ตอนที่ 31 : มิชชันเลื่อนระดับ
“เอ๋ง!”
เสียงร้องครางของซิลเวอร์เรียกความสนใจจากมินที่กำลังนอนแผ่หลาอยู่ที่พื้น เมื่อได้ยินเสียงดังกล่าว ชายหนุ่มก็พลันนึกขึ้นได้ว่าเขาลืมมอนสเตอร์คู่ใจซึ่งต่อสู้กับเรนะอีกร่างไปซะเสียสนิท
เมื่อชายหนุ่มหันไปยังทิศทางของต้นเสียง ภาพของสุนัขขนสีเงินที่กำลังลอยกระเด็นอยู่กลางอากาศก็ปรากฏให้เห็นเบื้องหน้า
“ซิลเวอร์!” อดไม่ได้ที่จะตะโกนชื่อของอีกฝ่ายออกไปเมื่อเห็นภาพดังกล่าว
ตุ้บ
เสียงร่างของมันกระทบกับพื้นดังขึ้น ก่อนที่มินจะวิ่งเข้าไปอุ้มเจ้าตูบขนเงินขึ้นมาไว้ในอ้อมอก
“เอ๋ง” มันร้องครางเสียงอ้อนออกมา
“โอ๋ๆ นะ ไม่เจ็บใช่ไหม” เขาถามอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงอ่อน
เจ้าซิลเวอร์ที่ได้โอกาสก็พลันอ้อนเจ้านายของมันโดยการเอาหัวไปถูกับแขนของชายหนุ่ม แต่ไม่นานความสุขของเจ้าตูบก็ต้องจบลงเมื่อมันได้ยินประโยคถัดไปที่เจ้านายของมันกล่าว
“สู้ๆ นะซิลเวอร์ อดทนอีกนิด อีกแค่สองชั่วโมงเศษ เดี๋ยวเวลาฝึกของวันนี้ก็หมดละ”
เมื่อได้ยินประโยคดังกล่าว เจ้าซิลเวอร์ที่อารมณ์ดีอยู่ก็พลันกระโดดลงจากอ้อมแขนของมินทันที ก่อนที่จะทำหน้าง่อยและเดินไปหาเรนะอีกร่างซึ่งยืนอยู่ไม่ไกลจากบริเวณนั้น มันร้องครางเสียงแผ่วพร้อมรับชะตากรรมที่จะโดนซ้อมจากหญิงสาวเป็นกระสอบทราบอีกรอบแล้ว
“มาต่อให้มันจบๆ เรนะ ฉันจะได้ไปนอนสักที” ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นพร้อมกับยันตัวลุกขึ้นมา พร้อมๆ กับที่ หนึ่งหนุ่ม หนึ่งหมา และสองร่างของหญิงสาววิ่งเข้าหากัน
เมื่อเวลาฝึกครบสามชั่วโมง
“แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก”
เสียงหอบดังกล่าวพร้อมกับภาพของชายหนุ่มและสุนัขคู่ใจของเขาที่นอนกองอยู่กับพื้นในท่าทางเหนื่อยล้าพลางสูดเอาออกซิเจนเข้าปอดรัวๆ
“เหนื่อยเป็นบ้าเลยเว้ย” มินกล่าว
“วันนี้มาสเตอร์ทำได้ดีขึ้นกว่าเมื่อวานนะคะ ถ้าเป็นแบบนี้ทุกวัน อีกไม่นานแรงก์ของมาสเตอร์ก็น่าจะเลื่อนขึ้นแล้ว”
หญิงสาวเรือนผมสีดำดวงตาสีฟ้าครามผู้ซึ่งยืนมองเจ้านายของตนอยู่ก็อดไม่ได้ที่จะกล่าวชมออกมาเมื่อได้เห็นพัฒนาการของอีกฝ่าย
“เฮเฮะ แต๊งที่ชม” ชายหนุ่มกล่าวขอบคุณหญิงสาว
“รวมถึงเจ้าด้วย ซิลเวอร์”
ยืนมือนุ่มๆ ของเธอไปลูบหัวเจ้าตูบขนเงิน เนื่องจากมันทำหน้าง่อยหลังจากที่ไม่ได้ยินว่าเธอชมมัน เจ้าหมาน้อยหลับตาพริ้มพร้อมกับยืนหัวไปให้อีกฝ่ายสัมผัสด้วยท่าทางดีใจที่หญิงสาวกล่าวชมมันเช่นกัน
