เป็นไรหรอกลูก มีอะไรก็บอกพ่อได้ พ่อยินดีช่วยเหลือเสมอ" ผมตอบรับพลางสบตาเธอนิ่ง ส่งสัญญาณความอบอุ่นแบบผู้ใหญ่ให้เธอตายใจ ก่อนจะถอยตัวออกจากมุ้งและปิดประตูกลอนห้องนอนของเธอปล่อยให้เธอพักผ่อนในคืนแรก

    ผมเดินกลับมาที่ห้องนอนของตัวเองซึ่งอยู่ติดกัน กั้นด้วยเพียงฝาไม้กระดานผุๆ ที่มีรอยแตกช่องกว้างพอให้แสงลอดผ่านได้ ผมล้มตัวลงนอนบนฟูกนอนเก่าของตัวเองในความมืด แต่หัวใจมันกลับเต้นรัวแรงไม่ยอมหลับลงง่ายๆ ในหัวมีแต่ภาพร่างเปลือยขาวหยาดเยิ้มของสะใภ้คนสวยยามอาบน้ำในส้วมซึม และหน้าอกหน้าใจอวบอัดที่เบียดแน่นอยู่ในผ้าถุงกระโจมอกยามกางมุ้ง

    เวลาผ่านไปจนดึกสงัด บรรยากาศรอบตัวช่างเงียบสงัดและเยือกเย็นจับใจ เสียงลมพัดใบยางพาราดังซู่ๆ ซ่าๆ สลับกับเสียงกิ่งไม้เสียดสีกันดังครืดคราดอยู่รอบตัวบ้าน เสียงฟ้าฝนเริ่มตั้งเค้า มีเสียงฟ้าร้องครืนๆ มาจากที่ไกลๆ ลมหนาวพัดโชยเข้ามาตามช่องแตกของฝาบ้านจนหนาวสั่น ผมนอนพลิกตัวไปมาด้วยความทรมานจากความเสียวและความอยากที่ค้างคา ร่างกายร้อนผ่าวคล้ายคนเป็นไข้จนต้องเอามือลูบคลำแก่นกายที่แข็งค้างรอคอยโอกาส

    *เอี๊ยด... เอี๊ยด...*

    จู่ๆ เสียงไม้กระดานทางเดินข้างนอกห้องนอนก็ส่งเสียงลั่นเอี๊ยดอ๊าดเบาๆ ท่ามกลางความเงียบ ผมสะดุ้งเฮือกหูผึ่งทันที แสงไฟฉายกระพริบวับแวมลอดผ่านรอยแตกของประตูห้องนอนเข้ามา ผมเงี่ยหูฟังอย่างตั้งใจ เสียงฝีเท้าเล็กๆ เดินย่องอย่างแผ่วเบาตรงไปทางบันไดบ้านไม้ชั้นบนลงไปสู่ชั้นล่าง

    ผมลุกขึ้นนั่งเงียบๆ ในความมืด คลานไปแอบมองลอดรอยแตกของประตูห้อง พบว่าเป็นบีจริงๆ เธอยังอยู่ในชุดผ้าถุงกระโจมอกผืนเดิม ในมือถือไฟฉายอันเล็กเดินส่องทางลงบันไดไม้ไปอย่างระมัดระวัง ตัวเธอสั่นเทาเดินส่องไฟฉายไปทั่วรอบบ้านด้วยความหวาดระแวงและกลัวผี

    บีทนร้อนและปวดท้องเบาจนทนไม่ไหว ต้องยอมฝ่าความมืดและความกลัวลงไปเข้าห้องน้ำส้วมซึมข้างนอกบ้านท่ามกลางลมพายุที่เริ่มกรรโชกแรง ลมพัดพาเอาฝุ่นและใบไม้แห้งปลิวว่อนไปทั่วใต้ถุนบ้าน เสียงฟ้าร้องดังเปรี้ยงปร้างทำเอาบีสะดุ้งตัวโยนรีบวิ่งกระหืดกระหอบฝ่าความมืดตรงไปยังห้องส้วมสังกะสีท้ายครัวหลังบ้านทันที

    ผมที่นอนลืมตาโพลงเฝ้ารอเวลานี้อยู่แล้ว แสยะยิ้มกว้างในความมืด ความเสียวซ่านแล่นริ้วเข้ามาในสมองทันที ผมรีบก้าวเท้าสั้นๆ ย่องตามลงบันไดไม้ไปอย่างเงียบกริบที่สุด ฝีเท้าของผมผ่านการเดินกรีดยางพารายามค่ำคืนมานานจนรู้น้ำหนักไม้กระดานดีว่าจะเหยียบตรงไหนไม่ให้เกิดเสียง ผมเดินฝ่าความมืดสลัวและสายลมเย็นที่พัดกรรโชกตามหลังสะใภ้สาวไปเงียบๆ ด้วยใจที่เต้นรัวตูมตามราวกับกลองรบ

    บีวิ่งเข้าไปในห้องส้วมสังกะสีแล้วปิดประตูลงกลอนดังปัง แสงไฟฉายของเธอส่องสว่างวับแวมลอดช่องฝาไม้สังกะสีออกมา ผมเดินไปหยุดยืนนิ่งสนิทอยู่ข้างประตูห้องน้ำส้วมซึมในความมืดที่มิดชิด แอบอิงตัวพิงเสาไม้ใหญ่ ลมหายใจหอบถี่สั่นสะท้านด้วยความกระสันตื่นเต้น เสียงฟ้าร้องและเสียงสายฝนเริ่มเทกระหน่ำลงมาใส่หลังคาสังกะสีดังซ่า... ซ่า... ช่วยกลบเสียงความเคลื่อนไหวของผมจนหมดสิ้น

    ในห้องน้ำสลัว บีเริ่มถกผ้าถุงกระโจมอกขึ้นสูงเผยให้เห็นบั้นท้ายขาวผองเปียกเหงื่อและร่องรูเสียวอูมเป่งสู้แสงไฟฉาย ผมยื่นหน้าเข้าไปใกล้รูสังกะสีแตกผุพังจ้องมองเรือนร่างของลูกสะใภ้อย่างกระหายในอารมณ์อยาก... ผมสูดดมกลิ่นสาบสาวปนกลิ่นอายฝนชื้นโชยออกตามรอยรั่วไม้ สลัดกางเกงเลลงต่ำดึงแก่นกายแข็งโป๊กออกมาขัดถูสาวไปมาด้วยความทรมานเสียวอย่างรุนแรง

    *แก๊ก...*

    จู่ๆ บีสะดุ้งตัวโยนหันขวับมาทางประตูทางเข้า แววตาของเธอเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวเมื่อได้ยินเสียงสะกิดไม้กลอนประตูด้านนอกดังแว่วท่ามกลางเสียงฝนตกหนัก เธอตัวสั่นงันงกพยายามกระชับผ้าถุงปิดเนื้อตัวขาวๆ

    "ใคร... ใครอยู่ข้างนอกน่ะคะ... พ่อ... พ่อคร้ามเหรอคะ..." บีตะโกนถามเสียงสั่นเครือระริกด้วยความกลัวจับใจปะปนกับเสียงฟ้าร้องที่ครางกระหึ่มพัดถล่มหลังคา

    ผมยืนนิ่งเงียบกริบไม่ตอบคำถาม มือขวาบีบเค้นกระสันกำแก่นกายแข็งขึงเสียวแน่น สายตาจ้องเขม็งลอดช่องประตูผุพังจับตาดูปฏิกิริยาของบีสะใภ้คนสวยทุกลมหายใจ...

    ---