“หลังจากที่แรงก์ของมาสเตอร์เพิ่มแล้ว เท่านี้ข้าก็จะสามารถเพิ่มความยากขึ้นในการฝึกสักที” เรนะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงดีใจ
แต่กลับกัน เมื่อมินและซิลเวอร์ได้ยินประโยคของหญิงสาว พวกเขาทั้งสองก็พลันชะงักและหน้าถอดสีทันที
“เอ่อ…ธะ เธอจะเพิ่มความยากขึ้นอีกเหรอเรนะ” มินถามออกไปด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก
“ใช่สิคะ ยังมีอีกหลายอย่างที่ข้าต้องสอนมาสเตอร์ แต่เพราะระดับพลังของท่านต่ำเกินไป ทำให้ข้าสู้กับท่านด้วยเพียงพลังเท่านี้” เธอตอบกลับเขาเสียงเรียบ
ชายหนุ่มเบิกตากว้างขึ้นทันที อดไม่ได้ที่จะถามออกไปอีกถามคำ คำถามที่เขาสงสัยมาสักพักแล้ว “ว่าแต่เรนะ พลังจริงๆ ของเธอนี่อยู่ระดับไหนเหรอ”
ฝ่ายหญิงสาวที่ได้ยินคำถามจากเจ้านายของเธอก็พลันหลุดยิ้มออกมา ก่อนจะเอ่ยตอบกับอีกฝ่าย “อืม…ให้พูดจริงๆพลังที่ข้าใช้สู้กับมาสเตอร์ ยังไม่ถึงหนึ่งเปอร์เซ็นต์ของพลังจริงๆ ของเธอด้วยซ้ำ”
“หา!!” มินอุทานออกมาด้วยความตกใจ ก่อนจะถามหญิงสาวอีกครั้ง “แล้วเธอมาอยู่กับซิสเตมได้ยังไง หรือเธอโดนซิสเตมสร้างมา หรือเธอขายวิญญาณให้ซิสเตม เหมือนในหนังที่แบบขายวิญญาณแลกกับพลัง ไรเงี้ย”
เมื่อเจอคำถามอันไร้สาระจากเจ้านายของเธอ เรนะก็อดไม่ได้ที่จะขำแห้งๆ ออกมา เธอส่ายหน้าไปมาพลางเอ่ย “ความลับค่ะ”
มินทำหน้ามุ่ยทันทีหลังจากได้ยินคำตอบของอีกฝ่าย และเมื่อหญิงสาวเห็นภาพดังกล่าว เธอจึงบอกกับเขาว่า
“มันยังไม่ใช่เรื่องที่มาสเตอร์ต้องรู้ค่ะ ตอนนี้หน้าที่ของมาสเตอร์คือแข็งแกร่งขึ้นและพัฒนาให้สตูดิโอของท่านมีดันเจี้ยนที่หลากหลาย”
“ให้พูดมันก็ง่ายแหละ แต่มันไม่ง่ายอย่างที่พูดนี่ดิ เงินฉันก็แทบไม่มี กว่าจะเก็บไปซื้อดันเจี้ยนเซิร์ฟเวอร์ได้ก็คงอีกนาน แถมวิธีที่จะทำให้ร้านเพิ่มเลเวลฉันก็ไม่รู้” ชายหนุ่มบ่นออกมา
“ทำไมไม่ลองต่อรองกับซิสเตมดูล่ะคะ” หญิงสาวแนะนำ
มินเลิกคิ้วขึ้นพร้อมถาม “หือ? ได้เหรอ”
“ได้สิคะ มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับสตูดิโอของมาสเตอร์นี่นา ตราบใดที่ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปได้หรือห่างตัวเกินไปอย่างเช่นขอให้มาสเตอร์มีพลังทำลายล้างโลกได้หรือขอให้เป็นอมตะ มาสเตอร์ก็สามารถต่อรองกับซิสเตมได้หมดแหละค่ะ” เรนะกล่าว
“ถามจริง!!” เผลอตะโกนพูดกับอีกฝ่ายอย่างลืมตัว
หญิงสาวยิ้มพร้อมกับตอบออกไป “ตอบจริงค่ะ”
ชายหนุ่มเม้มริมฝีปากแน่น ลังเลว่าจะลองทำตามคำแนะนำของอีกฝ่ายดูดีไหม เขาไม่แน่ใจว่าเขาสมควรทำหรือไม่ เอาเข้าจริงๆ แล้วเขาก็เคยคิดถึงวิธีนี่อยู่เหมือนกันแต่เขากลัว ใช่ มินกลัว กลัวอะไรตัวเขาก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน
ไอ้ความรู้สึกที่คุยกับใครสักคนในหัวของตัวเอง ตั้งแต่ได้ยินเสียงของซิสเตมครั้งแรก จนถึงตอนนี้ แม้จะไม่บ่อยหนักที่เขาจะได้ยินเสียงของอีกฝ่ายแต่ก็นั่นแหละ เขาไม่สามารถทำใจให้ชินได้สักที
ไม่รู้หรอกนะว่าจริงๆ แล้วตัวตนของซิสเตมคืออะไร แต่ตัวตนปริศนานี้ที่ส่งเสียงเข้ามาในหัวเขามันทำให้เขากลัวมากๆ เนื่องจากเขาไม่รู้อะไรเกี่ยวกับมันเลยน่ะสิ
เป็นคุณ คุณจะไม่กลัวหรือ ไอ้เสียงหุ่นยนต์ปริศนาที่ดังขึ้นในหัวนี้ เขาไม่ใช่ตัวเอกในการ์ตูนหรือนิยายแฟนตาซีเสียหน่อย ที่จะสามารถยอมรับกับสิ่งที่เกิดขึ้นนี้กับตัวเองได้ไว้เหมือนตัวละครพวกนั้น
จะโดนหลอกใช้หรือเปล่า ร่างกายจะโดนสิงแล้วซิสเตมจะมาแทนที่หรือเปล่า หรือบางทีตอนนี้เขาอาจจะนอนเป็นผักอยู่ในโรงพยาบาลก็เป็นได้ แล้วสิ่งที่เขาเห็นทั้งหมดนี่อาจจะเป็นภาพความฝันหรือมโนภาพที่เขาสร้างขึ้นมาเองก็เป็นได้
ความตายน่ะ แค่ครั้งเดียวที่ได้เผชิญกับมันก็เพียงพอแล้ว เขาไม่อยากพบเจอกับมันเป็นครั้งที่สองหรอกนะ
ทั้งหมดทั้งมวลนี้ จะว่าเขาขี้ขลาดตาขาวก็ได้ เขายอมรับตรงๆ เลยว่าเขาขี้ขลาดจริงๆ การกระทำต่างๆ เป็นข้อพิสูจน์ได้ดีว่าเขาขี้ขลาดเพียงไหน ทั้งการเลือกมนต์อัญเชิญที่เรียกมอนสเตอร์ออกมาสู้แทนและการเลือกอาวุธเป็นปืน อาวุธระยะไกลเพื่อที่จะได้อยู่ห่างศัตรู
มินไม่แน่ใจกับตัวเองเหมือนกัน พยายามไม่คิดมากกับมันและเล่นไปตามน้ำเหมือนคนตกกระไดพลอยโจนแล้ว แต่ก็อดกลับไปคิดถึงเรื่องนี้ไม่ได้เมื่อได้ยินคำแนะนำของหญิงสาว
หลับตาครุ่นคิดอยู่เกือบนาทีก่อนจะเอ่ยเสียงแข็งกับตัวเองออกมาเมื่อตัดสินใจได้ “เอาวะ เป็นไงเป็นกัน”
ไม่พูดพร่ำทำเพลง ชายหนุ่มก็พลันขานเรียกเสียงที่อยู่ในหัวเขาทันที “ซิสเตมฉันมีเรื่องอยากจะขออย่างหนึ่ง”
[ซิสเตมกำลังรอรับฟังคำขอของยูสเซอร์]
“เพิ่มเลเวลของสตูดิโอให้ฉันหน่อย”
[ซิสเตมไม่อนุมัติคำขอดังกล่าวของยูสเซอร์]
ทำหน้าเหยเกทันทีเมื่อได้ยินคำปฏิเสธของอีกฝ่าย แต่มินก็ไม่ยอมแพ้ เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะถามคำถามกับอีกฝ่ายอีกครั้งหนึ่ง “งั้นเอาใหม่ บอกฉันหน่อยว่าจะทำยังไงให้เลเวลสตูดิโอเพิ่มขึ้น”
[มีสองวิธีด้วยกันหากยูสเซอร์ต้องการเพิ่มระดับดันเจี้ยนสตูดิโอของท่าน]
[วิธีแรกคือการที่ดันเจี้ยนสตูดิโอได้เงินจากเพลเยอร์ครบตามที่กำหนด]
“เท่าไหร่ ร้านฉันต้องได้เงินเท่าไหร่ถึงจะอัพเลเวลได้” โพล่งถามออกไปเมื่อได้ยินประโยคดังกล่าว
[หนึ่งล้านบาทถ้วน หรือตีเป็นยอดกำไรที่ยูสเซอร์ได้เท่ากับห้าหมื่นบาท]
“!!!!!” ขมวดคิ้วเป็นปมทันทีพลางยกมือขึ้นมากุมขมับของตนด้วยความปวดใจพร้อมกับกล่าวออกมาด้วยความเอือมระอาจากยอดเงินที่เขาจะต้องทำให้ครบกำหนดจากวิธีดังกล่าว
“หนึ่งล้านเลยเหรอ แถมยอดกำไรของฉันตอนนี้ก็แค่เฉียดๆ หมื่นเอง ถ้าจะเก็บให้ครบห้าหมื่นก็ประมาณเดือนนิดๆ”
“นานไป ว่าแต่อีกวิธีหนึ่งคืออะไร”
[วิธีที่สองคือทำมิชชันที่ซิสเตมมอบให้เพื่อให้ดันเจี้ยนสตูดิโอของยูสเซอร์เลื่อนระดับ]
ชายหนุ่มตาลุกวาวทันทีที่ได้ยินวิธีที่สองซึ่งซิสเตมได้บอก ก็เขาไม่ได้คิดเอาไว้นี่นาว่าซิสเตมจะให้ทำมิชชันเพื่อเลื่อนขั้น
“ทำมิชชันน่าจะง่ายกว่า” เขากล่าวออกมา
[ยูสเซอร์ต้องการจะรับมิชชันเลื่อนระดับหรือใหม่]
“รับ” มินตอบซิสเตมเสียงเรียบ
[ยืนยันการตอบรับภารกิจ]
[ซิสเตมกำลังทำรายการ]
ติ๊ง!
เสียงแจ้งเตือนข้อความดังขึ้นในหัวของชายหนุ่ม ก่อนที่เบื้องหน้าของเขาจะพลันมีหน้าต่างโฮโลแกรมโปร่งใสปรากฏขึ้นมา เขารีบอ่านข้อความยาวเหยียดเบื้องหน้าโดยไว เพราะรู้ว่ามันคือข้อมูลจากมิชชันที่เขาร้องขอกับซิสเตม
[มิชชันพิเศษ: เลื่อนระดับดันเจี้ยนสตูดิโอ]
หมายเหตุ: โดยปกติแล้ว การเลื่อนระดับของดันเจี้ยนสตูดิโอไปยังระดับสองนั้นจะมีเงื่อนไขคือการได้รับเงินจากเพลเยอร์หนึ่งล้านบาทหรือยอดกำไรของยูสเซอร์อยู่ที่ห้าหมื่นบาท แต่เนื่องจากยูสเซอร์ต้องการที่ลัดขั้นตอนดังกล่าว ซิสเตมจึงได้ทำการมอบมิชชันนี้ให้กับยูสเซอร์
ไกด์ไลน์: ทำตามเงื่อนไขที่ซิสเตมกำหนดให้ครบ
เงื่อนไขที่หนึ่ง: จับกุมและทำลายรังระดับแฮตเชอรี่ของเซิร์ก
รายละเอียด: ณ ป่าแห่งหนึ่งในประเภทอังกฤษ ได้มีมอนสเตอร์ซึ่งมีชื่อเรียกว่าเซิร์ก ได้ทำรังอยู่ ถ้าหากปล่อยพวกมันเอาไว้นานอาจจะทำให้โลกเกิดภัยพิบัติได้ โปรดจับกุมเหล่าเซิร์กและทำลายรังของมันด้วยพลังของยูสเซอร์
รางวัล:
1. เซิร์กทั้งหมดที่ยูสเซอร์จับกุมได้
2. ปลดล็อกฟังก์ชัน [ดันเจี้ยนเฟสติวัล]
หมายเหตุ: ฟังก์ชันดันเจี้ยนเฟสติวัลคือ ดันเจี้ยนพิเศษที่ยูสเซอร์สามารถสร้างขึ้นได้เฉพาะช่วงเทศกาลต่างๆ ขึ้นอยู่กับว่าดันเจี้ยนสตูดิโอของยูสเซอร์ตั้งอยู่ที่ประเทศอะไร
เงื่อนไขที่สอง: สร้างดันเจี้ยนเฟสติวัลเทศกาลสงกรานต์และทำยอดให้ครบกำหนด
รายละเอียด: หลังจากที่ยูสเซอร์ได้ทำเงื่อนไขแรกเรียบร้อยแล้ว ท่านสามารถสร้างดันเจี้ยนเฟสติวัลได้ทันทีโดยดันเจี้ยนเฟสติวัลที่ยูสเซอร์สามารถธีมสร้างได้ตอนนี้คือสงกรานต์เฟสติวัล โดยใช้เซิร์กที่จับมาเป็นมอนสเตอร์หลักในดันเจี้ยนและสร้างเนื้อเรื่องให้เข้ากับเทศกาลดังกล่าวพร้อมทั้งทำเงื่อนไขย่อยให้สำเร็จเพื่อให้ [มิชชันพิเศษ: เลื่อนระดับดันเจี้ยนสตูดิโอ] เสร็จสิ้น
เงื่อนไขย่อย:
1. สร้างธีมเนื้อเรื่องของดันเจี้ยนเฟสติวัลให้เข้ากับเทศกาลสงกรานต์
2. เงินค่าบริการจากเพลเยอร์ครบตามที่กำหนด [0/50000]
หมายเหตุ*: กรุณาสร้างดันเจี้ยนเฟสติวัลและทำการเปิดก่อนวันจันทร์ที่ 6 เมษายน
หมายเหตุ**: ยูสเซอร์จะไม่ได้รับกำไรจากดันเจี้ยนเฟสติวัล: เทศกาลสงกรานต์จนกว่ายอดเงินจากเพลเยอร์จะครบตามเป้าหมายที่กำหนด คิดเป็นจำนวนเงินทั้งหมดห้าหมื่นบาทถ้วน
หมายเหตุ***: ยูสเซอร์สามารถนำผู้ช่วยไปด้วยได้เพื่อทำหน้าที่เป็นหน่วยข่าวกรอง อีกทั้งยังสามารถนำบริวารของท่านออกไปได้เช่นกัน
หมายเหตุ****: ข้อควรระวังที่ซิสเตมต้องการเตือนกับยูเซอร์ก็คือ ท่านไม่สามารถให้บริวารสร้างความเสียหายแก่รังเซิร์กได้มากกว่าห้าสิบเปอร์เซ็นต์ มิฉะนั้นซิสเตมจะถือว่ายูสเซอร์ทำมิชชันไม่สำเร็จ
รางวัล: ระดับของออตเทอร์ดันเจี้ยนสตูดิโอเลื่อนขั้นเป็นระดับสอง
รางวัลพิเศษ (ในกรณีที่ยูสเซอร์มอบเงินทั้งหมดจากดันเจี้ยนเฟสติวัลในครั้งนี้ให้กับดันเจี้ยน) : ดันเจี้ยนเซิร์ฟเวอร์ 1 ea
มินทำหน้าเครียดทันทีหลังจากอ่านรายละเอียดมิชชันเลื่อนระดับเสร็จ โดยเฉพาะบรรทัดสุดท้าย
ชายหนุ่มไม่แน่ใจเหมือนกันว่ามันจะคุ้มไหมหากจะแลกรายได้ทำหมดจากดันเจี้ยนเฟสติวัลกับดันเจี้ยนเซิร์ฟเวอร์
หนึ่งเลยคือเขาไม่ใช่คนตั้งราคาค่าเข้าดันเจี้ยน ซิสเตมจะเป็นคนตั้งราคาดันเจี้ยนทั้งหมดในสตูดิโอของเขา ทำให้เขาคาดการณ์ไม่ได้ว่ากำไรที่เขาจะได้จากดันเจี้ยนในแต่ละวันนั้นประมาณเท่าไหร่
สอง ต่อจากเหตุผลข้างต้นเลย เพราะว่าเขาไม่แน่ใจว่าเงินที่จะได้นั้นจะพอที่เขาจะสามารถซื้อดันเจี้ยนเซิร์ฟเวอร์ได้ไหมถ้าเขารับเงินทั้งหมดไว้เองโดยไม่ยกให้ซิสเตม
หากลองคำนวณดู นับจากยอดลูกค้าไม่นับจำนวนครั้ง วันหนึ่งสตูดิโอของเขามีคนเข้าประมาณสามสิบถึงสี่สิบคน ถ้าหากช่วงเวลาไพร์มไทม์หน่อยก็ประมาณห้าสิบกว่าคน
เมื่อลองเอาค่าบริการพื้นฐานหนึ่งร้อยบาทเป็นที่ตั้ง ตีซะว่าวันหนึ่งจะมีคนเข้าดันเจี้ยนหนึ่งๆ ประมาณห้าสิบคน เงินที่สตูดิโอของเขาจะได้ในแต่ละวันจะอยู่ที่ประมาณห้าพันบาท
โดยห้าเปอร์เซ็นต์จากห้าพันนั้น เขาจะได้ประมาณสองร้อยห้าสิบ หากเอาไปรวมกับกำไรที่เขาจะได้ในแต่ละวันก็ประมาณเกือบสองพัน
“ต้องเก็บเป็นเดือนแน่ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงๆ” บ่นอุบออกมาเมื่อลองคิดคำนวณดูในหัว
“แต่ช่างมันก่อน ไว้ค่อยไปคิดที่หลังหลังจากที่เราทำเงื่อนไขแรกให้สำเร็จก็แล้วกัน” คิดมากไปก็เปล่าประโยชน์ มินจึงหันเหความสนใจไปที่เรื่องถัดไป
"สงกรานต์เหรอ จริงด้วยสินะ เราลืมไปได้ยังไง นี่มันจะเดือนเมษาแล้วนี่หว่า วันนี้วันที่สามสิบมีนาแล้วใช่ไหมวะถ้าจำไม่ผิด อืม อีกตั้งหลายวันกว่าจะวันที่หก ยังไงก็ทัน" คิดได้ดังนั้นชายหนุ่มจึงเลิกสนใจและหันไปหาหญิงสาวดวงตาสีฟ้าครามเมื่อนึกบางอย่างขึ้นได้
“ว่าแต่เรนะ ไอ้เซิร์กนี่ ใช่เซิร์กจากสตาร์คราฟต์รึปะ มันเป็นมอนสเตอร์ในเกมไม่ใช่เหรอ มันมีตัวตนจริง ๆ เหรอ หรือซิสเตมสร้างขึ้นมา”
สิ้นคำถามดังกล่าว พลันอากาศข้างๆ ของเขาก็บิดเบี้ยว ก่อนที่ร่างของใครบางคนที่เขาจะคุ้นเคยจะปรากฏตัวออกมา
“เธอเข้ามาทำไม” มินเอ่ยถามขึ้นด้วยความสงสัยทันทีเมื่อได้ร่างของหญิงสาวในชุดวันพีชสีขาว
“ก็มาตอบคำถามของนายไง ฉันเป็นหน่วยข่าวกรอง นายถามเรนะ แล้วเธอจะตอบได้ไหมล่ะ” กล่าวจบก็หันไปหาหญิงสาวอีกคน ทั้งสองพยักหน้าให้กันก่อนที่มายจะหันมามองมินต่อพลางกล่าว
“จริงๆ มันไม่ได้ชื่อเซิร์กหรอกไอ้ตัวที่นายจะต้องไปจัดการน่ะ แต่ว่ามันยังไม่มีชื่อเรียกไง ซิสเตมเลยใช้ฐานข้อมูลจากความทรงจำของนายในการตั้งชื่อพวกมันให้ใกล้เคียงกับสิ่งที่นายคุ้นเคยทำให้นายเข้าใจได้ทันทีว่าพวกนั้นคือตัวอะไร”
หญิงสาวไอในลำคอเล็กน้อยก่อนกล่าวต่อ
“และเพราะว่าในตอนนี้ยังไม่มีคนบนโลกนี้เจอมัน ทำให้ยังไม่มีใครตั้งชื่อให้มัน ถ้าหากมีคนเจอและตั้งชื่อให้กับพวกมัน ซิสเตมจะเปลี่ยนชื่อของมอนสเตอร์เหล่านี้ให้นายเอง”
เมื่อชายหนุ่มฟังคำอธิบายของบุคคลเบื้องหน้าจบ เขาก็พลันร้องอ๋อออกมาทันที ไม่คิดว่าซิสเตมจะทำแบบ ตอนแรกนึกว่ามันสร้างเซิร์กมาบุกโลกเพื่อเขาซะอีก
“สำคัญด้วยมากจ้าคุณชาย คิดว่าตัวเองกำลังรับบทผู้กล้าที่ถูกเลือกอยู่เหรอ” อดไม่ได้ตามเคยที่จะเหน็บแนมชายหนุ่มเมื่อได้รู้ถึงความคิดความอ่านของอีกฝ่าย
“ชิ ยัยผู้หญิงโรคจิต ชอบเข้ามาอ่านความคิดชาวบ้านชาวช่อง”
และเพราะว่าชินกับการกระทำของอีกฝ่ายแล้ว มินจึงทำได้แค่พูดอย่างหัวเสียกลับไป ไม่มีทางเลยที่เขาจะสามารถห้ามไม่ให้หญิงสาวเข้ามาอ่านความคิดเขาได้
ทำหน้ายู่อยู่พักหนึ่งก็พลันนึกขึ้นได้ จึงหันไปหันหญิงสาวผู้เป็นผู้ช่วยของเขา “เออว่าแต่มิชชันนี้ฉันเอาเรนะไปด้วยได้จริงดิ”
“จริงสิ ตามที่ซิสเตมเขียนไว้นั่นแหละ” เสียงหวานตอบ
“งี้ก็หวานหมูดิได้เรนะไปช่วย” มินพูดออกมาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
เมื่อมายเห็นปฏิกิริยาของชายหนุ่ม เธอจึงเดินมาหาเขาก่อนจะใช้มือเขกกะโหลกไปเบาๆ พลางกล่าว
“อย่าได้ใจไป อย่าลืมคำเตือนของซิสเตมว่าถ้าเรนะสร้างความเสียหายกับรังของเซิร์กมากกว่าครึ่งล่ะก็ มิชชันนายเฟลแล้วนายต้องก้มหน้าก้มหน้าเก็บเงินอย่างเดียวเลยนะ”
“ค้าบ เข้าใจแล้วค้าบ” ตอบกวนๆ กลับไปหลังจากที่ได้ยินคำเตือนของหญิงสาวพร้อมกับยู่ปากและครางในลำคอเสียงแผ่วอย่างไม่พอใจ “เหอะ”
มายไม่ได้สนใจการกระทำของอีกฝ่าย เธอปรบมือสองครั้งพร้อมกับพูดกับเขา “ไปได้และ มัวแต่รีรอเดี๋ยวเช้าซะก่อน ฉันอยากนอน”
“เค” เขาตอบกลับหญิงสาว ก่อนจะปัดเนื้อปัดตัวปัดเสื้อผ้าที่เหลือฝุ่นดินออกพร้อมกับอุ้มเจ้าซิลเวอร์ขึ้นมาในอ้อมอก
“ไปได้เลยซิสเตม” เสียงเข้มเอ่ย
[ยืนยันคำขอเทเลพอร์ต]
[ซิสเตมกำลังทำรายการ]
[ดำเนินการเทเลพอร์ตไปยังเป้าหมาย]
||||||||||||||||||||||1%||||||||||||||||||||||
||||||||||||||||||||||29%||||||||||||||||||||||
||||||||||||||||||||||51%||||||||||||||||||||||
||||||||||||||||||||||85%||||||||||||||||||||||
||||||||||||||||||||||100%||||||||||||||||||||||
[ดำเนินการเสร็จสิ้น]
[ทำการเทเลพอร์ต]
พรึ่บ!
เสียงหนึ่งดังขึ้นพร้อมกับร่างทั้งสามที่หายไปจากดันเจี้ยนโรงฝึก
__________________________________